Posts Tagged ‘สิงคโปร์’

พระราชวังกัมปงกลัม

Written by teeranun on January 20th, 2014. Posted in บทความ

พระราชวังกัมปงกลัม

พระราชวังกัมปงกลัม (Istana Kampong Glam,Istana Kampong Gelam) เป็นพระราชวังเก่าของชาวมาเลย์ในสิงคโปร์ สร้างโดยสุลต่านฮุสเซน ชาห์ (Sultan Hussein Shah) แห่งรัฐยะโฮร์ในปี ค.ศ. 1819 บนพื้นที่ 57 เอเคอร์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเคยเป็นของบริษัทอีสอินเดียของอังกฤษ และพื้นที่ของพระราชวังนี้ลดลงไปในปี ค.ศ. 1824 เนื่องจากการสร้างถนน North Bridge และสุลต่านฮุสเซน ชาห์ก็อาศัยอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้เพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ก่อนจะเสียชีวิตที่เมืองมะละกาในปี ค.ศ. 1835

แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้สร้างด้วยไม้ จนเมื่อสุลต่านฮุสเซน ชาห์เสียชีวิตแล้ว สุลต่าน อาลี อิสกันดาร์ ชาห์ (Sultan Ali Iskandar Shah) ผู้เป็นบุตรชายคนโตได้สร้างพระราชวังจากคอนกรีตขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1836-1843 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวไอริชชื่อจอร์จ ดรัมกูล โคลแมน (George Drumgoole Coleman) โดยพระราชวังนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบพาลเลเดียนที่คล้ายคลึงกับรัฐสภาหลังเก่าและโบสถ์อาร์เมเนียในสิงคโปร์ ส่วนที่พักของพวกคนรับใช้และช่างศิลป์จะสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแบบมาเลย์

เมื่อพระราชวังนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1843 บุตรชายคนโตของสุลต่านอาลีชื่อ ตวนกู อาลัม (Tengku Alam) ก็เข้าอยู่อาศัยจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1891 จนในปี ค.ศ. 1896 ได้เกิดกรณีพิพาทขึ้นระหว่างคนในตระกูลสุลต่านฮุสเซนที่ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครควรจะเป็นผู้ครอบครองพระราชวังหลังนี้ต่อไป และในที่สุด ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินให้พระราชวัง รวมถึงพื้นที่ในพระราชวังดังกล่าวตกเป็นของรัฐไป

ในปี ค.ศ. 2004 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ปรับปรุงพระราชวังแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์จัดแสดงนิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมมาลย์ในสิงคโปร์

โรงพยาบาลอเล็กซานดร้า

Written by teeranun on December 11th, 2013. Posted in บทความ

โรงพยาบาลอเล็กซานดร้า

โรงพยาบาลอเล็กซานดร้า (亚历山大医院) เป็นโรงพยาบาลทั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1938 สามารถรับคนไข้ได้ 400 เตียง แต่เดิมรู้จักกันในชื่อโรงพยาบาลทหารอังกฤษ ใช้รักษาพยาบาลทหารอังกฤษที่ประจำการอยู่ในสิงคโปร์

โรงพยาบาลนี้เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เหตุการณ์สังหารหมู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทหารแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นได้สังหารทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่บาดเจ็บจากสงคราม รวมถึงการสังหารหมอและพยาบาล ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้รอดชีวิตเพียง 5 คน จากผู้เสียชีวิต 321 คน จนเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1970 โรงพยาบาลแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่

โรงพยาบาลอเล็กซานดร้าถือเป็นโรงพยาบาลที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า และยังเป็นโรงพยาบาลแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถปลูกถ่ายเซลล์เพื่อต่อแขนขาให้กับคนไข้ และในปี ค.ศ. 1971 โรงพยาบาลแห่งนี้ได้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลสิงคโปร์

โรงพยาบาลแห่งนี้มีจุดเด่นคือ มีสวนล้อมรอบโรงพยาบาลที่มีพืชกว่า 500 ชนิด ผีเสื้ออีกกว่า 100 ชนิด สวนแห่งนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 2000 โดยโรซาลินด์ ตัน (Ms. Rosalind Tan) ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล ที่เคยได้รับรางวัลจากองค์กรสิ่งแวดล้อมนานาชาติ (National Environment Agency (NEA)) ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2007

ในสวนแห่งนี้ยังมีจารึกรายนามผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในปี ค.ศ. 1942 อีกด้วย

ดาตุก เกรามัต : ความเชื่อลูกผสมแห่งคาบสมุทรมลายู

Written by teeranun on November 12th, 2013. Posted in บทความ

 

ดาตุก เกรามัต (Datuk Keramat : ดาตุกหมายถึงปู่ ถ้าในความคุ้นเคยของชาวไทย ก็ใกล้เคียงกับคำว่า ดาโต๊ะ เกรามัตหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์) เป็นรูปแบบความเชื่อหนึ่งที่พบได้ในมาเลเซีย สิงคโปร์ จนถึงบริเวณช่องแคบมะละกา เป็นการผสมผสานความเชื่อเรื่องวิญญาณ ลัทธิซูฟีของศาสนาอิสลาม และลัทธิความเชื่อต่างๆของชาวจีน

ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวไว้ว่า ดาตุกทุกตนเคยเป็นมนุษย์ที่ผู้คนให้การนับถือมาก่อน ส่วนใหญ่จะมีสถานะทางสังคมสูง เช่น นักรบ ผู้นำ หรือนักพรต เมื่อตายไปแล้ว ก็จะมีผู้มาสักการะจนบุคคลนั้นกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไป ดาตุกอาจเทียบได้กับพระภูมิเจ้าที่ของไทยนั่นเอง

ศาลที่สถิตของดาตุกนั้นจะมีขนาดเล็ก มักจะทาด้วยสีแดง และตั้งอยู่ริมทางหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งตั้งไว้ในบ้านแบบศาลพระภูมิของไทย ซึ่งตัวศาลมักจะเป็นศิลปะแบบจีนผสมมาเลเซีย แล้วบรรจุรูปเคารพดาตุกในศาล รวมถึงการประดับรูปจันทร์เสี้ยวอันเป็นสัญลักษณ์ในศาสนาอิสลามไว้ในศาลด้วย

การขอพรจากดาตุกนั้น ส่วนมากก็จะขอแบบเดียวกับคนไทย คือขอให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง หรือขอให้ตนเองโชคดี มั่งมีเงินทอง ปราศจากโรคภัย ฯลฯ ซึ่งของสำหรับเซ่นไหว้ดาตุกก็เหมือนกับของเซ่นไหว้พระภูมิของไทย อาทิ หมาก พลู ยาเส้น ผลไม้ ดอกไม้ ฯลฯ (ไม่ใช้เนื้อหมูในการไหว้) รวมถึงการจุดกำยานเพื่อบูชาดาตุก ซึ่งหากผู้ที่ขอพรได้พรตามที่ขอไว้ ก็มักจะมาแก้บนโดยการสร้างศาลใหม่ให้ใหญ่และสวยงามกว่าเดิม เพื่อที่ว่าดาตุกจะมีพลังเพิ่มขึ้น และให้พรง่ายขึ้น

ดาตุกในความเชื่อของคนที่นับถือนั้น มีอยู่ 9 ตน โดยเรียงลำดับจากดาตุกที่อาวุโสที่สุดไปยังดาตุกที่อายุอ่อนที่สุด ดังนี้

1. ดาตุก ปังลิมา อาลี (ดาตุกอาลี)                                    8. ดาตุก ปังลิมา เมราห์ (ดาตุกแดง)

2. ดาตุก ปังลิมา ฮีตัม (ดาตุกดำ)                                     9. ดาตุก ปังลิมา บงสุ (ดาตุกเยาว์)

3. ดาตุก ปังลิมา ฮารีมัว (ดาตุกเสือ)

4. ดาตุก ปังลิมา ฮีจัว (ดาตุกเขียว)

5. ดาตุก ปังลิมา กุนิง (ดาตุกเหลือง)

6. ดาตุก ปังลิมา ปูตีห์ (ดาตุกขาว)

7. ดาตุก ปังลิมา บิสุ (ดาตุกใบ้)