Posts Tagged ‘รับแปลภาษาอังกฤษ’

ไม่ ไม่ ไม่

Written by akiautumn on September 9th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

พบกับบทความภาษาอังกฤษที่พร้อมจะนำความรู้ต่างๆ มานำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมาดูวลีที่มีความหมายว่า ‘ไม่’ ในแบบต่างๆ กันครับ

‘not for the world’ เมื่อเห็นวลีนี้หลายๆ คนต้องสงสัยแน่ๆ ว่าถึงขนาดไม่สำหรับโลกเลยทีเดียวหรือ? ซึ่งความหมายของวลีนี้ก็วลีนี้จะสื่อในทำนองว่า ‘ ไม่อย่างเด็ดขาด’ครับ

John is very honest, not for the world, would he tell you a lie.

จอห์นเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ดังนั้นเขาไม่มีทางโกหกคุณอย่างแน่นอน

‘not in the least’สำหรับวลีนี้ จะมีความหมายว่า‘ไม่เลยแม้แต่น้อย’ครับ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับวลีก่อนนี้ครับจะต่างกันก็แค่การสื่อความหมายเพียงเล็กน้อย

Amanda was,not in the least,anxious, she spent times rehearsing her line very well.

อแมนด้าไม่ได้รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกซ้อมบทของเธอเป็นอย่างดี

ส่วน ‘not on your life’ จะหมายถึง ไม่เลยจริงๆ ซึ่งความหมายก็ยังคงคล้ายคลึงกันกับวลีข้างต้นครับ

I will never visit to that horrible hotel again-not on your life.

ฉันจะไม่ไปพักที่โรงแรมที่น่าขนลุกนั้นแน่ ไม่เลยจริงๆ นะ

‘not the thing’ สำหรับวลีนี้จะมีความหมายที่ไม่เหมือนกับวลีข้างต้นแล้วครับแต่จะหมายถึง ‘ไม่สุภาพ’ ครับ

It is not the thing to shout loudly at library.

เป็นสิ่งไม่สุภาพเลยนะที่จะตะโกนเสียงดังในห้องสมุด

จะเห็นว่าแค่คำว่า ‘not’ ก็สามารถสร้างวลีใหม่ๆ ขึ้นได้อีกมากซึ่งความหมายส่วนใหญ่ก็ยังคงความเป็นปฏิเสธ ซึ่งผู้อ่านสามารถนำไปใช้ได้ให้ดูเก๋ๆ ครับ แต่ถึงอย่างนั้นผู้อ่านอย่าลืมดูบริบทที่นำไปใช้ด้วยนะครับ เพราะแต่ล่ะวลีก็ใช้ในบริบทที่ต้องการจะสื่อที่ต่างกันครับ

Not a …..

Written by akiautumn on September 2nd, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ผู้อ่านหลายคนรู้กันเป็นอย่างดีว่า ‘not’ มีความหมายในทางปฏิเสธครับ ซึ่งคำว่า ‘not’ มักจะตามคำกริยาช่วย (auxiliary verb) ตามที่เห็นกันอยู่ทั่วๆ ไป เพื่อทำหน้าส่วนขยายและตามด้วยกริยาแท้ (main verb) หรือ คุณศัพท์ (adjective) ครับ อาทิ

I do not eat beef.

I am not sleepy.

I have not done homework yet.

I will not go there.

แต่ถ้าหากว่าคำว่า ‘not’ ตามด้วยคำนามล่ะ โดยทั่วไปเรจะใช้คำว่า‘not a …..’โดยมักจะตามด้วยคำนามที่เป็นเอกพจน์ หมายถึง‘แม้แต่นิด’ครับ

There was not a drop of water in the pond.

ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียวในหนองน้ำ

It is not a bad thing to agree with Jenny’s idea.

ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรที่จะเห็นด้วยกับความคิดของเจนนี่

 

‘not a leg to stand on’ถ้ามองตามตัววลีนี้มีความหมายว่า‘ไม่มีสักขาหนึ่งจะให้ยืน’ ครับ แล้วไม่มีขาจะยืนเลยนี้คืออะไร? วลีนี้จะสื่อถึง ไม่มีทางปฏิเสธได้เลย

John has not a leg to stand on when the teacher caught him cheating the exam.

จอห์นไม่มีทางปฏิเสธได้เลยเมื่ออาจารย์จับได้ว่าเขาโกงข้อสอบคาหนังคาเขา

 

ทั้งนี้ นอกจาก not aที่ตามด้วยคำนามเอกพจน์แล้ว ยังมี not aยังสามารถตามด้วยอย่างอื่นได้อีกครับ อย่างเช่น not a bit ซึ่งวลีนี้หมายถึง ไม่เลยแม้แต่น้อย ครับ

Mother: You look drowsy. How many movies did you watch last night, Henry?

แม่: ลูกดูงัวเงียจัง เมื่อคืนดูหนังไปกี่เรื่องล่ะ เฮนรี่?

Henry: Not a bit.

เฮนรี่: ไม่ได้ดูเลยครับ

แต่ถ้าจะสื่อว่า ไม่เลยอย่างเด็ดขาด ก็มักใช้ว่า ‘Not a bit of it’ ครับ

Manna: Will you ask Wendy for the party tonight, James? You two look gorgeous together.

มันนา: เธอจะชวนเวนดี้ไปงานเลี้ยงคืนนี้มั้ย? เธอสองคนดูดีมากเมื่ออยู่ด้วยกัน

James: Not a bit of it! She may look nice but, actually, she is very unfriendly.

เจมส์: ไม่เลยอย่างเด็ดขาด! เธออาจจะดูดีแต่จริงๆ แล้วเธอไม่เป็นมิตรกับใครเท่าไหร่นัก

 

มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านคงได้ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวกับ ‘not’ ไม่มากก็น้อยครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนก็เข้าใจแต่ก็อาจจะทำให้สับสนได้เมื่อใช้ในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นหมั่นศึกษาตลอดนะครับ

แมวเหมียวเมี้ยวหง่าว

Written by akiautumn on August 24th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ก่อนหน้านี้เราเจอสัตว์น้อยๆ น่ารักอย่างหมู (pig) และ ลูกไก่ (chicken) กันมาแล้ว ครั้งนี้เราจะมาดูสำนวนที่มีสัตว์เลี้ยงน่ารักที่หวังจะครองโลก (รึเปล่านะ) อยู่ในตอนนี้ คือน้องเหมียว (cat) นั้นเอง ในภาษาอังกฤษก็มีสำนวนหรือวลีมากมายนับไม่ถ้วนที่ให้น้องเหมียวมามีส่วนร่วมด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีคำว่าอะไรบ้าง

A fat cat หรือ เจ้าแมวอ้วน ในภาษาอังกฤษมีการเปรียบเทียบเจ้าแมวอ้วนกับคนที่ร่ำรวยมาก ส่วนใหญ่มักจะใช้บรรยายผู้ชายที่แม้ว่าจะมีฐานะ แต่ดูไม่ขยันทำมาหากิน หรือผู้ชายที่หาเงินได้มากมายโดยดูเหมือนไม่ต้องทำงานอะไร หรือแม้แต่เศรษฐีที่มีชื่อเสียงและอิทธิพล

-Mr. Richmoney is a fat cat businessman. He owns several businesses in the town.

-คุณริชมันนี่เป็นเศรษฐีนักธุรกิจที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรได้แต่นั่งกินนอนกิน เพราะเขาเป็นเจ้าธุรกิจหลากหลายแห่งในเมืองนี้

หากให้เทียบก็คงเหมือนกับเจ้าเหมียวที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจนอ้วนฉุไม่อาจวิ่งไล่จับหนูทัน ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เดือดร้อนเพราะถึงไม่ต้องจับหนูเดี๋ยวก็มีคนเอาอาหารมาให้กินถึงที่

A cat’s pajamas หมายถึง ชุดนอนแมว มาถึงจุดนี้แล้วถึงกับฉงนว่าชุดนอนคืออะไร? และเป็นอย่างไร? เหมือนของชุดนอนคนไหม? แต่ ‘a cat’s pajamas’ ในที่นี้นั้นไม่ได้หมายถึงชุดนอนเลยด้วยซ้ำ แต่มีความหมายว่า คนที่มักจะทำอะไรได้ดีไปทุกอย่าง โดยจะมีคำที่มีความหมายในทางเดียวกันนั้นคือ ‘a cat’s meow’ ที่มีความหมายว่า สิ่งที่ดี สิ่งที่ยอดเยี่ยม

Alicia: Wow, look at Mary, she’s a stunner, alright. She’s definitely the cat’s pajamas.

Gina: Yeah, and that white dress she’s wearing is a knockout, it’s the cat’s meow.

อลิเซีย: โอ้โหดูแมรี่สิ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่สวยมีเสน่ห์ เธอจะทำอะไรๆ ก็ดูดีไปหมด

จีน่า: เห็นด้วย แล้วยังชุดเดรสสีขาวสวยที่เธอสวมนั้นอีกดูโดดเด่นยิ่งนัก ช่างเป็นชุดที่งดงามจริงๆ

A grin like a Cheshire cat มาถึงตอนนี้เจ้าเหมียวตัวป่วนผู้น่ารักที่แว่บไปแว่บมาใน Alice in Wonderland ก็มาเป็นสำนวนกับเขาด้วย ซึ่งลักษณะอาการของเจ้าเหมียวที่มักจะ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มแสวะ ยิ้มแบบไม่มีเหตุผล นั้นเองที่เป็นที่มาของสำนวน ซึ่งก็คือยิ้มโดยไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ ยิ้มเฉยๆ ยิ้มกว้างๆ ตรงกับบุคลิกเจ้าเหมียวเลย

I just presumed he’d got the job because he walked in here with a grin like a Cheshire cat.

-ฉันคิดว่าเขาต้องได้งานแล้วแน่ๆ เพราะเขาด้วยเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างไม่มีเหตุผลอะไร

สำหรับสำนวนหรือวลีที่เกี่ยวกับเจ้าแมวนั้นขอหยิบยกมาเพียงเท่านี้ก่อนครับ ซึ่งแน่นอนว่ายังมีอีกหลายคำที่อธิบายไม่จบภายในครั้งเดียว ไว้ครั้งหน้าเจ้าเหมียวอาจจะแวะมาเยี่ยมเยียนอีกครั้งครับ หรือใครอยากรู้เพิ่มเติมก็สามารถสืบค้นได้ตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือ เจ้าของภาษาเอง ครับ

Reference: idioms.thefreedictionary

นกและสำนวน

Written by akiautumn on August 17th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สำหรับบทความภาษาอังกฤษครั้งนี้เราจะไปดูนกกันครับ ใช่แล้วครับเราจะไปดูนกหลากหลายประเภทที่เข้ามามีส่วนร่วมในภาษาอังกฤษนั้นเอง ซึ่งนกแต่ละชนิดก็ทำให้เกิดสำนวนที่แตกต่างความหมายกันครับ

‘as the crow flies’ ราวกับอีกาบิน มาตรงนี้แล้วงงมากครับว่าอีกาบินนี้มันมีอะไรพิเศษถึงกับนำมาเป็นสำนวนได้ ซึ่งวลีที่ว่านี้หมายถึง ไปยังจุดๆ หนึ่งในทางตรง หรือ เดินทางเป็นเส้นตรงระหว่างที่ 2 ที่ กล่าวคือจะไม่มีทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดระหว่างจะเป็นทางตรงๆ จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งนั้นเอง

As the crow flies, it is about six kilometers between my house and downtown.

-ระหว่างบ้านของฉันและตัวเมืองทีระยะทาง 6 กิโลเมตรโดยเดินทางเป็นเส้นทางตรงล้วนๆ

‘bird brain’ หรือ สมองนก การที่เราพูดเปรียบเทียบคนว่ามีสมองราวกับนกนั้นหมายคนๆ นั้นค่อนข้างหัวทึบ ซึ่ง ‘bird brain’ นั้นหมายถึง คนที่โง่ หรือ หัวทึบ หรือก็คือขาดความเฉลียวฉลาดในการทำอะไรต่างๆ

The man is a bird brain and he always makes mistakes at work.

-ชายคนนั้นหัวทึบมาก เขาทะงานผิดพลาดอยู่เสมอ

‘as dead as a dodo’ ขนาดนกโดโด (อ่านว่า โด-โด้) ของเราก็ยังมาร่วมด้วย โดยสำนวนนี้หมายถึง ตายจากไปแล้ว ไม่มีอยู่แล้ว ไม่ได้มีอยู่อีกต่อไป หรือหายไปแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับนกโดโดที่สูญพันธุ์ไปหมดแล้วจากโลกนั้นเองครับ

My dog was as dead as a dodo after that car accident.

-สุนัขของฉันได้ตายจากไปตลอดกาลหลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น

สำหรับบางคนอาจจะไม่รู้จักนกโดโด ซึ่งเป็นนกท้องถิ่นที่พบได้เฉพาะบนหมู่เกาะมอริเชียสในมหาสมุทรอินเดีย เป็นนกขนาดเล็กที่บินไม่ได้และในปัจจุบันนกเหล่านี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

‘cock of the walk’ พอเห็นสำนวนนี้ให้นึกถึงไก่ตัวผู้ที่มักจะเดินชูคอเฉิดฉายว่าตนนั้นงดงามไม่ต่างกับคนที่คิดว่าตนเองนั้นดูดี โดยความหมายของวลีนี้คือ บุคคลใดๆ ที่คิดว่าตนเองนั้นสำคัญ หรือ โดดเด่น กว่าคนอื่นๆ

The manager thinks that he is cock of the walk. He thinks that he can do anything that he wants.

-ผู้จัดการมักจะคิดว่าเขานั้นสำคัญกว่าใครๆ เขาคิดว่าเขาจะทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ

มาถึงตรงนี้ขอหยุดเรื่องของนกไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ ซึ่งในครั้งหน้าเราจะมาดูกับเหล่านกน้อยเหล่านี้กันอีกครับ อย่างไรเมื่อรู้จักกับเหล่านกมากขึ้นก็อย่าลืมสัตว์ตัวอื่นๆ นะครับ

Reference: idiomconnection.com

เรื่องลูกไก่

Written by akiautumn on August 10th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

บทความภาษาอังกฤษครั้งนี้เรายังอยู่กับเจ้าสัตว์ตัวน้อยน่ารักอยู่ครับ ครั้งที่แล้วเรารู้จักกับเจ้าหมู (pig) กันไปแล้ว สำหรับครั้งนี้เราจะมาดู ‘chicken’ หรือ ลูกไก่กันบ้างครับ

Chickens come home to roost ประโยคนี้มีความหมายว่า ลูกไก่จะกลับไปนอนในเล้า ครับ โดยทั่วไปแล้วประโยคนี้จะสื่อไปในทางที่ไม่ดีนัก คือ สิ่งที่ไม่ดีที่เรานั้นได้พูดไว้หรือได้กระทำไว้ซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาให้เราในภายหลังครับ

Sonia: Amanda found out that I said she was incompetent, and now she won’t recommend me for that job.

Amelia: The chickens have come home to roost, I see.

โซเนีย: อแมนด้าจับได้ว่าฉันเคยพูดว่าเธอนั้นไร้ความสามารถ แล้วดูตอนนี้สิเธอไม่ช่วยแนะนำตัวฉันให้ที่ทำงานเลย

อมีเลีย:ฉันเข้าใจนะ แต่ก็นะทำเรื่องแย่ๆ ไว้ก็ต้องรับกรรมไปนะ

His unkindness to his daughter came home to roost when she refused to look after him when he was old.

-ความไร้ซึ่งเมตตาปรานีของเขาที่มีต่อลูกสาวก็กลับมาทำร้ายเขาในภายหลัง เมื่อลูกสาวเขาปฏิเสธที่จะดูแลเมื่อเขาเข้าสู่วัยแก่ชรา

โดยในสมัยก่อน วลี come home to roost นั้นเหมือนกับภาษิตสอนใจที่ว่า คำแช่งด่ามักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่แช่งด่ามากกว่าผู้ที่ถูกแช่ง ครับ ซึ่งปัจจุบันนั้นไม่เฉพาะคำด่าแช่งเท่านั้นแต่รวมไปถึงการกระทำต่างที่จะนำผลเสียมาสู่เราเอง โดยเจ้าของภาษามักจะพูดเพียงสั้นๆว่า ‘come home to roost’

Chicken feed หมายถึง อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกไก่ แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารจริงๆ นะครับ แต่จะหมายถึง เงินจำนวนเล็กน้อย หรือ เศษเงิน ครับ

It may be chicken feed to you, but that’s a month’s rent to me.

-สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่เศษเงินเล็กๆ น้อย แต่สำหรับฉันสามารถเอาไปใช้จ่ายได้ทั้งเดือนเลยนะ

The shop owner pays his laborers chicken feed.

-เจ้าของร้านจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างของเขาน้อยมาก

อย่างไรก็ดียังมีคำอีกมากมายที่ ‘chicken’ เข้าไปมีส่วนร่วม แต่ครั้งนี้จะขอหยิบยกมาเพียงนี้ก่อนครับ แต่สำหรับครั้งหน้านั้น จะได้เจอกับคำว่าอะไร หรือจะเจอกับ ‘chicken’ ต่อต้องติดตามกันครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก,Longman Dictionary of English Idioms

เรื่องหมูๆ ที่ไม่หมู

Written by akiautumn on August 3rd, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

บทความภาษาอังกฤษครั้งนี้เราจะมาดูเรื่องหมูๆ ที่ไม่หมูกันครับ แน่นอนว่าผู้อ่านทุกท่านน่าจะรู้จักคำว่า  ‘pig’  ที่หมายถึง ‘หมู’ กันอยู่แล้ว แต่รู้มั้ยว่าเจ้าหมูน้อยๆ เหล่านี้ ก็สามารถเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่หมูได้เช่นกันครับ

Piggy Bank สำหรับคำนี้คิดว่าหลายๆ คนคงนึกภาพออกได้อย่างชัดเจนว่าคืออะไร แต่บางคนที่ยังไม่รู้ให้ลองนึกถึงเจ้าหมูหลากสีสันตัวกลมๆ มีรูตรงกลางเอาไว้ใส่เหรียญดูสิครับ ใช่แล้วครับ Piggy Bank ก็คือ กระปุกออมสิน นั้นเองครับ

Everyday I save my money in the piggy bank.

-ฉันนำเงินหยอดกระปุกทุกวัน

When I arrived home, I found my piggy bank broken. I wondered my brother stole my saving.

-เมื่อฉันกลับมาถึงบ้านฉันเห็นว่ากระปุกออมสินของฉันแตกกระจาย ฉันสงสัยว่าน้องชายของฉันจะต้องขโมยเงินเก็บฉันไปแน่ๆ

แล้วทำไมกระปุกออมสินถึงต้องเป็น Piggy ด้วยนั้น มาจากความเข้าใจผิดครับ โดยเริ่มแรกนั้นผู้คนจะเก็บเศษเหรียญเศษสตางค์ไว้ในหม้อไหดินเผาที่เรียกว่า Pyggเรื่อยมา จึงเรียกว่า ‘Pygg Bank’ แต่เด็กๆ จะเรียกให้น่ารักขึ้นจนเป็น ‘Pyggy Bank’ ต่อมาคนที่ปั้นดินเผาเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็น ‘Piggy’จึงได้ปั้นรูปหมูขึ้นมา จากนั้นเจ้า ‘Piggy Bank’ ก็เป็นที่นิยมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Piggyback เมื่อเห็นคำนี้หลายๆ คนจะต้องนึกถึงหลังของเจ้าหมูแน่ๆ แต่ทว่าไม่ใช้นะครับ แต่ก็ใกล้เคียงเพียงแค่ไม่ได้เกี่ยวกับหมูเท่านั้นเอง สำหรับ ‘piggyback’ นี้จะหมายถึง ride on one’s back หรือ การขึ้นขี่หลัง นั้งเอง

When I was young, my father always gave me a piggyback ride.

-ตอนฉันเด็กๆ พ่อของฉันจะให้ขี่หลังอยู่เสมอ

My brother carries the big box piggyback.

-พี่ชายของแนแบกกล่องใบใหญ่ขึ้นหลัง

*สังเกตดีๆ จะเห็นว่า piggy bank เขียนแยกกันแต่ piggyback เขียนติดกันครับ

Reference: Longdo.dict, bloggang.com

Half (2)

Written by akiautumn on July 10th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

 

กลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ ในครั้งนี้เราจะมาต่อจากบทความครั้งที่แล้วที่พูดถึง ‘half’ ที่หมายถึง ‘ครึ่ง’ ครับ โดยมีการนำนี้ไปใช้ให้เกิดคำใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเราจะมาดูกันต่อว่ามีคำอะไรอีกบ้าง

‘go halves’ มีความหมายว่า แบ่งครึ่งเท่าๆ กัน ใช่แล้วครับใช้ในการแบ่งสิ่งของใดๆ ให้แต่ละคนในขนาดหรือจำนวนที่เท่าๆ กัน โดยมักจะใช้ในกรณีที่ผู้รับ 2 คน เช่น

Would you like to go halves in thismeal, Jane?

-เจน เธออยากที่จะหารครึ่งค่าอาหารมื้อนี้กับฉันไหม?

Let’s go halves in this big watermelon.

-เรามาแบ่งแตงโมลูกโตกันคนละครึ่งเถอะ

‘not half bad’ มีความหมายว่า ไม่เลว ซึ่งใช้ในการชมสิ่งใดๆ ที่เห็นดีแต่ยังไม่ได้ดีถึงที่สุด นั้นเอง เช่น

This dish was not half bad.

-อาหารจานนี้ก็อร่อยใช้ได้

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘not half bad’ สามารถใส่คำวิเศษ (adv.) โดยที่ยังคงความหมายเดิมแต่จะเพิ่มความรู้สึกให้มากขึ้นไปอีก ได้แก่  ‘not half too bad’ ‘not half so bad’ และ ‘not half that bad’

‘half the battle’ หมายถึง เสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งหรือสำเร็จไปครึ่งหนึ่งทั้งนี้อาจหมายถึงส่วนสำคัญของความพยายามในการบรรลุงานก็ได้ เช่น

You’ve got the shopping list done-that’s half the battle.

-คุณทำรายการสำหรับการซื้อของเสร็จแล้วก็เหมือนกับคุณซื้อเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

‘meet halfway’ หมายถึงประนีประนอมหรือ ขอคำยินยอม เช่น

No, I won’t give in, but I’ll meet you halfway.

-ไม่ล่ะ ฉันจะไม่ยอมในเรื่องนี้ แต่ฉันจะประนีประนอมกับคุณก็ได้

ทั้งนี้ให้เข้าใจว่า ‘meet halfway’ คือ พบกันครึ่งทาง จะเข้าใจและมองภาพได้ชัดเจนที่สุด กล่าวคือยอมผ่อนปรนกันให้ต่างคนต่างทำได้เต็มที่โดยที่ไม่มีใครเสียเปรียบใครเท่าไหร่นัก

ทีนี้เราก็รู้จักกับคำว่า ‘half’ มามากพอสมควรแล้ว แต่ยังมีคำอีกมากมายที่ใช้คำว่า ‘half’ มาเติมเต็มให้เกิดความหมายใหม่ ซึ่งผู้อ่านจำลองศึกษาดูด้วยตัวเองดูสิครับ เพื่อกระตุ้นความอยากในการเรียนรุ้ให้มากขึ้นๆ ไปอีก แล้วผู้อ่านจะสามารถจดจำสิ่งเหล่านั้นได้เป้นอย่างดีและรวดเร็วอีกด้วย

Half

Written by akiautumn on July 8th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

 

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านสำหรับบทความภาษาอังกฤษวันนี้ เราจะมารู้จักคำๆ หนึ่งที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กกันครับ ‘half’ แน่นอนว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านรู้จักคำนี้มาตั้งแต่ชั้นประถมในเรื่องของการบอกเวลาในภาษาอังกฤษนั้นเองครับ เช่น half-past ten a.m. คือ10 นาฬิกา 30 นาที นั้นเอง ทั้งนี้เราอาจใช้ว่า ten-thirty a.m. ก็ได้ครับ

รู้หรือไม่ว่าคำว่า ‘half’ นั้นสามารถนำมาใช้ได้ในหลายๆ สำนวนทางภาอังกฤษกันเลยทีเดียว ซึ่งครั้งนี้เราจะดูกันว่ามีอะไรบ้าง

‘half-and-half’ คำๆ นี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adj.) เมื่อนำไปขยายคำนามใดๆ ก็ตามจะหมายถึง คำนามนั้นๆ มีสภาพที่ครึ่งๆ กลางๆ หรือ การที่ทำอะไรแบบไม่ถึงที่สุด รำไม่สุดแขน เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น the half-and-half feelingคือ มีความรู้สึกที่ครึ่งๆ กลางๆ

I don’t know what John thinks aboutme, love me or not. He hashalf-and-half feelings to me.

-ฉันก็ไม่รู้ว่าจอห์นเขาคิดอะไรกับฉันกันแน่ เข้ารักฉันหรือไม่ได้รักก็ไม่รู้ ความรู้สึกเขามีให้ฉันแบบครึ่งๆ กลางๆ

สำหรับการทำไร ‘ครึ่งๆ กลางๆ’ นั้นในภาอังกฤษจะใช้วลีที่ว่า ‘do something by halves’ เช่น

John always does everything by halves.

-จอห์นชอบทำทุกๆ อย่างแบบครึ่งๆ กลางๆ เสมอ

ในบางครั้งนั้นอาจจะเหมือนการที่เรา ‘ไม่เต็มใจ’ ที่จะทำอะไรซักอย่าง ซึ่งในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า ครึ่งใจ หรือ halfhearted เช่น

It seems like John treats me in a halfhearted manner.

-สิ่งที่จอห์นทำให้ฉันดูราวกับว่าเขาทำอย่างไม่เต็มใจ

‘too good by half’ สำหรับคำนี้นั้นไม่ได้ถึง ครึ่งๆ กลางๆ แล้วครับ แต่จะหมายถึงว่า ‘ดีเกินไป’ ซึ่งก็ตามรูปที่ว่า ‘ดีไปเกินกว่าครึ่ง’ นั้นเอง เช่น

I can’t accept Kevin’s proposal even though I love him too much. He’s too good by halves for me. I want him to marry a better woman not an unreasonable like me.

-ฉันไม่อาจตอบรับคำขอแต่งงานของเควินได้ แม้ว่าฉันจะรักเขามากก็ตาม เขาดีเกินไปสำหรับฉัน ฉันให้เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลอย่างฉัน

มาถึงตรงนี้แล้วก็ขอหยุดไว้ก่อนแค่นี้นะครับ แล้วเราจะมารู้จักกับ ‘half’ กันต่อในบทความครั้งต่อไป อย่างไรก็ดีผู้อ่านอย่าลืมทบทวนในสิ่งที่ได้รับรู้มาด้วยนะครับ

มื้อเย็นแสนอร่อย

Written by akiautumn on July 6th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีผู้อ่านทุกอ่านมาพบกับบทความภาอังกฤษอีกแล้วนะครับ ครั้งนี้เราจะมาดูเรื่องของมื้ออาหารกันครับโดยเราจะมาดูในมื้อเย็นกันครับ ซึ่งคำที่เราคุ้นเคยกันก็คงหนีไม่พ้นคำว่า ‘dinner’ เป็นแน่แท้

Dinner ทำหน้าที่เป็นคำนาม (n.) แท้จริงแล้วคำๆ นี้หมายถึง อาหารมื้อหลักครับ เช่น Sunday dinner (lunch) หรือ Sunday roast ในสหราชอาณาจักรที่นิยมรับประทานกันในช่วงสายหรือเที่ยงของวันอาทิตย์หลังจากกลับจากโบสถ์ทว่าในบางประเทศเป็น มื้อเย็น

I will eat out for dinner.

-ฉันจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกในมื้อเย็น

นอกจากนี้เราอาจจะใช้คำ ‘dine’ ที่เป็นคำกริยา (v.) หมายถึง รับประทานอาหาร เพื่อทำให้ความดูกระชับขึ้นก็ได้ เช่น

I will dine out tonight.

-ฉันจะไปกินข้าวเย็นข้างนอก

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘dine’ มักจะใช้กับอาหารมื้อเย็น สำหรับมื้ออื่นๆ จะนิยมใช้ ‘eat’ หรือ ‘have’ มากกว่า

ส่วนคำนามอีกคำก็คือ diner หมายถึง “คน” ที่รับประทานอาหารในร้านอาหาร โดยจะไม่จำกัดว่าจะเป็นมื้อไหน จะเช้า สาย บ่าย เย็น ก็ใช้ diner เหมือนกันหมด หรืออาจจะหมายถึงร้านอาหารเล็กๆ ก็ได้

There are few diners in the restaurant.

-ร้านนี้มักจะมีคนทานอาหารน้อยจัง

ก่อนจะจากกันไปในบทความนี้ยังมีอีกหนึ่งคำที่เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องไม่คุ้นกันแน่ ‘dinette’โดยจะเป็นเวิ้งเล็กๆ สำหรับทานอาหารครับซึ่งจะเป็นสถานที่ที่เล็กๆ ภายในบ้าน หรือ อาคารไว้รับประทานอาหาร

มาถึงตรงนี้คงจะเข้าใจกับคำว่า ‘dinner’ กันมากขึ้นแล้วนะครับ ซึ่งในบางประเทศนั้นคำนี้อาจจะหมายถึงอาหารมื้อหลักโดยไม่ใช่เพียงแค่อาหารมื้อเย็นเพียงมื้อเดียว และยังคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีกด้วย

Brunch

Written by akiautumn on July 4th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความภาษาอังกฤษครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้ศัพท์ที่เกี่ยวกับอาหารกัน นั้นคือคำว่า ‘brunch’โดยจะเป็นอาหารรวบระหว่างมื้อเช้า (breakfast) และ มื้อกลางวัน (lunch) ดังนั้นคำที่ใช้จึงรวบกันระหว่างสองคำ คือ Breakfast กับ Lunch

โดยปกติอาหารที่ทานในช่วงเช้าระหว่างเวลา 7.00-9.00 นาฬิกา มื้อนี้เรียกว่ามื้อเช้า หรือ Breakfastและอาหารที่ทานในช่วงเที่ยงหรือระหว่าง 11.00-14.00 นาฬิกา จะเรียกว่ามื้อเที่ยง หรือ Lunch

At 7.30 before going to work, I have cereals and apple for breakfast.

-เวลา 7.30 น. ก่อนที่ฉันจะออกไปทำงาน ฉันกินซีเรียลกับแอปเปิ้ลเป็นมื้อเช้า

I’m going to grab some meals at the cafeteria for lunch.

-ฉันจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหารในมื้อเที่ยง

Brunch นั้นจะเป็นมื้อพิเศษ ที่เริ่มรับประทานช้ากว่าปกติในช่วงเช้าและกินมากกว่าปกติ พร้อมรวบเป็นอาหารกลางวันไปด้วยในตัวเพราะอาจจะเป็นเพราะตื่นสาย หรือเรียกได้ว่าเป็นอาหารมื้อแรกที่รับประทานในตอนช่วงเที่ยงหรือบใกล้เที่ยงทว่าอาหารมื้อแบบนี้ไม่ได้เป็นปกติ จึงไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไป แต่มักจะเกิดจากช่วงเวลาพิเศษ เช่นช่วงวันหลังเฉลิมฉลอง

We woke up very late today because we watched a movie until dawn. We decided to have brunch today.

-พวกเราตื่นสายมากๆ ในวันนี้เพราะเมื่อคืนมัวแต่ดูหนังกันจนสว่าง ดังนั้นเราจึงคิดว่าจะกินอาหารเช้าและกลางวันรวบกันไปเลย

My mom prepared a big brunch for holiday.

-แม่ของฉันเตรียมบรันช์มื้อใหญ่สำหรับวันหยุดพักผ่อนนี้

*โดยส่วนมากเราจะนิยมเรียกอาหารมื้อนี้แบบทับศัพท์เสียมากกว่า

แต่เริ่มเดิมที Brunch มาจากสหรัฐอเมริกาซึ่งจะรับประทานกันเวลาสักกึ่งกลางระหว่างมื้อเช้าและมื้อกลางวัน คือราวๆ 11.00-14.00  น.(คือ 11 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง) และเป็นวาระพิเศษ ร่วมรับประทานกันหลายๆคน จะที่บ้านหรือที่ร้านอาหาร หรือที่ทำงาน

ทั้งนี้หลายๆ คนอาจจะคุ้นหูกับคำว่าSunday Brunch คือ มื้อที่อลังการที่สุดประจำอาทิตย์ และในตอนนี้ก็กลายประเพณีนี้ก็ได้สืบทอดต่อกันมาและเผยแพร่ไปทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว