Posts Tagged ‘รับแปลภาษาอังกฤษ’

บวก ลบ คูณ หาร (1)

Written by akiautumn on February 9th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับ พบกับบทความภาษาอังกฤษที่นำความรู้เล็กๆ น้อยๆ ทางภาษามาแชร์กันครับ วันนี้เรามาดูภาษาอังกฤษในวิชาคณิตศาสตร์กันครับ ผมมั่นใจว่าทุกคนได้เรียนคณิตศาสตร์กันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล และหลายๆ คนคงขยาดกับวิชานี้ไม่น้อย แน่นอนผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ต้องตกใจนะครับวันนี้เราจะมาดูเรื่องพื้นฐานของหลักคณิตศาสตร์กันครับ คือ บวก ลบ คูณ หาร

 

การบวก(+) ในภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและเป็นทางการจะใช้คำว่า ‘plus’ ครับ เช่น

One plus one equals two. หรือ One plus one is two ครับ

อย่างไรก็ดีการบวกนั้นอาจใช้คำว่า ‘and’ แทน ‘plus’ได้ครับ เช่น

One and one is two. หรือ One and one are two ครับ

จะเห็นว่าเราสามารถใช้ในรูปของเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้

 

การลบ (-)ในภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและเป็นทางการจะใช้คำว่า ‘minus’ ครับ เช่น

Two minus one equals one. หรือ Two minus one is one ครับ

เช่นเดียวกับการบวก การลบเองก็สามารถใช้คำอื่นๆ มาแทนได้เหมือนกัน เช่น

One from two is one. หรือ One from two leaves one ครับ

สังเกตดีๆ นะครับว่าเมื่อใช้ ‘from’ ในการลบ เราจะนำตัวเลขที่น้อยกว่าขึ้นต้นประโยคก่อนเสมอ ไม่งั้นจะได้ผลลัพธ์ติดลลนะครับ

นอกจาก ‘from’ แล้ว เรายังสามารถใช้คำว่า ‘take away’ ได้อีกครับ เช่น

Two take away one is one. หรือ Two take away one leaves one.

ดูที่คำว่า ‘Take away’ นะครับ จะอยู่ในรูปของพหูพจน์ครับ

 

เอาล่ะครับ วันนี้เรามาดู บวก กับ ลบ กันก่อน แล้วเดี๋ยวครั้งหน้าเราจะมาดูเรื่อง คูณ กับ หาร กันครับ

 

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

Buddy Up

Written by akiautumn on February 2nd, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาพบกับบทความภาษาอังกฤษที่จะนำความรู้เล็กๆน้อยมาแชร์กันต่อนะครับ วันนี้เรามาดูคำว่า ‘buddy up’ กันครับ

 

Buddy up หมายถึง การผูกมิตร แต่เป็นการผูกมิตรกับใครบางคน เพื่อมุ่งหวังอะไรบางอย่าง หรือ ผูกมิตรเพื่อหวังผลประโยชน์ นั้นเอง เช่น

 

Although Amelia doesn’t like Mary, she is buddying up to her because she wants Mary to help her with the report.

-แม้ว่าอมิเลียจะไม่ชอบแมรี่ แต่เธอก็พยายามผูกมิตรกับหล่อน เพราะอมิเลียอยากให้แมรี่ช่วยเธอทำรายงาน

 

Buddy up with หมายถึง เป็นคู่หูกัน เช่น

 

Amanda buddied up with Laura when they traveled to Thailand.

-อแมนด้าเป็นคู่หูกับลอร่าตอนไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทยด้วยกัน

 

ถ้าเราอยากจะผูกมิตรกับใคร ในภาษาอังกฤษสามารถใช้คำว่า ‘befriend’ และ ‘make friend with’ ได้ครับ เช่น

Here is John, a new student; please befriend him.

-นี้จอห์นนักเรียนใหม่ ช่วยเป็นเพื่อนกับเขาหน่อยนะ

It took John only one day to make friends with his classmates at the school.

-จอห์นใช้เวลาแค่วันเดียวในการผูกมิตรกับเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียน

 

จะเห็นว่าในการผูกมิตรในภาษาอังกฤษก็ยังมีคำที่สามารถใช้ได้อยู่มากมาน ซึ่งในการนำไปใช้ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของความหมายที่ต้องการจะสื่อด้วยนะครับ มิเช่นนั้นหากสื่อความหมายผิดไปล่ะก็แย่แน่ๆ ครับ

เรื่องบ้านๆ

Written by akiautumn on January 28th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

พบกับบทความภาษาอังกฤษที่จะนำความรู้มาฝากกันครับ เมื่อก่อนหน้านี้เราได้รู้จักกับว่า house และ home กันแล้ว รู้ไหมครับว่าทั้ง 2 คำนี้สามารถนำไปผสมกับคำอื่นๆ เพื่อให้ได้คำใหม่ได้เช่นกันครับ เราลองไปรู้จักกับคำเหล่านั้นกันดีกว่า

House อย่างที่หลายๆ คนทราบดีว่า หมายถึงบ้านที่เป็นโครงสร้าง ลักษณะเป็นอาคารหรือตึกครับ ซึ่งคำว่า house ก็มีการนำมาผสมกับคำอื่นๆ อีก เช่น

Household ทำหน้าได้สองอย่าง คือ คำนาม (noun) หมายถึง ครอบครัว สมาชิกในครอบครัวครอบครัวที่รวมทุกคนในบ้านและ คำคุณศัพท์ (adj)หมายถึง เกี่ยวกับครอบครัวเกี่ยวกับบ้านประจำบ้าน เช่น

There are 6 people in this household.

-มีผู้อาศัยอยู่ 6 คนในครัวเรือน

My father decided to have household remedies.

-พ่อของฉันตัดสินใจที่จะติดตู้ยาสามัญประจำบ้าน

Housemateหมายถึง ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ครอบครัว เช่น

I lived with 3 housemates when I studied abroad.

-ฉันแชร์ห้องอยู่กับเพื่อน 3 คนเมื่อตอนไปเรียนอยู่ต่างประเทศ

Housemaidหมายถึง คนรับใช้ แม่บ้านหรือพ่อบ้าน ซึ่งสามารถใช้คำว่า maid แทนได้ เช่น

The housemaid is cleaning my room.

แม่บ้านกำลังทำความห้องของฉันอยู่

Houseworkหมายถึง งานบ้าน พวกการปัดการเช็ดถู เช่น

I postponed doing my housework for a few hours.

-ฉันผลัดการทำงานบ้านออกไปอีกซัก 2-3 ชั่วโมง

Housekeepทำหน้าที่เป็น กริยา (verb) หมายถึง ดูแลบ้าน แต่โดยส่วนมากเราจะคุ้นเคยกับคำว่า housekeeper หมายถึง แม่บ้านหรือพ่อบ้าน และ housekeeping หมายถึง การบ้านการเรือน ครับ

Home เองก็มีบริบทเยอะเช่นกันเมื่อนำมาผสมกับคำอื่นๆ อีก เช่น

Homemadeทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adj) หมายถึง ภายในบ้านหรือภายในครัวเรือน เช่น

My neighbor gave me homemade cookies.

-เพื่อนบ้านของฉันอบคุกกี้มาให้ฉัน

Homeworkหมายถึง การบ้าน ใช่ครับ การบ้านที่ทุกคนคุ้นเคยกันครับ งานที่ได้จากโรงเรียนมาทำที่บ้านครับ

The teacher gives students load of homework for weekend.

-คุณครูให้การบ้านนักเรียนเยอะไว้ทำตอนสุดสัปดาห์

Homelandหมายถึง บ้านเกิด ซึ่งก็คือบริเวณหรือเขตที่เราเกิด เช่น

Susan has lived in London for 7 years. She really misses her homeland in Wyoming.

-ซูซานมาอาศัยอยู่ที่ลอนดอนได้ 7 ปีแล้ว เธอคิดถึงบ้านเกิดของเธอที่ไวโอมิ่งมาก

Homesickคำนี้เป็นคำคุณศัพท์ (adj) หมายถึง ซึ่งคิดถึงบ้าน หากเป็นคำนาม (noun) จะใช้ว่า homesickness

All of us were homesick.

-พวกเราทั้งหมดรู้สึกคิดถึงบ้าน

Homelessทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adj) หมายถึง ไร้ที่อยู่ เร่ร่อน พเนจร

The homeless people sought shelter from the chilly shower.

-เหล่าคนเร่ร่อนต้องการที่กำบังจากสายฝนอันหนาวเย็น

สำหรับคำว่า house และ home นั้นจะขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้ ถ้าหากใครอยากรู้เพิ่มเติมก็สามารถไปสืบค้นได้จากหลายๆ แหล่ง อาทิ อินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ดีก็อย่าลืมศึกษาวิธีการใช้มาด้วยนะครับ

รอคอย

Written by akiautumn on January 21st, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับกลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษที่จะนำความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาให้เรียนรู้กันอีกแล้วครับ ก่อนอื่นเลยผู้อ่านหลายๆ ท่านต้องเคยรอคอยอะไรบางอย่างใช่มั้ยครับ ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูคำว่า ‘รอคอย’ ในภาษาอังกฤษกันว่าจะใช้คำว่าอะไรได้บ้าง

หากพูดการรอคอย แน่นอนเลยว่าคำๆ แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ‘wait’ ครับ

Ten years is a long time to wait.

-สิบปีช่างเป็นเวลาอันยาวนานในการรอคอย

I had hardly waited a minute when he came.

-ฉันแทบจะไม่อยากรอคอยเขาจนกว่าเขาจะมา

แล้วถ้าผู้เจอประโยคที่ว่า I was waiting a phone call. คิดว่าดูแปลกตามั้ยครับ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะดูไม่แปลกตาเท่าไหร่นัก แต่ในภาษาอังกฤษไม่ค่อยใช้แบบนี้กัน โดยส่วนมากจะใช้ว่า I was expecting a phone call. มากกว่าครับ

คำต่อมาคือ ‘expect’ หมายถึง คาดหวัง แน่นอนว่าการคาดหวังก็คือการรอคอยอย่างหนึ่งเช่นกัน

I expect him to come.

-ฉันคาดหวังว่าเขาจะมา (รอคอยว่าเขาอาจจะมา)

I expected that he would visit me.

-ฉันคาดหวังว่าเขาจะมาเยี่ยมฉัน (รอคอยการมาเยี่ยมของเขา)

‘look forward to’ คำๆ นี้หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นนัก ซึ่งก็ในการรอคอยอีกรูปแบบหนึ่ง หมายถึง ตั้งหน้าตั้งตา หรือ รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

I am looking forward to going home.

-ฉันรอเวลาที่จะกลับบ้าน

Sasha is looking forward to seeing her best friend, Anna.

-ซาช่าตั้งหน้าตั้งตาที่จะเจอเพื่อนสนิทของเธอแอนนา

*look forward to ต้องตามด้วย v.+ingเสมอนะครับ เราจะไม่ใช้ว่า I am looking forward to go home. ครับ

อย่างไรก็ดีในภาษาไทยประโยคที่ว่า ‘ฉันคอยเธอ’ นั้น หลายๆ คนจะใช้คำว่าI wait you. ซึ่งไม่ถูกต้องครับ ในภาษาอังกฤษการรอคอยใครสักคน จะต้องใช้preposition ‘for’ เสมอครับ เช่น I wait for you.

พ่อครัวผู้คดโกง?

Written by akiautumn on January 14th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_nพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้ง เราจะมาดูคำว่า Cook กับ Crook ครับ อย่างที่เห็นทั้ง 2 คำจะมีการออกเสียงที่คล้ายคลึงกันมาก แต่ความหมายของ 2 คำนี้แตกต่างกันสิ้นเชิงครับ

Cook เป็นได้ทั้งคำนาม (noun) หมายถึง คนครัว แม่ครัวหรือพ่อครัว และคำกริยา (verb) หมายถึง ทำกับข้าว หรือ ประกอบอาหาร เช่น

Susan is a cook.

-ซูซานเป็นแม่ครัว

และหากเราต้องการชมฝีมือในการทำอาหารก็สามารถใช้ได้เช่นกันครับ เช่น

Susan is a good cook.

-ซูซานมีฝีมือการทำอาหารดีมาก

Susie is a bad cook.

-ซูซี่ไม่มีฝีมือในการทำอาหารเลย

ส่วนคำว่า Crook นั้น หมายถึง คนคดโกง ครับ

John’s account is cooked. He is a crook.

-บัญชีของจอห์นถูกปลอมขึ้นมา เขานั้นเป็นคนคดโกง

และเมื่อเป็นคำคุณศัพท์ (adj) หมายถึง โค้งงอ หรือ ไม่ซื่อสัตย์ เช่น

The picture is hung crooked.

-รูปที่แขวนมันเอียงนะ

John tries to convince an innocent young man to join him in his crooked deal.

-เขากำลังหลอกล่อให้หนุ่มน้อยไร้เดียงสามาสมรู้ร่วมคิดในการกระทำไม่ซื่อตรงของเขา

จะเห็นได้ว่าในภาษาอังกฤษมีคำที่ออกเสียงเหมือนกันอยู่หลายคำ ซึ่งต้องระวังให้ดีครับเพราะหากนำไปใช้ผิดจะสื่อความหมายผิดทันที ดังนั้นต้องหมั่นระมัดระวังไว้ครับ

House และ Home

Written by akiautumn on January 7th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับ ครั้งนี้เราจะดูเรื่องใกล้ๆ ตัวกันครับ เรื่องเกี่ยวกับบ้านครับ ถ้าหากเราพูดถึงบ้านในภาษาอังกฤษ หลายๆ คนก็จะนึกถึงคำว่า ‘House’ ใช่มั้ยครับ

House หมายถึง บ้าน หรือ ที่พักอาศัย ใช่แล้วครับบ้านที่เราๆ คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันเลย ซึ่งทำหน้าได้ 2 อย่างคือ คำนาม (noun) หมายถึง บ้าน หรือ ที่อยู่อาศัย และ คำกริยา (verb) หมายถึง จัดที่พักหรือที่อยู่ให้ จัดให้อยู่พักอาศัย หรือพำนัก ครับ เช่น

In cold winter, I want a house to keep me warm.

-ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ฉันอยากมีบ้านไว้ซุกตัวเพื่ออบอุ่นร่างกาย

The museum houses an impressive collection of jewels.

-พิพิธภัณฑ์นำชุดเพชรพลอยอันน่าประทับใจมาเก็บไว้

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ‘house’ กับ ‘home’ ต่างกันอย่างไร เพราะทั้งสองคำล้วนก็หมายถึงบ้านเช่นกัน ทว่าถึงทั้งสองคำจะหมายถึงบ้านเหมือนกันแต่มีความต่างกันเล็กน้อยครับ

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วครับว่า house คือ บ้าน ในที่นี้เป็นตัวบ้านมีโครงสร้างที่ทำไว้เพื่ออยู่อาศัยครับส่วน home เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะหมายถึงที่ใดๆ ก็ได้ เช่น แฟลต (flat) อพาร์ทเม้นท์(apartment) หรือ แม้แต่ข้างถนนครับ โดยจะสื่อในทำนองว่าอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวครับเรามาดูประโยคจัวอย่างกันดีกว่าครับ

I live in a small house.

-ฉันอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก

ประโยคนี้จะกล่าวถึงบ้านหลังเล็กซึ่งหมายถึงบ้านที่มีโครงสร้างเล็กตรงตัวครับ

He returned home for the first time in ten years.

-เขากลับมาบ้านในรอบ 10 ปี

สำหรับประโยคนี้ไม่ได้ถึงโครงสร้างหรือลักษณะของตัวบ้านแต่จะสื่อไปในทางนามธรรม ซึ่งคำว่าบ้านในที่นี้อาจจะหมายถึง กลับมาหาครอบครัว กลับมายังละแวกเดิม กลับมายังถิ่นกำเนิด ก็ได้ครับ

ทั้งนี้ house และ home นั้นจะไม่สามารถใช้สื่อความหมายแทนกันได้ครับ

จะเห็นว่าคำง่ายๆ ที่เราเคยเห็นกันมาตั้งแต่เด็กก็มีการใช้ที่ยุ่งยากซับซ้อนไม่แพ้กัน แต่คิดว่าคงจะไม่เป็นปัญหามากนักเพราะเมื่อเรานำไปใช้เราจะสังเกตถึงรูปแบบได้ว่าหากใช้สลับกันจะทำให้ประโยคไม่สมบูรณ์และดูแปลกตา อย่างไรก็ดีเราก็ไม่ควรปล่อยไปครับ ต้องคอยศึกษาความแตกต่างในการใช้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเป็นดีที่สุด

Turn

Written by akiautumn on December 22nd, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ภาษาอังกฤษครั้งนี้มาดูคำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันครับ อย่างคำว่า ‘turn’ กันครับ อย่างที่เราเข้าใจกันครับว่า turn หมายถึง หมุนกลับ แต่เจ้าของภาษาเอาคำนี้ไปประกอบประโยคอื่นๆ อีก และความหมายก็มีแตกต่างกันออกไปเช่นกัน

 

Speak out of Turn หมายถึง พูดไม่ถูกกาลเทศะ หรือ จะเป็นพูดนอกประเด็น ก็ได้ครับ เช่น

Ms. Laura spoke out of turn when she got to give a speech to the class

-คุณลอร่าพูดนอกประเด็นตอนที่เธอให้โอวาทแกนักเรียน

 

All in Turn ไม่ได้มีความหมายว่าทั้งหมดหมุนนะครับ แต่หมายถึง ทีละคน หรือทีละสิ่งครับ เช่น

The teacher wants to listen to her student’s problem in learning English all in turn.

-คุณครูต้องการฟังปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนทีละคน

While listening to Amanda’s problem, John intervenes. The teacher tells John to talk when his turb comes.

-ในขณะที่คุณครูฟังปัญหาของอแมนด้า จอห์นก็แทรกเข้ามา ครูจึงบอกให้จอห์นรอจนกว่าจะถึงรอบของเขา

 

Turn a Compliment หมายถึงกล่าวคำชม คำยกยอ ครับ

I think you know how to turn a compliment.

-ฉันว่าเธอรู้ว่าจะกล่าวคำชมอย่างไร

 

จะให้ว่าคำว่า turn นั้นสามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบประโยคเพื่อให้เกิดคำที่มีความหมายใหม่ ดังนั้นเราก็อย่าลืม turn self to be professional นะครับ

The Old Dears

Written by akiautumn on December 15th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

กลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ เราจะดูคำว่า ‘the old dears’ ครับ หลายๆ คุ้นเคยกับคำว่า ‘dear’ แน่นอนครับ ซึ่งหมายถึง ที่รัก หรือ ซึ่งเป็นที่รัก นั้นเอง

Time to go beddy-byes, dear.

-ได้เวลาเข้านอนแล้วจ้ะ ลูกรัก

 

แต่หากว่าเป็น ‘the old dears’ นั้น หมายถึง one’s parents หรือก็คือ คุณพ่อคุณแม่ ครับ เช่น

I have to visit the old dears this weekend.

-ฉันต้องไปเยี่ยมพ่อและแม่ที่ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

 

     ทั้งนี้คำว่า the old dears นั้น หากเจอคำว่า the old dear ที่ไม่ได้เติม -s นั้นจะมีความหมายว่าone’s mother หรือก็คือ คุณแม่ นั้นเองครับ เช่น

I will go shopping presents for the old dear.

-ฉันจะไปซื้อของขวัญให้คุณแม่

 

     สำหรับ the old นั้นมีให้เห็นในภาษาอังกฤษเยอะครับ เช่น the old lady ซึ่งก็หมายถึง one’s mother คือ คุณแม่ หรือ ภรรยา ก็ได้ครับ สำหรับthe old man ก็หมายถึง พ่อ หรือสามี แต่หากพนักงานพูดถึง the old man ก็จะหมายถึง เจ้านาย ครับ

Go after และ Go about

Written by akiautumn on December 8th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ภาษาอังกฤษครั้งนี้เรามาดู phrasal verb ที่ว่า ‘go after’ และ ‘go about’ กันครับ

 

go after หมายถึง ตาม หรือ to follow someone in order to catch, attack or talk ครับ กล่าวคือตามเพื่อจะจับเขา ตามเพื่อจะทำร้ายเขา หรือตามเพื่อจะพูดคุยกับเขา นั้นเอง โดย go after + someone ครับ เช่น

After failing the test, Amanda looked depressed and upset. Should I go after her about the party?

หลังจากที่อแมนด้าพลาดในการสอบ เธอดูหดหู่และหัวเสีย ฉันควรจะตามไปคุยกับเธอเรื่องงานเลี้ยงหรือเปล่า?

 

ถ้าหากว่าเป็น go after + something หมายถึง พยายามที่จะได้อะไรบางอย่าง ในเรื่องของงาน หรือธุรกิจ เช่น

I won’t give on the job test. I decide to go after my dream job as an actress.

-ฉันจะไม่ยอมถอยให้การทดสอบหรอก ฉันจะต้องทำตามความฝันเพื่อจะเป็นนักแสดงให้ได้

 

go about ก็สามารถสื่อความหมายได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เช่น

Learning a new thing is not difficult, providing you go about it in the right way.

-การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณเลือกทางเรียนรู้ที่ถูกวิธี

จะเห็นว่าในประโยคข้างต้น go about จะมีความหมายสื่อไปในทางเริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่างด้วยวิธีเฉพาะทางนั่นเองครับ

 

ทั้งนี้ถ้าเราเลือกทางที่ถูกต้องทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ ในการเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นกันถ้าเรามีวิธีเรียนในแบบที่เราเข้าใจดีเราก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Catch-As-Catch-Can

Written by akiautumn on December 1st, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ เรามาดูสำนวนที่แปลกตาที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเท่าไหร่กันครับ

 

Catch-As-Catch-Canจากที่สังเกตสำนวนนี้มีใครพอจะเดาความหมายของคำนี้ได้บ้างมั้ยครับว่าคืออะไร เราลองมาดูประโยคตัวอย่างกันก่อนดีกว่า เพื่อที่จะช่วยให้เดาถึงความหมายได้

I and my friends decided to arrange a meeting at someone house where we can be catch-as-catch-can.

ความหมายของสำนวนนี้ หมายถึง in a way possible หรือ แบบที่พอจะทำได้ ถ้าเอาแบบเต็มๆ ใจความ คือ ด้วยท่าทางที่เสรีไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร นั้นเองครับ ดังนั้นประโยคข้างต้นจะได้ว่า ‘ฉันกับเพื่อนๆ ตัดสินใจจะนัดพบกันที่บ้านใครซักคนที่ซึ่งพวกเราจะสามารถทำอะไรก็ได้’

 

ทั้งนี้สำนวน catch-as-catch-can ยังมีความหมายว่า unplanned หรือ ไม่ต้องวางแผนหรือไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ เช่น

Mr. Anderson lives a catch-as-catch-can life.

-คุณแอนเดอร์สันใช้ชีวิตแบบอิสระไม่ผูกมัดกับกฎเกณฑ์ใด

ซึ่งสำนวนนี้จะคล้ายๆ กับ hit-or-miss ที่หมายถึง ไม่ได้วางแผนไว้ เช่นกันครับ

 

อย่างไรก็ดีเวลาเราจะทำสิ่งใดก็ควรจะวางแผนไว้หน่อยก็ดีนะครับ อย่างเช่นวางแผนการทบทวนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปครับ