Posts Tagged ‘ภาษาเวียดนาม’

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม 2

Written by jintana on February 9th, 2015. Posted in บทความ

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม 2

ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เมืองหิมะกับอากาศเย็นที่หาได้ไม่ยากในซาเปา จ.หล่าวกาย ประเทศเวียดนาม สำหรับบทความนี้เราจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองซาปา

อย่างที่บอกว่าเมืองซาปานั้นเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อยู่มากเป็นอันดับต้นของเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆจึงอยู่ในหมู่บ้านของประชาชนในเมืองนี้ หมู่บ้านแรกที่เราจะไปทำความรู้จักกันคือ หมู่บ้านกัตกัต(Cat Cat Village) เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชนเผ่าม้งที่อพยพย้ายถิ่นมาจากประเทศจีน เครื่องแต่งกายจะเป็นโทนสีน้ำเงินเข้มหรือดำ ส่วนใหญ่จะทำนาขั้ยบันไดจึงทำให้เราสามารถชมทิวทัศน์ของนาขั้นบันได้ได้อย่างใกล้ชิด อยู่ห่างจากเมืองซาปาประมาณ 3 กิโลเมตรทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหมู่บ้านแห่งนี้ได้ไม่ยากนัก

หมู่บ้านต่อไปคือ หมู่บ้านต่าฟาน(Ta Van Village) อยู่ทางตอนใต้ของเมืองซาปาห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีหลายชนเผ่ามาอยู่ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเผ่า Giay ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เยอะที่สุดในประเทศเวียดนาม และด้วยความที่มีชนเผ่าหลายเผ่าอยู่รวมกัน การแต่งกายหรือภาษาก็จะต่างกันออกไป ทำให้เราได้เห็นความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรมรวมไปถึงวิถีชีวิตที่สามารถอยู่รวมกันได้ จุดสนใจของที่นี้อาจเป็นฉากหลังสวยๆของเทือกเขาฟานสีปันที่ทอดตัวยาวโอบล้อมนาแบบขั้นไดได้สวยงามและลงตัวอย่างมาก

นอกจากหมู่บ้านที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชนเผ่าแล้ว ยังมีน้ำตกซิลเลอร์(Silver Waterfall) และจุดชมวิวตรามตอนพาส (Tram Ton Pass) น้ำตกซิลเลอร์ตั้งอยู่ริมถนนไลโจว มีความสูงประมาณ 100 เมตร ซึ่งไหลเลาะหน้าผาหินลงมา เก็บค่าเข้าชม 3,000 ดอง จุดชมวิวตรามตอมพาส เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศเวียดนาม มีความสูง 1,900 เมตร สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาฟานสีปันได้อย่างสวยงาม สลับกับถนนหนทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวไหลตัดกับหน้าผาลงสู่ที่ราบถึงเมืองไลโจว

เสน่ห์ของเมืองซาปาคงบรรยายลงบทความได้ไม่หมด หากใครอยากสัมผัสอาจจะต้องลองเดินทางไปเยือนเมืองแห่งนี้ด้วยตัวเองค่ะ อย่างที่บอกเอาไว้ว่าค่าใช้จ่ายนั้นไม่ได้แพงเหมือนการไปเที่ยวเมืองหนาวอย่างเกาหลี หรือญี่ปุ่น และต่างกันสุดขั้วกับทริปยุโรป สำหรับใครที่เป็นนักเดินทางเมืองซาปาคงเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ยังไงก็ฝากไปเที่ยวเผื่อด้วยนะคะ

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม1

Written by jintana on February 7th, 2015. Posted in บทความ

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม1

เมื่อเอ่ยถึงฤดูกาลยอดฮิตคงปฏิเสธไม่ได้กับฤดูหนาว และภาพหิมะโปรยที่ติดตาของเราในจินตนาการ กับบรรยายสุดแสน
โรแมนติกกับคนรักท่ามกลางอากาศใต้หิมะอันหนาวเหน็บอย่างที่คนเมืองร้อนไม่คุ้นชิน ซึ่งโดยปกติถ้าไม่ใช่เกาหลีหรือญี่ปุ่นก็ต้องเป็นยุโรปที่ค่าทริปแสนแพงจนบางคนต้องยอมแพ้กับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจนต้องปล่อยให้หิมะและภาพอันแสนโรแมนติกกับคนรักเป็นแค่จินตนาการ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวเมืองหิมะใกล้ๆ ค่าใช้จ่ายเบาๆ กับเมืองซาปา ประเทศเวียดนาม

เมืองซาปา ตั้งอยู่ในจังหวัดหล่าวกาย ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศทางตอนเหนือของเวียดนาม เมืองนี้เมื่อเข้าถึงฤดูหนาวก็จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพนไม่แพ้เกาหลีหรือญี่ปุ่น ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของที่นี่จะตรงกับเดือน ตุลาคม – มีนาคม แต่หิมะจะโปรบปรายลงมาในช่วงเดือนมกราคม แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายไม่แพงเพราะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ใครที่สนใจอยากจะสัมผัสหิมะแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องจ่ายแพง ก็รีบเก็บเงินไปเที่ยวเมืองซาเปาได้เลยค่ะ

ตามประวัติศาสตร์แล้วเมืองซาปาแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมเมื่อปี 2465 โดยมีการสร้างสถานีภูเขาขึ้นมา เนื่องจากเมืองแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา เมืองซาปาตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนจีน มีระยะทางห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 350 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้สามารถปลูกพืชเมืองหนาวได้ดี รวมไปถึงยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากที่สุดในเวียดนาม และมีสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงร้านอาหารแบบตะวันตกและโรงแรมที่พักที่คอยอำนวยความสะดวกมากมาย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

แมกไซไซ รางวัลแด่ผู้ทำประโยชน์แก่มวลมนุษย์

Written by warittha on August 17th, 2013. Posted in บทความ

รางวัลแมกไซไซ คือ รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายรามอน แมกไซไซ รามอน แมกไซไซ (Ramon Magsaysay) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ แมกไซไซเกิดวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2450 ที่จังหวัดแซมบาเลส ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ประเทศฟิลิปปินส์ยังเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา เขาได้เข้าร่วมกองทัพในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งสงครามสงบ สหรัฐอเมริกาคืนเอกราชให้ฟิลิปปินส์และแต่งตั้งให้แมกไซไซเป็นผู้ว่าราชการแห่งเมืองแซมบาเลส ต่อมา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการของฝ่ายป้องกันราชอาณาจักรและสามารถปราบปรามกองโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ โดยการส่งทหารลงไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านในชนบท ในที่สุดก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ และดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2500

 

 

หลังจากการเสียชีวิตของประธานาธิบดี รามอน แมกไซไซ 1 ปี มีการก่อตั้ง “มูลนิธิรางวัลรามอนแมกไซไซ” (Ramon Magsaysay Award Foundation) เพื่อเป็นอนุสรณ์ของท่านประธานาธิบดีผู้อุทิศตนทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมและทำงานเพื่อประชาธิปไตย และเป็นกองทุนรางวัลแก่ผู้ทำประโยชน์ให้สังคมแบ่งเป็น 6 สาขา ได้แก่ บริการรัฐ-กิจ บริการสาธารณะ ผู้นำชุมชน วารสารศาสตร์ วรรณกรรมและศิลปะการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ สันติภาพและความเข้าใจระหว่างประเทศ และผู้นำในภาวะฉุกเฉิน โดยมีการจัดพิธีมอบรางวัลเป็นประจำในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี ที่กรุงมินะลา ประเทศฟิลิปปินส์ และในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 2013 จะมีการมอบรางวัลแมกไซไซให้บุคคลและองค์กรที่ทำประโยชน์แก่สังคม โดยรางวัลสำหรับบุคคลได้แก่  นางฮาบิบา ซาราบี แพทย์หญิงชาวอัฟกันอายุ 57 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องในความกล้าหาญของการเป็นผู้นำในการบริหารจังหวัดบัมยัน นางละผ่าย เส่ง รอว์ หญิงชาวพม่าวัย 64 ผู้เป็นแรงบันดาลใจอย่างเงียบๆ และเป็นผู้นำโดยรวมท่ามกลางสภาพความแบ่งแยกทางชาติพันธุ์และการสู้รบที่ยืดเยื้อในพม่า นายเออร์เนสโต โดมิงโก แพทย์ชาวฟิลิปปินส์วัย 76 ปี ซึ่งช่วยรักษาชีวิตทารกหลายล้านคนจากโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ ชนิดบี รางวัลสำหรับองค์กรได้แก่ หน่วยงานอิสระต่อต้านการคอรัปชั่น โคมิซีเปมเบรันตาซันโครัปซี (เคพีเค) ของอินโดนีเซีย ที่มีอัตราการเอาผิดข้าราชการทุจริตถึง 100% และช่วยนำเงินคืนคลังได้ถึง 80 ล้านดอลลาร์ อีกหน่วยงานคือ ศักตีสมุหะ กลุ่มต่อต้านการค้ามนุษย์จากเนปาล

ขยับปากเอ่ยคำเวียดนาม

Written by jintana on May 11th, 2013. Posted in บทความ


       สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นสมาชิกอีกประเทศในสมาคมอาเซียน ที่เรียกได้ว่ามีวัฒนธรรมประเพณีคล้ายคลึงกับจีนอย่างแยกไม่ออก นั่นอาจเพราะเวียดนามเคยถูกจีนปกครองหลายครั้งหลายครา วัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันไม่ว่า พระราชวัง สุสาน หรือโบราณสถานต่าง ๆก็มีความคล้ายคลึงกับประเทศจีนอย่างมาก แม้ช่วงหลังเวียดนามจะถูกฝรั่งเศสและญี่ปุ่นยึดครองแต่ก็ไม่มีร่องรอยที่ตกทอดมาถึงวัฒนธรรมประเพณีของชาวเวียดนามให้ได้เห็นกันสักเท่าไร แม้กระทั่งภาษาเวียดนามช่วงแรกก็ใช้อักษรจีนมาโดยตลอด จนพ.ศ. 2463 จึงเปลี่ยนเป็นอักษรโรมัน ภาษาไทยกับเวียดนามนั้นแตกต่างกันอยู่มาก ซึ่งต่างจากลาวที่มีความใกล้เคียงกับไทยมาก เปรียบเทียบได้ดังนี้

ไทย

ลาว

เวียดนาม

สวัสดี

ซำบายดี

ซินจ่าว

ขอบคุณ

ขอบใจ

กาม เอิน

ขอโทษ

ขอโทด

ซินโหลย

ข้าวสวย

ข้าวเจ้า

เกิม

ก๋วยเตี๋ยว

เฝอ

เฝอ

รถยนต์

ลดใหญ่

แซฮอย

เบียร์

เบย

เบีย