Posts Tagged ‘asean’

นัต ความเชื่อทางจิตวิญญาณของชาวพม่า

Written by warittha on June 6th, 2013. Posted in บทความ

ภาพวาดมิงมหาคีรินัต เป็นนัตหลวง 1 ใน 36 ตน มีกำเนิดในแถบตะกองในเขตพม่าตอนเหนือ

มิงมหาคีรินัตมีวงศ์นัตทั้งหมด 7 ตน ได้แก่ ภรรยา 1 ตน น้องสาว 2 ตน ลูกชาย 2 ตนและหลานสาว 1 ตน

 

ประเทศพม่าได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพุทธศานาและพุทธเจดีย์ พุทธศาสนิกชนชาวพม่าต่างให้ความเคารพในพระสงฆ์องค์เจ้าซึ่งถือเป็นเนื้อนาบุญและเป็นที่พึ่งแห่งกุศล แต่ภายใต้ร่มเงาแห่งพุทธศาสนานั้น สังคมพม่ายังคงแฝงกลิ่นอายความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาผีเป็นมูลเดิมอยู่ไม่น้อย ซึ่งเรียกกันว่า “นัต” นัต นั้น ปราชญ์ชาวพม่าเชื่อว่าคำนี้น่าจะมาจากคำว่า “นาถ” ในภาษาบาลี หมายถึงผู้เป็นที่พึ่ง ตามตำราว่าด้วยนัตของพม่ามักจัดแบ่งนัตออกเป็น 3 กลุ่ม คือ นัตพุทธ นัตใน และนัตนอก กล่าวคือ นัตพุทธ คือนัต 37 ตน ที่มีการกล่าวถึงในคัมภีร์พุทธศานา นัตใน หมายถึง นัต 37 ตนที่ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตกำแพงพระเจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองพุกาม มีทั้งนัตที่ปรากฏชื่อในศาสนาฮินดู 15 ตน เช่น ท้าวจตุมหาราชหรือนัตประจำทิศทั้ง 4 และนัตท้องถิ่นอีก 22 ตน นัตนอก คือนัตที่กำหนดให้อยู่นอกกำแพงพระเจดีย์ชเวดากอง สถิตย์อยู่เฉพาะในศาล มี 37 ตน โดยความเชื่อของชาวพม่า ให้พระอินทร์ซึ่งเป็นเทวราชอยู่ในกลุ่มของนัตนอก ส่วนอีก 36 ตน เป็นวิญญาณของผู้ที่ตายร้ายและเป็นที่นับถือของชาวพม่าทั่วไปและมีหลากหลายชนชั้น บทบาทของนัตในความเชื่อของพม่าดั้งเดิมมีความสำคัญถึงระดับร่วมสร้างบ้านแปลงเมืองพุกามในยุคแรกๆ จนได้รับความสำคัญเป็นถึงมิ่งเมือง สันนิษฐานว่าในช่วงยุคของพระเจ้าอโนรธา การรับพระพุทธศาสนาจากภายนอกได้ทำให้นัตในคติความเชื่อพื้นถิ่นถูกลดบทบาทลงเป็นเพียงนัตที่คอยพิทักษ์รักษาพุทธศาสนา อาทิ อารักษ์พระเจดีย์ แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านก็มิได้ละความเชื่อเรื่องนัตลง ยังคงมีการเซ่นไว้นัตกันภายในบ้าน มีการอัญเชิญนัตประทับทรงในพิธีบวงสรวงนัต ร่างทรงนัตจึงยังคงมีบทบาทสืบทอดมาแทบไม่ขาดสาย ส่วนชาวพม่าที่ไม่พึ่งนัตนั้น แม้อาจจะปฏิเสธพิธีกรรมเซ่นสรวงนัต แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธอำนาจนัตอย่างสิ้นเชิง สังคมพม่าจึงเป็นสังคมพุทธที่แฝงอยู่ด้วยความเชื่อเรื่องนัตระคนกัน

 

อ้างอิง
สุเนตร ชุตินธรานนท์. 2555. พม่าอ่านไทย : ว่าด้วยประวัติศาสตร์และศิลปะไทยในทรรศนะพม่า. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.

 

กะปิ น้ำปลา เครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของชาวอาเซียน

Written by warittha on June 5th, 2013. Posted in บทความ

Petis udang กะปิเคยของอินโดนีเซีย นำมาเป็นน้ำจิ้มกับเต้าหู้ทอด

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ข้าว เป็นอาหารหลักของวัฒนธรรมการบริโภคของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อมีข้าวก็ต้องมีกับข้าวเป็นของคู่กัน เครื่องปรุงรสให้กับข้าวมีรสชาติกลมกล่อมจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งแม้เมนูกับข้าวในแต่ละท้องที่ของภูมิภาคนี้จะมีความแตกต่างหลากหลาย แต่เครื่องปรุงรสที่ทุกครัวเรือนจะขาดไม่ได้ นั่นก็คือ กะปิ และน้ำปลา กะปินั้น ในภาษาพม่าเรียก “งาปิ” และพม่าใช้ “งาปิ” ในน้ำพริกนานาชนิดเช่นเดียวกับไทย ในภาษาฟิลิปปินส์เรียกกะปิว่า “บาโกอุง” (Bagoong) และในภาษาอินโดนีเซียน เรียกว่า “ตราสซี” (Trassi) ส่วนน้ำปลาก็ใช้กันอยู่ในวัฒนธรรมสังคมต่างๆ ของเอเชียอาคเนย์ในเวียดนามเรียกน้ำปลาว่า “เนื้อก หม่ำ” (Nuocmam) และในฟิลิปปินส์เรียกว่า “ปาตีส” (Patis) เมื่อมองผ่านอิทธิพลวัฒนธรรมภายนอกที่เข้ามามีบทบาทในวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์เป็นลำดับชั้นขึ้นลงไปแล้ว จะเห็นว่ามีอาหารหลักและส่วนประกอบอาหารที่มีวัฒนธรรมร่วมกันมาก่อนตั้งแต่ดั้งเดิม แม้ในศาสนาอิสลามจะห้ามอาหารหมัก แต่ชาวอินโดนีเซียโดยเฉพาะชาวชวาซึ่งรับอิทธิพลศาสนาอิสลามน้อยมาก หรือรับแบบ Syncretism1 ก็ยังมีน้ำปลาเรียกว่า “เปอตีส” (Petis) เหมือนน้ำปลาในฟิลิปปินส์และมีน้ำพริกกะปิเหมือนไทย เรียกว่า “ชามบาล ตราสซี ลาลาบัน” (Sambal Trassi Lalaban) หรืออย่างเช่นฟิลิปปินส์ที่ได้รับอิทธิพลสเปนมาหลายร้อยปีและยังตามมาด้วยอิทธิพลวัฒนธรรมอเมริกัน อาหารฟิลิปปินส์หลายอย่างมีความคล้ายในส่วนประกอบและชื่อไปในทางอาหารสเปน แต่เวลารับประทานอาหารชาวฟิลิปปินส์จะใช้ข้าวเป็นหลัก กับข้าวที่มีอิทธิพลวัฒนธรรมสเปน เช่น สตูว์ (Coldereta) หรือ ไก่ถอดกระดูกใส่ไส้ทอด (Relleno) ใส่บนข้าว แล้วใช้กะปิ บาโกอุงและน้ำปลาปาตีสแต่งรสโรยหน้าอาหารในจานอีกทีหนึ่ง หรือเมื่อย่างปลาแล้ว ชาวฟิลิปปินส์จะเสิร์ฟปลาย่างกับกะปิบาโกอุงให้รับประทานกับข้าว เป็นต้น

หมายเหตุ: Syncretism หมายถึงการรับวัฒนธรรมจากผู้ใดหรือเขตใดก็ตาม รูปลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ถูกนำเข้ามาจะต้องมีการผสมปนกับวัฒนธรรมเดิมแล้วเกิดเป็นขึ้นของใหม่ขึ้น เกิดเป็นการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม
อ้างอิง
กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. 2540. สรุปผลการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “วัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ : ความคล้ายคลึงในวิถีชีวิต”. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สยามบุ๊คส์ แอนพับลิเคชั่น.