Posts Tagged ‘แปลภาษาต่างๆ’

ดาบกัมปิลัน

Written by teeranun on October 15th, 2013. Posted in บทความ

ดาบกัมปิลัน

ดาบกัมปิลัน (kampílan) เป็นดาบยาวคมเดียว ที่ใช้ในแถบหมู่เกาะต่างๆในฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในเกาะมินดาเนา มีลักษณะที่สังเกตได้ชัดเจนคือมีปลายดาบที่กว้างกว่าโคนดาบ

ใบดาบกัมปิลันมีความยาวโดยเฉลี่ย 90-100 เซนติเมตร ถือว่าเป็นดาบที่มีขนาดใหญ่กว่าดาบรูปแบบอื่นๆในฟิลิปปินส์ ยกเว้นดาบปานาบัสซึ่งมีความยาวของใบดาบ 120 เซนติเมตร การตีใบดาบกัมปิลันจะใช้เทคนิคการตีเหล็กให้แผ่ออกจนเป็นใบดาบ

ด้ามจับมักจะทำจากไม้เนื้อแข็งที่หาได้ทั่วไป ส่วนดาบของผู้นำจะทำจากเงินหรือสิ่งมีค่าอื่นๆ เช่น งาช้างหรือกระดูก แล้วพันด้วยหวายหรือเชือกปอ หรือผ้ายันต์ต่างๆ เพื่อความขลังและกันลื่นเวลาใช้ ด้ามมักจะทำให้ยาวเพื่อการควบคุมน้ำหนักในการใช้ดาบ มีด้ามที่ทำเป็นรูปสัตว์กำลังอ้าปาก เช่น ตะกวด จระเข้ หรือพญานาค ในบางครั้งด้ามดาบจะประดับด้วยขนสัตว์หรือผมมนุษย์ มีฝักที่ทำจากไม้ และมีกระบังมือ นอกจากนี้ดาบกัมปิลันจะมีลักษณะเด่นคือมีการตกแต่งปลายดาบให้มีแฉกออก มักเรียกกันว่าดาบ 2 ปลาย

ดาบกัมปิลันเป็นดาบที่ใช้ในสงคราม โดยจะใช้ถือมือเดียวหรือถือสองมือก็ได้ มักจะเป็นดาบของผู้นำหรือนักรบเพื่อใช้ต่อสู้หรือล่าหัวมนุษย์ โดยมีบรรทุกว่าราชาแห่งมัคตันกับเหล่านักรบได้ใช้ดาบกัมปิลันสังหารชาวสเปนและเฟอร์ดินาน แมคเจนแลนในปี ค.ศ. 1521

 สำหรับส่วนต่างๆของดาบกัมปิลันในภาษาชาวมากุอินดาเนา และภาษาชาวมาราเนา มีดังนี้

– คมดาบ (ตุงโก : tungo ในภาษามากุอินดาเนา และ บาคุกัม : bakukum ในภาษามาราเนา)

– สันดาบ (กัลงัน : galngan ในภาษามากุอินดาเนา และ การานัง : garanang ในภาษามาราเนา)

 – ปลายดาบ (มุดชง : mudchong ในภาษามากุอินดาเนา และ โซกต : sokot ในภาษามาราเนา)

– กระบังมือ (ซัมปก : sampok ในภาษามากุอินดาเนา และ อัมพะ : ampa ในภาษามาราเนา)

– ด้ามจับ (ซุนดิ : sundi ในภาษามากุอินดาเนา  และ ซูอัง : sooang ในภาษามาราเนา)

พระเจ้ามหาธรรมราชาธิบดี : กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ตองอู

Written by teeranun on October 9th, 2013. Posted in บทความ

พระเจ้ามหาธรรมราชาธิบดี

หลายคนคงเคยชมภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัยกับพระนเรศวร หรือแม้แต่เคยเรียนประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยา ว่าเราเคยเสียกรุงครั้งที่ 1 ให้กับราชวงศ์ตองอูของพม่า ซึ่งชื่อกษัตริย์ของราชวงศ์นี้ที่เราคุ้นหูกันดี ก็จะมีพระเจ้าตะเบงชเวตี้ พระเจ้าบุเรงนอง และพระเจ้านันทบุเรง หลายคนมักคิดกันว่าเมื่อพระเจ้านันทบุเรงสิ้นพระชนม์แล้ว ราชวงศ์ตองอูก็ล่มสลายไปทันที ซึ่งจริงๆแล้วราชวงศ์นี้ได้สืบเชื้อสายเรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2295 ก่อนที่ราชวงศ์คองบองจะรวบรวมแผ่นดินพม่าได้เป็นหนึ่งเดียว โดยกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ตองอูมี
พระนามว่าพระเจ้ามหาธรรมราชาธิบดี

พระเจ้ามหาธรรมราชาธิบดีประสูติเมื่อ พ.ศ. 2257 ที่เมืองอังวะ ทรงเป็นบุตรลำดับที่ 5 และทรงเป็นบุตรชายลำดับที่ 4 ของพระเจ้ามังตนินคเวและฐิริมหามินคลเทวี ทรงได้รับเป็นรัชทายาทในปี พ.ศ. 2270 และขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2276 ที่เมืองอังวะ ในขณะนั้นกองทัพจากมณีปุระได้เข้ารุกรานและปล้นสะดมดินแดนพม่า และขุนนางพม่าได้เข้าปกครองเมืองพะโคซึ่งเป็นเมืองของชาวมอญที่กำลังอ่อนแอจากการรุกรานของมณีปุระ ซึ่งพม่าได้ปกครองชาวมอญอย่างทารุณ ทำให้ชาวมอญไม่พอใจและร่วมมือกับรัฐฉานขับไล่พม่าจากเมืองพะโค และให้สมิงทอพุทธกิตติเป็นกษัตริย์ครองเมืองพะโคในปี พ.ศ. 2283

เมืองอังวะถูกรุกรานจากมณีปุระอีกหลายครั้ง และชาวมอญจากพะโคก็ยังเข้ารุกรานเมืองแปรกับ
อังวะอีก แม้จะยึดทั้ง 2 เมืองนี้ไม่ได้ แต่ชาวมอญก็สามารถยึดเมืองตองอูไว้ได้ จนอุปราชเมืองแปรนามว่า
ตะโดมินขลวงกับพระอนุชาของพระเจ้ามหาธรรมราชาธิบดีต้องยกทัพไปรุกรานเมืองสิเรียมเพื่อขยายดินแดน แต่ยึดได้ไม่นานเมืองสิเรียมก็กู้เมืองคืนได้ จน พ.ศ. 2288 ชาวมอญก็สามารถยึดเมืองแปรได้

พ.ศ. 2290 พญาทะละได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งเมืองพะโค และสามารถยึดเมืองอังวะได้ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2295 ในคราวนั้นพระมหาธรรมราชาธิบดีทรงถูกชาวมอญนำพระองค์ไปคุมขังที่
เมืองพะโค และถูกปลงพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2297

ศิลปะภาษาสากลและเอกลักษณ์ของชาติต่างๆ

Written by warittha on August 9th, 2013. Posted in บทความ

 

ในหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ ต่างมีวัฒนธรรม ภาษา ความเป็นอยู่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถสื่อสารและเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยเอื้อนคำใด ๆ ออกมา นั่นคือ ศิลปะ แต่ละประเทศต่างก็มีงานศิลป์ที่สื่อถึงเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนของประเทศนั้น ๆ ซึ่งศิลปะถือว่าเป็นภาษาสากล ที่สามารถสื่อถึงอารมณ์ ความหมายและเรื่องราวต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไร เช่น ศิลปะในแบบอารยธรรมอาหรับ ซึ่งมีลวดลายบอกเล่าเรื่องราวโดยการผสมผสานตัวหนังสือและสีสันออกมาเป็นลวดลายตกแต่งประดับตามมัสยิด หรือ ลวดลายบนพรม รูปวาดต่างๆ ที่ผู้พบเห็นสามารถรู้ได้ว่า นี่คืออาหรับ  หรือ ลายไทย ซึ่งมีความงดงามอ่อนช้อย และ เป็นที่ชื่นชอบของต่างชาติ หรือ ศิลปะแบบตะวันตก ในหลาย ๆ ยุคที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และ สื่อความหมายเรื่องราวผ่านลายเส้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะรูปวาด หรือ งานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งต่างๆ ที่ยังคงนิยมอยู่ในปัจจุบัน

 

สาเหตุที่งานศิลปะสามารถสื่อสารบอกเล่าเรื่องราว และ วัฒนธรรม ของชาติต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมีตัวอักษรนั้น เหตุเพราะ ศิลปะถ่ายทอดออกมาจากจิตใจและความรู้สึกของจิตรกร หรือ ผู้รังสรรค์ผลงานชิ้นนั้น ๆ หรือ ถ่ายทอดเรืองราวต่าง ๆ ผ่านทางภาพวาด หรือ สิ่งก่อสร้าง  เช่น จิตรกรรมฝาผนังตามวัดของไทย  เรื่องราวของศาสนาคริสต์ตามโบสถ์ต่าง ๆ ทั่วโลก หรือ แม้แต่พระคัมภีร์อัลกุรอาน ตามมัสยิดต่างๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนความเป็นมาของศาสนา วัฒนธรรม ของชนชาตินั้น  ๆ หรือ งานศิลปะต่าง ๆ ที่มีการจัดแสดง เช่น จิตรกรรม ปะติมากรรม หรือ ภาพถ่าย ซึ่งผู้ที่สร้างผลงานถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกต่าง ๆ ผ่านผลงาน เพื่อให้ผู้ชมได้รับทราบถึงความหมายที่ต้องการสื่อผ่านชิ้นงานนั้น ๆ ดังนั้น ศิลปะจึงถือได้ว่าเป็นอีกสิ่งที่สามารถบอกเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละยุคสมัย มีความเป็นสากล และ เป็นสิ่งที่จรรโลงโลกใบนี้ให้มีความสวยงาม ไม่ว่าชาติไหน ๆ ต่างก็ต้องมีศิลปะในแบบของตนเองเพื่อคงไว้ถึงเอกลักษณ์ของตน