Posts Tagged ‘เกาหลี’

ชื่อเสียงเรียงนามของชาวนัมฮัน (남한)

Written by jintana on July 20th, 2013. Posted in บทความ

 

 

ประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากหากเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ของประเทศ และชาวเกาหลีส่วนใหญ่นั้นจะมีชื่อนามสกุลที่ซ้ำกันเยอะมาก นามสกุลของชาวเกาหลี ที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูก็มี คิม คิดเป็น 21% ลี คิดเป็น 14% ปาร์ค คิดเป็น 8% นอกจากนั้นก็จะเป็น แช ชุง ชาง ฮัน ลิม เป็นต้น เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เหมือนญาติกันหมด เพราะมีนามสกุลเดียวกัน ส่วนชื่อของคนเกาหลีจะมีสองพยางค์ นามสกุลอีกหนึ่งพยางค์ รวมเป็นสามพยางค์ เช่น ปาร์ค แจวอน, คิม แทฮี, ลี มินโฮ, ฮัน ฮโยจู เป็นต้น
           

การเรียกชื่อของคนเกาหลีนั้นมีการลงท้ายคำที่แตกต่างกันไปดังนี้ คำลงท้ายเหล่านี้จะใช้กับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเพื่อนกันเท่านั้น

  1. แบบแรกคือลงท้ายด้วย 이 อ่านว่า อี หรือ 가 อ่านว่า กา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย이 ตัวอย่างเช่น ชื่อ재원อ่านว่า แจ-วอน เวลาเรียกก็เป็น재원이 ออกเสียงว่า แช-วอ-นี, ชื่อ태양 อ่านว่า แท-ยัง เวลาเรียกก็เป็น 태양이 ออกเสียงว่า แท-ยา-งี
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย가 ตัวอย่างเช่น ชื่อ진수อ่านว่า ชิน-ซู เวลาเรียกก็เป็น진수가 ออกเสียงว่า ชิน-ซู-กา
  2. แบบที่สองคือลงท้ายด้วย 아อ่านว่า อา หรือ야 อ่านว่า ยา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 아 ตัวอย่างเช่น ชื่อ정밀อ่านว่า ชอง-มิล เวลาเรียกก็เป็น 정밀아 ออกเสียงว่า ชอง-มี-ลา, ชื่อ은정อ่านว่า อึน-จอง เวลาเรียกก็เป็น은정아 ออกเสียงว่า อึน-จอ-งา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 야 ตัวอยางเช่น ชื่อ비조อ่านว่า บี-โจ เวลาเรียกก็เป็น비조야 ออกเสียงว่า บี-โจ-ยา

* 남한 อ่านว่า นัมฮัน แปลว่า ชาวฮันทางใต้ ซึ่งหมายถึงคนเกาหลีใต้นั้นเอง 

เกาหลีฟีเวอร์

Written by blogger on June 14th, 2013. Posted in บทความ

ในยุคนี้อะไร ๆ ก็เกาหลี หลาย ๆ คนคงคิดแบบนี้แน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็น ความบันเทิง อย่าง ดนตรี ภาพยนตร์ ต่างก็มีสิ่งเหล่านี้จากประเทศเกาหลีเข้ามาแชร์ตลาดในบ้านเรา อีกทั้ง ยังเรื่องของแฟชั่น ความงาม หรือ สินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย สาเหตุที่ทำให้เกาหลีเริ่มมิอิทธิพลในบ้านเรา คงต้องเริ่มจาก กระแสของภาพยนตร์ซีรีย์ ที่นำมาฉายให้ชมกันตามฟรีทีวี หรือ เคเบิ้ลต่าง ๆ นับจากจุดนี้กระแสนิยมเกาหลีก็มีมาเพิ่มเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้ นอกจากเรื่องความบันเทิงแล้ว ที่นิยมกันมากในบ้านเราคงไม่พ้น อาหารเกาหลี และ ภาษาเกาหลี หลังจากที่มีการประกาศว่าจะเปิด อาเซียน + 3 แล้ว ทำให้มีการตื่นตัวในเรื่องของภาษามากขึ้น และ ในโรงเรียนหลาย ๆ แห่งได้บรรจุวิชา ภาษาอาเซียน เข้ามาเพิ่มเติมในหลักสูตรด้วย จึงทำให้มีการเรียนการสอนภาษาของชาติอาเซียนขึ้นมา และ ภาษาเกาหลีก็เป็นภาษาแรก ๆ ที่เริ่มมีการเรียนการสอนกันอย่างจริงจังในโรงเรียนด้วย นอกเหนือ จากภาษาญี่ปุ่นที่มีในหลักสูตรเดิมอยู่แล้ว

จากความนิยมชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นที่เริ่มจากภาพยนต์ซีรีย์ เพลง หรือ ดาราเกาหลี ทำให้มีธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีมีเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในบ้านเรา และ ความสนใจนี่เอง คือจุดกำเนิดของความอยากรู้ในภาษาเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มธุรกิจใหม่ ตามกระแสของความนิยม เช่น ร้านค้าออนไลน์ ที่นำเข้าสินค้าจากเกาหลี เช่น พวกเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ และ สินค้าต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเราต้องทำการติดต่อซื้อขายหรือเดินทางไปท่องเที่ยว ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มสนใจที่จะศึกษาภาษาเกาหลีเพราะนอกจากจะอินเทรนด์แล้ว ยังสามารถไปต่อยอดทำอย่างอื่นได้อีกด้วย

ภาษาเกาหลี หลาย ๆ คนที่ไม่เคยได้ยินได้ฟัง ก็อาจจะงงกับสำเนียงและตัวอักษร เพราะ ตัวอักษรบางตัว อาจคล้ายกับภาษาจีน หรือ ภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง จะว่าไปรากฐานของภาษาเกาหลีนั้น ก็มีภาษาจีนเข้าไปผสมอยู่ด้วยเหมือนกัน และ หลาย ๆ คนอาจพูดได้ในคำ
ง่าย ๆ ที่เป็นประโยคยอดฮิต ที่ฟังมาจากภาพยนตร์ หรือ เพลง เช่น 사랑해요 ออกเสียงว่า “ซารางเฮโย” ที่แปลว่า ฉันรักคุณ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มสนใจภาษาเกาหลีอย่างจริงจัง หรือ จะนำมาเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ หรือ ความชอบส่วนตัว และ ต้องการหาความรู้เพิ่มเติม แต่ถ้าหากเราต้องการความถูกต้องแม่นยำในเรื่องของไวย์กรณ์ในการที่เราต้องใช้ภาษาเกาหลีในการทำธุรกิจการค้า สัญญาต่า งๆ เราจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการแปลเพื่อความถูกต้องและข้อมูลไม่ผิดพลาด และ สามารถสื่อในสิ่งเราต้องการและทราบในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการอย่างครบถ้วนไม่ผิดเพี้ยน

เราลองมาดูคำต่าง ๆ ในภาษาเกาหลี กัน เช่น คำทักทาย หรือ คำในภาษาเกาหลีแบบง่าย ๆ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลี จะได้รู้ว่าหมายถึงอะไร และ จะทักทายกับคนเกาหลีได้อย่างไร เช่น คำว่า “ สวัสดี” ในภาษาเกาหลีจะพูดว่า “อันนยองฮาเซโย หรือ อันนยองฮาชิมนีก๊า” แล้วลงท้ายด้วยชื่อของผู้ที่คุยด้วย การเขียนก็จะเขียนแบบนี้ 안녕하세요….. / 안녕하십니까……. ถ้าเป็นคำว่า ขอบคุณ ก็จะพูดว่า “คัมซาฮัมนีดา” ส่วนการเขียนคือ 감사합니다 หากต้องการขอโทษต้องพูดว่า “ มีอันฮัมนีดา หรือ
ชเวซงฮัมนีดา และการเขียนคือ 미안합니다 / 죄송합니다. ด้วยคำง่าย ๆ ที่มีความหมายดี แค่ไม่กี่คำคงจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย เรื่องของภาษาไม่ว่าจะภาษาของประเทศไหน ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมีความสวยงามทั้งสำเนียงและตัวอักษรหากเราสามารถสื่อสารได้ในหลาย ๆ ภาษาอย่างเชี่ยวชาญรับรองได้ว่าเราพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่อาเซียนอย่างแน่นอน

           

การร่วมโต๊ะกับคนเกาหลี

Written by jintana on June 13th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเซียที่ยังเคร่งเรื่องมารยาทและประเพณีเดิมอยู่มาก มารยาทสำหรับคนเกาหลีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นการปฏิบัติตนกับผู้อาวุโสกว่ายิ่งสำคัญ และไม่ควรทำผิดพลาด การรับประทานก็เป็นมารยาททางสังคมที่ควรศึกษาไว้เพื่อการเข้าสังคม

อุปกรณ์ที่คนเกาหลีใช้ในการรับประทานอาหารจะมีช้อนไว้ตักข้าว และตะเกียบไว้คีบกับข้าว สิ่งสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาดก็คือการปักช้อนหรือตะเกียบลงไปกลางถ้วยข้าว เพราะคนเกาหลีถือว่าเป็นการเรียกวิญญาณมากินข้าว ในระหว่างที่ทานข้าวห้ามยกถ้วยข้าวขึ้นมาเด็ดขาดเพราะเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติผู้ร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งต่างจากคนที่ญี่ปุ่นที่ต้องยกถ้วยข้าวเวลาทานข้าวเพราะจะแสดงถึงความขยันในการทำงาน เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารควรรอให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าหยิบช้อนและตะเกียบขึ้นมารับประทานอาหารก่อน และเมื่อรับประทานเสร็จก็ควรวางช้อนและตะเกียบทีหลังผู้อาวุโสกว่าเช่นกัน ขณะที่รับประทานอาหารอย่าถือช้อนและตะเกียบในมือเดียวกัน ให้หยิบใช้ทีละอย่างและห้ามวางช้อนและตะเกียบในชามหรือจานใด ๆ และเมื่อรับประทานเสร็จก็ให้วางช้อนและตะเกียบไว้ในที่เดิม

คนเกาหลีจะชอบดื่มโชจู(เหล้า)ระหว่างการรับประทานอาหาร การรินเหล้านั้น เมื่อรับเหล้าจากผู้ใหญ่ต้องรับด้วยสองมือและต้องรินเหล้าให้ผู้ที่ให้เหล้าเราด้วย ขณะที่ดื่มผู้อายุน้อยกว่าต้องหันหน้าออกจากผู้อาวุโสตอนที่ตนเองดื่มเหล้า ห้ามดื่มต่อหน้าเด็ดขาด

ชุดกระโปรงสวย ๆประจำชาติเกาหลี

Written by jintana on May 14th, 2013. Posted in บทความ

สาธารณรัฐเกาหลี หรือประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นพันปี สิ่งต่าง ๆถ่ายทอดออกมาทางโบราณสถาน ที่ถึงแม้จะเหลือร่องรอยไม่มากนัก เพราะคนเกาหลีเคยถูกญี่ปุ่นยึดครองกว่า 30 ปี และถูกบังคับให้ลืมวัฒนธรรมของตนเอง ในช่วงนั้นแม้กระทั่งภาษาก็ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร แต่ที่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็ยังสามารถแสดงให้ทุกคนรู้จักประเทศนี้ได้ดี แรงกดดันที่ต้องอยู่แบบไม่มีชาติเป็นของตนเอง ทำให้คนเกาหลีมีความพยายามฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นสิ่งหลายอย่างให้เราจดจำประเทศนี้ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ภาษา การแต่งกาย สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร เป็นต้น

การแต่งกายในชุดประจำชาติของเกาหลี เป็นสิ่งที่สวยงามและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ชุดนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆว่า “ฮันบก” ซึ่งมีทั้งแบบของผู้ชายและผู้หญิง ในชุดฮันบกจะประกอบไปด้วย “ชอกอรี” คือ เสื้อคล้ายแจ๊คเก็ต ของผู้ชายนั้นจะสั้นกว่าของผู้หญิง ส่วนกระโปรงของผู้หญิงจะเรียกว่า “ชีมา” ส่วนกางเกงของผู้ชายเรียกว่า “พาจี” และมีเสื้อคลุมยาวอีกชั้นที่เรียกว่า “ทูรูมากี”

ปัจจุบันคนเกาหลีไม่นิยมสวมใส่ชุดฮันบกแล้ว เว้นเสียแต่ในผู้สูงอายุที่มีฐานะดี หรือตามงานแต่งงานและงานศพ ชุดฮันบกจะตัดด้วยผ้าป่าน ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้าไหม ผ้าแพร แล้วแต่สภาพภูมิอากาศ จะถูกตัดเย็บด้วยสีสันที่สดใส ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมด้วยปิ่นปักผม พู่ประดับชุด พัด หมวก รองเท้า ทำให้ผู้สวมใส่ดูงดงามและมีเสน่ห์ชวนมอง