Posts Tagged ‘รับแปลภาษา’

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on February 4th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on February 3rd, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

ในภาษาเกาหลีนั้นมีการประสมที่คล้ายคลึงหรืออาจจะเรียกได้ว่าเหมือนกันกับภาษาไทย เพียงแค่ภาษาเกาหลีมีพยัญชนะและสระที่น้อยกว่าเท่านั้น ตำราบางเล่มเขียนไว้ว่าการประสมคำของภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นตามตารางได้ดังนี้

ลำดับ ประเภทการประสมคำ ตัวอย่าง
1. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระ
2. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระ
3. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสม
4. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
5. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
6. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสมและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง

 

เสียงตัวสะกดในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 7 เสียง ซึ่งประกอบด้วยตัวสะกดเดี่ยวและคู่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการจดจำว่าตัวสะกดนั้น ๆ ออกเสียงอย่างไร แบ่งเสียงของตัวสะกดเมื่อเทียบกับมาตราตัวสะกดภาษาไทยได้ตามตางรางดังนี้

มาตราตัวสะกด ตัวสะกด เสียง ตัวอย่าง
กก ㄱ, ㅋ, ㄲ, ㄳ, ㄺ 옥อก, 부엌พู-อ็อก, 밖พัก,몫มก ,읽อิก
กน ㄴ, ㄵ, ㄶ 한ฮัน, 앉อัน, 많มัน
กด ㄷ,ㅅ,ㅈ,ㅊ,ㅌ,ㅎ,ㅆ 묻มุด, 옷อด, 잊อิด, 꽃กด, 좋ชด, 있อิด, 끝กึด
กล ㄹ, ㄼ, ㄽ, ㄾ, ㅀ 알อัล,  덟ดอล, 곬คล, 싫ซิล
กม ㅁ, ㄻ 곰คม, 젊ชอม
กบ ㅂ, ㅍ, ㅄ, ㄿ 입อิบ,앞อับ,없ออบ,밟พับ,  낦นับ
กง 강คัง

 

 

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

Types of Business Letter (1)

Written by akiautumn on February 2nd, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษากันอีกแล้วครับ ในครั้งที่แล้วเรารู้จักกันแล้วว่าจดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร และในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เขียนไปถึงผู้รับ โดยหลักๆ แล้วจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 10 ประเภท ดังนี้

 

Sales Lettersหรือ จดหมายเสนอขาย

Sales letters aim for offering products. Generally, the letters start off with a very strong statement to capture the interest of the reader. Since the purpose is to get the reader to do something.

จดหมายประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเขียนจดหมายเสนอขายประเภทต่างๆโดยทั่วไปนั้นจะเริ่มด้วยข้อความที่หนักแน่นเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน เนื่องจากมีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านต้องการทำอะไรบางอย่าง

 

Order Lettersหรือ จดหมายสั่งซื้อสินค้า

Order letters are sent by consumers or businesses to a manufacturer, retailer or wholesaler to order goods or services. These letters must contain specific information such as name of the product, the quantity desired and expected price.

จดหมายสั่งซื้อสินค้านั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้เขียนและส่งมายังผู้ผลิตต่างๆ เพื่อสั่งสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยจดหมายประเภทนี้จะมีเนื้อหาของ ชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนสินค้า และราคาที่ต้องการ

 

Complaint Lettersหรือ จดหมายร้องเรียน

These latters contain an unsatisfied or unpleasant feeling on goods or services. The words and tone you choose to use in a letter complaining to a business may be the deciding factor on whether your complaint is satisfied.

โดยส่วนใหญ่จดหมายชนิดจะมีลักษณะของความไม่พอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดนจะใช้คำและสำเนียงที่เปรยถึงความไม่พอใจต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ อาจจะมีการอ้างถึงความต้องการในการทำให้ความพอใจของผู้ส่งนั้นลดลง

 

Adjustment Lettersหรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

An adjustment letter is normally sent in response to a claim or complaint. If the adjustment is in the customer’s favor, begin the letter with that news. If not, keep your tone factual and let the customer know that you understand the complaint.

โดยปกติจดหมายเปลี่ยนแปลงรายการนั้นจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าก็จะขึ้นต้นจดหมายด้วยรายการต่างๆ ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้นั้นมักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

Inquiry Lettersหรือ จดหมายสอบถาม

Inquiry letters ask a question or elicit information from the recipient. When composing this type of letter, keep it clear and succinct and list exactly what information you need.

จดหมายสอบถามนั้นมักจะเป็นการสอบถามความต้องการหรือรายละเอียดจากผู้รับ ในการเขียนจดจดหมายประเภทนี้มักจะเน้นความกระจ่างชัดเจนและกระชับรวมไปถึงบอกความต้องการ

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยเราจะมารู้จักกับประเภทอื่นๆ ที่เหลืออีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

Written by jintana on February 1st, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการของ สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี นักภาษาศาสตร์บางคนจัดให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาตระกูลอัลไตอิก แต่บางกลุ่มคนนั้นให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาเอกเทศเนื่องจากการจัดตระกูลยังไม่เป็นยอมรับในวงกว้าง ทั่วโลกมีกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเกาหลีประมาณ 78 ล้านคน พบได้ในประเทศรัสเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น รวมไปถึงในสาธารณรัฐประชาชนจีนมณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี

อักษรเกาหลีถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยพระเจ้าเซจงมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โซชอน ในช่วงปี พ.ศ. 1961 ถึง พ.ศ. 1993 ตัวอักษรเกาหลีถูกเรียกว่า ฮันกึล (한글) มีความหมายว่า อักษรที่ยิ่งใหญ่ นอกจากตัวอักษรฮันกึลแล้ว ในภาษาเกาหลียังมีตัวอักษรจีนที่ถูกเรียกว่า ฮันจา (한자) ซึ่งมีความหมายตรงกับคำในภาษาจีน ต่างกันเพียงการออกเสียงเท่านั้น

อักษรภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 19 ตัว แบ่งเป็นพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว และพยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 21 ตัว แบ่งเป็นสระเดี่ยว 10 ตัว และสระประสม 11 ตัว แบ่งได้ตามตารางดังนี้

พยัญชนะเดี่ยว
คำอ่าน คียอก นีอึน ทีกึด รีอึน มีอึม พิอึบ ซีอด อีอึง ชีอึด ชี้อึด คี้อึด ที้อึด พี้อึด ฮี้อึด
พยัญชนะซ้อน
คำอ่าน ซังคียอก ซังทีกึด ซังพีอึบ ซังซีอด ซังชีอึด

 

สระเดี่ยว
คำอ่าน อา ยา ออ ยอ โอ โย อู ยู อือ อี
สระประสม
คำอ่าน แอ แย เอ เย เว วี วา แว วอ อูเว อึย

 

สระ ㅢ สามารถออกเสียงได้ 3 แบบ ได้แก่
1.ออกเสียง อึยเมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์แรกของคำ เช่น의사อ่านว่า อึย-ซา
2. ออกเสียง อี เมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์หลังของคำ เช่น예의 อ่านว่า เย-อี และเมื่ออยู่คู่กับพยัญชนะอื่นในพยางค์แรกหรือพยางค์หลังของคำ เช่น저희 อ่านว่า ชอ-ฮี, 희망 อ่านว่า ฮี-มัง
3. ออกเสียง เอ เมื่อมีความหมายว่า ของ เช่น동생의 อ่านว่า ทง-แซง-เอ

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on January 9th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

 

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

Types of Business Letter (1)

Written by akiautumn on January 7th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษากันอีกแล้วครับ ในครั้งที่แล้วเรารู้จักกันแล้วว่าจดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร และในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เขียนไปถึงผู้รับ โดยหลักๆ แล้วจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 10 ประเภท ดังนี้

 

Sales Lettersหรือ จดหมายเสนอขาย

Sales letters aim for offering products. Generally, the letters start off with a very strong statement to capture the interest of the reader. Since the purpose is to get the reader to do something.

จดหมายประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเขียนจดหมายเสนอขายประเภทต่างๆโดยทั่วไปนั้นจะเริ่มด้วยข้อความที่หนักแน่นเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน เนื่องจากมีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านต้องการทำอะไรบางอย่าง

 

Order Lettersหรือ จดหมายสั่งซื้อสินค้า

Order letters are sent by consumers or businesses to a manufacturer, retailer or wholesaler to order goods or services. These letters must contain specific information such as name of the product, the quantity desired and expected price.

จดหมายสั่งซื้อสินค้านั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้เขียนและส่งมายังผู้ผลิตต่างๆ เพื่อสั่งสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยจดหมายประเภทนี้จะมีเนื้อหาของ ชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนสินค้า และราคาที่ต้องการ

 

Complaint Lettersหรือ จดหมายร้องเรียน

These latters contain an unsatisfied or unpleasant feeling on goods or services. The words and tone you choose to use in a letter complaining to a business may be the deciding factor on whether your complaint is satisfied.

โดยส่วนใหญ่จดหมายชนิดจะมีลักษณะของความไม่พอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดนจะใช้คำและสำเนียงที่เปรยถึงความไม่พอใจต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ อาจจะมีการอ้างถึงความต้องการในการทำให้ความพอใจของผู้ส่งนั้นลดลง

 

Adjustment Lettersหรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

An adjustment letter is normally sent in response to a claim or complaint. If the adjustment is in the customer’s favor, begin the letter with that news. If not, keep your tone factual and let the customer know that you understand the complaint.

โดยปกติจดหมายเปลี่ยนแปลงรายการนั้นจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าก็จะขึ้นต้นจดหมายด้วยรายการต่างๆ ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้นั้นมักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

Inquiry Lettersหรือ จดหมายสอบถาม

Inquiry letters ask a question or elicit information from the recipient. When composing this type of letter, keep it clear and succinct and list exactly what information you need.

จดหมายสอบถามนั้นมักจะเป็นการสอบถามความต้องการหรือรายละเอียดจากผู้รับ ในการเขียนจดจดหมายประเภทนี้มักจะเน้นความกระจ่างชัดเจนและกระชับรวมไปถึงบอกความต้องการ

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยเราจะมารู้จักกับประเภทอื่นๆ ที่เหลืออีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

Cheap as Chips

Written by akiautumn on January 5th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกแล้วครับ ครั้งนี้เราจะมาดู idiom ที่เกี่ยวกับอาหารกันนะครับ สำหรับ idiom ที่จะหยิบยกมาครั้งนี้คือ ‘Cheap as Chips’ ครับ เอ…..สำนวนนี้จะมีความหมายว่าอย่างไรกันนะเราไปลองดูความหมายกันทีละตัวก่อนดีกว่าครับ

 

Cheap หมายถึง มีราคาถูก

แน่นอนครับคำๆ นี้หลายๆ คนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเราเห็นหน้าค่าตาคำนี้มาตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว

Those cars are very cheap.

-รถยนต์พวกนั้นราคาถูกมาก

That’s cheap store.

-นั้นร้านขายสินค้าราคาถูก

ทั้งนี้นอกจากคำนี้จะมีความหมายว่า ‘มีราคาถูก’ แล้ว ยังมีความหมายอื่นๆ อีก คือ ‘ตระหนี่’ หรือ ‘ขี้เหนียว’ และ ‘คุณภาพต่ำ’ ก็ได้ครับ

 

Chips หรือ Chip หมายถึง มันฝรั่งแผ่นบางๆ ครับ

เข้าใจถูกแล้วครับมันฝรั่งทอดกรอบ อาทิ เลย์ หรือ เทสโต้ ครับ

I like to have some chips.

-ฉันชอบกินมันฝรั่งทอดกรอบ

 

สำหรับสำนวน ‘Cheap as Chips’ นั้นจะมีความหมายว่าอย่างไรกันนะ? ถ้าเราให้ความหมายตรงๆ เลยจะได้ความหมายว่า ‘ถูกราวกับมันฝรั่งทอดกรอบ’ เอ….แล้วถูกราวกับมันฝรั่งทอดนี้มันคืออะไรกันล่ะ

 

โดยแท้จริงความหมายของสำนวนที่ว่า ‘Cheap as Chips’ นั้น มีความหมายว่า ‘very inexpensive’ หรือ มีราคาย่อมเยา หรือ มีราคาไม่แพงมาก

This bag is both good and inexpensive.

-กระเป๋าใบนี้ทั้งดีและราคาย่อมเยา

I’d like inexpensive seats, if possible.

-ถ้าเป็นได้ฉันอยากได้ที่นั่งที่มีราคาไม่สูงมากนัก

 

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นมันฝรั่งทอดกรอบที่นำมาเปรียบเทียบกับของที่มีราคาไม่แพงนั้น ราคาของเจ้ามันฝรั่งทอดนั้นไม่ได้ราคาสูงมากนักและยังเห็นได้ทั่วไปดาษดื่นทั่วไป เอาที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือซื้อง่ายจ่ายคล่อง ซึ่งอาจจะใช้กับรถยนต์ เสื้อผ้า รองเท้า หรือ สินค้าต่างๆ ที่โดยปกติจะมีราคาสูง

Those cars are cheap as chips.

-รถพวกนั้นมีราคาไม่สูงมากเท่าไหร่

These brand new shoes are cheap and chips.

-รองเท้ารุ่นใหม่มีราคาไม่แพง

 

อย่างไรก็ดีภาษาอังกฤษนั้นมีการนำสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาทำเป็นสำนวนมากมายเหมือนกับภาษาไทยครับ ดังนั้นนอกจากเราจะรู้ถึงสำนวนเหล่านั้นหรือคำศัพท์การใช้ภาษาแล้ว ควรจะรู้ถึงขนบธรรมเนียมบางอย่างเพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ครับ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 4

Written by jintana on December 11th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 4

ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงกับเดือนกันยายน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ช่วงโอฮิงัน(วันแบ่งฤดู)ฤดูใบไม้ร่วง ชาวญี่ปุ่นจะทำขนมฮางิโนะโมจิ หรือ โอะฮางิ เพื่อรับประทานในช่วงนี้ ส่วนช่วงโอฮิงัน(วันแบ่งฤดู)ฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงดอกโบตั๋นกำลังจะบาน จะทำขนมโบตาโมจิ

เดือนตุลาคมกลางฤดูใบไม้ร่วงอากาศจะอยู่ประมาณ 17 – 18 องศาเซลเซียส เป็นฤดูกาลที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสโทนส้มแดงของใบไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีก่อนที่จะร่วงโรยจากต้นเมื่อเปลี่ยนฤดูกาลอีกครั้ง ภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเหมือนใครสักคนเอาพรมไปปูไว้ เดือนนี้ชาวญี่ปุ่นจะนิยมทำขนมที่มีเปลือกเป็นรูปดอกเบญจมาศ มีลักษณะเป็นแป้งอบสองแผ่นสอดไส้ถั่วกวน เรียกว่า โมนากะ (คิกุโมนากะ) มาจากคำว่า พระจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญ  ซึ่งช่วงนี้ก็จะมีเทศกาลดอกเบญจมาศ ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนตุลาคม ถึง กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

บอกลาฤดูกาลแห่งใบไม้แดง ด้วยขนม โอริเบโจโยะเป็นขนมโจโยมันจูสีเขียวนิยมทำขึ้นเพื่อรับประทานกับน้ำชาในช่วงเดือนพฤศจิกายน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โอริเบมันจู  ส่งท้ายบทความนี้ด้วยเดือนธันวาคม และขนมยุกิโมจิ ขนมคินตงสีขาวสะอาด ทำจากมันยามาโตะและเหง้าของต้นลิลลี่เป็นขนมที่ชาวญี่ปุ่นทำเพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเพลิดเพลินกับหิมะ อย่างฤดูหนาวนั่นเอง

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 3

Written by jintana on December 9th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 3

เริ่มต้นฤดูร้อนกันที่เดือนมิถุนายนกับขนมมินัทซึกิ ที่นิยมรับประทานในเทศกาล นาโงชิโนะฮาราเอะ ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี ชาวญี่ปุ่นจะขอพรให้สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยตลอดครึ่งปีที่เหลือ ขนมชนิดนี้จะมีการโรยถั่วแดงไว้บนหน้าขนมสืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า สีแดงสามารถปัดเป่าโรคภัยทั้งหลายได้

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง และมีฝนตกอยู่เรื่อย ๆอากาศจะร้อนมากและมีความชื้นสูง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า ร้อนนึ่ง นอกจากอาหารดับร้อนอย่าง โซะบะเย็นๆ บะหมี่เย็น เบียร์ แตงโม แล้วนั้นยังมีขนมคุซุซากุระที่นิยมทำขึ้นในเดือนกรกฎาคม ทำจากแป้งคุซุ มีเนื้อใสสอดไส้ด้วยถั่วกวน โดยส่วนใหญ่ขนมญี่ปุ่นในฤดูร้อนจะทำจากแป้งคุซุ

ส่งท้ายฤดูกาลแห่งดอกไม้ไฟด้วยขนมแห้ง มิซุ จะทำขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งทำมาจากน้ำตาลเคี่ยวผสมสี เลียนแบบรูปร่างสายน้ำไหล เรียกว่า อารุเฮโต

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณมีความเขียวชอุ่มชุ่มชื้นด้วยสีเขียวของใบไม้ใบเขียวของ ซากุระ เมเปิ้ล โอ๊ค ตัดกับสีเขียวเข้มของต้นสนและต้นไผ่เป็นบรรยากาศที่ชวนให้คนออกมาร่วมเทศกาลดอกไม้ไฟและชมระบำพื้นเมืองอย่าง Bon Odori ที่เต็มไปด้วยสีสันให้หน้าร้อนดูมีชีวิตชีวาขึ้น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หมีภายในใจ

Written by akiautumn on December 8th, 2014. Posted in บทความ, แปลเอกสารประเภทต่างๆ

Good Morning Teacher

พบกับบทความหน้ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครับ ครั้งนี้เราก็ยังคงมาทำความรู้จักกับสำนวนเช่นเคย ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนที่ว่า ‘Bear in Mind’ ครับ เอ……แล้วสำนวนนี้จะมีความหมายว่าอย่างไรกันล่ะ?

 

เราจะมาดูทีล่ะคำกันก่อนนะครับ เริ่มจากคำว่า ‘Bear’ คำนี้หลายๆ คนคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดีครับว่า หมายถึง ‘หมี’ นั้นเอง เช่น

When I was young, I saw a big black bear standing across the river near my cabin.

-เมื่อตอนฉันยังเล็กๆ ฉันเห็นหมีสีดำตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงข้ามกับแม่น้ำใกล้กับที่พักของฉัน

ทั้งนี้นอกจากจะมีความหมายว่า ‘หมี’ คำว่า ‘Bear’ ยังทำหน้าที่เป็นคำกริยา (verb) ได้อีกด้วย ซึ่งจะมีความหมายว่า ทน อดทน และ รับผิดชอบ เช่น

How long did you have to bear with it?

-นานเท่าไหร่ที่คุณจะต้องอดทนกับมัน?

 

คำต่อมา ‘Mind’ จากที่เรารู้จักกันคำนี้จะหมายถึง จิตใจ หรือ สติ เช่น

Are you losing your mind?

-เธอเสียสติไปแล้วหรือไร?

I’m certain I won’t forget it. I keep it in mind.

-ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ลืมมันแน่นอน ฉันจำมันขึ้นใจแล้ว

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘Mind’ ก็สามารถทำหน้าที่เป็นกริยา (verb) ได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้อยู่ในรูปแบบของ Imperative Sentence หรือ ประโยคคำสั่งเสียมากกว่า เช่น

Please mind your own business!

-อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่นจะดีกว่านะ!

หรือ

-คุณไปจัดการเรื่องของตัวเองดีกว่านะ!

Would you mind if I sit at the same table?

จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะขอนั่งโต๊ะร่วมกับคุณ?

 

ดังนั้นสำนวนคำว่า ‘Bear in Mind’ เมื่อนำมาผนวกกันก็จะได้ความหมายที่ว่า ‘หมีในใจ’ แต่ไม่ใช่นะครับ สำนวนนี้จริงๆ แล้วมีความหมายว่า ท่องจำไว้ในใจไตร่ตรอง หรือ พิจารณา ครับ เช่น

You must bear in mind what I’ve just said to you.

-คุณควรจะจำในสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดกับคุณไปนะ

I bear in mind that misfortunes never come singly.

-ฉันระลึกไว้เสมอว่าความโชคร้ายไม่เคยมาเพียงอย่างเดียว

 

สำนวนเป็นเรื่องที่แลดูสับสนแต่ก็ไม่ยากในการเรียนรู้ถ้าหากเรารู้จักสังเกตและค้นคว้าเพิ่มเติมหรือนำไปใช้บ่อยครั้ง เราก็จะค่อยๆ ซึมซับและจดจำได้อย่างรวดเร็วครับ