Posts Tagged ‘แปลภาษาเกาหลี’

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on March 4th, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีระดับต้น 4

โครงสร้างประโยคมีความเป็นมากที่ผู้เรียนจะต้องทำความเข้าใจในการเรียนภาษา เนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญในทักษะต่าง ๆของการเรียนภาษานั้น ๆ ลักษณะโครงสร้างประโยคในภาษาเกาหลีที่ผู้เรียนทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ตามตำราก็แบ่งอย่างเข้าใจได้ง่ายเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่

  1. ประธาน + ภาคแสดง

ตัวอย่าง : 텔레비전이비쌉니다.: โทรทัศน์แพง

  1. ประธาน + กรรม + ภาคแสดง

ตัวอย่าง : 동생은태국어를공부합니다. : น้องเรียนภาษาไทย

  1. ประธาน + หน่วยเสริม + ภาคแสดง

ตัวอย่าง : 아버지는의사가아니다. : พ่อไม่ได้เป็นหมอ

  1. ประธาน + กรรมรอง + กรรมตรง + ภาคแสดง

ตัวอย่าง : 동생은중학교에서태국어를공부합니다. : น้องเรียนภาษาไทยที่โรงเรียนมัธยม

 

จากด้านบนเราจะสังเกตได้ว่า ประธานหรือหัวเรื่องจะวางต้นประโยค และภาคแสดงจะวางท้ายประโยคเสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องจดจำอย่างยิ่ง นี่คือของโครงสร้างประโยคคร่าว ๆ ในภาษาเกาหลีที่หยิบยกเอามาให้ได้เรียนรู้กัน สำหรับบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวของ คำกริยา อย่าลืมติดตามกันนะคะ

 

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on March 2nd, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีระดับต้น

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับพยัญชนะและสระในภาษาเกาหลีกันไปแล้ว ต่อไปเราจะมาทำความรู้จักกับโครงสร้างประโยค และลักษณะประโยคในภาษาเกาหลีกันค่ะ

การเรียงประโยคของโครงสร้างประโยคในภาษาเกาหลีจะจบท้ายประโยคด้วยกริยา คือ ประธาน + กรรม + กริยา ซึ่งคำกริยาท้ายประโยคนั้นจะผันตามไวยากรณ์ต่าง ๆที่ให้ความหมายและโอกาสในการใช้ที่ต่างกันไป ส่วนประกอบของประโยคที่ไม่ใช่คำกริยานั้นสามารถสลับที่กันได้ เช่น

payok

จากตัวอย่างเราจะสามารถสลับตำแหน่งของกรรมตรง และกรรมรอง ส่วนประธานและกริยาจะอยู่เดิมได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on February 3rd, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

ในภาษาเกาหลีนั้นมีการประสมที่คล้ายคลึงหรืออาจจะเรียกได้ว่าเหมือนกันกับภาษาไทย เพียงแค่ภาษาเกาหลีมีพยัญชนะและสระที่น้อยกว่าเท่านั้น ตำราบางเล่มเขียนไว้ว่าการประสมคำของภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นตามตารางได้ดังนี้

ลำดับ ประเภทการประสมคำ ตัวอย่าง
1. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระ
2. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระ
3. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสม
4. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
5. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
6. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสมและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง

 

เสียงตัวสะกดในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 7 เสียง ซึ่งประกอบด้วยตัวสะกดเดี่ยวและคู่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการจดจำว่าตัวสะกดนั้น ๆ ออกเสียงอย่างไร แบ่งเสียงของตัวสะกดเมื่อเทียบกับมาตราตัวสะกดภาษาไทยได้ตามตางรางดังนี้

มาตราตัวสะกด ตัวสะกด เสียง ตัวอย่าง
กก ㄱ, ㅋ, ㄲ, ㄳ, ㄺ 옥อก, 부엌พู-อ็อก, 밖พัก,몫มก ,읽อิก
กน ㄴ, ㄵ, ㄶ 한ฮัน, 앉อัน, 많มัน
กด ㄷ,ㅅ,ㅈ,ㅊ,ㅌ,ㅎ,ㅆ 묻มุด, 옷อด, 잊อิด, 꽃กด, 좋ชด, 있อิด, 끝กึด
กล ㄹ, ㄼ, ㄽ, ㄾ, ㅀ 알อัล,  덟ดอล, 곬คล, 싫ซิล
กม ㅁ, ㄻ 곰คม, 젊ชอม
กบ ㅂ, ㅍ, ㅄ, ㄿ 입อิบ,앞อับ,없ออบ,밟พับ,  낦นับ
กง 강คัง

 

 

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

Written by jintana on February 1st, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการของ สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี นักภาษาศาสตร์บางคนจัดให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาตระกูลอัลไตอิก แต่บางกลุ่มคนนั้นให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาเอกเทศเนื่องจากการจัดตระกูลยังไม่เป็นยอมรับในวงกว้าง ทั่วโลกมีกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเกาหลีประมาณ 78 ล้านคน พบได้ในประเทศรัสเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น รวมไปถึงในสาธารณรัฐประชาชนจีนมณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี

อักษรเกาหลีถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยพระเจ้าเซจงมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โซชอน ในช่วงปี พ.ศ. 1961 ถึง พ.ศ. 1993 ตัวอักษรเกาหลีถูกเรียกว่า ฮันกึล (한글) มีความหมายว่า อักษรที่ยิ่งใหญ่ นอกจากตัวอักษรฮันกึลแล้ว ในภาษาเกาหลียังมีตัวอักษรจีนที่ถูกเรียกว่า ฮันจา (한자) ซึ่งมีความหมายตรงกับคำในภาษาจีน ต่างกันเพียงการออกเสียงเท่านั้น

อักษรภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 19 ตัว แบ่งเป็นพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว และพยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 21 ตัว แบ่งเป็นสระเดี่ยว 10 ตัว และสระประสม 11 ตัว แบ่งได้ตามตารางดังนี้

พยัญชนะเดี่ยว
คำอ่าน คียอก นีอึน ทีกึด รีอึน มีอึม พิอึบ ซีอด อีอึง ชีอึด ชี้อึด คี้อึด ที้อึด พี้อึด ฮี้อึด
พยัญชนะซ้อน
คำอ่าน ซังคียอก ซังทีกึด ซังพีอึบ ซังซีอด ซังชีอึด

 

สระเดี่ยว
คำอ่าน อา ยา ออ ยอ โอ โย อู ยู อือ อี
สระประสม
คำอ่าน แอ แย เอ เย เว วี วา แว วอ อูเว อึย

 

สระ ㅢ สามารถออกเสียงได้ 3 แบบ ได้แก่
1.ออกเสียง อึยเมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์แรกของคำ เช่น의사อ่านว่า อึย-ซา
2. ออกเสียง อี เมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์หลังของคำ เช่น예의 อ่านว่า เย-อี และเมื่ออยู่คู่กับพยัญชนะอื่นในพยางค์แรกหรือพยางค์หลังของคำ เช่น저희 อ่านว่า ชอ-ฮี, 희망 อ่านว่า ฮี-มัง
3. ออกเสียง เอ เมื่อมีความหมายว่า ของ เช่น동생의 อ่านว่า ทง-แซง-เอ

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

โซลทาวเวอร์ หอคอยแห่งรัก

Written by jintana on July 4th, 2014. Posted in บทความ

โซลทาวเวอร์

สถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยคุ้นเคยที่ต้องถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ประเทศเกาหลี คงพลาดไม่ได้กับที่นี่ นัมซาน โซลทาวเวอร์ (남산서울타워) หรือ N โซลทาวเวอร์ (N ย่อมาจาก นัมซาน)ที่บอกว่าหอคอยแห่งรัก ไม่ใช่เพราะสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักของใคร แต่เป็นหอคอยที่คู่รัก มักจะมาคล้องกุญแจบนหอคอย เป็นนัยว่า จะไม่พรากจากกัน และรักกันตลอดไป

หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขานัมซาน ในกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีทางตอนเหนือของประเทศ
ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเนินเขา หอคอยสูงจากฐานประมาณ 240 เมตร และประมาณ 480 เมตรจากพื้นดินเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนจะเห็นวิวแสงสียามค่ำคืนได้อย่างสวยงามสำหรับการขึ้นไปชมวิวบนหอคอยนี้มีสองทางให้เลือกค่ะ คือ รถรางไฟฟ้า และเดินขึ้นเขา แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน นอกจากจุดคล้องกุญแจสำหรับคู่รัก เหนือขึ้นไปข้างบนอีกจะมีจุดชมวิว 360 องศา ที่ต้องขึ้นลิฟต์ไปชม แต่ต้องเสียค่าลิฟต์ประมาณ 8,000 วอน ซึ่งเป็นราคาที่ไม่แพงมากสำหรับการชมวิวที่สวยงามข้างบน

นอกจากจุดชมวิวแล้ว ด้านล่างของหอคอยยังมี พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้(Teddy Bear Museum)ที่จำลองชีวิตของชาวเกาหลีในอดีตด้วยตุ๊กตาหมีเท็ดดี้หากใครชื่นชอบในตุ๊กตาหมีไม่ควรพลาดค่ะ สำหรับการเดินทางการเดินทางมาที่โซลทาวเวอร์มี 2 วิธี

วิธีแรกคือขึ้นรถโดยสารประจำทางมี 3 สายค่ะ ลงป้ายนัมซันทาวเวอร์ ราคาประมาณ 850 -950 วอน นั่งได้ตั้งแต่ 08:00 – 24:00น.

วิธีสองคือการขึ้นนัมซานเคเบิลคาร์ เป็นกระเช้าลอยฟ้า แต่วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาเดินประมาณ 10 -15 นาที จากรถไฟใต้ดินสายสีฟ้า ราคาค่าโดยสารของเคเบิลคาร์ประมาณราคา ผู้ใหญ่ :8,000 วอน
เด็ก:ราคา 5,000 วอน เปิดบริการตั้งแต่ 10:00 – 23:00น.

ชมวิวปูซานที่อุทยานยงดูซาน2

Written by jintana on July 2nd, 2014. Posted in บทความ

ชมวิวปูซานที่อุทยานยงดูซาน1

อุทยานยงดูซานหรือสวนสาธารณะยงดูซาน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปูซาน เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนกันมาชมนับว่าเป็น 1ใน 3 ของภูเขายอดนิยมในเกาหลี จุดเด่นของที่นี้คงจะเป็นอนุสรณ์ของแม่ทัพอีซุนซินผู้บัญชาการทหารที่ดีที่สุดในสมัยราชวงศ์โชซอน (1392 – 1910) และปูซาน
ทาวเวอร์ที่เป็นจุดชมวิวเมืองปูซานได้อย่างทั่วถึง

ยงดูซาน มาจากลักษณะของภูเขาที่คล้ายหัวมังกรหันหน้าออกไปยังฝั่งทะเล มีความหมายแฝงว่า ป้องกันและกำจัดศัตรูที่มาจากทะเลนั่นเอง จุดเริ่มต้นของการสร้างสถานที่แห่งนี้เป็นสวยสาธารณะมาจากในช่วงสงครามเกาหลีประชาชนได้อพยพมายังที่แห่งนี้ สร้างบ้านเรือนที่พักอาศัยมากมายและเคยถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ถึงสองครั้งจนต้นไม้โล่งเตียน จึงมีความคิดจะปลูกต้นไม้ขึ้น

พื้นที่ของอุทยานกว้างราว 69,000 ตารางเมตร มีพืชนานาพรรณกว่า 70 สายพันธุ์ ให้เราได้ชื่นชม นอกจากนี้ยังมีอาคารอนุสรณ์เพื่อลำรึกถึงเหยื่อในสงครามเกาหลี ,ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นในยุคล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น ,อนุสาวรีย์ของนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาลในเหตุการณ์ปฏิวัติ 4.19และพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีอีกด้วย

ชมวิวปูซานที่อุทยานยงดูซาน1

Written by jintana on June 30th, 2014. Posted in บทความ

ชมวิวปูซานที่อุทยานยงดูซาน2

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักอุทยานยงดูซาน (용두산공원) เราไปรู้จักเมืองปูซานกันก่อนดีกว่าค่ะ
ปูซานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้มีภูมิประเทศติดทะเลแวดล้อมไปด้วยหุบเขา เกาะแก่ง ชายหาดและธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากโซล อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 450 กิโลเมตร ปูซานมีประชากรราว 3.65 ล้านคน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับในเกาหลีมากมาย และมีชื่อเสียงในด้านการจัดเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ที่จะมีขึ้นทุกปี นอกจากนี้ปูซานยังเคยเป็นเจ้าภาพงานเอเซียนเกมส์และฟุตบอลโลกในปี 2002 อีกด้วย

เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์ตรงติดทะเล เหมาะสำหรับใครที่ชอบบรรยากาศริมชายหาด เดินเล่นรับลมทะเล แต่ต้องไปให้ถูกฤดูกาล ซึ่งฤดูกาลที่เหมาะสมคือ ใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง เป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะจะได้อากาศอุ่น ๆกับสถานที่ท่องเที่ยว เช่น เกาะเชจูที่อยู่ทางใต้ของชายฝั่งทะเลปูซาน, หาดแฮอึนแด,น้ำพุร้อนดงเนเป็นน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 55 องศาเซลเซียส, ป้อมปราการสองพันปีคุมจองเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเกาหลี, วัดโพโมซาเป็นวัดเก่าแก่ของเกาหลีอยู่บนเชิงเขาด้านตะวันออกของภูเขาคุมจอง เป็นต้น

ที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองปูซาน ลี่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเยือนที่เมืองนี้แล้วคือ ปูซานทาวเวอร์ในตั้งอยู่ในอุทยานยงดูซาน หรือสวนสาธารณะยงดูซาน ที่สามารถชมเมืองปูซานได้อย่างสวยงามที่ให้เป็นอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเมื่อมาที่เมืองนี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หมู่บ้านฝรั่งเศสในเกาหลี

Written by jintana on June 1st, 2014. Posted in บทความ

หมู่บ้านฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอีกที่หนึ่งที่คนมาเยือนเกาหลีพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับของวรรณกรรมเยาวชนฝรั่งเศสอย่าง เจ้าชายน้อย หรือ Le Petit Prince ของ อ็องตวน เดอแซ็งแตกซูว์เปรี นักเขียนชาวฝรั่งเศส เจ้าชายน้อยนับเป็นผลงานของเขามีชื่อเสียงมากที่สุดและถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 190 ภาษา มียอดจำหน่ายกว่า 80 ล้านเล่มทั่วโลก

เป็นทีทราบกันดีว่า หากมาเยือนที่เกาะนามิแล้วจุดหมายต่อไปที่อยู่ห่างกันเพียงแค่ 10 กิโลเมตรนั่นคือ หมู่บ้านฝรั่งเศสหรือ Petite France(쁘띠프랑스프랑스문화마을)แรงบันดาลใจของที่นี้คือวรรณกรรมชื่อดังเจ้าชายน้อย สถาปัตยกรรมอาคารต่าง ๆ จะถูกออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับหมู่บ้านชาวนาแถบเทือกเขาแอลป์ แถมเขายังการันตีว่าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆที่นำมาตกแต่งนั้นนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ได้กลิ่นอายของฝรั่งเศสแบบแท้ ๆ

หมู่บ้านแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาโฮมีซานและทะเลสาบซอนพยองโฮ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆสมชื่อ Le Petiteที่แปลเป็นไทยว่า เล็กน่ารัก สีสันสวยงามเหมาะกับการเดินไป นั่งไป ถ่ายรูปไปชิลล์ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก นอกจากนั้นยังมีส่วนนิทรรศการเล็ก ๆ แสดงผลงานของ อ็องตวน เดอแซ็งแตกซูว์เปรี ชื่อว่าLe Saint-Exupery Memorial Hallไว้ให้แฟนคลับเจ้าชายน้อยได้ชมกันอีกด้วย เพิ่มเติมบรรยากาศให้น่าเที่ยวนานๆด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านน้ำหอมขนาดเล็ก อีกทั้งสวนดอกไม้ที่ออกดอกตามฤดูกาลต่าง ๆ แต่บางคนชอบมาเยือนที่นี้ช่วงฤดูหนาว เพราะมีหิมะตกได้บรรยากาศประเทศฝรั่งเศสไปอีกแบบหนึ่ง

เกาะความทรงจำแห่งรัก

Written by jintana on May 18th, 2014. Posted in บทความ

เกาะนามิ

เกาะนามิ (남이섬: นามิซอม) ตั้งอยู่ในเมืองชุนซอน ในเขตจังหวัดคังวอน ซึ่งห่างจากกรุงโซลประมาณ 63 กิโลเมตรไปทางตะวันออก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1  ชั่วโมง สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชองพยอง ลักษณะภูมประเทศเป็นพื้นที่ราบขนาด 460,000 ตารางเมตร

เกาะแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายพล นามิ ผู้นำชัยชนะจากการปราบกองกำลังกบฏในปีที่ 13 ของกษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน บริเวณภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยวัยเพียง 26 ปี แต่หลังจากนั้นเมื่อเปลี่ยนรัชกาลกลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏจึงได้รับโทษประหารชีวิต พร้อมทั้งมารดาและพวกรวม 25คน เมื่อเปลี่ยนรัชกาลอีกครั้ง ข้อหาดังกล่าวได้ถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ จึงมีการคืนบรรดาศักดิ์ให้ดังเดิม

เกาะแห่งนี้ติดอันดับสถานที่ที่โรแมนติกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยบรรยากาศของฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เกาะแห่งนี้โด่งดังมาจากซีรีย์ Winter Love Song หรือ Winter Sonata หรือเรื่อง“เพลงรักในสายลมหนาว” นั้นเอง และยังเป็นสถานที่ถ่ายละครเกือบทุกวันอีกด้วย  นอกจากใบไม้ที่เปลี่ยนสีแล้ว จุดชมวิวที่พลาดไม่ได้คือ ทิวสนที่ทอดตัวยาวจนสุดลูกหูลูกตา ทำให้ผู้มาเยือนอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพสวยงามไว้เป็นความทรงจำ รวมไปถึงรูปปั้นเท่าขนาดคนจริงของนักแสดงชื่อดังอย่าง เบยองจุน และ  แชงจีอู พระนางจากซีรีย์เพลงรักในสายลมหนาว

นอกจากนั้นยังมีร้านกาแฟ ของที่ระลึก แกลเลอรี่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ให้เราได้เยี่ยมชมอีกด้วยหลังจากเดินทัวร์เกาะนามิเสร็จ เราสามารถขึ้นแท็กซี่ต่อจากที่ท่าเรือไปเที่ยว Petite France หรือหมู่บ้านเจ้าชายน้อยค่าแท็กซี่ราว 18,000 วอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

กุมโด : วิถีแห่งดาบสไตล์แดนกิมจิ

Written by teeranun on January 12th, 2014. Posted in บทความ

กุมโด

กุมโด (Kumdo) เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ดาบของเกาหลี โดยได้รับอิทธิพลมาจากเคนโด (Kendo) ของญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นได้นำมาเผยแพร่ในเกาหลีหลังจากที่ยึดครองเกาหลีได้ในปี ค.ศ. 1909 และบังคับให้เคนโดเป็นศิลปะการต่อสู้ที่นักเรียนเกาหลีจะต้องเรียน จนในช่วงปี ค.ศ. 1920 ก็ได้เกิดศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่ากุมโดขึ้นมา และเป็นที่นิยมของชาวเกาหลี

กุมโดกับเคนโดนั้นมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ กุมโดจะเน้นการรุกในทุกรูปแบบมากกว่าเคนโด ซึ่งเคนโดจะเน้นการโจมตีแบบรอจังหวะและเน้นการโจมตีเพียงทีเดียว ความนิยมโดยเน้นการโจมตีเพียงทีเดียวนี้เป็นที่นิยมในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) โดยเหตุผลที่กุมโดมีรูปแบบการโจมตีที่มากและเน้นการรุกเนื่องจากเป็นศิลปะการต่อสู้ที่พัฒนามาจากการรบจริงๆ

สำหรับเครื่องแต่งกายในการเล่นกุมโดกับเคนโดนั้น มีลักษณะเหมือนกัน ประกอบด้วยหมวก
(ฮอมเยียม : 호면) ชุดเกราะ (กัป : 갑) ถุงมือ (โฮวัน : 호환)  และดาบ (จุก-โต : 竹刀) เรียกรวมกันว่า โฮกุ (호구)อย่างไรก็ตาม ชุดเกราะของกุมโดจะสร้างเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สะดวก เพื่อรองรับการโจมตีเชิงรุกที่ต้องมีการขยับตัวมาก

นอกจากนี้ เทคนิคการรุกของกุมโด ยังได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการใช้ดาบของจีน ซึ่งผู้ที่ประยุกต์การใช้ดาบคาตานะให้เข้ากับศิลปะการต่อสู้ของจีนคือ นายพลฉี จี้กวงแห่งราชวงศ์หมิง (Qi Jiguang)

ปัจจุบัน มีหลายองค์กรที่ดูแลและควบคุมกุมโด เช่น สมาคม แท ฮัน กุม เอสเอ (The Tae Han Kum SA Association) สมาคมกุมโดแห่งเกาหลี (Korea Kumdo Association (KKA)) และ สมาคมกุมโดโลก (The World Kumdo Association (WKA))