Posts Tagged ‘แปลภาษากัมพูชา’

สายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์

Written by teeranun on October 27th, 2013. Posted in บทความ

สายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์ (Cambodia Angkor Air) เป็นสายการบินนานาชาติของกัมพูชา มีศูนย์อำนวยการอยู่ที่กรุงพนมเปญ โดยรัฐบาลกัมพูชาเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 51 ส่วนหุ้นอีกร้อยละ 49 สายการบินเวียดนาม (Vietnam Airlines) เป็นผู้ถือ ซึ่งสายการบินเวียดนามมีรหัสเที่ยวบินร่วมกับสายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์

สายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์ ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ป ค.ศ. 2009 หลังจากที่สายการบินนานาชาติ รอยัลแอร์กัมโพช (Royal Air Cambodge) ล้มละลายในปี ค.ศ. 2001 โดยสายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์เน้นเส้นทางการบินเพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินทางมาชมนครวัด

วันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 สายการบินนี้ได้เปิดเที่ยวบินพนมเปญ-เสียมเรียบ พนมเปญ-โฮจิมินห์ และเสียมเรียบ-โฮจิมินห์ โดยยังใช้เครื่องบินของสายการบินเวียดนามก่อน จนวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 2011 สายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์ จึงได้ซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่น 321 มาใช้

วันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 สายการบินได้เปิดเที่ยวบินเสียมเรียบ-สุวรรณภูมิ โดยให้บริการทุกวัน ซึ่งก่อนที่สายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์ จะเปิดบริการเส้นทางนี้ มีเพียงสายการบินบางกอกแอร์เวย์เพียงสายการบินเดียวเท่านั้นที่เปิดเที่ยวบินในเส้นทางนี้ โดยสายการบินกัมพูชา อังกอร์ แอร์ใช้เครื่องบินใบพัดรุ่น
ATR 72 ในการบริการเส้นทางนี้

วันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 2013 สายการบินได้เปิดเส้นทางใหม่คือพนมเปญ-ฮานอย และเสียมเรียบ-ฮานอย และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ก็ได้เปิดเที่ยวบินพนมเปญ-สุวรรณภูมิ โดยให้บริการทุกวัน ใช้เครื่องบินแอร์บัสรุ่น 321

วันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2013 สายการบินได้เปิดเที่ยวบินเสียมเรียบ-สีหนุวิลล์ หลังจากที่ทางสายการบินเกิดภาวะขาดทุน

วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 สายการบินได้ให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางจากเสียมเรียบไปเซี่ยเหมิน และวันที่ 26 กันยายนในปีนี้ ยังมีการเปิดเส้นทางเสียมเรียบกวางโจวด้วย

ปัจจุบันสายการบินนี้มีเครื่องบินทั้งหมด 7 ลำ เป็นเครื่องแอร์บัสรุ่น 321 5 ลำ (เช่ามาจากสายการบินเวียดนาม 3 ลำ) และเครื่องบินใบพัดรุ่น ATR 72 2 ลำ

ตำนานนาคในอาณาจักรกัมพูชา

Written by warittha on July 18th, 2013. Posted in บทความ

 

ผู้คนในอุษาคเนย์ยกย่องนับถือนาค มาแต่ดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่าสองหรือสามพันปีมาแล้ว มีความเชื่อ และนิทานปรัมปรามากมายกล่าวถึงนาค ในประวัติศาสตร์ของเขมรมีความเกี่ยวข้องกับนาคอย่างแนบแน่น ทำให้เขมรมีนิทานปรัมปราเรื่องนาคมากมายหลายสำนวน ดังเช่น

ตำนานเรื่องนาคสร้างเมืองเขมร – เป็นนิทานปรัมปราของเขมรเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมาก ซึ่งถือเป็นนิทานบรรพบุรุษของชาวเขมรก็ว่าได้ นิทานกล่าวถึงพระทองที่เป็นโอรสกษัตริย์เมืองหนึ่ง ต่อมาคิดขบถจึงถูกลงโทษให้เนรเทศออกจากเมือง แล้วไปแย่งดินแดนจาม จนได้พบกับนางนาค เมื่อพระทองแต่งงานกับนางนาคแล้ว พญานาคก็ช่วยสร้างบ้านเมืองให้อยู่ ชื่อกรุงกัมพูชา พร้อมทั้งปกป้องคุ้มครองให้เกิดความมั่งคั่งและมั่นคง ดังข้อความตอนหนึ่งในนิทานกล่าวว่า

“แล้วพระยานาคก็สำแดงฤทธาสูบคงคามหาสมุทรที่ตรงนั้น ให้น้ำงวดลงแล้ว จึงทรงเนรมิตเป็นพระนครบวรราชธานี มีป้อมปราการอันโอฬารพร้อมเสร็จ จึงเสด็จพระยานาคให้แต่งปราสาทถวายพระสุณิสา แล้วทำพิธีอาวาหมงคลาภิเศกพระราชบุตรีเป็นพระมเหสีแห่งพระทอง ให้ครองนครโคกหมัน ทรงพระนามพระบาทสมเด็จพระเทววงษ์อัศจรรย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ผลัดนามพระนครใหม่ตามเหตุซึ่งได้เกิดโดยฤทธิ์พระยานาคนฤมิตร เรียกว่า กรุงกัมพูชาธิบดี พระเจ้าแผ่นดิงองค์นี้เป็นประถมกษัตริย์ ทรงยกนางนาคเทพีเป็นเอกอรรคมเหสีมีนามว่า ทาวดีบรมบพิตร”

ตำนานเรื่องพิธีกรรมสมพาสกับนาค- พบมีการหลักฐานการบันทึกเรื่องพิธีกรรมสมพาสกับนาคในเอกสารจีนชื่อ บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ ว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องเข้าร่วมสมพาสในปราสาททองคำภายในพระราชวังกับภูติงูเก้าศีรษะ ภูติตนนี้เป็นร่างของสตรีและจะปรากฏกายทุกคืน พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จออกจากปราสาทนั้นเมือเพลายามที่ 2 แล้ว จึงจะเข้าที่พระบรรทมร่วมกับพระมเหสีและพระสนมได้ และหากราตรีใดภูติตนนี้ไม่ปรากฏกาย ก็หมายความว่าเวลาสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และหากพระเจ้าแผ่นดินมิได้เสด็จไปเพียงราตรีเดียว ก็จะต้องทรงได้รับภัยอันตราย

จากตำนานที่กล่าวถึง ได้มีการตีความโดยผู้เชี่ยวชาญ กล่าวคือ ภูติงูเก้าศีรษะ คือ นาค และความสำคัญของนาคก็คือ “เป็นพระภูมิเจ้าที่ทั่วทั้งประเทศ” หรือก็คือ เป็น “ผี” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรกัมพูชาสมัยนั้น ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากยุคดึกดำบรรพ์ ส่วน “การร่วมสมพาส” หรือการเสพสังวาสระหว่างชายหญิงเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดและความเจริญงอกงาม ฉะนั้น ตำนานเรื่องนี้จึงเอาการร่วมสมพาสระหว่างนางนาคกับกษัตริย์มาเป็นบทบัญญัติหรือกำหนดกฎเกณฑ์หรือเป็นพิธีกรรมที่กษัตริย์ต้องกระทำมิให้ขาด และมีคำทำนายในตอนท้าย

ตำนานเรื่องนาคแสดงให้เห็นความเชื่อ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างระเบียบประเพณีให้ยึดถือสืบต่อกันมาอย่างเหนียวแน่น จนสร้างความเป็นชนชาติที่มีความเข้มแข็ง หากไม่หลงงมงายในความเชื่อแบบผิดๆ ตำนานทั้งหลายจะมีคุณค่าให้เราได้ศึกษาถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของผู้คนสมัยก่อนที่สร้างรากฐานอันมั่นคงให้คนสมัยหลังดำเนินชีวิตตามครรลองที่ถูกต้องเหมาะสม