Posts Tagged ‘ภาษาเกาหลี’

พระเจ้าเซจงมหาราช (세종대왕,世宗大王)

Written by jintana on December 30th, 2013. Posted in บทความ

 พระเจ้าเซจง

มหากษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รักของประชาชนเกาหลีหนึ่งในนั้นคือ พระเจ้าเซจงมหาราช ผู้ประดิษฐ์อักษรภาษาเกาหลีฮันกึลให้ชาวเกาหลีได้มีภาษาเป็นของตัวเอง พระองค์มีพระนามเต็มว่า 세종장헌영문예무인성명효대왕(世宗莊憲英文睿武仁聖明孝大王)อ่านว่า
เซจง จางฮัน ยองมุนแยมู อินซอง มยองฮโย แทวัง หรือ สมเด็จพระราชาเซจง จางฮัน ยองมุนแยมู อินซอง มยองฮโยพระเจ้าเซจงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรเกาหลีขึ้นเนื่องจากท่านต้องการให้ประชาชนทั่วไปอ่านออกเขียนได้ เพราะหากใช้อักษรจีนมันยากเกินไปสำหรับประชาชนชาวไร่ชาวนาที่ไม่ได้เรียนหนังสือ พระองค์ครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ.1961 – 1993ช่วงที่พะองค์ปกครองนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของไพร่ฟ้าประชาชน

นอกจากประดิษฐ์อักษรแล้ว พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ จางยองชิล(장영실,蔣英實)นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ ชาวเกาหลีประดิษฐ์สิ่งใดก็ได้ด้วยงบประมาณที่ท่านมอบให้ จางยองชิล จึงประดิษฐ์ มาตรวัดน้ำฝนอันแรกของโลกในปี พ.ศ.1984จากนั้นก็ตามด้วย นาฬิกาน้ำ นาฬิกาแดด และลูกโลกจำลอง เพื่อใช้ในการโหราศาสตร์ แต่จางยองชิลถูกต่อต้านจากขุนนางคนอื่น ๆ เพราะชนชั้นของเขาเป็นเพียงแค่ชอนมิน ซึ่งตำแหน่งที่เขาได้คือตำแหน่งสำหรับชนชั้นยังบันเท่านั้น ในที่สุดเขาก็ถูกปลดเมื่อปี พ.ศ.1984

ช่วงรัชสมัยของพระเจ้าเซจงนั้น พระองค์ได้ส่ง อีจองมู ไปตีเกาะของโจรสลัดญี่ปุ่นชื่อว่า เกาะซึชิมา จนกระทั่งตระกูลโซ
ยอมจำนนส่งเครื่องบรรณาการให้ฮันซอง จากนั้นปี พ.ศ.1963 เกาะซึชิมาก็ขึ้นตรงต่อมณฑลคยองฮันของโซชอน สมัยนั้นอาณาจักรโซชอนกว้างไกลไปถึงตอนเหนือของแมนจูด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์พระเจ้าเซจงมหาราชทรงเป็นกษัตริย์อีกพระองค์ของเกาหลีที่มีพระราชกรณียกิจมากมายทำให้ชาวเกาหลีทุกคนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประชาชน ธนบัตรชนิดหมื่นวอนของเกาหลีจะมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ ทั้งยังมีอนุสาวรีย์ของพระองค์ตั้งอยู่ที่จตุรัสควังฮวามุน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

ระบำกลองพื้นบ้านเกาหลี

Written by jintana on September 8th, 2013. Posted in บทความ

“ชังกูชุม หรือ ชังโกชุม” (장구춤/장고춤) คือ การแสดงพื้นบ้านของกลองเกาหลี โดยใช้กลอง ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับกลองยาวบ้านเรา ระบำกลองชังกูเป็นแสดงที่ใช้กลองรูปทรงนาฬิกาทรายที่นิยมใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ของเกาหลี

การแสดงระบำชังกูเป็นการแสดงที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้มันได้ถูกกวาดล้างไปพร้อม ๆกับวัฒนธรรมของเกาหลีในยุคสมัยที่ถูกญี่ปุ่นยึดครอง การแสดงชุดนี้จะใช้นักแสดงผู้หญิงเท่านั้น จะใช้คนเดียวหรือเป็นกลุ่มก็ได้ และจะตีกลองแล้วระบำตามจังหวะกลอง จังหวะช้าหรือเร็วนั้นแล้วแต่ชุดการแสดง

ระบำที่ไม่ซับซ้อนทำให้เราเพลิดเพลินตามจังหวะเสียงกลองได้ นักแสดงจะสวมใส่ชุดฮันบก และทำการแสดงพร้อมกลองชังกูและไม้ตีที่มีสายคล้องกับตัวนักแสดง ชาวเกาหลีนั้นนิยมนำการระบำชังกูมีแสดงในช่วงงานเทศกาลและเฉลิมฉลอง

นิทานเกาหลีเรื่อง เจ้าหญิงหอยทาก (จบ)

Written by jintana on August 20th, 2013. Posted in บทความ

 

เมื่อการประลองระหว่างชายหนุ่มกับพระราชาเริ่มขึ้น ก็ถึงเวลาของวิเศษของราชามังกรได้แสดงอิทธิฤทธิ์ พระราชานั้นขนกำลังทหารมากมายหลายร้อยนาย เพื่อช่วยกันโค่นต้นไม้บนเขาให้ได้มากที่สุด ส่วนชายหนุ่มเพียงแค่เปิดน้ำเต้าขึ้น ก็มีชายตัวเล็ก ๆมากมายมาช่วยกันโค่นต้นไม้ ในที่สุดผลการแข่งขันชัยชนะของตกเป็นของชายหนุ่มให้ทุกคนได้ตกตะลึง รวมไปถึงพระราชาด้วย และแน่นอนว่าพระราชาผู้ไม่สัตย์ต่อคำพูดนั้นไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ จึงท้าชายหนุ่มประลองอีกครั้ง

การท้าประลองครั้งที่สองได้เกิด พระราชาท้าประลองแข่งม้ากับชายหนุ่ม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องวิ่งข้ามแม่น้ำไปให้ได้ ราชามังกรจึงมอบม้าตัวเล็ก ๆผอม ๆ เหมือนสามารถพับเก็บได้ตลอดเวลา เมื่อถึงวันแข่งขันจริง ม้าของพระราชาวิ่งเร็วมาก แต่ก็สู้มากตัวเล็ก ๆของชายหนุ่มที่วิ่งเร็วราวกับลมกรด นำหน้าม้าของพระราชาไปไกลแสนไกลไม่เห็นฝุ่นเลยแม้แต่นิดเดียว ผลการแข่งขันคือชายหนุ่มชนะขาดลอย ทำให้พระราชาทรงกริ้วมาก แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ ผิดคำสัตย์ของประลองอีกครั้ง

การท้าประลองครั้งที่สามก็ได้เกิด พระราชาท้าแข่งเรือกับชายหนุ่ม เช่นเดิมว่าเรือของพระราชานั้นยิ่งใหญ่ สวยงาม อลังการมาก ขณะที่เรือของชายหนุ่มนั้น เป็นเพียงเรือลำเล็ก ๆแต่มีความพิเศษก็คือเป็นสิ่งที่ราชามังกรนั้นมอบให้เหมือนเดิม และก็เหมือนเดิมอีกครั้งที่ เรือลำเล็กของชายหนุ่มนั้นแล่นเร็วมาก จนนำเรือพระราชาไปได้ไกลเช่นเคย คราวนี้โชคไม่เข้าข้างพระราชาผู้ไม่รักษาสัญญา มีคลื่นใหญ่ยักษ์พัดเรือของพระราชาจมหายไปกับเกลียวคลื่น

ชายหนุ่มนำสมบัติมากมายของพระราชาแจกจ่ายแก่คนยากจน และครองรักกับเจ้าหญิงหอยทากอย่างมีความสุข

 

 

นิทานเกาหลีเรื่อง เจ้าหญิงหอยทาก (ต่อ)

Written by jintana on August 18th, 2013. Posted in บทความ

 

เย็นวันนั้นเมื่อเขากลับมาจากนา เขาก็ยังคงพบกับข้าวตั้งโต๊ะไว้เหมือนเดิมแต่ก็ไม่พบกับนาง ได้แต่เพียงคิดว่าหากได้นางมาเป็นภรรยาคงจะวิเศษมาก วันรุ่งเช้าเขาทำทุกอย่างตามปกติ แต่ไม่ได้ออกไปทำงาน เขาแอบอยู่ข้างครัว และรอให้นางออกมา เมื่อหอยทากคลานออกมานางก็ยืดแขนยืดขาและจัดแจงเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยกลายเป็นหญิงสาวผู้งดงาม เขาจึงคว้าแขนของนางเอาไว้แล้วถามว่า “เจ้าเป็นภรรยาของข้าได้ไหม?”  นางเขินอายหน้าแดง และพยักหน้ายิมยอมไม่ขัดขืน ทั้งคู่ครองรักกันอย่างมีความสุขเรื่อยมา

จนกระทั่งวันหนึ่งมีพระราชาทรงม้าผ่านมาเห็นทั้งคู่จึงตรัสขึ้นว่า “เหตุใดหญิงงามผู้นี้ จึงเป็นเมียของชาวนาสกปรกคนนี้ได้ ข้าจะเอานางมาเป็นชายา” และมีรับสั่งให้ชายหนุ่มเข้าเฝ้าและท้าประลองเพื่อแย่งชิงนาง โดนกติกาก็คือ การโค่นต้นไม้บนเขาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด โดยพระราชาจะแบ่งสมบัติให้ครึ่งหนึ่งหากชายหนุ่มชนะ แต่ถ้าแพ้ต้องยกภรรยาของตนให้เป็นชายาของพระราชา

“อย่าได้กังวลไปเลย” เจ้าหญิงหอยทากพูดปลอบใจเมื่อชายหนุ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง  “จงเอาแหวนวงนี้โยนลงไปในทะเล” นางพูดพร้อมกับยื่นแหวนและจดหมายให้ชายหนุ่มแล้วให้เดินทางไปหาพ่อของนาง ซึ่งเป็นราชามังกร จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยความไว้ใจเจ้าหญิงหอยทาก ชายหนุ่มจึงทำตามที่นางบอกทุกประการ   เมื่อเขาโยนแหวนลงทะเลทันใดนั้นทะเลก็แหวกออกกลายเป็นถนนเส้นยาวสุดลูกหูลูกตาไปยังใต้ทะเล เขาจึงเดินไปตามทางเพื่อพบกับราชามังกร  ทันทีที่ราชามังกรได้เห็นแหวน ท่านจึงให้น้ำเต้าแก่ชายหนุ่มกลับมา…

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

ชื่อเสียงเรียงนามของชาวนัมฮัน (남한)

Written by jintana on July 20th, 2013. Posted in บทความ

 

 

ประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากหากเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ของประเทศ และชาวเกาหลีส่วนใหญ่นั้นจะมีชื่อนามสกุลที่ซ้ำกันเยอะมาก นามสกุลของชาวเกาหลี ที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูก็มี คิม คิดเป็น 21% ลี คิดเป็น 14% ปาร์ค คิดเป็น 8% นอกจากนั้นก็จะเป็น แช ชุง ชาง ฮัน ลิม เป็นต้น เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เหมือนญาติกันหมด เพราะมีนามสกุลเดียวกัน ส่วนชื่อของคนเกาหลีจะมีสองพยางค์ นามสกุลอีกหนึ่งพยางค์ รวมเป็นสามพยางค์ เช่น ปาร์ค แจวอน, คิม แทฮี, ลี มินโฮ, ฮัน ฮโยจู เป็นต้น
           

การเรียกชื่อของคนเกาหลีนั้นมีการลงท้ายคำที่แตกต่างกันไปดังนี้ คำลงท้ายเหล่านี้จะใช้กับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเพื่อนกันเท่านั้น

  1. แบบแรกคือลงท้ายด้วย 이 อ่านว่า อี หรือ 가 อ่านว่า กา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย이 ตัวอย่างเช่น ชื่อ재원อ่านว่า แจ-วอน เวลาเรียกก็เป็น재원이 ออกเสียงว่า แช-วอ-นี, ชื่อ태양 อ่านว่า แท-ยัง เวลาเรียกก็เป็น 태양이 ออกเสียงว่า แท-ยา-งี
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย가 ตัวอย่างเช่น ชื่อ진수อ่านว่า ชิน-ซู เวลาเรียกก็เป็น진수가 ออกเสียงว่า ชิน-ซู-กา
  2. แบบที่สองคือลงท้ายด้วย 아อ่านว่า อา หรือ야 อ่านว่า ยา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 아 ตัวอย่างเช่น ชื่อ정밀อ่านว่า ชอง-มิล เวลาเรียกก็เป็น 정밀아 ออกเสียงว่า ชอง-มี-ลา, ชื่อ은정อ่านว่า อึน-จอง เวลาเรียกก็เป็น은정아 ออกเสียงว่า อึน-จอ-งา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 야 ตัวอยางเช่น ชื่อ비조อ่านว่า บี-โจ เวลาเรียกก็เป็น비조야 ออกเสียงว่า บี-โจ-ยา

* 남한 อ่านว่า นัมฮัน แปลว่า ชาวฮันทางใต้ ซึ่งหมายถึงคนเกาหลีใต้นั้นเอง 

ชุดกระโปรงสวย ๆประจำชาติเกาหลี

Written by jintana on May 14th, 2013. Posted in บทความ

สาธารณรัฐเกาหลี หรือประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นพันปี สิ่งต่าง ๆถ่ายทอดออกมาทางโบราณสถาน ที่ถึงแม้จะเหลือร่องรอยไม่มากนัก เพราะคนเกาหลีเคยถูกญี่ปุ่นยึดครองกว่า 30 ปี และถูกบังคับให้ลืมวัฒนธรรมของตนเอง ในช่วงนั้นแม้กระทั่งภาษาก็ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร แต่ที่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็ยังสามารถแสดงให้ทุกคนรู้จักประเทศนี้ได้ดี แรงกดดันที่ต้องอยู่แบบไม่มีชาติเป็นของตนเอง ทำให้คนเกาหลีมีความพยายามฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นสิ่งหลายอย่างให้เราจดจำประเทศนี้ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ภาษา การแต่งกาย สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร เป็นต้น

การแต่งกายในชุดประจำชาติของเกาหลี เป็นสิ่งที่สวยงามและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ชุดนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆว่า “ฮันบก” ซึ่งมีทั้งแบบของผู้ชายและผู้หญิง ในชุดฮันบกจะประกอบไปด้วย “ชอกอรี” คือ เสื้อคล้ายแจ๊คเก็ต ของผู้ชายนั้นจะสั้นกว่าของผู้หญิง ส่วนกระโปรงของผู้หญิงจะเรียกว่า “ชีมา” ส่วนกางเกงของผู้ชายเรียกว่า “พาจี” และมีเสื้อคลุมยาวอีกชั้นที่เรียกว่า “ทูรูมากี”

ปัจจุบันคนเกาหลีไม่นิยมสวมใส่ชุดฮันบกแล้ว เว้นเสียแต่ในผู้สูงอายุที่มีฐานะดี หรือตามงานแต่งงานและงานศพ ชุดฮันบกจะตัดด้วยผ้าป่าน ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้าไหม ผ้าแพร แล้วแต่สภาพภูมิอากาศ จะถูกตัดเย็บด้วยสีสันที่สดใส ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมด้วยปิ่นปักผม พู่ประดับชุด พัด หมวก รองเท้า ทำให้ผู้สวมใส่ดูงดงามและมีเสน่ห์ชวนมอง