Posts Tagged ‘ล่ามญี่ปุ่น’

ความแตกต่างของโออิรันและเกอิชา

Written by jintana on November 26th, 2013. Posted in บทความ


หลังจากที่เราทำความรู้จักกับโออิรันและเกอิชากันดีพอสมควรแล้ว เรามีจุดสังเกตง่าย ๆ สำหรับสองอาชีพนี้มีฝากกันค่ะ ทั้งคู่จะมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันไป หากสังเกตง่าย ๆ จากสิ่งต่อไปนี้ ทรงผม กิโมโน โอบิ เกี๊ยะ การเดินและที่อยู่

– ทรงผมของโออิรันนั้นจะอลังการมาก มีการใส่วิกผมและตกแต่งด้วยปิ่นปักผม เครื่องประดับ ริบบิ้น ขมวดปมมากมาย น่าแปลกที่พวกเธอสามารถทรงคอให้ตั้งตรงได้เพราะรวมน้ำหนักแล้วประมาณ 10 กิโลกรัม ซึ่งต่างจากเกอิชาพอสมควร

– กิโมโนของโออิรันจะหนาประมาณ 5 ชั้น หรือบางครั้งอาจจะมีลักษณะคล้ายผ้าฟูกด้วยซ้ำ สีสันของกิโมโนก็จะสวยสดงดงาม ลวดลายสะดุดตา เทียบความหรูหราอลังการกับเกอิชาคนละแบบ และกิโมโนของเกอิชานั้นจะมีแขนสั้นเพื่อแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ บางข้อมูลยังบอกอีกว่าการที่พวกเธอใส่แขนสั้นนั้นก็เพื่ออวดผิวสวย ๆ ที่ไร้การปกปิดจากแป้งขาว ๆ ชวนให้ชายหนุ่มจินตนาการและหลงใหลในความงามของพวกเธอ

– โอบิ คือส่วนหนึ่งของชุดกิโมโน โออิรันนั้นจะผูกโอบิไว้ข้างหน้าเพื่อถอดหรือใส่ได้ง่ายกว่าการผูกไปข้างหลัง(เป็นนัยว่าสะดวกในการรับแขกนั้นเอง) ส่วนเกอิชานั้นจะผูกโอบิไว้ด้านหลังเพราะพวกเธอไม่จำเป็นต้องถอด ๆ ใส่ ๆ ทั้งคืนเหมือนโออิรัน

– เกี๊ยะของโออิรันจะสูงมาก สูงกว่า 2-3 เท่าของเกอิชา สำคัญคือการเปลือยเท้าของโออิรัน ที่แม้กระทั่งในฤดูหนาวพวกเธอก็ยังไม่สวมถุงเท้า(ทาบิ) เป็นความเซ็กซี่เล็ก ๆ ที่ชวนให้แขกจินตนาการถึงใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยแป้งขาวและร่างกายที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดกิโมโนหนา ๆ นั่นเอง

– การเดินของโออิรัน ต่างจากเกอิชาโดยสิ้นเชิง โออิรันจะเดินเป็นเลข 8 ญี่ปุ่น ตามสุภาษิตเชิงลบของชาวญี่ปุ่นว่า คนสวยใน 8 ทิศทาง คือ เป็นหญิงที่เอาใจชายเก่ง

– ที่อยู่ของโออิรันและเกอิชาจะแยกต่อกันอย่างชัดเจน ย่านที่โออิรันพักอาศัยจะอยู่ในแถบโยชิวาระคะ และที่สำคัญพวกเธอไม่สามารถออกจากเขตที่อยู่ย่านนี้ได้ ส่วนย่านของเกอิชาจะเป็นย่านฮานามาชิ

 

 

หญิงผู้ขายศิลปะ (ต่อ)

Written by jintana on November 22nd, 2013. Posted in บทความ

 

เส้นทางมักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ก่อนที่จะเป็นเกอิชาต้องผ่านการฝึกฝนที่หนักหนาและบททดสอบมากมาย เริ่มจากการเป็นสาวรับใช้ที่เรียกว่า ชิโกมิซัง นอนหลังตื่นก่อนนายหญิงอย่างนี้ประจำทุกวัน หลังจากนั้นก็จะก้าวเข้าสู่ช่วง มินาราอิซัง คือ ช่วงที่พวกเธอจะได้ฝึกฝนเป็นเกอิชา เริ่มจากการแต่งหน้าทาด้วยแป้งขาวที่เป็นเอกลักษณ์หรือ ชิโรนูริ การใส่กิโมโนยาวคลุมเท้าหรือ โอฮิกิซูริ นอกจากนั้นพวกเธอจะต้องฝึกศิลปะ ได้แก่ กลองชนิดต่าง ๆ ที่มีขนาดต่างกันออกไป พิณสามสาย และการร่ายรำ รวมไปถึงละครโบราณอย่างละครโนะด้วย และที่ขาดไม่ได้คือ พิธีชงชา การชงชาที่ดีนั้นไม่ได้อยู่ที่รสชาติของชา แต่อยู่ที่ลำดับการชงชาที่เริ่มตั้งแต่การต้อนรับ ปรุงชา ส่งถ้วยชา เป็นการแสดงออกถึงขนบธรรมเนียมอันดีงาม เชื่อกันว่าศิลปะต่าง ๆ เหล่านี้พวกเธอจะต้องได้รับการฝึกตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ จึงจะได้ผลดี

เชื่อว่าหลายคนอาจยังสงสัยว่าสรุปแล้วเกอิชาใช่โสเภณีหรือเปล่า คำตอบก็คือ ไม่ใช่ค่ะ แต่เธอสามารถนอนกับผู้ชายคนเดียวได้เท่านั้น คือ ดันนะ หรือผู้อุปถัมภ์ค่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ชุดกิโมโนผ้าดีลายสวย ๆ กระเป๋าที่เข้าชุด หรือเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ยังต้องเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอีก ทำให้เกอิชาแต่ละคนมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงจำเป็นต้องมีผู้อุปถัมภ์ที่สามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ แต่ข้อห้ามก็คือ ห้ามมีสามี ถ้ามีก็ต้องเลิกเป็นเกอิชาอย่างเด็ดขาด เป็นนัยว่าห้ามมีความรักนั่นเอง

ปัจจุบันเกอิชานั้นมีน้อยมาก ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่มีโอชายะ หรือโรงน้ำชา ประมาณเจ็ดร้อยแห่งรวมเกอิชาทั้งหมดราว ๆสามพันนาง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก ตรงข้ามกับปัจจุบันที่เหลือเพียงห้าสิบกว่าคนในเกียวโต และย่านเกอิชาอย่างฮานามาชิก็ขาดแคลนเป็นอย่างมาก หากพบเห็นไมโกะ(เกอิชาฝึกหัด)และเกอิชาเดินอยู่ นับว่าเป็นโชคดีมาก