Posts Tagged ‘ภาษาอังกฤษ’

Complaint Letters

Written by akiautumn on April 3rd, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

Complaint letters หรือ จดหมายร้องเรียน โดยมักจะเขียนขึ้นเมื่อเราเกิดความไม่พอใจกับสินค้าหรือการบริการของบริษัทนั้นๆ และต้องการให้ทางเจ้าของสินค้าหรือบริษัทนั้นๆ แสดงความรับผิดชอบหรือบอกกล่าววิธีการแก้ปัญหาให้เราเพื่อเกิดความเพิงพอใจที่สุด ซึ่งจะกล่าวถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมกับร้องเรียนความเป็นธรรมอย่างสุภาพและชัดเจน

 

ตัวอย่างจดหมายร้องเรียน

 

KethMaurang

Pastry chef

Sweet Dream Sugary

555Ngamwongwan Road

Nonthaburi, Thailand 11000

 

February 19, 2015

 

Ms. Sugar Motta

Product Manager

Pastry Needs Delivery

123 Latprao Road

Bangkok, Thailand 10240

 

Dear Ms. Sugar Motta,

 

I am writing this letter to bring your attention that I am not satisfied with quality of product provided at Sweet Dream Sugary. Yesterday my order of flour and sugar canisters arrived damaged. Some of flour canisters were in pieces. I am returning the canisters with a copy of my purchase order. Please ship us a new set and pay the shipping since we already paid it twice. Thank you for your help.

 

Sincerely,

KethMaurang

Pastry chef

 

 

จะเห็นว่าประโยคที่ใช้ในการแสดงเหตุผลว่าเขียนจดหมายนี้มาเพื่ออะไรนั้นควรจะใช้ประโยคที่ตรงประเด็นและไม่เบี่ยงประเด็นจนเกินไปซึ่งจะสามารถบอกให้เราทราบถึงหัวข้อที่เราจะเขียนได้ในประโยคเดียวย่างไรก็ตามหากต้องการเขียนให้ได้อย่างมืออาชีพก็ต้องฝึกฝนบ่อยๆ และเป็นคนช่างสังเกต

Adjustment Letters

Written by akiautumn on April 1st, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

Adjustment letters หรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ ซึ่งจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ หรือเมื่อการสั่งสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมโดยการเปลี่ยนแปลงนั้นจะตรงกับความต้องการของลูกค้า

 

ตัวอย่างจดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

 

 

Ms. Sugar Motta

Product Manager

Pastry Needs Delivery

123 Latprao Road

Bangkok, Thailand 10240

February 23, 2015

 

KethMaurang

Pastry chef

Sweet Dream Sugary

555 Ngamwongwan Road

Nonthaburi, Thailand 11000

 

Subject: February 19 letter about damaged order

 

We have just received your February 19 letter about your order which arrived damaged. We are deeply apologizing to your disappointment. However, we managed to deliver the new set of canisters you ordered a few days ago. We believe it will reach you in a day.

 

Please allow us to express our sincere apology for the inconvenience it has caused you. We will struggle to prevent this incident from happening again and hope we can continue our business as usual. Should you need to contact us, please use this number 02-123-4675.

 

 

Yours sincerely,

Sugar Motta

Product Manager

 

จะเห็นได้ว่าการขึ้นต้นจดหมายนั้นวจะขึ้นด้วยรายการต่างๆ และรายละเอียดเกี่ยวกับรายการที่เกิดปัญหาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ก็มักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

วันเข้าและวันออก

Written by akiautumn on February 8th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ ครั้งนี้เราจะมารู้กับ Idiom ทางภาษาอังกฤษที่ว่า ‘day in and day out’ กันครับ อืม….ถ้ามองตามภาพที่เห็นแล้วความหมายของเจ้าสำนวนนี้ต้องไม่พ้นคำว่า ‘วันเข้าและวันออก’ เป็นแน่แท้ แต่มันคืออะไรกันล่ะ ‘วันเข้าและวันออก’ เราลองมาดูประโยคตัวอย่างกันดีกว่าเผื่อว่าจะพอทำให้เราเดาทางกันได้

 

Amelia does nothing but surfs the internet day in and day out.

 

จากประโยคตัวอย่างข้างต้นสามารถเดาทางความหมายของ ‘day in and day out’ กันได้หรือไม่? เราลองมาดูไปพร้อมๆ กันเลย จากตัวอย่างข้างต้นจะได้ความหมายที่ว่า ‘อมิเลียไม่ทำอะไรเลยเอาแต่เล่นอินเทอร์เน็ตวันเข้าและวันออก’ มาถึงตรงนี้คิดว่าคงมีผู้อ่านหลายท่านที่พอจับทางออกแล้วนะครับ สำหรับเจ้า Idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ นี้ มีความหมายเหมือนกับคำว่า every day หรือ for each day หรือ ทุกๆ วันติดต่อกัน ดังนั้นจากประโยคตัวอย่าง

Amelia does nothing but surfs the internet day in and day out.

จะได้ความหมายว่า ‘อมิเลียวันๆ ไม่ทำอะไรเลยเอาแต่เล่นอินเทอร์เน็ต’

 

อย่างไรก็ตามโดยส่วนมาก idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ นั้นจะไม่ค่อยนิยมใช้ ‘and’ แต่จะมีรูปที่ว่า ‘day in, day out’ แบบนี้เสียมากกว่า อาทิ Amelia does nothing but surfs the internet, day in, day out.

 

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘day out’ นั้นยังมีความในตัวของมันเองอีก คือ day trip หรือ outing หรือ วันหยุดที่ออกไปพักผ่อนนอกบ้าน เช่น My friends and I had a day out at the beach แปลว่า ฉันและเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดกันมาในวันหยุด

 

นอกจาก idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ แล้วยังมีอีกตัวหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกันนั้นคือ ‘year in, year out’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘ทุกๆ ปี’ เช่น

Year in, year out, Sasha has been one of the best student in class.

แปลว่า ‘ซาช่ามักจะเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในห้องตลอดทุกๆ ปี

 

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าในภาษาอังกฤษมี Idiom อยู่มากมายซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็ไม่ได้มีความหมายตรงตามคำที่เห็น ดังนั้นหมั่นทำความเข้าใจและเรียนรู้ที่ละเล็กทีละน้อยจะช่วยให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นครับ

ไปกล้วย! ไปถั่ว?

Written by akiautumn on February 6th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความภาษาอังกฤษครั้งนี้ก็ยังพูด Idiom เหมือนเดิมครับ โดยครั้งนี้ Idiom ที่เราจะมาทำความรู้จักคือ ‘Go bananas’ และ ‘Go nuts’ ครับ ถ้ามองตามภาพที่เห็นนี้แน่นอนครับความของทั้ง 2 คำคือ ‘ไปกล้วย’ และ ‘ไปถั่ว’ ตามลำดับอย่างแน่นอน แต่เอ๊ะ!? จะใช่จริงเหรอ? ไปกล้วย กับ ไปถั่ว คืออะไร?

 

ทั้งคำว่า ‘Go bananas’ และ ‘Go nuts’ นั้นมีความหมายเดียวกัน คือ Crazy หรือ Mad นั้นเองครับ หรือก็คือมีความหมายในทำนองที่ว่าเสียสติไปแล้ว ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในด้านดี (ดีใจ) และด้านลบ (สติแตก) ได้อีกด้วย เช่น

I’m going bananas, please leave me alone.

ฉันกำลังจะสติแตกอยู่แล้ว ช่วยไปให้ไกลๆ หู ไกลๆตาหน่อยจะได้มั้ย?

My younger brother is chosen to be the basketball team leader on coming Saturday match, he’s going nuts right now.

-น้องชายของฉันได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมบาสเกตบอลที่กำลังจะแข่งในวันเสาร์นี้ เขาดีใจจนแทบจะเป็นบ้า

*Go bananas และ Go nuts นั้น ทั้ง banana และ nut จะต้องใส่ ‘s’ทุกครั้ง

 

มาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมอาการสติแตกหรือดีใจจนแทบคลั่งต้องเกี่ยวกับ กล้วย และ ถั่ว ด้วยนั้น เกิดจากหากเราลองสังเกตเวลาที่ลิงได้กล้วยเป็นหวีๆ ดูสิ จะเห็นพวกมันออกอาการตื่นเต้น วิ่งวุ้น กระโดดโลดเต้น ลุกลี้ลุกล้น แหกปากร้องเสียงดังจ้าละหวั่นอย่างกับคนบ้าเลยในทางเดียวก็ลองนึกถึงอาการของเจ้ากระรอกน้อยเวลาได้ถั่วไปสิ รีบวิ่งปรู๊ดขึ้นต้นไม้ไปอย่างเร็วทีเดียว

ทั้งนี้นอกจาก go bananas กับ go nuts ก็ยังมีคำอื่นๆ อีกที่มีความหมายเหมือนกัน ได้แก่off one’s head, off one’s nut, out of one’s mind และ lose one’s mind เช่น

 

Your mother will lose her mindfor sure if you still act up like this.

-แม่ของเธอจะต้องสติแตกแน่ๆ ถ้าเธอยังคงทำตัวกวนประสาทอยู่แบบนี้

Jenny would go off her nut if she still fails the exam.

-เจนนี่จะต้องเป็นบ้าแน่ๆ ถ้าเธอยังคงสอบตกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

จะเห็น Idiom นั้นมีการใช้โดยการสังเกตจากลักษณะของสิ่งต่างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง ‘ไปกล้วย’ กับ ‘ไปถั่ว’ ด้วย ก็สามารถทำให้เรางงกันเป็นตาแตกได้ดีเลยทีเดียว แล้วทีนี้ล่ะจะเป็นเราซะเองที่จะ ‘ไปกล้วย’ กับ ‘ไปถั่ว’ ดังนั้นเราควรหมั่นศึกษาและทำความคุ้นเคยกับ Idiom อยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเคยชินครับ

 

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on February 4th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

Types of Business Letter (1)

Written by akiautumn on February 2nd, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษากันอีกแล้วครับ ในครั้งที่แล้วเรารู้จักกันแล้วว่าจดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร และในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เขียนไปถึงผู้รับ โดยหลักๆ แล้วจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 10 ประเภท ดังนี้

 

Sales Lettersหรือ จดหมายเสนอขาย

Sales letters aim for offering products. Generally, the letters start off with a very strong statement to capture the interest of the reader. Since the purpose is to get the reader to do something.

จดหมายประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเขียนจดหมายเสนอขายประเภทต่างๆโดยทั่วไปนั้นจะเริ่มด้วยข้อความที่หนักแน่นเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน เนื่องจากมีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านต้องการทำอะไรบางอย่าง

 

Order Lettersหรือ จดหมายสั่งซื้อสินค้า

Order letters are sent by consumers or businesses to a manufacturer, retailer or wholesaler to order goods or services. These letters must contain specific information such as name of the product, the quantity desired and expected price.

จดหมายสั่งซื้อสินค้านั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้เขียนและส่งมายังผู้ผลิตต่างๆ เพื่อสั่งสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยจดหมายประเภทนี้จะมีเนื้อหาของ ชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนสินค้า และราคาที่ต้องการ

 

Complaint Lettersหรือ จดหมายร้องเรียน

These latters contain an unsatisfied or unpleasant feeling on goods or services. The words and tone you choose to use in a letter complaining to a business may be the deciding factor on whether your complaint is satisfied.

โดยส่วนใหญ่จดหมายชนิดจะมีลักษณะของความไม่พอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดนจะใช้คำและสำเนียงที่เปรยถึงความไม่พอใจต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ อาจจะมีการอ้างถึงความต้องการในการทำให้ความพอใจของผู้ส่งนั้นลดลง

 

Adjustment Lettersหรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

An adjustment letter is normally sent in response to a claim or complaint. If the adjustment is in the customer’s favor, begin the letter with that news. If not, keep your tone factual and let the customer know that you understand the complaint.

โดยปกติจดหมายเปลี่ยนแปลงรายการนั้นจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าก็จะขึ้นต้นจดหมายด้วยรายการต่างๆ ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้นั้นมักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

Inquiry Lettersหรือ จดหมายสอบถาม

Inquiry letters ask a question or elicit information from the recipient. When composing this type of letter, keep it clear and succinct and list exactly what information you need.

จดหมายสอบถามนั้นมักจะเป็นการสอบถามความต้องการหรือรายละเอียดจากผู้รับ ในการเขียนจดจดหมายประเภทนี้มักจะเน้นความกระจ่างชัดเจนและกระชับรวมไปถึงบอกความต้องการ

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยเราจะมารู้จักกับประเภทอื่นๆ ที่เหลืออีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on January 9th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

 

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

What is Business Letter?

Written by akiautumn on January 3rd, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความทางภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับการเขียนเชิงธุรกิจ โดยตัวจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีเนื้อความที่ราวกับการสนทนา ระหว่างผู้เขียนและผู้รับราวกับว่ากำลังพูดคุยกันอยู่ โดยหลักสากลในการเขียนจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะต้องมี ความสุภาพ ความสั้นกระชับ และความตรงไปตรงมา อีกทั้งผู้เขียนจะต้องตระหนักในเรื่องต่อไปนี้คือ Format  (โครงสร้างจดหมายและการจัดหน้า) Grammar  (ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง) Punctuation  (เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ) และ Openings and Closings  (การขึ้นต้นและลงท้ายจดหมาย)

 

ตัวอย่าง

123 Chulakasem

Ngamwongwan, Nonthaburi 11000

 

December 20, 2014

 

 

 

Ms. Alicia Whites

Manufacturing Advisor

ABC Inc.

732 Khlongchan

Ladprao, Bangkok 10240

 

Dear Ms. Whites:

 

We are writing to request information about new products, as we have been informed that requested products produced in your factory are excellent and demonstrate a good capacity that satisfies our customer demands.

 

We require all specifications of models and manufacturing procedure, as well as pricing information. Could you please the information by mail?

 

We look forward to your reply.

 

Your sincerely,

 

 

Hans Cowell,

Product Manager

 

 

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นสิ่งแสดงภาพลักษณ์ขององค์กร หรือตัวบุคคล การเขียนจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการแสดงถึงความรอบคอบ น่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพของผู้เขียน

อย่างไรก็ดีจดหมายเชิงธุรกิจนั้นมีอยู่ด้วยกันอยู่หลายประเภทโดยจะใช้ในหลายๆ การติดต่อ ตามแต่ความต้องการของผู้เขียน ซึ่งเราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจในครั้งต่อไปครับ

หมีภายในใจ

Written by akiautumn on December 8th, 2014. Posted in บทความ, แปลเอกสารประเภทต่างๆ

Good Morning Teacher

พบกับบทความหน้ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครับ ครั้งนี้เราก็ยังคงมาทำความรู้จักกับสำนวนเช่นเคย ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนที่ว่า ‘Bear in Mind’ ครับ เอ……แล้วสำนวนนี้จะมีความหมายว่าอย่างไรกันล่ะ?

 

เราจะมาดูทีล่ะคำกันก่อนนะครับ เริ่มจากคำว่า ‘Bear’ คำนี้หลายๆ คนคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดีครับว่า หมายถึง ‘หมี’ นั้นเอง เช่น

When I was young, I saw a big black bear standing across the river near my cabin.

-เมื่อตอนฉันยังเล็กๆ ฉันเห็นหมีสีดำตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงข้ามกับแม่น้ำใกล้กับที่พักของฉัน

ทั้งนี้นอกจากจะมีความหมายว่า ‘หมี’ คำว่า ‘Bear’ ยังทำหน้าที่เป็นคำกริยา (verb) ได้อีกด้วย ซึ่งจะมีความหมายว่า ทน อดทน และ รับผิดชอบ เช่น

How long did you have to bear with it?

-นานเท่าไหร่ที่คุณจะต้องอดทนกับมัน?

 

คำต่อมา ‘Mind’ จากที่เรารู้จักกันคำนี้จะหมายถึง จิตใจ หรือ สติ เช่น

Are you losing your mind?

-เธอเสียสติไปแล้วหรือไร?

I’m certain I won’t forget it. I keep it in mind.

-ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ลืมมันแน่นอน ฉันจำมันขึ้นใจแล้ว

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘Mind’ ก็สามารถทำหน้าที่เป็นกริยา (verb) ได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้อยู่ในรูปแบบของ Imperative Sentence หรือ ประโยคคำสั่งเสียมากกว่า เช่น

Please mind your own business!

-อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่นจะดีกว่านะ!

หรือ

-คุณไปจัดการเรื่องของตัวเองดีกว่านะ!

Would you mind if I sit at the same table?

จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะขอนั่งโต๊ะร่วมกับคุณ?

 

ดังนั้นสำนวนคำว่า ‘Bear in Mind’ เมื่อนำมาผนวกกันก็จะได้ความหมายที่ว่า ‘หมีในใจ’ แต่ไม่ใช่นะครับ สำนวนนี้จริงๆ แล้วมีความหมายว่า ท่องจำไว้ในใจไตร่ตรอง หรือ พิจารณา ครับ เช่น

You must bear in mind what I’ve just said to you.

-คุณควรจะจำในสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดกับคุณไปนะ

I bear in mind that misfortunes never come singly.

-ฉันระลึกไว้เสมอว่าความโชคร้ายไม่เคยมาเพียงอย่างเดียว

 

สำนวนเป็นเรื่องที่แลดูสับสนแต่ก็ไม่ยากในการเรียนรู้ถ้าหากเรารู้จักสังเกตและค้นคว้าเพิ่มเติมหรือนำไปใช้บ่อยครั้ง เราก็จะค่อยๆ ซึมซับและจดจำได้อย่างรวดเร็วครับ

ผูกเป็นปม!?

Written by akiautumn on December 6th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษกลับมาอีกครั้งครับ และเราก็ยังคงอยู่กับสำนวนเช่นเดิม ในครั้งจะนำเสนอสำนวนที่ว่า ‘Tie the Knot’ ครับ คิดว่าหลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นเคยกับสำนวนนี้มากนัก เรามาดูกันดีกว่าสำนวนนี้จะมีความหมายว่าอย่างไร

 

ก่อนอื่นเรามาดูทีล่ะคำก่อนครับ ‘Tie’ คำๆ นี้หลายๆ คนคุ้นและรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าหมายถึง ผูก ยุ่ง มีธุระ หรือ ทำหน้าที่เป็นคำนาม  (n) คือ เนคไท หรือเชือกเช่น

If you are tied up now, I’ll call you back later on.

-ถ้าตอนนี้คุณไม่สะดวกอยู่ เดี๋ยวฉันจะโทรมาใหม่ทีหลังนะ

I don’t think this shirt goes with that red tie.

-ฉันไม่คิดว่าเสื้อตัวจะเข้ากับเนคไทสีแดง

 

คำต่อมา ‘Knot’ คำนี้หลายคนจะไม่ค่อยคุ้นตามากนัก คำๆ นี้มีความหมายว่า กระจุก ปม หรือ เงื่อนงำเช่น

Check all the loose knots and fasten them tight.

-ตรวจดูปมที่ดูหลวมและจัดการดึงให้แน่นซะ

 

เมื่อรู้ความหมายของทั้ง 2 คำแล้ว เราก็ได้ความหมายของสำนวนที่ว่า ‘Tie the Knot’ ว่า ‘ผูกเป็นปม’ เอ๊ะ…..ใช่หรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่ครับ สำนวน ‘Tie the Knot’ นั้น มีความหมายว่า’แต่งงาน’ ครับ ใช่ครับ การแต่งงาน ซึ่งที่เป็นการแต่งงานก็เหมือนกับการผูกคน 2 คนเข้าด้วยกันครับ

You’re sure you want to tie the knot?

-เธอแน่ใจหรือว่าเธออยากจะแต่งงานแล้ว

When are you planning to tie the knot?

-คุณวางแผนที่จะแต่งงานเมื่อไหร่ล่ะ?

 

เรื่องสำนวนเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่าสับสน วิธีที่จะเรียนรู้ได้เร็วที่สุดคือการเรียนรู้จากการใช้จะดีที่สุด อาทิ จากการดูรายการ ทีวี เพลง นิยาย หรือ สิ่งพิมพ์ ต่างๆ สิ่งเหล่านี้มีการใช้สำนวน หรือ สำนวนมากมาย อีกทั้งเรายังสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับความสนุกได้อีกด้วย