Posts Tagged ‘วิทยาการของจีน’

วิทยาการของจีน 4

Written by jintana on July 5th, 2015. Posted in บทความ

วิทยาการของจีน 4

ความรู้ความสามารถของประชาชนชาวจีนในอดีตนั้นได้ตกทอดถึงลูกหลานกลายเป็นวิชาความรู้ในด้านต่าง ๆที่อำนวยความสะดวกสบายและให้ประเทศจีนก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองดังเช่นในปัจจุบัน

ความรู้ทางวิศวกรรมโลหะเมื่อ 3,000 ปีตรงกับสมัยราชวงศ์ชาง ชาวจีนเริ่มรู้จักการถลุงสำริด และนำแร่เหล็กมาใช้ นอกจากนี้ได้ปรากฏเทคนิคการถลุงเหล็กกล้าในสมัยชุนชิวอีกทั้งยังมีการชลประทานตูเจียงแย่นที่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ซึ่งมีชื่อเสียงมากจนถึงปัจจุบัน

การพัฒนาด้านถ่านหินปรากฏขึ้นสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการหลอมเหล็กกล้าเพื่อสร้างอาวุธมากมาย และอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจมาก คือ “นกพยนต์” ซึ่งใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยวงเวียนและไม้ฉาก ประดิษฐ์ขึ้นจากไม้ไผ่สามารถบินได้สามวันสามคืนโดยไม่ตกพื้นเลย ประดิษฐ์ขึ้นโดย “ก๋งชูจื่อ” วิศกรที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

เรือสำเภาเป็นสิ่งที่เรามักจะนึกถึงเมื่อพูดถึงประเทศจีน แต่ในทางประวัติศาสตร์กลับไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับการต่อเรือสำเภาเลย กล่าวคือไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเรือที่ถูกค้นพบมีอายุเท่าไร รวมไปรูปร่าง ลักษณะในแบบที่ต่างกันออกไปว่าพัฒนามาอย่างไร แต่ก็ยังมีตำราชาวจีนเก่าแก่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 เล่มหนึ่งเขียนถึงเรือสำเภาว่า มีมาแต่สมัยโบราณในอ่าวเปอร์เซีย และชาวเปอร์เซีย หรือชาวอินเดียเป็นกลุ่มคนที่ใช้เรือเป็นครั้งแรกเพื่อเดินเรือไปยังประเทศจีน แต่ก็ยังมีข้อขัดแย้งอยู่มากเพราะไม่มีการทิ้งหลักฐานใดๆไว้

ความรู้ด้านการต่อเรือของจีนนั้น ชาวยุโรปได้นำไปประยุกต์กับการต่อเรือเหล็กในศตวรรษที่ 19หลายพันปี คือการกั้นเป็นห้องหลาย ๆ ห้อง และสามารถกันน้ำได้ ปัจจุบันเราก็จะได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ใบแขวนชนิดห้อย และพรวนใบที่ถูกใช้กับเรือยอร์ชและเรือใบแข่งขันอีกด้วย

วิทยาการของจีน 3

Written by jintana on July 3rd, 2015. Posted in บทความ

wit3

อีกหนึ่งที่บ่งบอกความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนนั่นคือการรักษาพยาบาลที่ผสมผสานระหว่างความรู้ตั้งแต่สมัยโบราณและปัจจุบันได้อย่างลงตัว มีการค้นพบการบันทึกประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ที่ยาวนานที่สุดในสมัยราชวงศ์ฮั่น เรียกได้ว่ามีประสบการณ์และทฤษฎีมากที่สุด รวมไปถึงตำราแพทยศาสตร์ที่สำคัญ  ซึ่งได้บันทึกการรักษาพยาบาล และโรคต่าง ๆมากมายลงกระดูก กระดองเต่า ต่อมาจึงเริ่มมีการวินิจฉัยโรคในสมัยราชวงศ์โจวมีการจ่ายยา และการฝังเข็มด้วย

การแพทย์โบราณของจีนนั้นถือกำเนิดจากบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลืองของจีนสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่นมีตำราแพทยศาสตร์ชื่อว่า “หวางตี้เน่ยจิง” ซึ่งเป็นตำราที่เก่าแก่ที่สุด และเริ่มมีการใช้ยาสลบชื่อว่า “หมา เฟ่ย ส่าน” ในการแพทย์ศัลยกรรม เพื่อใช้ลดความเจ็บปวดในการผ่าตัดหลังจากนั้นสมัยราชวงศ์ซ่งการฝังเข็มก็มีวิวัฒนาการที่ดีขึ้น เนื่องจากเมื่อยุคราชวงศ์หมิงนั้นการแพทย์ตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลในจีน จึงเริ่มผสมผสานกันระหว่างการแพทย์สมัยโบราณและสมัยใหม่

ศาสตร์การรักษาอันเลื่องชื่อของจีนที่เรียกว่า การฝังเข็ม แรกเริ่มเป็นเพียงการรักษาขั้นพื้นฐานคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาทั้งหมด ต่อมาได้พัฒนาเป็นสาขาวิชา ตามหลักฐานที่ถูกค้นพบกล่าวว่า ส่วนของเข็มนั้นทำมาจากหิน เรียกว่า “เข็มหิน” ซึ่งเกิดในยุคหินใหม่ ห่างจากยุคปัจจุบัน 8,000 – 4,000 ปี และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆเข้ามาก็ได้มีการหลอมเข็มเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆมากขึ้น

ตำราเกี่ยวกับการฝั่งเข็มได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 799 – 1132 และเข้าไปฝั่งยุโรปในศตวรรษที่ 16 และเมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2492 การฝังเข็มนั้นก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ มีแผนกตามโรงพยาบาล และมีการให้ความสำคัญกับสาขาวิชานี้อย่างมาก จนเป็นที่รู้จักของทั่วโลกดังเช่นในปัจจุบัน

วิทยาการของจีน 2

Written by jintana on June 5th, 2015. Posted in บทความ

วิทยาการของจีน 2

วิทยาการ คือ ความรู้แขนงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่มนุษย์เราจะนำความรู้ต่าง ๆนั้นมาประยุกต์จนทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ที่อำนวยซึ่งความสะดวกสบายแก่เรา อย่างที่เราทราบกันดีว่าประเทศจีนมีความเจริญรุ่งเรืองมากไม่ว่าจะด้านใด หากดูจากประวัติศาสตร์แล้ว นักปราชญ์หรือนักประดิษฐ์ที่อยู่ในแถบอาเซียบ้านเราก็คงหนีไม่พ้นชาวจีน

บทความที่แล้วเรานำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราววิวัฒนาการของอักษรจีน แน่นอนว่าเมื่อมีตัวอักษรก็ต้องมีการเขียนและการพิมพ์ตามมา ชาวจีนจึงมีการคิดค้นกระดาษและการพิมพ์ขึ้นมา วิทยาการด้านกระดาษและการพิมพ์

ช่วงแรกที่มีการประดิษฐ์ตัวอักษรชาวจีนได้เขียนอักษรลงบนไม้ไผ่ แต่เพราะด้วยความไม่สะดวกต่อมาจึงมีการทดลองเขียนลงบนผ้าไหม ในช่วงราชวงศ์ฉิน และฮั่น แต่ผ้าไหมนั้นราคาแพงมาก “ใช่หลุน” นักประดิษฐ์กระดาษที่มีชีวิตอยู่ในช่วงรางวงศ์ฮั่น ได้คิดค้นกรรมวิธีทำกระดาษจากเปลือกและเศษผ้า เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิเหอตี้มาก ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้กระดาษที่มีชื่อว่า “ใช่หลุน”

เมื่อมีการเขียนตัวอักษรเกิดขึ้นแน่นอนว่ามนุษย์ย่อมสรรหาความสะดวกสบายที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม เทคนิคที่ทั่วโลกให้การยอมรับนั่นคือการพิมพ์ของจีน สุดยอดสิ่งประดิษฐ์การพิมพ์มีต้นกำเนิดในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ.1041 – 1048) แต่การค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ย่อมมีข้อถกเถียงเพราะ มีการขุดพบบันทึกอู่โกว้จินกังจิงที่เกาหลีใต้ในปี 1968 แต่เมื่อเทียบอายุงานพิมพ์นั้นของประเทศจีนกลับมีอายุที่เก่าแก่กว่าหลายปี จึงได้รับการยอมรับมากกว่า

วิทยาการของจีน 1

Written by jintana on June 3rd, 2015. Posted in บทความ

วิทยาการของจีน

ประเทศจีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความเจริญทางด้านวิชาความรู้สาขาต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นผู้นำสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้นักประดิษฐ์หลายคนนำไปต่อยอดจนกลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน และความเจริญรุ่งเรืองอีกด้านหนึ่งของจีนที่เด่นชัดนั้นคือ อักษรจีน

อักษรจีนมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อประมาณ 5,000ปี มีการค้นพบหลักฐานเป็นรูปของอักษรภาพที่แกะสลักเป็นวงกลม พระจันทร์ ภูเขา บนเครื่องปั้นดินเผา ที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ส่วนหลักฐานช่วงยุคต้นศิลปะการเขียนของจีนจะเป็นลักษณะการจารึกอักษรบนกระดูกสัตว์อายุประมาณ 3,000 ปี

การเรียงลำดับวิวัฒนาการของอักษรจีนยุคแรก ๆ ในราชวงศ์ชางถึงราชวงศ์โจว จะมีลักษณะเด่นคือ เส้นและชัดเจนมาก เนื่องจากมาจากการหลอมของโลหะ ไม่ใช่การแกะสลักดังเช่นช่วงแรกของยุคประวัติศาสตร์ อักษรยุคนี้เรียกว่า อักษรโลหะ หรือ จินเหวิน จากนั้นก็มีการใช้ตัวอักษรนี้เรื่อยมาจนถึงราชวงศ์ฉิน และได้มีการปฏิรูปตัวอักษรจีนครั้งใหญ่จากการรวบรวมแผ่นดินจีนของจิ๋นซีฮ่องเต้ในปี ค.ศ.221 เพื่อให้ประเทศจีนใช้รูปแบบอักษรเดียวกันเรียกว่า อักษรจ้วนเล็ก

เมื่อเกิดอักษรจ้วนเล็กขึ้นก็มีอักษรลี่ซูใช้ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอักษรลี่ซูนั้นเกิดจากการพัฒนาของอักษรจ้วนเล็กจึงทำให้อักษรจีนกลายเป็นอักษรสัญลักษณ์ ไม่ใช่อักษรภาพเหมือนยุคแรก นอกจากนั้นก็มีการพัฒนาด้านการเขียนอักษรมาเรื่อยเป็นอักษรข่ายซู ซึ่งเป็นอักษรที่เกิดภายใต้กรอบสี่เหลี่ยมที่ใช้แพร่หลายในปัจจุบัน จากนั้นการเขียนอักษรถูกย่อลง โดยการนำลายเส้นที่มีอยู่แต่เดิม มาย่อให้เหลือเพียงขีดเดียวซึ่งฉีกรูปแบบภายใต้กรอบสีเหลี่ยมออกไปเรียกว่า อักษรเฉ่าซู สุดท้ายคืออักษรสิงซู เป็นการเขียนอักษรจีนแบบตวัดอย่างสวยงาม เหมือนเป็นการผสมระหว่าง ข่ายซู และเฉ่าซูเข้าด้วยกัน เกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น ทางตะวันออก