Posts Tagged ‘ภาษาอังกฤษ’

ความดีที่ธรรมดา!?

Written by akiautumn on December 4th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกลับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ สำหรับครั้งนี้จะมาแนะนำคำว่า ‘The Common Good’ ครับ แล้วคำนี้มีความหมายว่าอย่างไรกันล่ะ? ถ้าเราลองมองโดยแยกทีล่ะคำแล้วจะคำ 2 คำ คือ ‘Common’ และ ‘Good’ ครับ

 

Common (adj) หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน ที่ธรรมดาสามัญ หรือ ทั่วๆ ไป

Exploringthe way of life could explain why ethnic groups suffer from common diseases.

-การสำรวจวิถีการดำรงชีวิตสามารถอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดชนกลุ่มหนึ่งๆ นั้นถึงได้ทุรนทุรายจากโรคภัยทั่วๆ ไป

 

ทั้งนี้ ‘Common’ นั้น ยังมีความหมายอื่นอีก คือ ที่เป็นส่วนร่วม ที่ร่วมกัน

It is common practice for the towns’ fire department to help another town when there is a fire.

-นี้เป็นการฝึกซ้อมร่วมกันสำหรับหน่วยผจญเพลิงของเมืองต่างๆ เพื่อที่จะสามารถให้การเข้าช่วยเหลือเมืองอื่นๆ ในขณะมีเกิดเพลิงไหม้

 

Good (adj) สำหรับคำนี้หลายๆ คนรู้จักกันเป็นดี หมายถึง ดี เหมาะสม เก่ง เชี่ยวชาญ หรือถ้าเป็นคำนาม (n) ก็จะหมายถึง ความดี

Cathy is a good girl. She always helps her mom in the kitchen.

-เคธี่เป็นเด็กดี เธอจะช่วยคุณแม่เตรียมอาหารอยู่ในครัวอย่างสม่ำเสมอ

 

ทีนี้เรารู้ความหมายของทั้ง ‘Common’ และ ‘Good’ แล้ว แต่เอ…..แล้ว ‘The Common Good’ จะมีความหมายว่าอย่างไรกันล่ะ???

 

The Common Good นั้น ไม่ได้มีความหมายว่า ‘ความดีทั่วๆ ไป’ นะครับแต่จริงแล้วจะมีความหมายว่า ‘สาธารณประโยชน์’ หรือก็คือเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมนั่นเอง

This student’s project is such an action to the common good for the community.

-โครงการของนักเรียนนับว่าเป็นการกระทำที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อชุมชนยิ่งนัก

 

เห็นมั้ยล่ะครับ คำๆ หนึ่งมีความหมายอย่างหนึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วทำให้เกิดความหมายอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราควรจะศึกษาเพิ่มเติมหาความรู้ตลอดเวลาครับ เริ่มจากลองมองออกไปรอบๆ ตัวดูสิครับ

Fame Has Its Price

Written by akiautumn on December 2nd, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนที่ว่า ‘Fame has its price’ ครับ ถ้าดูความหมายอย่างตรงไปตรงมาตามที่เราเข้าใจกันดีว่า

 

Fame (n) หมายถึง ความมีชื่อเสียง

Her good fame was greatly damaged by her own doing.

ความมีชื่อเสียงของเธอถูกทำลายอย่างป่นปี้จากการกระทำของเธอเอง

และ

Price (n) หมายถึง ราคา คุณค่า หรือ ผลตอบแทน

Can you lower the price to ten dollars?

-คุณช่วยลดราคาเหลือซัก 10 ดอลล่าได้ไหม?

 

ดังนั้นสำนวน ‘Fame has its price’ นั้นก็จะมีความหมายว่า‘ความมีชื่อเสียงมีราคาของมัน’ ครับแต่ทว่าผิดถนัดอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ เพราะ สำหรับเจ้าของภาษาในบางทีคำว่า‘Price’นั้น ยังให้ความหมายในเรื่องของ โทษ หรือ การลงโทษอีกด้วยครับอาทิ

She deserves this price what she has done for me.

-เธอสมควรที่จะได้รับโทษแล้วล่ะสำหรับสิ่งที่เธอได้ทำกับฉันไว้

 

ดังนั้น สำนวนที่ว่า ‘Fame has its price’ จึงมีความหมายว่า ‘การมีชื่อเสียงนั้นก็มีโทษอยู่ด้วยเหมือนกัน’ หรือก็คือการมีชื่อเสียงก็เหมือนดาบสองคมนั้นเองครับ

I heard that you are very popular among the teenagers right now but I want to warn you that fame has its price.

-ฉันได้ยินว่าตอนนี้เธอดังมากมนหมู่วัยรุ่นเลยนะแต่ฉันอยากจะบอกเธอไว้เลยนะว่าความมีชื่อเสียงนั้นก็มีโทษอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

อย่างไรก็ตามสำนวนในภาษาอังกฤษนั้นมีมากมายและน่าสับสนยิ่งนัก ดังนั้นเราควรศึกษาอยู่ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มพูนความรู้นะครับ

เหมือนงูโดนหั่น

Written by akiautumn on October 17th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

มาเรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจทางภาษาอังกฤษกันต่อครับ ในครั้งนี้จะนำเสนอวลีที่ว่า ‘like a cut snake’ หรือ เหมือนงูโดนหั่น คำๆ นี้นั้นเป็นแสลงที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรเลียครับ ซึ่งมีความหมายประมาณว่า คนที่ทำงานมาก หรือต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ ก็จะบอกว่า like a cut snake หรือ เหมือนงูโดนหั่น ซึ่งก็คือ in an extremely active หรือ in busy manner ถ้าให้เข้าใจในภาษาชาวบ้านล่ะก็คือ งานเยอะมาก ยุ่งตลอดเวลา ไม่มีเวลาว่างเลย

I want to invite John to my birthday party but he is working like a cut snake.

-ฉันอยากจะชวนจอห์นมางานเลี้ยงวันเกิดของฉันนะแต่เขาทำงานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย

อย่างไรก็ดี หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นวลีที่เกี่ยวกับงูมากมายในประเทศออสเตรเลียเพราะในออสเตรเลียนั้นมีงูค่อยข้างมาก และหลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือ เคยได้ยิน คำที่ว่า ‘a cut snake’ ซึ่งคำนี้หมายถึง คนที่ป่าเถื่อน สติไม่ดี คนบ้าที่ปราศจากความนึกคิดที่พร้อมจะทำร้ายใครก็ตามที่อยู่รอบข้าง อันนี้ก็เนื่องมาจากอากับกริยาที่งูโดนตัดนั้นเองครับ อาทิ

Bloody hell, watch out! He’s as crazy as a cut snake!

โว้ยแมร่งเอ๊ย ระวังนะ เขาเสียสติคลุ้มคลั่งจนคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

 

ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดสำนวนที่ว่า ‘mad as a cut snake’ หรือก็คือ คนที่ไม่มีสตินึกคิด ป่าเถื่อน ไม่สามารถคุมตัวเองได้ หรืออาจจะหมายถึงคนที่โมโหจนไม่ลืมหูลืมตาก็ได้ครับ เช่น

I can’t believe Sasha took my mobile phone without asking, I’m as mad as a cut snake with her.

-ฉันไม่อยากจะเชื่อซาช่าเอาโทรศัพท์มือถือของฉันไปโดยไม่ถามฉันซักคำ ฉันจะเป็นบ้าจนแทบคลั่งแล้วนะกับนิสัยแบบนี้ของหล่อนนะ

 

จากบทความข้างต้นจะเห็นว่าภาษา คำ หรือ สำนวน ต่างๆ นั้นเกิดมาจากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ดังนั้นหลายๆ คนจึงได้บอกไว้ว่าภาษาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเกิดมาใหม่ ดำรงอยู่ และ สูญสิ้นไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ดีเราควรหมั่นจะศึกษาเพิ่มเติมเพิ่มพูนความรู้มรมากๆ ขึ้น เพื่อไม่ทำให้ภาษาอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้หายไปกันเถอะ

Reference: Wiktionary, Usingenglish.com, Urbandictionary.com

งานเลี้ยงแม่ไก่!?

Written by akiautumn on October 15th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครั้ง ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับคำว่า A Hen’s Party กันครับ แล้วคำนี้คืออะไรล่ะ? ถ้าให้ความหมายตามที่ตาเห็นล่ะก็คำนี้จะหมายถึง ‘งานเลี้ยงแม่ไก่’ แต่เอ๊ะ! มันคืออะไร? ทำจะต้องเป็นงานเลี้ยงของแม่ไก่ล่ะ? อย่างไรก็ดีสำหรับคำว่า ‘a hen’s party’ นั้นหมายถึง a party for women only หรือa party held for a woman who is about to get married เป็นงานเลี่ยงที่จัดโดยมีแต่ผู้ร่วมงานเป็นผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานเลี้ยงที่จะจัดเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้หญิงที่กำลังจะมีพิธีมงคลสมรส หรือ เอาง่ายๆ ก็คล้ายงานเลี้ยงสละโสดของสาวๆ นั้นล่ะ

 

Laura: Hi, Linda! I and friends got a hen’s party planning for you tonight. Are you available?

ลอร่า: ไง ลินดา ฉันกับเพื่อนๆ มีแผนงานเลี้ยงสละโสดสำหรับเธอคืนนี้ เธอสะดวกไหม?

Linda: Of course, that sounds nice. I’m looking forward to that tonight.

ลินดา: แน่นอน มันฟังดูเยี่ยมมาก ฉันจะตั้งหน้าตั้งตาคอยว่าคืนจะมีอะไรบ้างนะ

Laura: I guarantee you will be too much fun.

ลอร่า: ฉันรับประกันว่าเธอจะต้องสนุกมากแน่ๆ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นในหลายๆ ประเทศอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า a hen’s party แต่จะใช้คำว่า a hen’s night หรือ a hen’s do แทน ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันครับ และอาจจะรวมไปถึงความหมายที่ว่า เป็นคืนที่ผู้หญิงออกไปเที่ยวกันในเมือง มีแต่เฉพาะพวกผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น

ทั้งนี้ยังมีคำอื่นๆ อีกที่จะใช้เพื่อความหมายของงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น อาทิ a bachelorette party ซึ่งจะนิยมใช้กันที่ สหรัฐ และ แคนนาดา หรือ a girls’ night out และ a kitchen tea ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ล่ะภูมิภาค

 

และสำหรับงานเลี้ยงสละโสดสำหรับผู้ชายนั้นจะใช้คำว่า ‘A Stag’s Party’ ซึ่งแต่เริ่มเดิมทีจะใช้คำว่า ‘a bachelor party’ ซึ่งจะคล้ายกับงานเลี้ยงของผู้หญิงที่ว่า ‘อาทิ a bachelorette party’ ทั้งนี้เองงานเลี้ยงของผู้ชายก็มีคำที่ใช้มากมายแล้วแต่ภูมิภาคเช่นกัน เช่น stag’s night และ stag’s do ทั้งนี้ในประเทศออสเตรเลียจะใช้คำว่า a buck’s night

Reference: Wiktionary, Usingenglish.com, Urbandictionary.com

Give it a try

Written by akiautumn on October 13th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับ ในบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับวลีที่ว่า ‘give it a miss’ กันแล้วนะครับ และสำหรับครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวลีที่ว่า ‘give it a try’ กันครับ เช่นเดียวกันกับ ‘give it a miss’ ครับ สำหรับวลีนี้นั้นมีความหมายว่าอย่างไรกัน? โดยปกติคำว่า ‘try’ หมายถึง พยายาม หรือ เหนื่อยครับ ซึ่งความหมายถึงวลี ‘give it a try’ ก็ไม่ได้มีความหมายที่ผิดเพี้ยนไปเลย วลีนี้หมายถึง to make an attempt at something หรือ have a try ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า ลองทำดู ลองซักตั้ง ครับ เช่น

John: How was your Spanish class? Was it hard?

จอห์น: วิชาภาษาสเปนเป็นอย่างไรบ้าง? ยากมั้ย?

Jenny: No, not really. You should give it a try.

เจนนี่: ไม่ค่อยยากนะ จอห์นเธอน่าจะลองดูนะ

 

อย่างไรก็ดีนอกจะจะใช้วลี ‘give it a try’ แล้วเราก็สามารถใช้ว่า ‘give something a try’ ก็ได้ครับ ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันคือ to make a try at something หรือ try out ครับ เช่น

Jeremy wants to givewindsurfinga try, he thinks it could be fun.

-เจเรมี่คิดว่าจะลองเล่นวินด์เซิร์ฟดูซักตั้ง เขาคิดว่ามันต้องสนุกแน่ๆ

หรือ

Jeremy wants to tryoutwindsurfing, he thinks it could be fun.

-เจเรมี่อยากจะลองเล่นวินด์เซิร์ฟดู เขาคิดว่ามันต้องสนุกแน่ๆ

 

ทั้งนี้นอกจาก ‘give it a try’ ยังมีวลีอื่นๆ อีกที่มีความหมายว่า ลองดูซักครั้ง ลองทำดู อาทิ give it a go, give it a short ลำ give it a whirl ครับ เช่น

Sandy has never ridden a horse before she will give it a go.

-แซนดี้ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนเธอคิดว่าจะลองดูสักครั้ง

Let’s give it a whirl! I think it could be very exciting.

-มาลองกันดูซักตั้งเถอะ ฉันว่ามันต้องน่าตื่นเต้นแน่ๆ

Laura always thinks about participating in the stage play. It could be hard but she will give it a short.

-ลอร่าคิดถึงเรื่องที่จะเข้าร่วมเล่นในละครเวทีมาตลอดมันอาจจะดูยากสำหรับเธอแต่เธอก็ลองทำดู

 

ท้ายนี้ผู้อ่านทุกท่านจะเห็นว่าเราสามารถใช้วลีได้หลายวลีในการให้ความหมายคำๆ หนึ่งดังนั้นก็อย่าลืมหมั่นทบทวนอยู่ตลอดเวลานะครับ รับรองว่าเรื่องยากๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายไปเลยทันที

Give it a miss

Written by akiautumn on October 11th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับในครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวลีที่ ‘give it a miss’ ครับ แล้วมันคืออะไรนะหรือ? แต่ก่อนหน้านั้นเรารู้กันดีว่า ’miss’ มีความหมายว่า พลาดเป้า คิดถึง หรือ อาจจะแปลว่านางสาว ก็ได้ครับ

ถ้าให้ความหมายตรงตัวล่ะก็ ‘give it a miss’ หมายถึง ให้สิ่งที่พลาดไป ให้ในสิ่งที่คิดถึง หรือ ให้สิ่งนั้นกับนางสาว ฟังดูแปลกๆ สินะครับ แต่จริงๆ แล้ววลีนี้จะหมายถึง avoid, leave it alone หรือ refuse to participate ครับ ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า หลีกเลี่ยง ทิ้งให้เดียวดาย หรือ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม ครับ ดังเช่น

All of students are going to the prom night tonight but Tracy thinks she will give it a miss.

-นักเรียนทุกคนจะไปงานพรอมคืนนี้ แต่เทรซี่คิดว่าเธอจะไม่ไป

หรือ

All of students are going to the prom night but Tracy thinks she refuses to participate.

-นักเรียนทุกคนจะไปงานพรอมคืนนี้ แต่เทรซี่คิดว่าเธอจะปฏิเสธที่จะเข้าร่วม

 

ทั้งนี้ในบางครั้งวลีนี้อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่นอีก อาทิ ‘give something a miss’ ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันครับ คือ decide not to do or have something หรือก็คือ หลีกเลี่ยง ตัดสินใจว่าจะไม่ทำหรือไม่เอาสิ่งนั้นๆ เช่น

Jessica will givethe barbecuea miss, she is on diet.

-เจสซิก้าคิดว่าเธอจะไม่กินบาบีคิวเพราะเธอกำลังควบคุมน้ำหนักอยู่

หรือ

Jessica decides not to takethe barbecue because she is on diet.

-เจสซิก้าตัดสินใจว่าจะไม่กินบาบีคิวเพราะเธอกำลังควบคุมน้ำหนักอยู่

 

อย่างไรก็ดีวลี ‘give it a miss’ นี้อาจจะดูสับสนอยู่บ้างแต่ถ้าผู้อ่านทุกท่านหมั่นสังเกตและศึกษาวิธีการใช้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำก็ไม่มีอะไรต้องกังวลครับเพราะภาษาเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวได้คำๆ เดียวอาจจะมีหลายความหมายและความหมายเดียวอาจะใช้ได้หลายคำ อย่างไรก็ดีเจ้าของภาษาสามารถเข้าใจได้ครับถ้าไม่ใช้คำที่สับสนจนเกินไปนะครับ

Adjective Word Order

Written by akiautumn on September 9th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

ถ้าพูดถึง adjective หรือ คำคุณศัพท์ ก็คิดว่าหลายๆ คนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าคำเหล่านี้มีหน้าที่ขยายคำนามโดยจะมีตำแหน่งเด่นชัด 2 ตำแหน่ง คือ หน้าคำนาม และ หลัง linking verb อาทิ

A cutegirl sits over there. และ She looks so cute.

แต่หารู้ไม่ว่าการใช้ adjective นั้นไม่ได้จำกัดจำนวนในการขยายคำนามนั้นๆ ดังนั้นจึงต้องมีการเรียงคำ Adjective ในภาษาอังกฤษเกิดขึ้นเพื่อระบุให้แน่ชัดว่าคำนามนั้นมีลักษณะรูปร่างแบบใด โดยขั้นตอนการเรียง adjective นั้นมีดังนี้

Article

Amount

Opinion

Size

Shape

Condition

Age

Color

Pattern

Origin

Material

Purpose

Noun

คำนำหน้านาม

จำนวน

ความคิดเห็น

ขนาด

รูปร่าง

เงื่อนไข/สภาพ

อายุ

สี

รูปแบบ

แหล่งกำเนิด

วัตถุดิบ

จุดประสงค์

คำนาม

A

lovely

big

round

clean

new

pink

heart-spotted

Japanese

fabric

backrest

cushion

 

 

 

จากตารางข้างต้นเมื่อนำมาแต่งประโยคจะได้ดังนี้

=> Kathy found a lovely big round clean new pink heart-spotted Japanese fabric backrest cushion when she tidied her bedroom yesterday.

=>เมื่อวานนี้ขณะที่เคธี่ทำความสะอาดห้องนอนเธอพบหมอนอิงผ้าทอทรงกลมอันใหญ่น่ารักสีชมพูลายหัวใจจากญี่ปุ่นที่ดูใหม่สะอาดสะอ้าน

จากที่เห็นอาจจะดูงงๆ ขึ้นมาบ้างแต่เพราะเมื่อนำมาแปลเป็นภาษาไทยแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องแปลจากหลังมาหน้าเสมอไปตามที่รู้กันมา แต่ให้แปลตามความเหมาะสมของรูปแบบประโยคนะครับ

อย่างไรก็ดีเรื่องของ adjective นั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและสับสนกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังมีการเรียงลำดับกันอีกซึ่งก็อาจจะสร้างความสับสนเพิ่มได้ไม่น้อย แต่ถ้าหากหมั่นฝึกฝนเรียนรู้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยครับ

 

หนี้บุญคุณ

Written by akiautumn on August 14th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

‘หนี้บุญคุณ’ คำๆ นี้มีให้เห็นบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในงานเขียนหรือภาพยนตร์ ละคร ซึ่งหลายคนยังไม่รู้ว่าในภาษาอังกฤษนั้นใช้คำว่าอะไรครับ โดยส่วนมากแล้วจะใช้ขอบคุณเพื่อนหรือใครก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือจนเรารอดพ้นจากความลำบากยุ่งยากโดยจะพูดหลังจากที่เค้าคนนั้นได้ให้ความช่วยเหลือเราแล้วหรือจะพูดขอบคุณตั้งแต่เค้ารับปากว่าจะช่วยเหลือก็ได้ สำหรับในภาษาอังกฤษนั้นที่เห็นบ่อยๆ จะใช้คำว่า ‘I owe you’ เช่น

Thanks for your help, Lilith. I owe you one.

-ลิลิธขอบคุณที่เธอคอยช่วยเหลือฉัน ฉันเป็นหนี้บุญคุณเธอซะแล้วล่ะ

ทั้งนี้นอกจาก ‘I owe you’ แล้วยังมีคำที่มีความหมายในทำนองเดียวกันอีก ได้แก่ be indebted to

และbe under an obligationครับ

แล้วถ้าหากเราต้องการจะตอบแทนการช่วยเหลือของเขาๆ เหล่านั้นเราจะพูดอย่างไร? ในการตอบแทนความช่วยเหลือนั้นในภาษาอังกฤษนั้นมักจะใช้คำว่า ‘in return’ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการตอบแทนได้มากมาย อาทิ I will do something for you in return.

ถ้าหากเราต้องการจะทวงบุญคุณที่เราเคยให้หารช่วยเหลือเค้าเหล่านั้นแล้วในภาษาอังกฤษเองก็มีคำมากมายที่สามารถนำมาใช้ได้ตามแต่สถานการณ์ครับ ดังนี้

To remind someone of their obligation(s) to you เตือนใครคนหนึ่งว่าเค้าติดค้างอะไรเราอยู่
To ask for a favor in return ขอวานให้เค้าทำอะไรให้เราเพื่อตอบแทนเรา
To ask someone to pay you back ขอให้ใครคนหนึ่งจ่ายเราคืน
To remind someone that they owe you something เตือนใจใครคนหนึ่งว่าเค้าเป็นหนี้บุญคุณเรา

 

จะเห็นว่าในภาษาอังกฤษเองนั้นมีการใช้คำที่หลากหลายตามแต่สถานการณ์ดังนั้นผู้อ่านทุกท่านควรศึกษาเพิ่มพูนให้มากเพื่อสามารถนำไปใช้ได้ตรงตามจุดประสงค์ครับ

Reference: Lonngdo. Dict, ajarnadam.com, pantown.com

ฉันพฤษภาคม!?

Written by akiautumn on August 12th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เราจะมาพูดถึงศัพท์คำหนึ่งที่ผู้อ่านหลายๆ คนรู้จักและเห็นหน้าค่าตากันเป็นอย่างดีครับ นั้นก็คือ ‘may’ สำหรับคำนี้นั้นจะทำหน้าที่ 2 รูปแบบคือเป็นได้ทั้ง คำนาม (noun) และ กริยาช่วย (auxiliary verb) ซึ่งความหมายของแต่ละหน้าที่นั้นก็ต่างกันครับ

 

เริ่มจากทำหน้าที่เป็นคำนาม ‘may’ นั้นจะหมายถึงเดือนพฤษภาคมครับ ใช่แล้วครับเดือนที่ 5 ของปีที่รู้จักกันครับ

My birthday is in May.

-วันเกิดของฉันอยู่ในเดือนพฤษภาคม

My interview is scheduled on May 25.

-วันสัมภาษณ์ของฉันถูกกำหนดไว้ในวันที่ 25 พฤษภาคม

จากตัวอย่างข้างต้นทั้ง 2 ประโยคจะเห็นว่า ‘may’ เมื่อทำหน้าที่เป็นคำนามที่หมายถึงเดือนพฤษภาคมนั้นจะต้องขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่เสมอนะครับ อาทิ I will take a trip to Japan in May.

และเราจะใช้ ‘in’ กับเดือนทั้ง 12 เสมอนะครับ อาทิ I was born in May แต่อย่างไรก็ดีเราก็สามารถใช้ ‘on’ ได้ด้วยเช่นเช่นกันถ้าหากมีวันที่ระบุมาด้วยครับ อาทิ I will go on a trip on May 15.

นอกจากจะหมายถึง เดือนพฤษภาคม แล้ว ‘may’ เมื่อทำหน้าที่เป็นกริยาช่วย จะมีความหมายว่า ‘อาจจะ’  หรือ ‘บางที’  นอกจากนั้น เรายังใช้ ‘may’ในการขออนุญาตที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ใช้ ‘may’เพื่อคาดคะเนว่าจะต้องเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ และยังใช้  ‘may’เพื่อแสดงความสงสัยหรือไม่แน่ใจของผู้พูดต่อสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้

You may be right but I am against your opinion.

-คุณอาจจะถูกแต่ยังไงฉันก็ยังไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณ

You may invite whomever you like.

-คุณอาจจะเชิญใครก็ได้ที่คุณชื่นชอบ

You may have read this book already.

-คุณอาจจะอ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะใช้ในกรณีไหน ‘may’ต้องตามด้วย v.1เท่านั้น หมายความว่าเป็น กริยาช่องที่ 1 ยังไม่ผันและไม่มี toที่รู้จักกันในนาม infinitive without to form ครับ

Positive

Negative

Question

Claudia maycome late

คลอเดียอาจจะมาสาย

?

?

 

และ เมื่อจะทำเป็นปฏิเสธ เพียงแต่เติม not ข้างหลัง ‘may’ก็เป็นปฏิเสธแล้วครับ

Positive

Negative

Question

Claudia maycome late

คลอเดียอาจจะมาสาย

Claudia may not come late.

คลอเดียอาจจะไม่มาสาย

?

 

และเมื่อทำเป็นประโยคคำถาม ก็เพียงเอา ‘may’ไว้หน้าประธานครับ

Positive

Negative

Question

Claudia maycome late

คลอเดียอาจจะมาสาย

Claudia may not come late.

คลอเดียอาจจะไม่มาสาย

May Claudia come late?

คลอเดียอาจจะมาสายใช่ไหม?

 

 

 

The Cream of The Crop

Written by akiautumn on August 10th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสำนวนที่ว่า ‘the cream of the crop’กันครับ เรามาดูความหมายของคำศัพท์ทีล่ะตัวกันดีกว่าครับ เริ่มจากคำว่า ‘cream’ มีความหมายตามที่ที่เราเรียกทับศัพท์กันว่า ‘ครีม’ นั้นเองครับ และ ‘crop’ ที่มีความหมายว่า ‘กลุ่ม’ครับ ดังนั้นเทื่อนำมารวมกันแล้ว ‘the cream of the crop’ จึงมีความหมายว่า ‘ครีมของกลุ่ม’ นั้นเองครับ แต่เอ๊ะ!? แล้วมันคืออะไรกันครับ ครีมของกลุ่ม !!! แท้จริงแล้วความหมายของสำนวนที่ว่า ‘the cream of the crop’ หมายถึง หัวกะทิซึ่งมีความหมายความในภาษาไทยว่า สิ่งที่ดีที่สุด หรือ คนที่เก่งที่สุด นั้นเองครับ เช่น

John is the cream of the crop.

-จอห์นนั้นมีมันสมองระดับหัวกะทิเลยทีเดียว

This university only accepts the cream of the crop; only the best students will do.

-มหาวิทยาลัยนี้รับเฉพาะระดับหัวกะทินั้นก็คือมีแต่เด็กที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้ยังมีคำที่มีความหมายว่าฉลาดหรือเก่งอื่นๆ อีกครับ อาทิ clever, intelligent, ingenious, bright, sagacious, smart และ shrewdครับ อีกทั้งถ้าจะให้ฉลาดแบบ หัวกะทิ ก็ยังมีคำอื่นๆ อีก อาทิ mega clever, super intelligent, brainy, canny, keen และ อื่นๆ อีกมาก

จะเห็นว่าในภาษาอังกฤษนั้นมีคำที่ใช้บอกถึงความฉลาดอยู่มากมายหลายคำรวมถึงสำนวนอีกด้วยดังนั้นผู้อ่านทุกท่านหมั่นเรียนรู้ศึกษาเพิ่มพูนคำเหล่านี้มาใช้ให้เกิดความหลากหลายนะครับ