Posts Tagged ‘เรียนภาษาอังกฤษ’

Each and Every

Written by akiautumn on June 30th, 2013. Posted in บทความ

each-every

หลายๆ คนอาจจะสับสนกับสองคำนี้เนื่องมีความหมายที่ค้อนข้างจะคล้ายกัน ทว่าจริงแล้วมันไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง

 

Each (อีช) แปลว่า แต่ละ, อันละ, คนละ เราใช้ each ในกรณีของคำที่เราคิดว่าคนหรือสิ่งของนั้นๆ ถูกจับแยกออกจากกัน 

เช่น

 

Each time you read a book, you get more knowledge.

ในแต่ละครั้งที่คุณอ่านหนังสือ คุณก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

 

Every (เอฟวรี) แปลว่า ทุกๆ หรือ ทั้งหมด ใช้ในกรณีที่คิดว่าเป็นทั้งกลุ่มของคนหรือสิ่งของโดยไม่มีข้อยกเว้น

 เช่น

 

Every time you read a book, you get more knowledge.

ทุกๆ ครั้งที่คุณอ่านหนังสือ คุณก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

 

แต่โดยทั่วๆ ไปแล้ว การใช้ Each และ Every จะมีข้อแตกต่างกันดังนี้

 

1. Each สามารถวางไว้หน้ากริยาได้แต่ Every ต้องวางหน้าคำนามเท่านั้น

เช่น

 

Look at the birds! Each is on the different trees.

ดูนกพวกนั้นสิ แต่ละตัวอยู่บนต้นไม้แตกต่างกันไป

 

Every bird is on the different trees.

นกทุกตัวอยู่บนต้นไม้แตกต่างกันไป

 

 *คำนามที่ตามหลัง Each และ Every เป็นเอกพจน์เสมอ

 

2. Each สามารถวางไว้หน้า บุพบท of ได้ แต่ Every วางหน้าบุพบท of ไม่ได้

เช่น

 

Each of *students in class is doing their own project.

นักเรียนแต่ละคนในห้องกำลังทำโครงงานกันอยู่

 

 Every student in class is doing their own project.

นักเรียนทุกๆ คนในห้องกำลังทำโครงงานกันอยู่

 

**Each of + คำนามพหูพจน์

***กริยาที่ใช้กับ Each และ Every จะอยู่ในรูปของเอกพจน์เสมอ

 

สุดท้ายทุกข้อสงสัยระหว่าง Each กับ Every ก็คงจะไขกระจ่างกันแล้วนะครับ ซึ่งก็อยากให้ทุกๆ คนมองกันดีๆ เพราะภาษาอังนั้นถึงไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ

Common Mistakes

Written by akiautumn on June 7th, 2013. Posted in บทความ

common-mistakes

คนไทยเข้าใจแต่ฝรั่งงง!?

     คิดว่าคงมีใครหลายคนทีเดียวล่ะที่ก่อนจะเขียนประโยคภาษาอังกฤษแต่ละทีจะต้องร่างให้เป็นภาษาไทยหรือคิดเป็นภาษาไทยซะก่อนแล้วค่อยลงมือแต่งประโยคนั้นให้เป็นภาษาอังกฤษ

     ซึ่งหลายๆครั้งประโยคที่ถูกต้องในภาษาไทยก็ไม่สามารถนำมาแปล “แบบตรงตัว” ให้เป็นประโยคภาษาอังกฤษที่ถูกต้องได้

 

“Because I came to work 2 hours late today, so I got a warning from my boss.”

“เพราะว่าฉันมาทำงานสายไป 2 ชั่วโมง ฉันจึงถูกเจ้านายตักเตือน”

 

      ใครที่คิดว่าประโยคนี้ถูกแล้วบ้างงงง ขอบอกว่าประโยคนี้ “ผิด” อย่างแรง

ในภาษาไทย เราใช้คำเชื่อม “เพราะ…จึง” เพื่อแสดงความเป็นเหตุ และ ผล แต่กับใช้ไม่ได้ในภาษาอังกฤษ เพราะคำว่า “Because” เมื่อใช้ขึ้นต้นประโยคแล้ว (ตามตัวอย่าง) ก็ไม่ต้องใส่ “So” เข้าไปอีก แต่ถ้าอยากจะใช้ละก็ ให้เลือกใช้แค่คำใดคำหนึ่งไปเลย เนื่องจาก “because” และ “so” ให้ความหมายในเชิงเหตุ – ผล

 

เช่น

“Because I came to work 2 hours late today, I got a warning from my boss.” หรือ

“I came to work 2 hours late today, so I got a warning from my boss.”

 

      ในทำนองเดียวกันยังมีรูปประโยคที่คล้ายๆกันอย่างประโยคข้างบนนี้ที่ทำให้เราใช้ผิดกันบ่อยๆเพราะความคุ้นเคยที่เราใช้ในภาษาไทย ตัวอย่างเช่น

 

“Although Jim is very handsome, but he cannot find a girlfriend.”

“ถึงแม้ว่าจิมจะหน้าตาดี แต่เค้าก็หาแฟนไม่ได้”

 

      แบบนี้ก็เหมือนกับ “Because” ซี่งในภาษาไทยจะใช้ “ถึง (แม้ว่า) … แต่” แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นประโยคภาษาอังกฤษ เมื่อมี “Although” ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ “but” อีก แต่ให้เลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

*อย่าลืมนะว่า

Because no “so”

Although no “but”

ถ้าจะใช้ “Because” ก็ไม่ต้องใช้ “So”

และ

ถ้าจะใช้ “Although” ก็ไม่ต้องใช้ “But”

 

ขอให้สนุกกับภาษาอังกฤษนะครับ 🙂

Reference: dict.longdo.com