Posts Tagged ‘สเปน’

นักสู้วัว

Written by jintana on February 9th, 2014. Posted in บทความ

นักสู้วัว

กีฬาของชาวสเปนที่เราอาจคุ้นหูกันดี คือ การสู้วัวกระทิง ที่ดุเดือด หากจะว่าไปกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาฆ่าวัวนั้นเองเพราะ หากวัวไม่ถูกฆ่าตายหรือทำร้ายมาทาดอร์ โทษทัณฑ์ของวัวกระทิงตัวนั้นก็คือตาย คือไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นกีฬาที่เสิร์ฟความตายให้กับเจ้ากระทิงที่บ้าคลั่งอยู่ดี แต่ก็มีบางครั้งที่มาทาดอร์เองอาจจะพลาดท่ารับความตายไปด้วยเช่นกัน

เกริ่นนำเหมือนกันกีฬาที่โหดร้ายและทารุณสัตว์มาก แต่ชาวสเปนคงชินกับกีฬาชนิดนี้ หากจะเทียบก็คงคล้าย ๆ กีฬาชนวัวบ้านเรา แค่เปลี่ยนจากวัวกับวัวมาเป็นคนกับวัวเท่านั้น ที่บอกว่าชาวสเปนคงชินกับกีฬาชนิดก็เพราะว่าในหนึ่งปีมีเทศกาลสู้วัวกระทิง San Isidro (ซาน อิสิโดร) ที่จัดต่อเนื่องกันถึง 27 วันในกรุงมาดริด แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ชมด้วย กล่าวคือก็ไม่ใช่ชาวสเปนทุกคนที่ชอบกีฬาชนิดนี้

การสู้วัวกระทิงเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 ในยุคโรมันและสืบทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เสน่ห์ของกีฬาชนิดไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของประวัติความเป็นมา แต่ชุดและลีลาของเหล่ามาทาดอร์ต่างหากที่เรียกผู้ชมเข้าไปนั่งล้อมสนามแข่งขันอย่างเนืองแน่นเกือบทุกรอบ  โดยปกติการแข่งขันจะประกอบด้วย มาทาดอร์ 3 คน และวัวกระทิง 6 ตัว ซึ่ง ไม่ได้แข่งในเวลาเดียวกัน การแข่งขันจะแบ่งเป็นรอบ รอบละ 2 ชั่วโมง

แน่นอนว่าการแข่งขันในแต่ละครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มาทาดอร์ มาทาดอร์ทุกคนจะเปรียบการแข่งขันแต่ละครั้งเป็นครั้งสุดท้าย พวกเขาจะสวมใส่ชุดของมาทาดอร์ที่เรียกว่า Traje de luz (ตราเฆ่-เด-ลุซ) ปักเย็บอย่างประณีตด้วยดิ้นทอง ซึ่งเป็นชุดที่แพงที่สุด การจะปลิดชีวิตกระทิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หน้าที่ของมาทาดอร์ก็ต้องต่อสู้กับกระทิงเวียนกันมาจนถึงมาทาดอร์คนสุดท้ายที่จะเป็นคนปลิดชีวิตกระทิงที่ถูกคมมีดคมหอกปักหลัง ชุดของมาทาดอร์นั้นไม่มีเสื้อเกราะ หากพลาดท่าอาจถึงแก่ชีวิตได้

อร่อย อร่อย กับรสชาติของเมืองนักสู้วัว

Written by jintana on July 10th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศสเปน หรือ ราชอาณาจักรสเปน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเนื่องจากมีหลายประเทศที่เข้ามามีอิทธิพลกับประเทศนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากอิทธิพลของชาวยิวและชาวมัวร์ ชาวมัวร์นั้นเป็นชาวอิสลามจากแอฟริกามีอำนาจปกครองสเปนอยู่นานมาก ทำให้อาหารสเปนนั้นจึงมีวัตถุดิบและรสชาติที่หลากหลายในแบบฉบับชาวมัวร์ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆอยากที่จะลิ้มลองสักครั้ง

อาร์โรซเนโกร (Arroz Negro) ข้าวผัดอาหารทะเลที่มีสีสันน่าจดจำด้วยหมึกดำจากปลาหมึก
โกซีโด (Cocido) สตูว์เนื้อที่ผสมผสานไปด้วยถั่วหลายชนิด
คามอนเซร์ราโน (Jamón serrano) แฮมหมักใช้เวลาร่วมปี เมื่อพูดถึงแฮมแล้วชาวสเปนนิยมรับประทานแฮมมาก มากถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแฮมกันเลยทีเดียว
ปาเอยา (Paella) ข้าวผัดเนื้อหรืออาหารทะเลใส่หญ้าฝรั่นและน้ำมันมะกอก มีหลากหลายแบบให้เลือกรับประทาน น้ำมันมะกอกก็เป็นอีกวัตถุดิบหนึ่งที่ชาวสเปนนิยมนำมาปรุงอาหารซึ่งแหล่งผลิตใหญ่ ๆก็มีอยู่ทางใต้ของสเปน
ฟีเดวา (Fideuà) บะหมี่จากเมืองบาเลนเซีย บาเลนเซียเป็นเมืองอุตสาหกรรมริมชายฝั่งโกสตาเดลอาซาอาร์ (Costa del Azahar) และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสเปน

ในสเปนนั้นมีการใช้เครื่องเทศในการปรุงอาหารอยู่บ้าง เช่น กระเทียม หัวหอม อาริกาโน โรสแมรี่ และโหระพา และที่แปลกอีกเรื่องหนึ่งก็คือแม้ชาวสเปนจะชอบ ทานเนื้อวัว แกะ ไก่ หมู แต่ก็จะไม่นิยมนำมาอบ แต่นิยมปิ้ง ย่างมากกว่า

สบัดชายกระโปรงสุดเร้าใจกับระบำฟลามิงโก

Written by jintana on May 31st, 2013. Posted in บทความ

 

 
             ฟลามิงโก หรือ ฟลาเมงโก (flamenco) เป็นชื่อเพลง ดนตรี และการเต้นรำทางภาคใต้ของประเทศสเปน มีประวัติความเป็นมาจากแคว้นอันดาลูซีอา
ซึ่งการเต้นฟลามิงโกนั้นได้ถูกพัฒนามาจากการเต้นรำของชาวอันดาลูซีอาและโรมานี ประวัติการแสดงของระบำฟลามิงโกนั้นปรากฏไม่ชัดเจนเท่าใดนัก
รู้เพียงว่าเริ่มมีการใช้คำว่าฟลามิงโก มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 และได้ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมต่าง ๆตั้งแต่ปี ค.ศ.1774
ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วยจังหวะการเต้นที่เร้าใจ และสนุกสนาน รวมไปถึงการแต่งกายที่สวยงามด้วยสีสันจัดจ้าน
ของนักเต้นทำให้เกิดเป็นเสน่ห์ของระบำฟลามิงโกที่ชวนหลงใหล

 

 
การระบำฟลามิงโกประกอบไปด้วย
– การร้อง เรียกว่า “กันเต”
– การเล่นกีตาร์ฟลาเมงโก เรียกว่า “โตเก”
– การระบำ เรียกว่า “ไบเล”
– การตบมือ เรียกว่า “ปัลมัส”

 
             นับได้ว่าระบำฟลามิงโกนั้นเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของประเทศสเปน ที่เป็นที่น่าจดจำของผู้มาเยือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ.2010
องค์การยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO)
ได้ประกาศให้ฟลาเมงโกเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมบอกเล่าและมรดกวัฒนธรรมที่ไม่ใช่กายภาพของมนุษยชาติ