Posts Tagged ‘รับแปลภาษาอังกฤษ’

ว่างเปล่า

Written by akiautumn on May 31st, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษน่ารู้กันต่อนะครับ หลายๆ คนเวลาไปท่องเที่ยวหรือค้างอ้างแรมตามที่ต่างๆ ก็ต้องหาที่พักกันใช่ไหมครับ ในบางที่เราจะเห็นคำว่า ‘vacant’ ตามหมายเลขห้อง ซึ่งคืออะไรก็อาจจะไม่รู้

 

คำว่า ‘vacant’ มีความหมายเดียวกับ ‘empty’ เป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ซึ่งทั้ง 2 คำจะสื่อความหมายเดียวกันคือ ว่าง ครับ แต่สำหรับ ‘empty’ นั้นจะสื่อว่า ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยเช่น

The room is empty.

-ในห้องไม่มีอะไรอยู่เลย

 

อย่างไรก็ดี ‘empty’ นอกจากจะหมายถึงว่างแล้ว สามารถหมายถึง ‘not use’ หรือ ไม่มีใครใช้ ได้เช่นกัน เช่น

My mom puts the stuffs on an empty chair.

-แม่ของฉันวางของไว้บนเก้าอี้ที่ว่างอยู่

 

แต่ถ้าเป็น ‘vacant’ จะหมายถึง สถานที่ว่าง หรือ ตำแหน่งว่าง ครับ เช่น

The room is vacant.

-ห้องนี้ว่าง (ไม่มีคนอยู่เพราะคนเก่าออกไปแล้ว)

ซึ่ง ‘vacant’ สามารถหมายถึงคำว่า ‘not occupied’ ได้ครับ เช่น

This seat is not occupied. You can sit here.

-เก้าอี้ตัวอี้ยังไม่มีใครนั่ง คุณสามารถนั่งตรงนี้ได้

 

จะเห็นว่าทั้ง 2 คำ มีความหมายที่คล้ายกันแต่บริบทและการนำไปใช้นั้นจะต่างกัน ดังนั้นให้ระวังให้ดีนะครับเพราะถ้าเอาไปใช้ผิด การสื่อความหมายก็จะเพี้ยนไปด้วยครับ

มือแดง

Written by akiautumn on May 24th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาพบกับบทความน่ารู้ภาษาอังกฤษกันครับ ในครั้งนี้เราดูคำว่า ‘red-handed’ ครับ จากที่ดูคิดว่าคำนี้จะมีความหมายว่าอย่างไรกันนะ จะหมายถึง มือแดงหรือเปล่านะ ถ้ายังนึกไม่ออกเราลองมาดูประโยคกันดีกว่าครับ

 

Sarah was caught red-handed when she tried to cheat on her boyfriend.

-ซาร่าถูกจับมือแดงในเวลาที่เธอพยายามนอกใจแฟนของเธอ

 

เอ๊ะ ดูแปลกมั้ยนะ? ถูกจับมือแดงคืออะไร?

 

คำว่า ‘red-handed’ นั้น ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adj.) หมายถึง คาหนังคาเขา ครับ

Sarah was caught red-handed when she tried to cheat on her boyfriend.

-ซาร่าถูกจับได้คาหนังคาเขาในเวลาที่เธอพยายามนอกใจแฟนของเธอ

ซึ่งส่วนใหญ่ ‘red-handed’ จะมาในรูปของ idiom คือ ‘be caught red-handed’ อยู่บ่อยครั้งครับ

 

นอกจากนี้ยังมีวลีที่ว่า ‘caught in the act’ ที่มีความหมายว่า คาหนังคาเขา เช่นกันครับ เช่น

Sarah was caught in the act when she tried to cheat on her boyfriend.

 

จะเห็นว่าแม้แต่คำที่ดูง่ายๆ ก็สามารถทำให้เราสับสนได้เช่นกันเมื่อมาอยู่ในรูปของ idiom ดังนั้นควรระวังและสังเกตบริบทรอบข้างว่าจะสื่อความหมายไปในทางใดครับ

มาแต่งงานกันเถอะ

Written by akiautumn on May 17th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

บทความภาษาอังกฤษน่ารู้ครั้งนี้ เรามาดูเรื่องความรักอย่าง ‘แต่งงาน’ กันครับ แน่นอนว่าเราจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘แต่งงาน กับ’ ในภาษาไทย หรือ ‘marry with’ ครับ ทว่าในภาษาอังกฤษนั้น แต่งงานกับใคร จะไม่ใช่ with ครับ

 

ซึ่งการใช้คำว่าแต่งงานกับในภาษาอังกฤษสามารถใช้ได้ 3 รูปแบบครับ ได้แก่

Subject + marry + object เช่น

Sandra will marryJohn next week.

-ซาดร้าจะแต่งงานกับจอห์นอาทิตย์หน้า

หรือ

Subject + be married to + object

Sandra will be marriedto John next week.

-ซาดร้าจะแต่งงานกับจอห์นอาทิตย์หน้า

หรือ

Subject + get married to + object

Sandra will get married to John next week.

-ซาดร้าจะแต่งงานกับจอห์นอาทิตย์หน้า

 

อย่างไรก็ดี ในบางครั้งอาจจะเห็นmarry ใช้กับ ‘with’อยู่บ้าง ซึ่งจะให้ความหมายที่แตกต่างออกไป เช่น

Sandra was married with 2 children.

-ซานดร้าแต่งงานแล้วมีลูก 2คน

 

สำหรับget married และ be married นั้นก็ไม่ค่อยมีใครใช้ preposition ‘to’ครับโดยจะใช้รูปประโยคที่ว่า

Sandra and John are married.

Sandra and John got married.

จะเห็นว่าภาษาอังกฤษกับภาษาไทยนั้นยังมีความแตกต่างกันในด้านการใช้ซึ่งในภาษาอังกฤษอาจจะไม่ใช้ตำๆ นั้น แต่ในภาษาไทยใช้ ดังนั้นควรระวังตรงจุดนี้ให้ดีครับ เพราะสามารถทำให้การสื่อความหมายผิดเพี้ยนได้ครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

Mean

Written by akiautumn on May 10th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

 

พบกับบทความน่ารู้ภาษาอังกฤษกับคำว่า ‘mean’ กันครับหลายๆ คนคงจะรู้จักกับคำนี้กันเป็นดีครับว่า ‘mean’ มีความหมายว่า ‘หมายถึง’ นั้นเอง แต่อย่าคิดนะครับว่าจะมีความหมายเดียว ‘mean’ นั้น ยังมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปได้อีกครับ
UFOmeans Unidentified Flying Object.
-ยูเอฟโอหมายถึงวัตถุบินได้ทีไม่อาจระบุได้ว่าคืออะไร
นอกจากนี้คำว่า ‘mean’ ยังหมายถึงว่า‘มีเจตนา’ ก็ได้ครับ เช่น
I’m so sorry, I don’t mean to bother you.
-ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะรบกวนคุณ

อย่างไรก็ดี ‘mean’ ยังสามารถให้ความหมายในแง่ลบอีกด้วย เมื่อเป็นคำคุณศัพท์ (adj.)จะสื่อถึงลักษณะที่ต่ำกว่ามาตรฐานอันควร สิ่งของด้อยคุณภาพ ตกเกรด ของราคาถูก หรือ มีวาจาหยาบคาย มีจิตใจคับแคบเช่น
The poor boy wears mean clothing.
-เด็กน้อยผู้ยากจนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ซอมซ่อ
Those boyswere somean. I usually see them give a bad word to the younger ones.
-เด็กชายเหล่านั้นมีจิตใจหยาบคายมากบ่อยครั้งที่ฉันเห็นพวกเขาพูดแต่คำแย่ๆ กับคนที่มีอายุน้อยกว่า

อีกทั้ง meanwhile คำนี้มีความหมายเท่ากับ in the meantime เป็นคำคุณศัพท์วิเศษ(adv.)ครับ มีความหมายเท่ากับ at the same time ที่แปลว่า ในระหว่างนั้น หรือ ในขณะเดียวกัน
Dad will arrive home in thirsty minutes; in the meantime let’s prepare dinner.
-พ่อจะถึงบ้านในอีกครึ่งชั่วโมงในระหว่างนั้นมาเตรียมอาหารค่ำกันเถอะ

และเมื่อ ‘mean’ ทำหน้าที่เป็นคำนาม(noun)จะหมายถึงค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนอกจากจะเป็นค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์แล้ว เมื่ออยู่ในรูปพหูพจน์‘means’ จะหมายถึง วิธี ช่องทาง หนทางได้อีกด้วย

คำๆ หนึ่งสามารถให้ความหมายได้มากมายขึ้นอยู่กับหน้าที่และบริบท ดังนั้นหมั่นสังเกตและดูหน้าที่ของคำเพื่อให้ความหมายที่ถูกต้องครับ

ปีๆ วันๆ

Written by akiautumn on March 23rd, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาพบกับบทความภาษาอังกฤษน่ารู้กันต่อครับ ผมมั่นใจว่าหลายๆ คนรู้จักคำว่า ‘year’ กับ ‘day’ กันดีครับ เช่น

Several years went by.

-หลายๆ ปีผ่านพ้นไป

The machine operates all day long.

– เครื่องจักรทำงานตลอดทั้งวัน

 

ทว่าเกิดทั้งสองคำมาพร้อมกัน ‘a year and a day’ แบบนี้ล่ะ จะทราบไหมว่ามีความหมายว่าอย่างไร ถ้าให้ความหมายแบบตรงไปตรงมาจะหมายถึง ‘หนึ่งปีกับอีกหนึ่งวัน’ครับ แต่จริงๆ แล้ววลีนี้หมายถึง ‘หนึ่งปีเต็ม’ ครับ เช่น

My father passed away a year and a day.

-คุณพ่อของผมเสียชีวิตได้ครบหนึ่งปีเต็มแล้ว

 

แต่ถ้าเจอ ‘year in and year out’ไม่ได้หมายถึง ‘ปีเข้าปีออก’ นะครับ แต่จะหมายถึง ‘ตลอดทั้งปี’ หรือ ‘ทุกปี’กล่าวคือต่อเนื่องตลอดปีไปเรื่อยๆเหมือนกับ every year นั้นเองครับ เช่น

He has been doing the same stupid things year in and year out.

-เขาชอบทำสิ่งที่งี่เง่าๆ ตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย

ซึ่งก็มี ‘day in and day out’ เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ได้หมายถึง ‘วันเข้าวันออก’ เหมือนกันครับ แต่จะหมายถึง ‘ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน’‘ไม่หยุดหย่อน’ ‘ไม่เว้นแต่ละวัน’ หรือ every day ครับ เช่น

He has been doing the same stupid things day in and day out.

-เขาชอบทำสิ่งที่งี่เง่าๆ ตลอดไม่หยุดหย่อนเลย

 

จะเห็นว่าแม้แต่คำว่า year และ day ที่เราคุ้นๆ ตากัน ก็ยังมีวลีที่อาจทำให้เรางงกันได้ไม่น้อย ทางที่ดีเราควรหมั่นศึกษาให้มากเพราะเป็นวลีที่มีให้เห็นบ่อยครั้งซึ่งหากเราไม่รู้ความหมายที่ถูกต้อง อาจจะทำให้รับเข้าใจผิดๆ ได้

เชิญนั่งด้านหลัง

Written by akiautumn on March 16th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาพบกับบทความภาษาอังกฤษน่ารู้กันอีกครั้งครับ เรามาดูวลีที่ว่า ‘take a back seat’ กันครับ แต่ก่อนหน้านั้นเรามาดูคำว่า ‘seat’ กันก่อนครับ

 

seatสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งคำนามและคำกริยาครับ หากเป็นคำนาม (noun) หมายถึง ที่นั่ง และกริยา (verb) หมายถึง จัดที่ให้นั่ง ครับ เช่น

I didn’t know this was your seat.

-ฉันไม่รู้ตรงนี้เป็นที่นั่งของคุณ

Why don’t you give your seat to that old gentleman?

-ทำไมคุณไม่ลุกให้สุภาพบุรุษสูงอายุผู้นั้นนั่งล่ะ?

Are there enough chairs to seat 12 people?

-ที่นี่มีที่นั่งมากพอสำหรับให้คน 12 นั่งหรือเปล่า?

 

ทีนี้เรามาดู ‘take a back seat’ กันครับถ้าเรามองตัววลีและเดาความหมายล่ะก็ หลายๆ คนก็ต้องนึกถึงที่นั่งด้านหลัง (back seat) แน่ๆ ครับ ซึ่งก็ไม่ใช่ซะเดียวครับ คำว่า ‘back seat’ ในวลีนี้จะหมายถึง เป็นรอง ครับ ดังนั้นวลี ‘take a back seat’ จึงหมายถึง ตกอยู่ในตำแหน่งรอง หรือ เป็นผู้ตาม  นั้นเองครับ เช่น

Johnny is content to take a back seat to his wife.

-จอห์นนี่พอใจที่จะเป็นรองภรรยาของเขา

ทั้งนี้ ‘take a back seat’ อาจจะหมายถึง ช้างเท้าหลังในภาษาไทยเราก็ได้ครับ

Johnny is content to take a back seat to his wife.

-จอห์นนี่พอใจที่จะเป็นช้างเท้าหลังของภรรยาเขา

 

มาถึงตรงนี้เราจะเห็นว่าวลีก็มาจากคำๆ หนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับชีวิตประวัน โดยบางทีคำหมายอาจจะไม่ตรงกับคำศัพท์นั้นๆ แต่ก็สามารถคาดเดาได้จากคำที่ใช้ครับ ทางที่ดีอย่าลืมทบทวนและหมั่นศึกษาจะช่วยได้เยอะเลยครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

Stop!?

Written by akiautumn on March 9th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

บทความน่ารู้ภาษาอังกฤษวันนี้ เราจะคำว่า stop ที่หมายถึง หยุด นั้นเองครับ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยเห็นวลีที่ว่าstop to do กับ stop doing ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านการสื่อความหมายครับ

 

Stop หมายถึง หยุด ยุติหรือเลิก โดยปกติเราจะใช้ stop แล้วตามคำนาม เพื่อแสดงเจตจำนงว่าต้องการหยุดหรือห้ามสิ่งใดๆ เช่น

I cannot stop that noisy cat from getting into my garden.

-ฉันไม่สามารถทำให้เจ้าแมวที่สงเสียงดังนั้นไม่ให้เข้ามาในสวนของฉันได้

 

หากเป็น stop to do something เราจะใช้เมื่อต้องการจะหยุดจากการทำสิ่งหนึ่งเพื่อมาทำสิ่งหนึ่ง เช่น

On the way home I stopped to buy some sweets for my lovely sister.

-ขณะเดินทางกลับบ้านฉันหยุดเพื่อซื้อลูกกวาดไปฝากน้องสาวที่น่ารักของฉัน

*หยุดในทีนี้สามารถหมายถึงว่า เราหยุดจากการเดิน ปั่นจักรยาน หรือ ขับรถเพื่อแวะซื้อของครับ

 

ถ้าเป็นstop doing something เราจะใช้เมื่อเราหยุดทำในสิ่งที่กำลังทำอยู่ครับเช่น

The teacher told students to stop talking and listen to her!

-คุณครูบอกให้นักเรียนในห้องหยุดพูดแล้วฟังเธอ

 

จะเห็นว่ากริยาบางคำหากนำมาใช้จะสามารถสื่อความหมายได้แตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับบริบทและความสอดคล้องของหน้าที่คำ ซึ่งนอกจาก stop แล้วยังมีคำอื่นๆ ที่มีหลักการใช้แบบกันเดียว เช่น try, forget และ remember เป็นต้น

Sorry

Written by akiautumn on March 2nd, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาพบกับบทความน่ารู้ภาษาอังกฤษอีกแล้วครับ หลายท่านต้องรู้จักกับคำว่า sorry แน่นอน เราจะใช้คำว่า  sorry เพื่อบอกว่าเรารู้สึกเสียใจ โดยจะเป็นการแสดงความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วด้วย

 

ซึ่งสามารถใช้ในรูป sorry that + subject + verb เมื่อต้องการสื่อถึงการแสดงความเสียใจที่ได้กระทำไว้ เช่น

I’m sorry that I lost my temper yesterday.

-ฉันเสียใจที่ที่อารมณ์เสียใส่คุณเมื่อวานนี้

หรือเราสามารถใช้ว่า sorry about + v-ingได้ครับ เช่น

-I’m sorry about losing my temper yesterday.

และในรูป sorry for + v-ingเช่น

– I’m sorry for losing my temper yesterday.

โดยประโยคข้าต้นนี้ จะใช้เป็นภาษาพูดนะครับ ถ้าเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างเป็นทางการจะใช้ในรูป sorry + to have done something เช่น

I’m sorry to have lost my temper yesterday.

-ฉันเสียใจที่ที่อารมณ์เสียใส่คุณเมื่อวานนี้

ในบางครั้งเราจะใช้รูปsorry to do something ในสถานการณที่กระทำอยู่ขณะนั้น หรือเพิ่งทำไป เช่น

Sorry to disturb you, could I speak to you for a moment?

-ขอโทษที่รบกวนนะครับ ขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหมครับ?

Sorry to bother you, I have something important to talk with you.

-ขอโทษที่รบกวนคุณ ฉันมีเรื่องสำคัญจะพูดกับคุณ

 

มาถึงตรงนี้จะเห็นขนาดคำว่า sorry ที่ใช่กันอย่างแพร่หลายก็ยังมีทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ และวิธีการนำไปใช้อีกเล็กน้อย

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

หนูบน!?

Written by akiautumn on February 23rd, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับ บทความภาษาอังกฤษวันนี้เรามาดูคำว่า ‘rat on’ ครับ รู้หรือไม่ครับว่า rat ที่แปลว่า หนู นั้นเป็นสัตว์ที่ร้ายกาจในภาษาอังกฤษทีเดียว ดังนั้นเมือไหร่ก็ตามที่มี rat ออกมาในประโยคแล้ว จะต้องสื่อไปในทางไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง

 

Rat on somebody หมายถึง ทรยศผู้คน ครับ โดยการทรยศนี้จะมาในเชิงทีว่า เราไปฟ้องคนที่มีอำนาจว่าคนๆ หนึ่งทำผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อให้ถูกลงโทษ เช่น

I swear I will never rat on you. You’re my best friend.

-ฉันสาบานเลยว่าจะไม่วันทรยศเธอเป็นอันขาด เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน

I wouldn’t rat on my friend.

-ผมไม่ทรยศกับเพื่อนของผมแน่นอน

 

มีอีกคำที่หมายถึง ‘ทรยศ’ ที่คุ้นหูกันมาก คือ betray ซึ่งใช้ได้แทบทุกรูปแบบของการทรยศเลยครับ เช่น

John is not a man to betray you.

-จอห์นไม่ใช่คนประเภทที่จะหักหลังคุณได้

The man I trusted betrayed me.

-คนที่ฉันเชื่อใจทรยศฉัน

คำว่า ‘betray’ เป็นคำกริยาหากเป็นคำนามจะใช้ว่า ‘betrayal’ ครับ เช่น

This report confirms his betrayal.

-รายงานนี้ยืนยันถึงการทรยศของเขา

 

อย่างไรก็ดีในภาษาอังกฤษเรามีคำที่นำมาใช้แทนกันได้มากมาย ทั้งนี้ถ้าอยากให้เข้าใจเราควรคลุกคลีให้มากๆ เมื่อคุ้นเคยแล้วก็ไม่มีอะไรที่ยากอีกต่อไป

บวก ลบ คูณ หาร (2)

Written by akiautumn on February 16th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกแล้วครับ วันนี้เราจะมาดูในเรื่องภาษาอังกฤษในวิชาคณิตศาสตร์กันต่อจากความที่แล้วครับ ก่อนหน้านี้เราดูเรื่อง บวก กับ ลบ ไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาดูเรื่อง คูณ กับ หาร กันครับ

 

คูณ (×) เช่นเดียวกับ บวก และ ลบ ในภาษาอังกฤษแบบทางการเราใช้คำว่า ‘multiplied by’ ครับ เช่น

Two multiplied by two equals four. หรือ Two multiplied by two is four. ครับ

สังเกตที่ ‘multiplied’ นะครับ จะอยู่ในรูปที่เติม –edเสมอ

แน่นอนว่าหากจะใช้การคูณที่ไม่เป็นทางการเราจะใช้คำว่า ‘time’ ครับ เช่น

Two times two is four.

คำว่า ‘times’ จะอยู่ในรูปเอกพจน์นะครับ

ในบางครั้งอาจใช้ว่า Two two are four. ก็ได้ครับ ซึ่งแบบนี้จะฟังดูสับสนมากครับ

 

หาร (÷) ในภาษาอังกฤษแบบทางการเราใช้คำว่า ‘divided by’ ครับ เช่น

Four divided by two equals two. หรือ Four divided by two is two. ครับ

เช่นเดียวกับการคูณ ‘divided’ จะอยู่ในรูปเติม –edเสมอ

หากจะใช้การหารแบบไม่เป็นทางการจะใช้ว่า Two into four goes two times. ดูแล้วยากกว่าเป็นทางการเยอะเลยนะครับ

 

มาถึงตรงนี้เราก็ได้จักการ บวก ลบ คูณ หาร ในภาษาอังกฤษกันแล้ว คิดว่าคงจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลยนะครับ อย่างไรก็ดีอย่าลืมทบทวนบ่อยๆ นะครับ หากเราคุ้นเคย ภาษาอังกฤษก็ไม่ยากครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก