Posts Tagged ‘แปลภาษา’

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก 5

Written by jintana on September 16th, 2014. Posted in บทความ

อาคารที่ว่าการมหานครโตเกียว

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์มากมายที่ชวนให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย บทความนี้เราจะพาทุกคนไปชมวิวเมืองโตเกียวที่ตึกเมโทรโพลิแทน (The Tokyo Metropolitan Government OfficeComplex  : TMG) หรือ อาคารที่ว่าการมหานครโตเกียว ตั้งอยู่ในเขตชินจูกุ เป็นบริเวณหมู่ตึกสูงในย่านชินจูกุ และ TMG ก็เป็นตึกที่สูงที่สุดในย่านนี้ เป็นที่ทำการของรัฐบาลกรุงโตเกียว หลายคนอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่ากรุงโตเกียวมีส่วนการบริหารที่แยกออกจากส่วนกลาง เพราะฝ่ายบริหารท้องถิ่นต้องการขยายเขตธุรกิจCBD (Central Business District) ซึ่งเป็นเขตธุรกิจใหม่ของมหานครโตเกียวในย่านชินจูกุ

อาคารที่ว่ามหานครโตเกียวนี้เป็นผลงานการออกแบบของ เคนโซ ทังเกะ สถาปนิกผู้มากประสบการณ์ ซึ่งเขาได้ฝากผลงานไว้กับสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งของญี่ปุ่น เช่น สนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียว ปี 2505 อาคารอนุสรณ์แห่งเสรีภาพสถานที่ฮิโรชิม่า เป็นต้น ก่อนที่จะจากไปด้วยอายุ 91 ปี (2456 – 2548)  แรงบันดาลใจในการออกแบบตึกแห่งนี้คืออาคารวิหารโกธิคในประเทศเยอรมัน (The Gothic Churches of Germany)

ตึกแห่งนี้ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง 3 ส่วน

-อาคารที่ 1 (TMG Building No.1) อาคารหลักสังเกตง่าย ๆคือส่วนยอดของอาคาร มี 2 ยอด เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2531 แล้วเสร็จเมื่อ ปี2534 ความสูงประมาณ 243 เมตร ส่วนยอดจะมีการติดตั้งสัญญาณต่าง ๆสำหรับการติดต่อสื่อสาร ส่วนจุดชมวิวนั้นจะอยู่ที่ชั้น 45 ที่รดับความสูง 202 เมตร

-อาคารที่ 2 (TMG Building No.2) เป็นอาคารทางขวามือของอาคารที่ 1มีจำนวน 34 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น สูงจากพื้นดินประมาณ 163 เมตร

-อาคาร Tokyo Metropolitan Assembly Building ถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางการบริหารของมหานครโตเกียว ตั้งอยู่ด้านหน้าของอาคารที่ 1มี 7 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น ความสูงจากพื้นดินประมาณ 41 เมตร

อาคารแห่งนี้เปิดเข้าให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00-23:00 น. ซึ่งนอกจากจุดชมวิวบนชั้น 45 แล้วนั้นก็ยังมีร้านค้า หรือแหล่งช็อปปิ้งเอาใจนักท่องเที่ยวที่ชอบจับจ่ายซื้อข้าวของติดไม้ติดมือกลับบ้าน เรียกได้ว่าที่นี้เป็นสิ่งปลูกสร้างอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนโตเกียว

 

Time หรือ The time???

Written by akiautumn on September 15th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้จะมาดูในเรื่องพื้นๆ ที่หลายๆ คนสงสัย เกี่ยวกับประโยคที่ว่า ‘Do you have time?’ สำหรับคำถามแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยเจอมาเป็นที่แน่นอนซึ่งความหมายของประโยคที่กล่าวไปข้างต้นคือ ‘คุณพอมีเวลาบ้างไหม?’ ซึ่งจุดประสงค์ผู้พูดนั้นอยากรู้ว่าเรามีเวลาหรือเปล่า อาทิ

A: Do you have time? I want to talk something with you about George.

-คุณพอจะมีเวลาไหม?ฉันอยากจะคุยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับจอร์จนะ

B: Yes, of course.

-ได้ ว่ามาเลย

 

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าเป็นการถามผู้สนทนาด้วยว่าขอรบกวนเวลาหน่อยจะได้ไหมซึ่งก็ไม่ได้สลับซ้อนเท่าไหร่ แต่ถ้าหากมาเจอกับประโยคแบบนี้ล่ะ ‘Do you have the time?’ จะเห็นว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ‘the’ ซึ่งในภาษาอังกฤษนั้นการมี ‘the’ เข้ามาเพียงตัวเดียวก็อาจจะทำให้ความหมายเปลี่ยนไปได้ แล้วมันต่างกันอย่างระหว่างมี ‘the’ กับ ไม่มี ซึ่งพอเป็นประโยค ‘Do you have the time?’ แล้วจะมีความหมายว่า ‘ตอนนี้กี่โมงแล้ว’ ไปซะได้ อาทิ

A: Do you have the time?

-ตอนนี้กี่โมงแล้ว?

B: 10.45 am.

-ตอนนี้ 10 โมง 45 นาที แล้ว

*สำหรับประโยค ‘Do you have the time?’ นั้นจะต้องใช้ article ‘the’ เท่านั้นนะครับจะใช้ ‘a’ ไม่ได้เด็ดเพราะ ‘time’ ในที่นี้นั้นเป็นนามนับไม่ได้ (uncountable noun)

 

พอรู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอใช้สลับกันนะครับในเวลาที่เราต้องการถามว่า ‘Do you have time?’หรือ ‘Do you have the time?’ มิฉะนั้นพอความหมายเปลี่ยนไป คำตอบที่ได้มาก็จะเปลี่ยนไปด้วย ทีนี้เรานี้ล่ะที่จะยืนงงซะเอง

Reference: Longdo.Dict

 

 

 

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก 4

Written by jintana on September 14th, 2014. Posted in บทความ

หอคอยสกายทาวเวอร์

ถัดมาอีกนิดที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นนำสักนิดว่าประเทศนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่จะให้นักเดินทางหลายคนหลงใหล แค่ความเงียบสงบและอากาศดี ๆก็ชวนให้เคลิ้มเดินเที่ยวกันได้ทั้งวัน ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมจูงมือคู่รักหรือเพื่อนฝูงมาเยือนนิวซีแลนด์ อุณหภูมิเย็นสบายของที่นี้คือ 15-18 องศา สบายสำหรับคนที่นี่ แต่คนไทยอย่างเราก็หนาวเหมือนกัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมืองโอ๊คแลนด์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม บทความนี้เราเลยขอแนะนำตึกสูงที่เป็นจุดชมวิวเก๋ๆ ของเมืองนี้ หอคอยสกายทาวเวอร์ (Sky Tower) เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงสุดในซีกโลกใต้ มีความสูงถึง 328 เมตรจากพื้นดิน สวยงามและโดดเด่นมากในเมืองโอ๊คแลนด์ หอคอยนี้เปิดให้เข้าชมเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2540 จากจุดชมวิวสามารถชมทัศนียภาพของเมืองโอ๊คแลนด์ได้ไกลถึง 80 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมท้าทายคนชอบความสูงด้วยการเดินชมวิวบนสกายวอล์ค (Sky Walk) เป็นการเดินชมวิวรอบนอกตัวหอคอยสกายทาวเวอร์ ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ 200 เมตร มีระบบความปลอดภัยด้วยเชือกรั้งเอาไว้ รวมไปถึงชุดหมีและรองเท้าผ้าใบอย่างดี แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบความท้าทายกว่านั้นก็มีกิจกรรมดิ่งหอคอยที่ชื่อว่า สกายจัมพ์ (Sky Jump) เป็นการกระโดดจากบนตึกที่ความสูง 192 เมตร คล้ายบันจี้จัมพ์แต่ผู้ที่กระโดดไม่ต้องห้อยหัวลง ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถิติการกระโดดที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์อีกด้วย

เมืองโอ๊คแลนด์ เป็นประตูด่านแรกเข้าสู่เกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเมืองศูนย์กลางพาณิชยกรรมและการค้าที่สำคัญที่สุด และมีอ่าวจอดเรืออยู่หลายแห่งจนได้ฉายาว่า เมืองแห่งการแล่นเรือใบ (The city of sails) เมืองโอ๊คแลนด์ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟที่มอดดับแล้ว ภูมิประเทศส่วนใหญ่จึงเป็นเนินเขาและปล่องภูเขาไฟอยู่ทั่วไปอันเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายคนให้มาเยือนที่นี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Infinitive หรือ Gerund?

Written by akiautumn on September 13th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เราจะมาดูกันในเรื่องของ infinitive และ gerund ครับ โดยส่วนใหญ่แล้วคำ กริยา (verb) นั้นจะมีเงื่อนไขในการใช้เมื่อเกิดมีกริยาซ้อนกัน โดยที่จะแบ่งออกได้ดังนี้ครับ

Verb with infinitive คำกริยาในกลุ่มนี้จะตามด้วย ‘infinitive’ หรือ‘verb with to’ เสมอครับ อาทิ

agree allow can/can’t afford choose decide
encourage expect forget help hope
learn manage mean need offer
promise refuse train want would like

 

ตัวอย่าง

I won’t expect to see my boyfriend there.

-ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะพบแฟนหนุ่มของฉันที่นั้นนะ

Kathy needs to leave now.

-เคธี่จำเป็นต้องไปตอนนี้แล้ว

Sarah can’t afford to take a long holiday.

-ซาร่าไม่อาจที่จะหยุดงานในช่วงวันหยุดยาวได้

*ก่อนจะใช้ infinitive อย่าลืมใส่ ‘to’ ด้วยนะครับ

Verb with gerund คำกริยาเหล่านี้จะตามด้วย ‘gerund’ หรือ ‘v. -ing’ ครับ อาทิ

avoid can’t help can’t stand carry on confess
consider delay detest dislike enjoy
fancy feel like finish give up imagine
involve keep mind postpone resist

 

ตัวอย่าง

I enjoy playing tennis with you.

-ฉันสนุกที่ได้เล่นเทนนิสกับคุณนะ

Avoid adding too much salt in the soup.

-ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการใส่เกลือปริมาณมากในซุป

I think you should keep reading the book.

-ฉันว่าเธอควรจะอ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ นะ

 

จากตัวอย่างทั้งหมดจะเห็นว่าถ้าหากเราต้องการจะใช้กริยาสองตัวซ้อนกันในประโยคเดียวนั้นมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันครับ ดังนั้นอยากให้ผู้อ่านหมั่นศึกษาดูความแตกต่างเพราะในแต่ละกริยานั้นบางทีไม่อาจใช้สลับกลุ่มกันได้นะครับ

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก3

Written by jintana on September 12th, 2014. Posted in บทความ

ยูเรกา สกายเด็ค88

ผ่านไปแล้ว 2 ประเทศกับสองตึกสูง มาถึงตึกที่ 3 ตึกแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และยังครองอันดับ 1 ของตึกที่สูงที่สุดในซีกโลกใต้อีกด้วย จะเป็นอย่างไรบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับตึกยูเรกา สกายเด็ค88 (Eureka Skydeck88)

อย่างที่บอกไปแล้วว่าตึกแห่งนี้เป็นตึกที่สูงที่สุดในซีกโลกใต้ จึงทำให้การชมวิวจากมุมบนของที่นี้สวยไม่แพ้ตึกสูงที่อื่นเลย ความสูงของตึกประมาณ 342 เมตร และนั่นก็คือจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปได้โดยลิฟต์ที่มีความเร็วมากที่สุดในซีกโลกใต้ซึ่งใช้เวลาประมาณ 38 วินาที จากชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 88 (เฉลี่ยเมตรละ 9 วินาที)

ก่อนขึ้นไปชมวิวของเมลเบิร์นก็ต้องจ่ายค่าเข้าชมก่อนสักนิดสักหน่อย ราคาประมาณ 19 ดอลลาร์ ส่วนถ้าใครอยากชมทั้งกลางวันและกลางคืนก็จ่ายเพิ่มอีกนิดเป็น 22 ดอลลาร์ ช่วงแรกเวลา 10โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น และช่วงที่สองคือ 5 โมงเย็นถึง 3ทุ่มครึ่งแต่มีข้อแม้ว่าต้องเข้าชมภายในวันเดียวกันส่วนใครที่อยากได้ภาพวิวสวย ๆ ไปอวดเพื่อนฝูงพี่น้อง ก็สามารถพกขาตั้งกล้องไปได้ หากอากาศดีท้องฟ้าเปิดเราสามารถชมวิวจากตึกนี้ได้ไกลถึง 80 กิโลเมตรเลยทีเดียว การชมวิวจากตึกแห่งนี้พิเศษตรงที่มีส่วนที่เรียกว่า The Edge เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวอาคาร 3 เมตร เพื่อการชมวิวโดยเฉพาะตรงส่วนนี้ต้องจ่ายเงิน 12 ดอลลาร์ แลกกับการชมวิวสวยๆซึ่งซื้อได้ที่ชั้น 88 แอบกระซิบนิดหนึ่งว่า มีกฎห้ามถ่ายรูปจากมุม The Edge แต่เขาจะขายรูปพร้อมกรอบในราคา 15 ดอลลาร์

วิวจากด้านบนเราจะได้เห็นแม่น้ำยาร่าห์(Yarra)ที่วางตัวทอดผ่านเมืองเมลเบิร์น แทรกแซมด้วยสีเขียวของต้นไม้จากสวนBirrarung Marrรวมไปถึงสนามเทนนิสที่ใช้ในการแข่งขัน Australian Open และ Rod Laver Arenaด้วย หากใครอยากชมวิวสวย ๆ เมื่อมีโอกาสไปเยือนเมลเบิร์นก็สามารถคลิกชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eurekaskydeck.com.au

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Infinitive และ Gerund

Written by akiautumn on September 11th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

ในบทความก่อนนี้เราได้พูดถึงกริยาที่ตามด้วย infinitive และ gerund ครับ ซึ่งจะเห็นว่ามีเงื่อนไขการใช้ที่แตกต่างกัน และในบทความครั้งนี้เราจะมาดูคำที่สามารถตามได้ด้วย infinitive และ gerund ครับ

 

Verb with infinitive และ gerund สำหรับคำเหล่านี้สามารถใช้ได้ทั้ง 2 วิธี แต่จะทำให้ความหมายหรือใจความของประโยคนั้นแตกต่างกันนะครับ

try

to + v-infinitive

+ v-ing

พยายามทำอะไรอย่างหนึ่ง

พยายามลงมือทำอะไรใหม่ๆ

Susan tries to write an article for a magazine.

ซูซานพยายามที่จะเขียนบทความสำหรับนิตยสาร

Susan tries writing an article for a magazine.

ซูซานลองเขียนบทความสำหรับนิตยสาร

 

stop

to + v-infinitive

+ v-ing

หยุดการกระทำหนึ่งเพื่อที่จะทำอย่างอื่น

หยุดการกระทำนั้น

They stopped to work for a break.

พวกเขาหยุดทำงานเพื่อไปเบรก

They stopped working after hearing the alarm.

พวกเขาหยุดทำงานหลังจากได้ยินเสียงกริ่ง

forget

to + v-infinitive

+ v-ing

ลืมในสิ่งที่จะทำ

ลืมว่าทำสิ่งนั้นไปแล้ว

I forget to bring my textbook.

ฉันลืมไปว่าต้องเอาหนังสือเรียนมาด้วย

I forget bringing my textbook.

ฉันลืมไปว่าฉันเอาหนังสือเรียนมาด้วย

remember

to + v-infinitive

+ v-ing

จำได้ว่าจะทำอะไร

จำได้ว่าทำสิ่งนั้นไปแล้ว

I remember to bring my textbook.

ฉันจำได้ว่าต้องเอาหนังสือเรียนมาด้วย

I remember bringing my textbook.

ฉันจำได้ว่าฉันเอาหนังสือเรียนมาด้วย

 

นอกจากจะมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันโดยเฉพาะในการใช้คำกริยาซ้อนกันในประโยคเดียวถึง 2 วิธีซึ่งจะใช้สลับกันไม่ได้ แต่ก็มีคำบางคำที่สามารถใช้ได้ทั้งสองวิธีเพียงแต่ความหมายและใจความของประโยคก็จะแตกต่างกันด้วยครับ อย่างไรก็ดีพยายามศึกษาและจดจำข้อแตกต่างไว้ก็ไม่เป็นปัญหาในการใช้แล้วครับ

 

 

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก2

Written by jintana on September 10th, 2014. Posted in บทความ

มารีนา เบย์แซนด์

เลยมาอีกนิดทางตอนใต้ของทวีปตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเรา ประเทศเล็กๆที่หลายคนสนใจท่องเที่ยวในช่วงวันพักร้อนนั่นคือประเทศสิงคโปร์นั่นเอง ประเทศนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยดูสะอาดตา บ้านเมืองที่เป็นระเบียบทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายมีความสุขและรู้สึกปลอดภัยทุกย่างก้าว

ประเทศสิงคโปร์นับว่าเป็นอีกประเทศที่มีอาคารบ้านเรือนและตึกมากมาย มารีนา เบย์แซนด์ (Marina Bay Sands) ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะเวียนดื่มด่ำกับความหรูหราและสะดวกสบายของที่นี้ สถานที่แห่งนี้เป็นโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูและดีที่สุดในประเทศสิงคโปร์ มีความสูง 55 ชั้น แบ่งเป็น 3 อาคาร ที่มีรูปร่างคล้ายกับการกรีดไพ่ 3 สำรับ ภายในตัวอาคารจะมีห้องพักทั้งหมด 2,561 ห้อง ที่สามารถชมวิวของอ่าว มารีนา เบย์ และเมืองสิงคโปร์ที่ไม่มีวันหลับใหลได้อย่างสวยงามจากทุกมุม อีกทั้งยังถูกตกแต่งภายในต่างกันไปถึง 18 แบบ และห้องพักสุดหรูอีก 230 ห้อง ที่เพียบพร้อมทั้งบริการในด้านต่าง ๆ

จุดเด่นของที่นี้คงไม่พลาดไม่ได้กับสวนลอยฟ้าแซนด์สกายพาร์ค (Sands Sky Park)ที่ถูกจัดให้มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบไม่มีขอบ มีความลึก 150 เมตร ซึ่งหากมองจากด้านบนจะสามารถเห็นวิวได้ 360องศา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่สร้างสรรค์และชาญฉลาด สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นที่ 57 ของ มารีนา เบย์แซนด์ มีพื้นที่กว้างกว่า 12,400 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยต้นไม้และไม้ประดับรวม 900 ต้น พักจากสวนลอยฟ้าแล้วมาต่อกันที่มารีนา เบย์แซนด์ คาสิโน (Marina Bay Sands Casino) ตั้งอยู่ตรงข้ามของอาคาร เป็นตึกที่ตกแต่งอย่างสุดหรูเอาใจนักพนัน รวมการพนันทุกชนิด เช่น รูเล็ตต์ แบล็คแจ็ค บาคาร่า ไฮโลว์ และตู้สล็อต ไว้ในที่เดียวกันนอกจากนั้นยังเอาใจนักช็อปปิ้งด้วยโซน เดอะชอปส์ (The shoppes) ด้วยหลากหลายแบรนด์ดังเช่น Louis Vuitton, Chanel, Gucci, Hermes, Prada เป็นต้น

สถานที่นี้เป็นอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักไม่ควรพลาด เพราะการันตีได้ว่าคุณจะดื่มด่ำกับบรรยากาศของที่นี้จนลืมความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้น การพักผ่อนในเมืองที่ไม่มีวันหลับใหลอย่างสิงคโปร์คงไม่มีที่ไหนดีเกิน มารีนา เบย์แซนด์อีกแล้ว

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก1

Written by jintana on September 8th, 2014. Posted in บทความ

เซี่ยงไฮ้ เวิร์ด ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์

หลายบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงหอคอยชื่อดังหลายๆ ที่กันไปบ้างแล้ว ล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องโลกเกือบทุกคนไม่ควรพลาด มาถึงบทความเรายังไม่เหนื่อยกับการตามหาตึกสูงระฟ้ามาให้ทุกคนได้รู้จักกัน คราวนี้จะพาทุกคนไปพบกับความหวิวหวิวของวิวบนยอดตึกที่สูงในแถบเอเชียแปซิฟิกที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากไปเยือน

เริ่มกันที่เซี่ยงไฮ้ เวิร์ด ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์(The Shanghai World Financial Center – SWFC) ตึกแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนออกแบบและลงทุนสร้างโดยรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น แรกเริ่มนั้นตึกนี้ถูกออกแบบให้เป็นทรงกลม แต่รัฐบาลจีนในตอนนั้นไม่พอใจเนื่องจากเหมือนการเอาธงชาติญี่ปุ่นมาวางไว้บนแผ่นดินจีน ตึกจึงถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ให้เป็นรูปร่างลักษณะคล้ายที่เปิดขวด ดูจากชื่อตึกแล้วก็คงทราบกันดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักการเงินของหลายประเทศ และภายในยังประกอบไปด้วยโรงแรม ร้านค้า ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า และจุดชมวิว นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดการประชุม สัมมนา หรือนิทรรศการระดับโลกอีกด้วย

ความสูงของตึกนี้ประมาณ 492 เมตร หรือ 101 ชั้น ใช้เสาเข็ม 2,271 ต้นตอกลึกจากพื้นดินประมาณ 70 เมตร นอกจากนั้นตึกยังถูกออกแบบให้มีลูกตุ้มหนัก 150 ตัน ถ่วงอยู่ทั้งสองข้างบนชั้นที่ 90 เพื่อเพื่อป้องกันการแกว่งตัวและการสั่นสะเทือนของตัวตึกจากแรงกระทำจากลมและช่องรูปสีเหลี่ยมคางหมูเพื่อลดแรงกระทบของลมกับหลังคาตึก จุดชมวิวของที่นี้มี 3 ระดับด้วยกัน ตั้งแต่ชั้นที่ 94 , 97 และ 100 ซึ่งราคาในแต่ละชั้นก็แตกต่างกันออกไปคือ 100, 110 และ 150 หยวน ตามลำดับชั้นความสูง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หอนาฬิกาลอนดอนสุดคลาสสิก3

Written by jintana on July 10th, 2014. Posted in บทความ

หอนาฬิกาลอนดอนสุดคลาสสิก3

หน้าปัดนาฬิกาแห่งนี้ถูกออกแบบโดยออกุสตุส ปูจิน (Augustus Pugin)ตัวหน้าปัดทำด้วยโครงเหล็กขนาด 7×7 เมตร และถูกประดับด้วยกระจก 576 ชิ้นอย่างสวยงาม ความยาวของเข็มนาฬิกายาว – สั้น 4.3 เมตร และ 2.7 เมตร ตามลำดับ หน้าปัดประดับด้วยลายทองอย่างวิจิตรงดงาม ส่วนใต้หน้าปัดนั้นมีการสลักเป็นข้อความภาษาละตินว่า DOMINESALVAM FAC REGINAM NOSTRAM VICTORIAM PRIMAMซึ่งแปลว่า “โอ้ พระเจ้าข้า จงประทานความปลอดภัยให้พระนางวิกตอเรีย ด้วยเถิด”

ความเที่ยงตรงของนาฬิกามีชื่อเสียงอย่างมาก ถูกออกแบบโดยเอ็ดมุนด์เบ็กเกตต์ เดนิสัน (EdmundBeckett Denison) และถูกสร้างขึ้นโดยเอ็ดเวิร์ด จอห์น เดนต์ (EdwardJohn Dent)ซึ่งกลไกภายในนั้นถูกสร้างเสร็จก่อนตัวหอถึง 4 ปี จึงทำให้มีเวลาที่จะทดสอบความแม่นยำ เอ็ดมุนด์ เดนิสัน เลือกใช้กลไกแบบอาศัยแรงโน้มถ่วง (gravity escapement)ประกอบด้วยลูกตุ้มและตัวขับลูกตุ้ม(escapement) บรรจุในกล่องกันลมอย่างดีและเก็บอยู่ที่ใต้ห้องนาฬิกา แทนการใช้กลไกแบบลูกตุ้มแกว่งไม่หยุด(deadbeat escapement) ซึ่งสึกหรอง่าย เพราะลูกตุ้มยังแกว่งแม้เฟืองจะล็อกแล้ว

เฟืองของนาฬิกาทั้งหมดตั้งอยู่บนโต๊ะ ซึ่งขอบโต๊ะจะสลักลายทองว่า THIS CLOCK WAS MADE IN THE YEAR OF OUR LORD 1854 BY FREDERICK DENT OF THE STRAND AND THE ROYAL EXCHANGE CLOCKMAKER TO THE QUEEN, FROM THE DESIGNS OF EDMUND BECKETT DENISON Q.C.”(” นาฬิกาเรือนนี้สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2397 (ค.ศ. 1854) โดยเฟรเดอริกเดนต์ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย โดยการออกแบบของเอ็ดมุนด์เบ็กเกตต์ เดนิสัน”)

 

หอนาฬิกาลอนดอนสุดคลาสสิก2

Written by jintana on July 8th, 2014. Posted in บทความ

หอนาฬิกาลอนดอนสุดคลาสสิก2

บิ๊กเบน มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า หอเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Tower)ซึ่งเป็นชื่อของหอเซนต์สตีเฟนหอแห่งหนึ่งในพระราชวังที่ถูกใช้เป็นทางเข้าไปอภิปรายในสภา ปัจจุบันหอไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

ปัจจุบันหอนาฬิกาบิ๊กเบนไม่ใช่หอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะถูกหอนาฬิกาอัลเลน แบร็ดเลย์
(Allen-Bradley Clock Tower) ของรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา แย่งอันดับโลกไปเนื่องจากหน้าปัดอันใหญ่ยักษ์ แต่ความคลาสสิกของระฆังบิ๊กเบนก็เอาชนะด้วยการตีระฆังบอกเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่อันเลน แบร็ดเลย์ไม่มี ทำให้หอนาฬิกาบิ๊กเบนยังคงเป็นหอนาฬิกาที่มีการตีบอกเวลาที่ใหญ่สุดระดับโลก

บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับต้นเสียงของหอนาฬิกากลางกรุงลอนดอนแห่งนี้ นั่นก็คือเจ้าระฆังใบยักษ์ที่มีชื่อว่า บิ๊กเบน(Bigben) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหาระฆัง (The Great Bell)ทำการหล่อครั้งแรกโดยวอร์เนอร์ออฟคริปเปิลเกต (Warner’s of Cripplegate) เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2399 มีน้ำหนัก 14.5 ตัน

เจ้ามหาระฆังจะตีเป็นโน้ตเสียง ลา ส่วนระฆังอื่น ๆ จะตีเสียงโน้ตซอลสูงฟาสูง มี และที ตามลำดับ ก่อนที่ระฆังใบนี้จะสร้างเสร็จได้ถูกค้อนตีแตกเมื่อตอนแขวนอยู่ในพระราชอุทยานพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ และได้ทำการหล่อใหม่โดยบริษัทระฆังไวต์แชพเพล (Whitechapel Bell Foundry) คราวนี้มีน้ำหนักเพียง 13.76 ตันเท่านั้น และถูกนำไปแขวนที่บริเวณช่องลมของหอนาฬิกาเมื่อปี พ.ศ