Posts Tagged ‘confusing’

Confusing Words ตอนที่ 4

Written by akiautumn on July 27th, 2013. Posted in บทความ

กลับมาพบกันอีกครั้งกับคำศัพท์ชวนสับสน ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะนำเสนอแล้วนะครับ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงจะคุ้นเคยกับกลุ่มนี้เป็นอย่างดีเนื่องจากกลุ่มนี้จะถูกใช้ในชีวิตประจำวันของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตเลยก็ว่านั้นก็คือ Eat, Have, Take, Grab หมายถึง “การกิน” นี้เอง

 

1. Eat (Verb) แปลว่า “กิน, รับประทาน” หมายถึง กินอาหาร ใช้ในความหมายที่กว้างมาก

เช่น

We eat bread and apples every morning.

-พวกเราทานขนมปังกับแอปเปิ้ลทุกๆ เช้า

 

2. Have (Verb) แปลว่า “รับประทาน, กิน” แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับคำนามที่เป็นชื่อมื้ออาหารตามเวลา

เช่น

We usually have our dinner at 5 in the evening.

-โดยปกติแล้วพวกเราจะรับประทานอาหารเย็นกันตอน 5 โมงเย็น

 

3. Take (Verb) แปลว่า “กิน, รับประทาน” คำนี้จะใช้เฉพาะในเวลาที่เรากินยาต่างๆ ทั้งที่ให้หายจากโรค หรือ เป็นยาเม็ดอาหารเสริมก็เช่นกัน

เช่น

I must take some medicine according to the doctor’s advice.

-ฉันจำเป็นจะต้องทานยาตามคำแนะนำของคุณหมอ

 

4. Grab (Verb) แปลว่า “กินม รับประทาน” คำนี้อาจจะไม่ค่อยได้เห็นใครใช้มากนัก โดยปกติจะเป็นภาษาพูดมากกว่าซึ่งมักจะตามด้วยคำนามทีเกี่ยวข้องกับอาหารหรือชื่อมื้ออาหาร

เช่น

I’m going to grab lunch.

-ฉันกำลังจะไปหม่ำข้าวเที่ยง

I’m very hungry. I hurriedly go back home after finishing school and grab a plate of pie immediately.

-ฉันหิวมาก ดังนั้นหลังโรงเรียนเลิกฉันก็รีบกลับบ้านและเอาพายมากินทันที

 

เอาละครับในที่สุด เพื่อนๆ ก็ได้รู้จักคำต่างๆ ที่มีความหมายเหมือนกันแต่จะต่างก็แค่การนำไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ กันทั้งหมด ท้ายที่สุดก็อยากให้เพื่อนๆ พยายามทบทวนและทำความเข้าใจกับคำเหล่านี้กันด้วยนะครับถึงแม้ว่าหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทั้งๆ ที่ก็ความหมายเดียวกันก็เอาไปใช้แทนๆ กันได้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แต่ในภาษาอังกฤษนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยเพราะในภาษาอังกฤษจะมีระดับในการใช้คำที่แตกต่างกันอยู่มาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ระวังตัวกันไว้เวลาที่ได้พูดคุยกับชาวต่างชาติด้วยนะครับไม่งั้นบางคนอาจจะงงกันก็ได้นะเออ

 

 

Confusing Words ตอนที่ 3

Written by akiautumn on July 25th, 2013. Posted in บทความ

กลับมาพบกันอีกครั้งกับคำศัพท์น่าปวดหัวกลุ่มที่ 3 ในครั้งนี้จะเป็นคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการสื่อสาร อาทิ Tell, Say, Speak, Talk, Converse ซึ่งทั้ง 5 คำนี้ก็มีความหมายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันเลยทีเดียวแต่ก็มีข้อแตกต่างในการนำไปใช้อยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

1. Tell จะมีความหมายในเชิงว่า “บอก” มากกว่า “พูด” และจะมีกรรมมารองรับเสมอ

เช่น

My mom tells me to keep studying for an entrance exam next month.

-แม่บอกกับฉันให้ตั้งใจเรียนให้มากเพื่อเตรียมสำหรับการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในเดือนหน้า

 

2. Say มีความหมายว่า “พูดว่า” คำนี้นิยมใช้พูดทักทาย, อำลา, หรือพูดขึ้นต้นคำกล่าว

เช่น

Lidia says “I want to study abroad so I’m now paying attention to every class to get scholarship”

-ลิเดียพูดว่า “ฉันอยากจะไปเรียนต่างประเทศดังนั้นตอนนี้ฉันจึงพยายามใส่ใจบทเรียนในทุกๆ วิชาเพื่อให้ได้รับทุนการศึกษา”

 

3. Speak หมายถึง “พูด” เป็นการพูดที่เป็นเรื่องราว หรือเป็นการเป็นงานและใช้กับคนเดียวพูดด้วย เช่น

Sarah is talkative. She has spoken for two hours without stopping.

-ซาร่าเป็นคนชอบพูด เธอพูดมาแล้ว 2 ชั่วโมงโดยไม่หยุดเลย

 

4. Talk หมายถึง “พูด” แต่มักใช้ในความหมายที่เป็นการสนทนา ระหว่าง 2 คนขึ้นไป เป็นการพูดแบบธรรมดา

เช่น

First of all, let me talk about an evidence that I found an hour ago.

-ก่อนอื่นเลยนะ ผมขอพูดเกี่ยวกับหลักฐานที่ผมพบเมื่อชั่วโมงที่แล้ว

 

5. Converse หมายถึง “สนทนา” ใช้ในความหมายที่เป็นการคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน

เช่น

We are conversing about the water crisis all over 2 years in the meeting

-เรากำลังพูดคุยแลกเปลียนกันเกี่ยวกับวิกฤตน้ำตลอด 2 ปีมานี้ในที่ประชุม

 

ก่อนจากกันในบทความนี้ก็อย่าลืมทบทวนและเรียนรู้ว่าแม้แต่การสนทนากันในภาษาอังกฤษยังมีใช้ตั้งหลายรูปแบบในหลายๆ สถานการณ์ ก็อยากให้เพื่อนๆ พิจารณาแต่สถานการณ์ด้วยนะครับ แล้วอย่าลืมคำอื่นๆ ก่อนนี้ด้วยล่ะ

 

 

Confusing Words ตอนที่ 2

Written by akiautumn on July 23rd, 2013. Posted in บทความ

จากบทความที่แล้วที่เรากล่าวถึง Wrong, Mistake, Error, Miss ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่หลายๆ คนมักจะสับสนในการนำไปใช้อยู่ร่ำไป ในครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้กันต่อ คือ Borrow, Lend, Loan ซึ่งทั้ง 3 คำนี้มีความหมายว่า “ยืม” และก็ได้สร้างความปวดหัวให้แก่ผู้ใช้เป้นอย่างมากว่าสรุปแล้วใช้อย่างไรจึงจะถูกต้องกันนะ

 

1. Borrow หมายถึง “ขอยืม” ยืมของเล็กๆ น้อยๆ ชั่วครู่ แต่ไม่ต้องมีของตอบแทนก็ได้

เช่น

Can I borrow your lecture?

-ฉันขอยืมสมุดจดของเธอหน่อยได้มั้ย?

Would you mind if I borrow your laptop?

-จะเป็นไรมั้ยถ้าฉันจะยืมแล็ปท็อปของเธอหน่อย?

 

2. Lend หมายถึง “ให้ยืม” ยืมสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ

เช่น

Can you lend me your lecture?

-ขอฉันยืมสมุดจดของเธอหน่อยได้มั้ย?

If you need an umbrella, I will lend you one.

-ถ้าเธอต้องการร่มล่ะก็ ฉันให้ยืมก็ได้นะ

 

3. Loan หมายถึง “ให้ยืม” ใช้กับการยืมที่เป็นเรื่องสำคัญหรือเรื่องเงินๆ ทองๆ

เช่น

My friend, Caithlin, loans me 10,000 bahts.

-แคทเทอรีนเพื่อนของฉันให้ยืมเงินตั้ง 1 หมื่นบาทแน่ะ

*อย่างไรก็ตาม Loan สามารถใช้เป็นคำนามได้ แปลว่า “เงินกู้, เงินที่ให้ยืม” มีดอกเบี้ย

เช่น

Bank loans us many million bahts.

-ธนาคารให้เรากู้เงินมาตั้งหลายล้าน

*ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเป็นจำเงินเงินที่ไม่มากนักอาจจะใช้ lend แทนได้

เช่น

I’ll lend you 1000 bahts.

-ฉันจะให้เธอยืมเงิน 1 พันบาทนะ

 

เพื่อนๆ จะเห็นว่าขนาดการยืมยังเป็นปัญหาให้น่าสับสนได้ขนาดนี้ ดังนั้นเพื่อนๆ ก็หมั่นทบทวนแต่ละการ “ยืม” นั้นแตกต่างกันอย่างไร ใช้ในแต่ละสถานการณ์ไหนๆ นะครับ

 

 

Confusing Words ตอนที่ 1

Written by akiautumn on July 19th, 2013. Posted in บทความ

mistake

ครั้งนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของคำศัพท์ชวนสับสนที่หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดซึ่งทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของไวยกรณ์อยู่ไม่น้อยเนื่องจากคำเหล่านี้ล้วนมีความเดียวกัน และก็มีด้วยกันหลายคำเลยทีเดียวซึ่งในบทความนี้จะตีกระจ่างเกี่ยวกับคำเหล่านั้นในชุดแรกก่อนนั้นก็คือ Wrong, Mistake, Error, Miss นั้นเอง ซึ่งทั้ง 4 คำนี้ล้วนมีความหมายในทำนองเดียวกันว่า “ผิด” ในภาษาอังกฤษ

 

1. Wrong หมายถึง ผิดกฎ ผิดความจริง ใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ใช้ขยายคำนาม

เช่น

You’re dead wrong.

-เธอคิดผิดถนัดเลยนะ

I think I come in at the wrong place.

-ฉันคิดว่าฉันมาผิดที่นะนี้

*ทั้งนี้ถ้าใช้เป็นคำนามล่ะก็ต้องใช้กับ V. to Do เท่านั้นนะ

เช่น

He noticed that he’s done wrong.

-เขาตระหนักว่าเขาได้ทำผิดไป

 

2. Mistake หมายถึง ความผิดส่วนมากเกิดจากความประมาท ความไม่เข้าใจของผู้กระทำ

เช่น

I’m so sorry, I just make a mistake.

-ฉันขอโทษเธอด้วยนะ ที่ฉันทำพลาดไป

*โดยทั่วไปแล้ว mistake จะใช้เป็นคำนาม แต่บางครั้งก็ใช้เป็นคำกริยาได้เช่นกัน

เช่น

My purpose has been mistaken.

-มันทำให้กับจุดประสงค์ของฉันคลาดเคลื่อนไป

 

3. Error หมายถึง ความผิดที่ผิดไปจากความจริง หรือผิดไปจากความแน่นอน

เช่น

This program is full of errors.

-โปรแกรมนี้มีข้อผิดพลาดมากมายจริงๆ

 

4. Miss (v.) อย่าไปจำสับสนกับคำนาม และ miss ที่แปลว่า “คิดถึง” เชียวล่ะ ในที่นี้ หมายถึง ความผิดพลาดไปจากความตั้งใจ

เช่น

I’m actually supposed to be there on time but I miss the bus

-จริงๆ แล้วผมควรจะไปถึงที่นั้นตรงเวลาด้วยซ้ำทว่าผมกลับพลาดเที่ยวรถซะได้

 

นี้ละครับในภาษาอังกฤษนั้นยังแบ่งคำว่า “ผิด” ไว้ในหลายๆ กรณีด้วยกัน เพื่อนๆ ก็ต้องระวังการนำไปใช้ให้ดีนะครับไม่งั้นเพื่อนๆ เองจะ error from missing something and making a mistake by doing wrong นะครับ