Posts Tagged ‘แปลภาษา’

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

Written by jintana on October 16th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

ที่ผ่านมาเราหยิบยกเทศกาลไหว้พระจันทร์และเทศการกินเจของชาวจีนมาให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น บทความนี้เราเลยหยิบเทศกาลของเพื่อนบ้านเราในอาเซียนมาแนะนำให้รู้จักกัน

เริ่มกันที่ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่เหนือจากเราแบบมีแม่น้ำโขงกั้นไว้อยู่ คือ ประเทศลาวนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ววัฒนธรรมและประเพณีของลาวจะคล้ายคลึงกับไทยมาก เนื่องจากมีเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ในอดีตที่ผ่านมาใกล้เคียงกัน เทศกาลสำคัญของลาวที่เราอาจจะได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นคือ วันชาติลาว (Laos Nation Day) วันชาติลาวมีจุดเริ่มต้นจากการประกาศเอกราชต่อประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2495 และเป็นวันสถาปนาชาติลาวเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้น ๆ ว่าสปป.ลาว และอีกหนึ่งวันสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ งานบุญนมัสการพระธาตุหลวง (That Luang Festival) เป็นอีกงานบุญที่สำคัญของชาวลาว ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ในงานวันนี้ชาวบ้านจะนิยมจัดขบวนแห่ปราสาทผึ้ง ต้นกัลปพฤกษ์ และดอกไม้ธูปเทียนรอบองค์พระธาตุหลวง 3 รอบ ซึ่งในวันดังกล่าวประชาชนจะมารวมตัวกันที่พระธาตุหลวง ในกรุงเวียงจันทร์เพื่อจัดงานนี้

ถัดมาอีกนิดทางตะวันตกของบ้านเราก็จะมีเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมาร์ เรียกได้ว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานเช่นกัน ประเพณีที่เราอาจเคยเห็นตามรายการสารคดีท่องเที่ยวที่มีงานฉลององค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Ceremony) ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันงานฉลองนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ชาวพม่าจะมานั่งสวดมนต์รอบเจดีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน และอีกงานหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองมายาวนานอย่างพม่าคือวันวีรชน (Martyr’ Day) ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ นายพล ออง ซาน (บิดาของนาง ออง ซาน ซูจี) ถูกลอบสังหาร ชาวพม่าจึงยกย่องให้ท่านเป็นวีรบุรุษในการเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ ชาวพม่าจึงใช้วันนี้เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองของตนเอง

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

งานเลี้ยงแม่ไก่!?

Written by akiautumn on October 15th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครั้ง ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับคำว่า A Hen’s Party กันครับ แล้วคำนี้คืออะไรล่ะ? ถ้าให้ความหมายตามที่ตาเห็นล่ะก็คำนี้จะหมายถึง ‘งานเลี้ยงแม่ไก่’ แต่เอ๊ะ! มันคืออะไร? ทำจะต้องเป็นงานเลี้ยงของแม่ไก่ล่ะ? อย่างไรก็ดีสำหรับคำว่า ‘a hen’s party’ นั้นหมายถึง a party for women only หรือa party held for a woman who is about to get married เป็นงานเลี่ยงที่จัดโดยมีแต่ผู้ร่วมงานเป็นผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานเลี้ยงที่จะจัดเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้หญิงที่กำลังจะมีพิธีมงคลสมรส หรือ เอาง่ายๆ ก็คล้ายงานเลี้ยงสละโสดของสาวๆ นั้นล่ะ

 

Laura: Hi, Linda! I and friends got a hen’s party planning for you tonight. Are you available?

ลอร่า: ไง ลินดา ฉันกับเพื่อนๆ มีแผนงานเลี้ยงสละโสดสำหรับเธอคืนนี้ เธอสะดวกไหม?

Linda: Of course, that sounds nice. I’m looking forward to that tonight.

ลินดา: แน่นอน มันฟังดูเยี่ยมมาก ฉันจะตั้งหน้าตั้งตาคอยว่าคืนจะมีอะไรบ้างนะ

Laura: I guarantee you will be too much fun.

ลอร่า: ฉันรับประกันว่าเธอจะต้องสนุกมากแน่ๆ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นในหลายๆ ประเทศอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า a hen’s party แต่จะใช้คำว่า a hen’s night หรือ a hen’s do แทน ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันครับ และอาจจะรวมไปถึงความหมายที่ว่า เป็นคืนที่ผู้หญิงออกไปเที่ยวกันในเมือง มีแต่เฉพาะพวกผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น

ทั้งนี้ยังมีคำอื่นๆ อีกที่จะใช้เพื่อความหมายของงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น อาทิ a bachelorette party ซึ่งจะนิยมใช้กันที่ สหรัฐ และ แคนนาดา หรือ a girls’ night out และ a kitchen tea ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ล่ะภูมิภาค

 

และสำหรับงานเลี้ยงสละโสดสำหรับผู้ชายนั้นจะใช้คำว่า ‘A Stag’s Party’ ซึ่งแต่เริ่มเดิมทีจะใช้คำว่า ‘a bachelor party’ ซึ่งจะคล้ายกับงานเลี้ยงของผู้หญิงที่ว่า ‘อาทิ a bachelorette party’ ทั้งนี้เองงานเลี้ยงของผู้ชายก็มีคำที่ใช้มากมายแล้วแต่ภูมิภาคเช่นกัน เช่น stag’s night และ stag’s do ทั้งนี้ในประเทศออสเตรเลียจะใช้คำว่า a buck’s night

Reference: Wiktionary, Usingenglish.com, Urbandictionary.com

ศีลอดของชาวจีน (จบ)

Written by jintana on October 14th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน (จบ)

ปิดท้ายเรื่องราวของเทศกาลกินเจของชาวจีนด้วยประโยชน์ของการกินเจและการกินเจอย่างถูกวิธี แน่นอนว่าการรับประทานผักเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายอยู่แล้ว และยิ่งกว่านั้นการคำนึงผลดีผลเสียของอาหารที่รับประทานเข้าไปก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ร่างกายมีความสมดุลผลคือสุขภาพก็จะดีทั้งกายและใจ

ประโยชน์การของรับประทานอาหารเจด้านโภชนาการบางคนอาจยังไม่วางใจเรื่องของโปรตีนที่ร่างกายไม่ได้รับในช่วงรับประทานเจ แต่ความจริงแล้วมีโปรตีน10 ชนิดที่อยู่ในถั่วซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของอาหารเจ ได้แก่ไลซีนกลูตามีน ซิสตีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วาลีน อิสติดีน ช่วยบำรุงสมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาท ทรีโอนีนทริปโตเฟน จำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร และสร้างเม็ดเลือด อาร์จีนีน
ฟีนายอะลานีน  และเมทิโอนีน
จำเป็นในการสร้างอสุจิ สร้างฮอร์โมนไทรอกซีนในต่อมไทรอยด์ และขับของเสียจากตับ ขจัดสารพิษในร่างกาย ตามลำดับ

การกินเจนั้นกระทำได้ 2 แบบคือ การกินเป็นกิจวัตร ครบทั้ง 3มื้อในทุกวัน และ การกินเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเป็นเวลา 9วัน 9 คืน จะมีชื่อเรียก คือ ชิวอิกชิวยี่ ชิวซา ชิวสี่ ชิวโหงวชิวลัก ชิวฉิกชิวโป๊ย และชิวเก้าผู้ที่กินเจจะต้องทำบุญที่เรียกว่า ซาลักเก้า โดยการนำนำโหงวก้วยหรือซาก้วย ผลไม้ 5 หรือ 3 อย่างมาไหว้ในวัน ชิวซา ชิวลัก ชิวเก้า ซึ่งผลไม้ที่นิยมก็คือ ส้ม(ไต้กิก) แปลว่า โชคดี องุ่น(พู่ท้อ) แปลว่า งอกงาม สับปะรด(อั้งไล้) แปลว่า มีโชค และกล้วย แปลว่า การมีทายาทไว้สืบสกุล                ศีลอดของชาวจีนนั้นไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการอดเนื้อสัตว์ เพื่อไม่เบียดเบียนชีวิตของเพื่อนร่วมโลก การถือศีลเพื่อครองตนให้อยู่ในศีลธรรม เป็นการชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจในช่วงเทศกาลกินเจ หรือบางคนยึดถือกระทำตลอดชีวิตก็เป็นสิริมงคลอย่างมากเช่นกัน

ศีลอดของชาวจีน

Written by jintana on October 10th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน

คงไม่มีใครไม่รู้จักการถือศีลอด ศีลอดที่เรารู้จักกันดีเป็นเทศกาลของชาวมุสลิม เพื่อให้รับรู้ถึงความอดอยากของคนที่ขาดแคลน แต่ศีลอดของชาวจีนนั้น คือการงดเว้นเนื้อสัตว์และของที่เป็นพิษต่อร่างกาย การงดเนื้อสัตว์ก็เหมือนเป็นการละชีวิตไม่เบียดเบียนอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข ชาวจีนถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณีเรียกว่า เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ หรือเทศกาลกินเจเดือนเก้า หรือเก้าอ๊วงเจ/กิวอ๊วงเจ ที่จะกระทำกันในทุกวัน  1 ค่ำ เดือน 9 ถึง 9 ค่ำเดือน 9 เป็นระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งนอกจากการงดเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ยังรวมไปถึงการศีล ละเว้นจากโลกียวัตรทั้งหลาย ชาวจีนนั้นจะถือว่าการคือการชำระล้างกายและใจให้สะอาดทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานคำว่า เจ ในภาษาจีนแปลว่า “ อุโบสถ ” กินเจจึงมีความหมายว่า การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เช่นเดียวกับการรักษาศีล 8 แต่การถือศีล8 ของชาวพุทธฝ่ายมหายานนั้นไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนำมาซึ่งการกินเจที่งดเนื้อสัตว์ เรียกว่าการถือศีลกินเจ ในภาษาจีนมีคำว่าโป๊ยกวนแจไก่ (八關齋戒)แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ ซึ่งก็คือ “ศีล 8” นั่นเองในวันพระคนไทยสมัยก่อนจะไปอาราธนาศีลแปดจากพระสงฆ์ภายในพระอุโบสถ จึงเรียกศีลแปดว่า “ อุโบสถศีล ”

เทศกาลกินเจก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีตำนานเล่าขานมายาวนานมากถึง 7 ตำนาน โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า7พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรือเทพเจ้าทั้งเก้าองค์ หรือดาวนพเคราะห์ทั้งเก้านั้นเอง พิธีกรรมนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องปณิธานการกินเจ โดยการงดของคาวด้วยการสมาทานศีล 3 ข้อ ได้แก่

1.เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตตน

2.เว้นจากการเอาเลือดของสัตว์มาเพิ่มเลือดตน

3.เว้นจากการเอาเนื้อของสัตว์มาเป็นเนื้อตน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เทศกาลของดวงจันทร์ (จบ)

Written by jintana on September 28th, 2014. Posted in บทความ

การไหว้พระจันทร์

มาถึงบทส่งท้ายเรื่องราวของเทศกาลไหว้พระจันทร์ สังเกตได้ว่าเรื่องราวของเทศกาลนี้จะเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าและผู้หญิง อีกทั้งดวงจันทร์เป็นตัวแทนของหยิน ซึ่งตรงกันข้ามกับเพศชายที่เป็นหยาง ในอดีตจึงนิยมให้ผู้หญิงเป็นคนไหว้เท่านั้น แต่ปัจจุบันนิยมไหว้กันทั้งหญิงและชาย

แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเทศกาลนี้คือ ขนมไหว้พระจันทร์ (Moon Cake) ขนมชนิดนี้แต่ก่อนนิยมทำเฉพาะไส้ธัญพืชมีรสหวาน แต่ความนิยมก็แปรเปลี่ยนตามกาลเวลาทำให้สอดไส้แปลกใหม่ขึ้นมา เช่น หมูหยอง หมูแฮม เป็นต้น ที่มีรสเปรี้ยวหรือเค็มแล้วแต่วัตถุดิบที่ใช้ทำ นอกจากนั้นการไหว้พระจันทร์ก็ยังมีผลไม้และเครื่องสำอางด้วย ชาวจีนบางบ้านนั้นจะทำพิธีกันบนดาดฟ้า ซึ่งจะจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง จัดต้นอ้อยเป็นซุ้มสวยงาม ประกอบไปด้วยธูปเทียน กระดาษเงิน-ทอง เงินตราจีน โคมไฟและของเซ่นไหว้ต่าง ๆ

ขั้นตอนการไหว้พระจันทร์แบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงเช้า จะทำพิธีไหว้เจ้าตามปกติ แต่มีการเพิ่มขนมไหว้พระจันทร์ ขนมโก๋และขนมเปี๊ยะ  ต่อมาจะทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ จัดของเหมือนการไหว้บรรพบุรุษตามปกติ พิเศษขนมสามอย่างเหมือนการไหว้เจ้า และเพิ่มผลไม้ด้วย ขั้นตอนสุดท้ายจะไหว้เจ้าแม่ในตอนค่ำ ของเซ่นไหว้จะประกอบไปด้วย ของคาว อาหารเจ ขนม ผลไม้ เครื่องดื่ม กระดาษเงิน-ทอง เนี้ยเก็งโป๊ยเซียนตี่เอี๊ยกระดาษเงิน-ทองแบบสวยงามของไหว้พิเศษอื่นๆ และธูป 3 ดอกหรือบางบ้านจะนิยมใช้ธูปดอกใหญ่ดอกเดียว

ไม่การไหว้พระจันทร์จะทำขึ้นเพราะเหตุผลทางประวัติศาสตร์หรือตำนานความเชื่อที่เล่าต่อกันมา แต่เทศกาลนี้ก็สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่กระทำต่อเนื่องกันแบบรุ่นต่อรุ่นได้บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเทพกับมนุษย์ที่คล้ายว่าจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน เป็นอีกสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะผ่านพ้นไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

เทศกาลของดวงจันทร์(ต่อ)

Written by jintana on September 26th, 2014. Posted in บทความ

ฉังเอ๋อ

ประวัติการกำเนิดขนมไหว้พระจันทร์นั้นยังไม่มีตำนานใดกล่าวแน่ชัดว่ากำเนิดมาจากสิ่งใด แต่ชาวจีนเมื่อครั้งโบราณกาล เชื่อว่าการไหว้พระจันทร์เป็นการสักการะบูชานางในดวงจันทร์ ซึ่งตำนานได้กล่าวไวว่านางกินยาอายุวัฒนะเข้าไปแล้วกลายไปเป็นนางฟ้าผู้มีจิตใจดีงามอยู่บนดวงจันทร์ตำนานมีชื่อเล่าขานกันว่า ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์

เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า โฮ่วอี้ ผู้เก่งกล้าสามารถเรื่องการยิงธนู ที่สามารถยิงธนูขึ้นฟ้าดวงอาทิตย์ตกลงมาทั้งหมดเก้าดวงดวง จากที่มีมากถึงสิบดวง เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษของชาวเมืองเพียงข้ามวัน เพราะการทำลายดวงอาทิตย์สิบดวงที่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวเมืองต่อจากนั้นประชาชนยกย่องให้เขาได้กลายเป็นกษัตริย์ครองเมือง

แต่ด้วยเพราะความละโมบและลุ่มหลงในอำนาจเงินทอง ทำให้เขากลายเป็นกษัตริย์ผู้โหดเหี้ยมเข็ญฆ่าชาวบ้านชาวเมือง ทำให้เมืองต้องตกอยู่ในความทุกข์ยากอีกครั้ง เท่านั้นยังไม่พอเขายังต้องการเป็นอมตะ โดยการตามหายาอายุวัฒนะจากเจ้าแม่หวังหมู่ที่ภูเขาคุนหลุน ส่วนภรรยานามว่า ฉังเอ๋อ ไม่เห็นด้วยกับการที่สามีของตนจะเป็นอมตะ เพราะนางคิดว่าหาก โฮว่อี้ เป็นอมตะชาวบ้านชาวเมืองจะต้องเดือนร้อนเพราะเขาเป็นแน่ นางเลยตัดสินใจกินยานั่นเสียเอง แต่ทันทีที่นางกลืนยาลงคอ ก็ได้เกิดปาฏิหาริย์ทำให้นางเหาะเหินขึ้นฟ้าไปเป็นนางฟ้าผู้มีจิตใจดีงามอยู่บนดวงจันทร์

เรื่องราวของการกำเนิดเทศกาลไหว้พระจันทร์มีมากมายหลายตำนาน แต่ทุกตำนานก็จะปรากฏนางฟ้าผู้มีจิตใจงดงามราวกับแสงจันทร์อยู่ด้วย จึงสรุปได้คร่าวๆว่า ชาวจีนนั้นนิยมไหว้พระจันทร์ในวันดังกล่าวก็เพื่อเป็นการบูชาเทพยดาบนท้องฟ้า และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ รวมไปถึงการเป็นกุศโลบายให้คนในครอบครัวมารวมกันอีกด้วย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

 

เทศกาลของดวงจันทร์

Written by jintana on September 24th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลของดวงจันทร์

ความเชื่อของคนเราต่างกันออกไปตามลักษณะภูมิประเทศและวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านพ้นไปนานเท่าใดสิ่งเหล่านั้นก็ยังคงหล่อหลอมกลายเป็นเสน่ห์ของการดำรงชีวิตของคนกลุ่มนั้น ๆ ในประเทศของเราก็มีความเชื่อที่ถูกทอดถ่ายต่อกันมาเป็นประเพณีมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ เทศกาลไหว้พระจันทร์

คนไทยเชื้อสายจีนคงเข้าใจดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในวันนี้ แต่ก็คงมีไม่กี่คนที่จะทราบถึงความเป็นมาได้อย่างถ่องแท้ บทความนี้เราจึงตั้งใจพาทุกคนมาทำความรู้จักเทศกาลนี้ให้ดียิ่งขึ้น เทศกาลไหว้พระจันทร์จะตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง วัฒนธรรมนี้ชาวจีนสืบทอดต่อกันมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยว

ย้อนเวลากลับไปสมัยมองโกลยึดครองจีน พ.ศ.1911 ทหารมองโกเลียจะถูกส่งให้ไปอยู่บ้านของชาวจีนทุกครอบครัว แต่แล้วเมื่อถึงวันไหว้พระจันทร์ ชาวจีนผู้หนึ่งได้ทำขนมไหว้พระจันทร์แต่สอดไส้กระดาษเขียนข้อความให้ฆ่าทหารมองโกเลีย ซึ่งทหารก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะนึกว่าเป็นประเพณีที่ต้องทำประจำ เมื่อถึงเวลาไหว้พระจันทร์ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ชาวบ้านได้ทำขนมมาแลกกัน ทำให้แผนการนี้สำเร็จและทำให้จีนเป็นเอกราชจากมองโกลเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ชาวจีนนิยมบริโภคขนมไหว้พระจันทร์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองการกอบกู้เอกราชจากมองโกลอีกทั้งความหมายของขนมชนิดนี้ยังหมายถึงความกลมเกลียวและปรองดองของคนในครอบครัว สังเกตได้จากรูปทรงของขนมที่จะทำให้กลมและคล้ายพระจันทร์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เมืองท่าน่าเที่ยวที่เกาะไต้หวัน (จบ)

Written by jintana on September 22nd, 2014. Posted in บทความ

เกาสง

เรื่องราวของเมืองท่าแห่งนี้ก็ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายแล้วค่ะ บทความก่อนเราพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวนิยมของเมืองนี้ แต่บทความนี้เราจะมาเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของที่นี้

เริ่มกันที่การคมนาคมทางน้ำที่ไม่น่าแปลกเพราะอย่าลืมว่าที่นี้เป็นเมืองท่าระดับโลกก็ย่อมมีการคมนาคมที่เป็นที่ยอมรับอยู่ในอันดับของโลกเช่นกัน ท่าเรือน้ำลึกของที่นี้สามารถให้เรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตันจำนวน 34 ลำเทียบท่าจอดพร้อมกันได้ เพราะเหตุนี้เองทำให้ปริมาณการขนส่งสินค้าต่อปีของเมืองเกาสงอยู่ที่อันดับ 4 ของโลกรองจาก ฮ่องกง สิงคโปร์และเนเธอร์แลนด์ลงน้ำแล้วมาเหินฟ้ากันต่อที่การคมนาคมทางอากาศสะดวกอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เพราะสายการบินประเทศเรามีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ – เกาสง และ เกาสง – เชียงใหม่ ไม่ต้องห่วงความสะดวกเรื่องการเดินทางเพื่อมาเยือนเมืองท่าแห่งนี้

เกาสงเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่งที่ชาวต่างชาติและชาวไต้หวันเองนิยมมาศึกษาเล่าเรียน เนื่องจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของไต้หวันนั้น นอกจากที่เมืองหลวงอย่างไทเปแล้วก็มีที่นี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษาหรือบางครั้งอาจจะมากกกว่าเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากสถานศึกษาของที่นี้จะเปิดสอนในสาขาวิชาที่หลากหลายกว่าที่ไทเปจึงทำให้นักศึกษานิยมตัดสินใจมาเรียนที่นี้แทนที่การเรียนในไทเปเพื่อให้ได้ในสาขาที่ตนเองต้องเอง

มาถึงบรรทัดนี้คงต้องถามคำถามเดิมว่าไต้หวันน่าเที่ยวไหม คิดว่าหลายคนเมื่อรู้เกี่ยวกับเมืองนี้มากขึ้นแล้วอาจตัดสินใจมาเที่ยวหรือมากกว่านั้นอาจจะมาเล่าเรียนที่นี่เลยก็เป็นได้ ต้องยอมรับว่าประเทศไม่ใหญ่อย่างไต้หวันก็มีเมืองหนึ่งซ่อนตัวเป็นมนต์เสน่ห์ที่น่าค้นหาให้เราอยากลิ้มลองมาเยือนเกาสงสักครั้ง

 

 

เมืองท่าน่าเที่ยวที่เกาะไต้หวัน (ต่อ)

Written by jintana on September 20th, 2014. Posted in บทความ

ทะเลสาบดอกบัว

เมืองท่าแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่างที่บอกว่าเกาสงนั้นเป็นเมืองท่าติดทะเล จึงทำให้วิวทิวทัศน์ยอดนิยมส่วนใหญ่ก็อยู่ใกล้ๆกับทะเล เริ่มกันที่ อ่าวซีจึวัน (Sizih Bay) ได้รับความนิยมเพราะหาดทรายที่สวยงามสะอาดตาทอดตัวยาวเคียงคู่กับทะเล แน่นอนว่านักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันช่วงฤดูร้อนในยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับลาขอบฟ้าสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งที่มีความโรแมนติกไม่แพ้ริมชายหาดประเทศไหน ทั้งยังเป็นหนึ่งในแปดความงามของประเทศไต้หวัน นอกจากนั้นไอศกรีมรสเลิศที่ท่าเรือข้ามฟากกู่ซานยังเป็นของยอดนิยมเมื่อมาเยือนอีกด้วย

ขึ้นไปทางตอนเหนือของเมืองเกาสงแวะเวียนไปชมทะเลสาบดอกบัว(Lotus lake)สถานที่ขึ้นชื่ออีกที่หนึ่งของไต้หวันที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ และมีความเชื่อกันว่าหากใครได้ลอดปากมังกรหินแล้วออกทางปากเสือจะช่วยปัดเป่าความโชคร้ายกลายเป็นดีได้ สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยวัดของลัทธิต่างๆ อยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบ ส่วนทางใต้จะมีเจดีย์มังกรและเสือ กระโจมฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมที่นี้คือเมื่อแดดร่มลมตกเพราะแสงอาทิตย์จะตกกระทบผืนน้ำเป็นเงาสะท้อนกลับสวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก

หากใครที่รักแสงสียามค่ำคืนนั้นพลาดไม่ได้กับแม่น้ำอ้ายเหอ (Lover River) ความจริงแล้วแม่น้ำแห่งนี้คือ คลองแต่มันมีขนาดใหญ่กว้างจนคนที่นี้เรียกติดปากกันว่าเป็นแม่น้ำ คลองสายนี้ไหลผ่านตัวเมืองเกาสงทำให้ละแวกนี้เป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน นั่งพักฟังเพลงเพราะๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองเกาสงใกล้ๆกันก็มีตึก 85 Skytower (高雄85大樓)ซึ่งสามารถเข้าไปชมวิวแม่น้ำสายนี้จากบนตึกได้อย่างเต็มตาเต็มใจอีกด้วย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เมืองท่าน่าเที่ยวที่เกาะไต้หวัน

Written by jintana on September 18th, 2014. Posted in บทความ

Kaohsiung

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าไต้หวันมีอะไรน่าเที่ยว เพราะนอกจากข่าวเรื่องการไปทำงานของแรงงานชาวไทยแล้วก็ไม่ค่อยเห็นสื่อด้านการท่องเที่ยวมากนัก เราจึงอยากนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของประเทศนี้ เกริ่นนำสักนิดว่าเกาะไต้หวันหรือสาธารณรัฐจีน เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเกาะ มีเนื้อที่ประมาณ 36,000 ตร.กม. และยังคงถูกปกครองโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่แยกเป็นเอกเทศจากจีน

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะไต้หวันนั้นมีมากมาย แต่สำหรับบทความบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ
เมืองเกาสง (Kaohsiung 高雄) เมืองที่มีเสน่ห์อีกเมืองหนึ่งที่ได้รับการการันตีจากชาวไทยที่นั้นว่าน่าท่องเที่ยวและเป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ เกาสงเหมือนเป็นทางผ่านของการคมนาคมขนส่งเพราะเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ติด 1 ใน 10 อันดับของโลก ทำให้เกาสงไม่เงียบเหงาเท่าไรนัก สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อีกทั้งยังมีสถานศึกษาที่คนไทยหลายคนก็นิยมมาเล่าเรียนที่นี้ บางคนถึงขั้นไม่อยากกลับเนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบาย นักศึกษาที่เรียนที่เมืองนี้สามารถโดยสารรถไฟความเร็วสูง รถไฟใต้ดิน หรือรถประจำทาง ได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเกือบทุกสถานีจะเชื่อมต่อกันหมด หรือใครอยากจะปั่นจักรยานก็ยังมีทางจักรยานที่สะดวกและไม่อันตรายเหมือนบ้านเราให้ อีกทั้งยังสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟใต้ดินได้อีกด้วย ส่วนเรื่องจักรยานหากใครไม่มี เมืองนี้มีจักรยานให้เช่ายืม แต่มีข้อแม้ว่าไม่ว่าจะปั่นไปไกลแค่ไหนก็ต้องนำมันกลับมาไว้ที่เดิม

การเดินทางรอบเมืองที่สะดวกสบายมันช่างตอบโจทย์ได้ดีสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองมนต์เสน่ห์แห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมส่วนใหญ่เป็นจุดชมวิว และด้วยความที่เป็นเมืองท่าก็ต้องมีทะเลให้เราอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพอันสวยงามของที่นี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)