Posts Tagged ‘แปลภาษาจีน’

อารยธรรมจีน 2

Written by jintana on April 4th, 2015. Posted in บทความ

อารยธรรมจีน 2

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักอารยะรรมจีนโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์กันบ้างแล้ว มาถึงคราวของยุคประวัติศาสตร์กันบ้าง อารยธรรมจีนในยุคนี้หากจะแบ่งให้เห็นภาพอย่างชัดเจนเราอาจจะเอ่ยถึงราชวงศ์ของจีนที่มีอยู่มากมายเพื่อเป็นเส้นแบ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แบ่งได้เป็น 4 ช่วง

เริ่มกันที่ราชวงศ์ชางจนถึงสิ้นราชวงศ์โจว เป็นยุคประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ชางเป็นราชวงศ์แรกของจีน มีเมืองอันหยางเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม อีกทั้งยังขุดค้นพบหลักฐานการประดิษฐ์ตัวอักษรบนกระดูกสัตว์ เช่น กระดองเต่า เป็นต้น ศาสนานั้นยังคงเป็นความเชื่อในเทพเจ้าธรรมชาติและบูชาบรรพบุรุษ

ราชวงศ์โจวนั้นถือเป็นยุคทองของปัญญา เนื่องจากลัทธิขงจื๊อ เมิ่งจื๊อ เล่าจื๊อ และจวงจื๊อ ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้ อีกทั้งยังเริ่มมีแนวคิดด้านการปกครองเกิดขึ้น ซึ่งมีการเรียกกษัตริย์ว่า “โอรสแห่งสวรรค์” เชื่อกันว่าเป็นผู้รับมอบ “อาณัติแห่งสวรรค์” หรืออำนาจในการปกครองบ้านเมือง และยังมีการใช้ระบบศักดินาด้วย เมื่อมีความเชื่อในเรื่องลัทธิและศาสนามากขึ้นจึงส่งผลให้เริ่มมีการทำพิธีกรรมเกิดขึ้น เช่น พิธีการฝังศพ เป็นต้น

ยุคประวัติศาตร์สมัยจักรวรรดิ ราชวงศ์ที่ปกครองต่อจากโจว ก็คือ ราชวงศ์จิ๋นหรือฉิน แน่นอนว่าจักรพรรดิยิ่งใหญ่ผู้เลื่องชื่อนามว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ ต้องเป็นที่รู้จักของทุกคน เป็นผู้สร้างกำแพงเมืองจีน และยังเป็นกัษตริย์ที่มีสุสานใหญ่ที่สุด ในยุคนี้เริ่มมีการปกครองที่เข้มงวด เพราะมีความเชื่อว่ามนุษย์มีความชั่วร้าย และกิเลสตัณหา ต้องมีเครื่องมือควบคุมที่เรียกว่า กฎหมาย ตามหลักนิติธรรมหรือฟาเจียของ ซุนจื๊อ มีการยกเลิกระบบศักดินาและปราบปรามลัทธิขงจื๊อ เนื่องจากมีหลักความเชื่อที่ทำให้คนเกียจคร้าน

อารยธรรมจีน 1

Written by jintana on April 2nd, 2015. Posted in บทความ

a1

อย่างที่ทราบกันดีกว่าประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสามารถเล่าเรื่องราวหลากหลายเรื่องในอดีต ถ่ายทอดให้คนในยุคปัจจุบันได้เรียนรู้กันอย่างเต็มอิ่ม ความสวยงามของอารยธรรมจีนนั้น มีการเอ่ยถึงอยู่ทั่วไปอย่างแพร่หลาย ทำให้บางข้อมูลมีความบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังสับสนระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย เพราะเรื่องราวของประวัติศาสตร์จีนโบราณมักถูกนำมาใช้เป็นฉากของนวนิยายหลายเล่ม จนทำให้หลายคนอาจสับสนว่าเรื่องราวที่ตนเองทราบนั้นเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์จีนจริงหรือไม่

เริ่มด้วยยุคก่อนประะวัติศาสตร์ ถูกแบ่งออกเป็น 4 ยุค ได้แก่ ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่ และยุคโลหะ ชื่อยุคเหล่านี้อาจคุ้นหูกันดีสำหรับคนที่ศึกษาในเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ซึ่งมีรายละเอียดแบบย่อดังนี้

1.ยุคหินเก่า มีอายุประมาณ 1,700,000 ปี มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ปักกิ่งอายุประมาณ 500,000 ปี ที่ถ้ำโจวโขว่เตี้ยน ใกล้กรุงปักกิ่ง และมนุษย์หยวนโหม่ว ที่มณฑลยูนนาน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

2.ยุคหินกลาง มีอายุประมาณ 10,000 – 6,000 ปี สมัยที่มนุษย์ยังไม่มีการสร้างถิ่นฐานถาวร มีการขุดพบเครื่องใช้ ถ้วยชาม หินสับและหัวธนู

3.ยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ 6,000 – 4,000 ปี มนุษย์เริ่มมีการสร้างถิ่นฐานเป็นชุมชน สร้างบ้าน เลี้ยงสัตว์ ทอผ้า และมีการทำเครื่องใช้ดินเผาและมีการเขียนลวดลายอย่างสวยงาม ในยุคนี้สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มวัฒนธรรม คือ วัฒนธรรมหยางเชา และวัฒนธรรมหลงชาน

4.ยุคโลหะ มีอายุประมาณ 4,000ปี เป็นยุคที่เริ่มนำเอาโลหะ ได้แก่ ทองแดง และสำริดมาทำเป็นเครื่องใช้ภาชนะต่าง ๆ เช่น กระจกเงา กระถาง เป็นต้น งานส่วนใหญ่นั้นสวยงามและมีขนาดใหญ่พบมากช่วงราชวงศ์ชาง และราชวงศ์โจว

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

Written by jintana on October 16th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

ที่ผ่านมาเราหยิบยกเทศกาลไหว้พระจันทร์และเทศการกินเจของชาวจีนมาให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น บทความนี้เราเลยหยิบเทศกาลของเพื่อนบ้านเราในอาเซียนมาแนะนำให้รู้จักกัน

เริ่มกันที่ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่เหนือจากเราแบบมีแม่น้ำโขงกั้นไว้อยู่ คือ ประเทศลาวนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ววัฒนธรรมและประเพณีของลาวจะคล้ายคลึงกับไทยมาก เนื่องจากมีเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ในอดีตที่ผ่านมาใกล้เคียงกัน เทศกาลสำคัญของลาวที่เราอาจจะได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นคือ วันชาติลาว (Laos Nation Day) วันชาติลาวมีจุดเริ่มต้นจากการประกาศเอกราชต่อประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2495 และเป็นวันสถาปนาชาติลาวเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้น ๆ ว่าสปป.ลาว และอีกหนึ่งวันสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ งานบุญนมัสการพระธาตุหลวง (That Luang Festival) เป็นอีกงานบุญที่สำคัญของชาวลาว ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ในงานวันนี้ชาวบ้านจะนิยมจัดขบวนแห่ปราสาทผึ้ง ต้นกัลปพฤกษ์ และดอกไม้ธูปเทียนรอบองค์พระธาตุหลวง 3 รอบ ซึ่งในวันดังกล่าวประชาชนจะมารวมตัวกันที่พระธาตุหลวง ในกรุงเวียงจันทร์เพื่อจัดงานนี้

ถัดมาอีกนิดทางตะวันตกของบ้านเราก็จะมีเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมาร์ เรียกได้ว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานเช่นกัน ประเพณีที่เราอาจเคยเห็นตามรายการสารคดีท่องเที่ยวที่มีงานฉลององค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Ceremony) ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันงานฉลองนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ชาวพม่าจะมานั่งสวดมนต์รอบเจดีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน และอีกงานหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองมายาวนานอย่างพม่าคือวันวีรชน (Martyr’ Day) ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ นายพล ออง ซาน (บิดาของนาง ออง ซาน ซูจี) ถูกลอบสังหาร ชาวพม่าจึงยกย่องให้ท่านเป็นวีรบุรุษในการเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ ชาวพม่าจึงใช้วันนี้เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองของตนเอง

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

ศีลอดของชาวจีน (ต่อ)

Written by jintana on October 12th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน (ต่อ)

ธงตัวอักษรแดงพื้นเหลือง สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคล และสีเหลืองเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนาส่วนตัวอักษรจีนนั้นออกเสียงว่า ไจ หรือ เจ แปลว่า ของไม่มีคาว ธงเจที่เราเห็นได้ทั่วไปตามเทศกาลกินเจเหมือนเป็นเครื่องหมายเตือนใจพุทธศาสนิกชนที่ถือศีลกินเจนั้น ตั้งตนอยู่ในถือศีลธรรมอันดีงามครบ 9 วัน 9 คืน ตามกำหนด

การรับประทานอาหารในช่วงกินเจนั้นมีข้อห้ามต่าง ๆดังนี้

– งดเนื้อสัตว์ หรือการทำร้ายสัตว์

– งด เนย นม น้ำมันจากสัตว์

– งดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก เป็นต้น

– งดผักที่มีกลิ่นฉุน ที่มีผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายและทำให้ธาตุในร่างกายไม่ปกติตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์ โบราณของจีนได้แก่กระเทียม รวมทั้งหัวและต้นกระเทียม มีผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ และธาตุไฟในร่างกาย รวมไปถึงคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารเพราะจะทำให้ระคายเคืองได้หัวหอม    หมายถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมใหญ่  มีผลเสียต่อการทำงานของไตและธาตุไฟในร่างกายหลักเกียวเป็นกระเทียมจีนลักษณะคล้ายกระเทียมโทนแต่ยาวกว่า มีผลเสียต่อการทำงานของม้ามและธาตุไฟในร่างกายกุยช่ายมีผลเสียต่อการทำงานของตับและธาตุไฟในร่างกายใบยาสูบ     หมายถึง บุหรี่ ยาเส้น และของเสพติดมึนเมา มีผลเสียต่อการทำงานของปอด และธาตุไฟในร่างกาย

นอกจากนี้การทำทานแก่ผู้ยากไร้ในช่วงเทศกาลกินเจก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมกระทำกัน หากครอบครัวใดที่เคร่งครัดพิธีกรรมนี้มากก็จะจุดตะเกียงไว้เก้าดวง และดูแลไม่ให้ดับตลอดทั้งการกินเจทั้งเก้าวัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ศีลอดของชาวจีน

Written by jintana on October 10th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน

คงไม่มีใครไม่รู้จักการถือศีลอด ศีลอดที่เรารู้จักกันดีเป็นเทศกาลของชาวมุสลิม เพื่อให้รับรู้ถึงความอดอยากของคนที่ขาดแคลน แต่ศีลอดของชาวจีนนั้น คือการงดเว้นเนื้อสัตว์และของที่เป็นพิษต่อร่างกาย การงดเนื้อสัตว์ก็เหมือนเป็นการละชีวิตไม่เบียดเบียนอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข ชาวจีนถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณีเรียกว่า เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ หรือเทศกาลกินเจเดือนเก้า หรือเก้าอ๊วงเจ/กิวอ๊วงเจ ที่จะกระทำกันในทุกวัน  1 ค่ำ เดือน 9 ถึง 9 ค่ำเดือน 9 เป็นระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งนอกจากการงดเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ยังรวมไปถึงการศีล ละเว้นจากโลกียวัตรทั้งหลาย ชาวจีนนั้นจะถือว่าการคือการชำระล้างกายและใจให้สะอาดทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานคำว่า เจ ในภาษาจีนแปลว่า “ อุโบสถ ” กินเจจึงมีความหมายว่า การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เช่นเดียวกับการรักษาศีล 8 แต่การถือศีล8 ของชาวพุทธฝ่ายมหายานนั้นไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนำมาซึ่งการกินเจที่งดเนื้อสัตว์ เรียกว่าการถือศีลกินเจ ในภาษาจีนมีคำว่าโป๊ยกวนแจไก่ (八關齋戒)แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ ซึ่งก็คือ “ศีล 8” นั่นเองในวันพระคนไทยสมัยก่อนจะไปอาราธนาศีลแปดจากพระสงฆ์ภายในพระอุโบสถ จึงเรียกศีลแปดว่า “ อุโบสถศีล ”

เทศกาลกินเจก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีตำนานเล่าขานมายาวนานมากถึง 7 ตำนาน โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า7พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรือเทพเจ้าทั้งเก้าองค์ หรือดาวนพเคราะห์ทั้งเก้านั้นเอง พิธีกรรมนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องปณิธานการกินเจ โดยการงดของคาวด้วยการสมาทานศีล 3 ข้อ ได้แก่

1.เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตตน

2.เว้นจากการเอาเลือดของสัตว์มาเพิ่มเลือดตน

3.เว้นจากการเอาเนื้อของสัตว์มาเป็นเนื้อตน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เมืองท่าน่าเที่ยวที่เกาะไต้หวัน (ต่อ)

Written by jintana on September 20th, 2014. Posted in บทความ

ทะเลสาบดอกบัว

เมืองท่าแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่างที่บอกว่าเกาสงนั้นเป็นเมืองท่าติดทะเล จึงทำให้วิวทิวทัศน์ยอดนิยมส่วนใหญ่ก็อยู่ใกล้ๆกับทะเล เริ่มกันที่ อ่าวซีจึวัน (Sizih Bay) ได้รับความนิยมเพราะหาดทรายที่สวยงามสะอาดตาทอดตัวยาวเคียงคู่กับทะเล แน่นอนว่านักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันช่วงฤดูร้อนในยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับลาขอบฟ้าสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งที่มีความโรแมนติกไม่แพ้ริมชายหาดประเทศไหน ทั้งยังเป็นหนึ่งในแปดความงามของประเทศไต้หวัน นอกจากนั้นไอศกรีมรสเลิศที่ท่าเรือข้ามฟากกู่ซานยังเป็นของยอดนิยมเมื่อมาเยือนอีกด้วย

ขึ้นไปทางตอนเหนือของเมืองเกาสงแวะเวียนไปชมทะเลสาบดอกบัว(Lotus lake)สถานที่ขึ้นชื่ออีกที่หนึ่งของไต้หวันที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ และมีความเชื่อกันว่าหากใครได้ลอดปากมังกรหินแล้วออกทางปากเสือจะช่วยปัดเป่าความโชคร้ายกลายเป็นดีได้ สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยวัดของลัทธิต่างๆ อยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบ ส่วนทางใต้จะมีเจดีย์มังกรและเสือ กระโจมฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมที่นี้คือเมื่อแดดร่มลมตกเพราะแสงอาทิตย์จะตกกระทบผืนน้ำเป็นเงาสะท้อนกลับสวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก

หากใครที่รักแสงสียามค่ำคืนนั้นพลาดไม่ได้กับแม่น้ำอ้ายเหอ (Lover River) ความจริงแล้วแม่น้ำแห่งนี้คือ คลองแต่มันมีขนาดใหญ่กว้างจนคนที่นี้เรียกติดปากกันว่าเป็นแม่น้ำ คลองสายนี้ไหลผ่านตัวเมืองเกาสงทำให้ละแวกนี้เป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน นั่งพักฟังเพลงเพราะๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองเกาสงใกล้ๆกันก็มีตึก 85 Skytower (高雄85大樓)ซึ่งสามารถเข้าไปชมวิวแม่น้ำสายนี้จากบนตึกได้อย่างเต็มตาเต็มใจอีกด้วย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เมืองท่าน่าเที่ยวที่เกาะไต้หวัน

Written by jintana on September 18th, 2014. Posted in บทความ

Kaohsiung

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าไต้หวันมีอะไรน่าเที่ยว เพราะนอกจากข่าวเรื่องการไปทำงานของแรงงานชาวไทยแล้วก็ไม่ค่อยเห็นสื่อด้านการท่องเที่ยวมากนัก เราจึงอยากนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของประเทศนี้ เกริ่นนำสักนิดว่าเกาะไต้หวันหรือสาธารณรัฐจีน เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเกาะ มีเนื้อที่ประมาณ 36,000 ตร.กม. และยังคงถูกปกครองโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่แยกเป็นเอกเทศจากจีน

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะไต้หวันนั้นมีมากมาย แต่สำหรับบทความบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ
เมืองเกาสง (Kaohsiung 高雄) เมืองที่มีเสน่ห์อีกเมืองหนึ่งที่ได้รับการการันตีจากชาวไทยที่นั้นว่าน่าท่องเที่ยวและเป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ เกาสงเหมือนเป็นทางผ่านของการคมนาคมขนส่งเพราะเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ติด 1 ใน 10 อันดับของโลก ทำให้เกาสงไม่เงียบเหงาเท่าไรนัก สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อีกทั้งยังมีสถานศึกษาที่คนไทยหลายคนก็นิยมมาเล่าเรียนที่นี้ บางคนถึงขั้นไม่อยากกลับเนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบาย นักศึกษาที่เรียนที่เมืองนี้สามารถโดยสารรถไฟความเร็วสูง รถไฟใต้ดิน หรือรถประจำทาง ได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเกือบทุกสถานีจะเชื่อมต่อกันหมด หรือใครอยากจะปั่นจักรยานก็ยังมีทางจักรยานที่สะดวกและไม่อันตรายเหมือนบ้านเราให้ อีกทั้งยังสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟใต้ดินได้อีกด้วย ส่วนเรื่องจักรยานหากใครไม่มี เมืองนี้มีจักรยานให้เช่ายืม แต่มีข้อแม้ว่าไม่ว่าจะปั่นไปไกลแค่ไหนก็ต้องนำมันกลับมาไว้ที่เดิม

การเดินทางรอบเมืองที่สะดวกสบายมันช่างตอบโจทย์ได้ดีสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองมนต์เสน่ห์แห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมส่วนใหญ่เป็นจุดชมวิว และด้วยความที่เป็นเมืองท่าก็ต้องมีทะเลให้เราอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพอันสวยงามของที่นี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

ชมวิวจากตึกในเอเชียแปซิฟิก1

Written by jintana on September 8th, 2014. Posted in บทความ

เซี่ยงไฮ้ เวิร์ด ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์

หลายบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงหอคอยชื่อดังหลายๆ ที่กันไปบ้างแล้ว ล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องโลกเกือบทุกคนไม่ควรพลาด มาถึงบทความเรายังไม่เหนื่อยกับการตามหาตึกสูงระฟ้ามาให้ทุกคนได้รู้จักกัน คราวนี้จะพาทุกคนไปพบกับความหวิวหวิวของวิวบนยอดตึกที่สูงในแถบเอเชียแปซิฟิกที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากไปเยือน

เริ่มกันที่เซี่ยงไฮ้ เวิร์ด ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์(The Shanghai World Financial Center – SWFC) ตึกแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนออกแบบและลงทุนสร้างโดยรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น แรกเริ่มนั้นตึกนี้ถูกออกแบบให้เป็นทรงกลม แต่รัฐบาลจีนในตอนนั้นไม่พอใจเนื่องจากเหมือนการเอาธงชาติญี่ปุ่นมาวางไว้บนแผ่นดินจีน ตึกจึงถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ให้เป็นรูปร่างลักษณะคล้ายที่เปิดขวด ดูจากชื่อตึกแล้วก็คงทราบกันดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักการเงินของหลายประเทศ และภายในยังประกอบไปด้วยโรงแรม ร้านค้า ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า และจุดชมวิว นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดการประชุม สัมมนา หรือนิทรรศการระดับโลกอีกด้วย

ความสูงของตึกนี้ประมาณ 492 เมตร หรือ 101 ชั้น ใช้เสาเข็ม 2,271 ต้นตอกลึกจากพื้นดินประมาณ 70 เมตร นอกจากนั้นตึกยังถูกออกแบบให้มีลูกตุ้มหนัก 150 ตัน ถ่วงอยู่ทั้งสองข้างบนชั้นที่ 90 เพื่อเพื่อป้องกันการแกว่งตัวและการสั่นสะเทือนของตัวตึกจากแรงกระทำจากลมและช่องรูปสีเหลี่ยมคางหมูเพื่อลดแรงกระทบของลมกับหลังคาตึก จุดชมวิวของที่นี้มี 3 ระดับด้วยกัน ตั้งแต่ชั้นที่ 94 , 97 และ 100 ซึ่งราคาในแต่ละชั้นก็แตกต่างกันออกไปคือ 100, 110 และ 150 หยวน ตามลำดับชั้นความสูง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

9อันดับสถานที่ท่องเที่ยวของแดนมังกร(3)

Written by jintana on May 26th, 2014. Posted in บทความ

กุ้ยหลิน

ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือ อวี้หลงเซี่ยซาน ภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ตั้งอยู่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าลี่เจียงเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าต่าง ๆ ยอดที่สูงที่สุดของเทือกเขาจากทั้งหมด 12 ยอด สูงจากระดับน้ำทะเล 5,596 เมตรมีชื่อว่า ซานจือโต่วสามารถเที่ยวชมโดยการนั่งกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นชมยอดเขาที่ความสูงกว่า 3,356 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพบนจุดที่จัดว่าสวยงามที่สุด ด้วยสีขาวของหิมะตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่า Jade Dragon Snow Mountain หรือ ภูเขาหิมะมังกรหยกนั่นเอง

พระราชวังฤดูร้อน อี้เหอหยวนสถานที่แห่งนี้เล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมากมายอีกแห่งหนึ่งของจีนพระราชวังกึ่งอุทยาน สร้างขึ้นในราชวงศ์จิ๋นหรือประมาณ 800 ปีที่แล้ว มีความสวยงามอยู่ในระดับต้น ๆ ตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตรมีเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นสวนสาธารณะในปี ค.ศ. 1924 และอนุญาตให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้

กุ้ยหลิน (桂林, Guilin)เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีนตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน คนจีนขนามนามว่า  “เมืองสวรรค์บนพิภพ”หรือ“ซื่อไหว้เถาหยวน” เมืองนี้สวยงามมากจนมีคำกล่าวที่ว่าจิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย  ส่วนชื่อกุ้ยหลินนั้น มาจาก ในอดีตเมืองนี้มีป่า(หลิน)ต้น “กุ้ยฮวย” หรือ ต้นขี้เหล็กของไทย อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวเมืองจึงนิยมนำส่วนใบมาทำเป็น “ชากุ้ยหลิน”

9อันดับสถานที่ท่องเที่ยวของแดนมังกร(2)

Written by jintana on May 24th, 2014. Posted in บทความ

จิ่วจ้ายโกว

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้หรือ Shanghai museum of History สถานที่ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะจีนโบราณ จัดแสดงโดยการนำเสนอผ่านวัตถุโบราณ เครื่องใช้ของชาวจีนในสมัยก่อน มีห้องแสดงผลงานศิลปะถึง 11 ห้องและห้องแสดงนิทรรศการอีก 3 ห้อง ด้วยกัน ผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับศิลปะโบราณของจีนและชนชาติต่างๆที่อาศัยในจีน เช่น เครื่องทองเหลืองโบราณ เครื่องเซรามิกโบราณเครื่องแต่งบ้านที่ใช้ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เครื่องหยกโบราณงานแกะสลักโบราณงานเขียนลายมือ งานวาด เหรียญ เป็นต้น

Karst Mountainsภูเขาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ได้อย่างสวยงามและลงตัว ตั้งอยู่ในเมืองหยางโจว ตั้งอยู่ที่มณฑลกวางซีทางตอนใต้ของจีน นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ทัศนียภาพอันสวยงามคือ การมองสถานที่แห่งนี้จากหยางโจว เขตเทศบาลชานเมืองกุ้ยหลิน ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี

หุบเขาจิ่วจ้ายโกวหรือ อุทยานสระสวรรค์สถานที่สวยงามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน อยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูราว 500 กิโลเมตร จัดเป็นเขตพื้นอนุรักษ์ มีทะเลสาบที่น่ามหัศจรรย์เพราะสวยงามเกินคำบรรยาย ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีสีนของใบไม้ที่เปลี่ยนสีสะท้อนลงบนผืนน้ำจะปรากฏเป็นภาพที่ชวนฝัน ในปี พ.ศ.2540 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกและเป็น World Biosphere Reserve