Posts Tagged ‘ภาษาอังกฤษ’

พ่อครัวผู้คดโกง?

Written by akiautumn on January 14th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_nพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้ง เราจะมาดูคำว่า Cook กับ Crook ครับ อย่างที่เห็นทั้ง 2 คำจะมีการออกเสียงที่คล้ายคลึงกันมาก แต่ความหมายของ 2 คำนี้แตกต่างกันสิ้นเชิงครับ

Cook เป็นได้ทั้งคำนาม (noun) หมายถึง คนครัว แม่ครัวหรือพ่อครัว และคำกริยา (verb) หมายถึง ทำกับข้าว หรือ ประกอบอาหาร เช่น

Susan is a cook.

-ซูซานเป็นแม่ครัว

และหากเราต้องการชมฝีมือในการทำอาหารก็สามารถใช้ได้เช่นกันครับ เช่น

Susan is a good cook.

-ซูซานมีฝีมือการทำอาหารดีมาก

Susie is a bad cook.

-ซูซี่ไม่มีฝีมือในการทำอาหารเลย

ส่วนคำว่า Crook นั้น หมายถึง คนคดโกง ครับ

John’s account is cooked. He is a crook.

-บัญชีของจอห์นถูกปลอมขึ้นมา เขานั้นเป็นคนคดโกง

และเมื่อเป็นคำคุณศัพท์ (adj) หมายถึง โค้งงอ หรือ ไม่ซื่อสัตย์ เช่น

The picture is hung crooked.

-รูปที่แขวนมันเอียงนะ

John tries to convince an innocent young man to join him in his crooked deal.

-เขากำลังหลอกล่อให้หนุ่มน้อยไร้เดียงสามาสมรู้ร่วมคิดในการกระทำไม่ซื่อตรงของเขา

จะเห็นได้ว่าในภาษาอังกฤษมีคำที่ออกเสียงเหมือนกันอยู่หลายคำ ซึ่งต้องระวังให้ดีครับเพราะหากนำไปใช้ผิดจะสื่อความหมายผิดทันที ดังนั้นต้องหมั่นระมัดระวังไว้ครับ

House และ Home

Written by akiautumn on January 7th, 2016. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับ ครั้งนี้เราจะดูเรื่องใกล้ๆ ตัวกันครับ เรื่องเกี่ยวกับบ้านครับ ถ้าหากเราพูดถึงบ้านในภาษาอังกฤษ หลายๆ คนก็จะนึกถึงคำว่า ‘House’ ใช่มั้ยครับ

House หมายถึง บ้าน หรือ ที่พักอาศัย ใช่แล้วครับบ้านที่เราๆ คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันเลย ซึ่งทำหน้าได้ 2 อย่างคือ คำนาม (noun) หมายถึง บ้าน หรือ ที่อยู่อาศัย และ คำกริยา (verb) หมายถึง จัดที่พักหรือที่อยู่ให้ จัดให้อยู่พักอาศัย หรือพำนัก ครับ เช่น

In cold winter, I want a house to keep me warm.

-ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ฉันอยากมีบ้านไว้ซุกตัวเพื่ออบอุ่นร่างกาย

The museum houses an impressive collection of jewels.

-พิพิธภัณฑ์นำชุดเพชรพลอยอันน่าประทับใจมาเก็บไว้

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ‘house’ กับ ‘home’ ต่างกันอย่างไร เพราะทั้งสองคำล้วนก็หมายถึงบ้านเช่นกัน ทว่าถึงทั้งสองคำจะหมายถึงบ้านเหมือนกันแต่มีความต่างกันเล็กน้อยครับ

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วครับว่า house คือ บ้าน ในที่นี้เป็นตัวบ้านมีโครงสร้างที่ทำไว้เพื่ออยู่อาศัยครับส่วน home เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะหมายถึงที่ใดๆ ก็ได้ เช่น แฟลต (flat) อพาร์ทเม้นท์(apartment) หรือ แม้แต่ข้างถนนครับ โดยจะสื่อในทำนองว่าอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวครับเรามาดูประโยคจัวอย่างกันดีกว่าครับ

I live in a small house.

-ฉันอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก

ประโยคนี้จะกล่าวถึงบ้านหลังเล็กซึ่งหมายถึงบ้านที่มีโครงสร้างเล็กตรงตัวครับ

He returned home for the first time in ten years.

-เขากลับมาบ้านในรอบ 10 ปี

สำหรับประโยคนี้ไม่ได้ถึงโครงสร้างหรือลักษณะของตัวบ้านแต่จะสื่อไปในทางนามธรรม ซึ่งคำว่าบ้านในที่นี้อาจจะหมายถึง กลับมาหาครอบครัว กลับมายังละแวกเดิม กลับมายังถิ่นกำเนิด ก็ได้ครับ

ทั้งนี้ house และ home นั้นจะไม่สามารถใช้สื่อความหมายแทนกันได้ครับ

จะเห็นว่าคำง่ายๆ ที่เราเคยเห็นกันมาตั้งแต่เด็กก็มีการใช้ที่ยุ่งยากซับซ้อนไม่แพ้กัน แต่คิดว่าคงจะไม่เป็นปัญหามากนักเพราะเมื่อเรานำไปใช้เราจะสังเกตถึงรูปแบบได้ว่าหากใช้สลับกันจะทำให้ประโยคไม่สมบูรณ์และดูแปลกตา อย่างไรก็ดีเราก็ไม่ควรปล่อยไปครับ ต้องคอยศึกษาความแตกต่างในการใช้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเป็นดีที่สุด

น้องๆ คิดตัง

Written by akiautumn on November 30th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับเรายังคงอยู่กับเรื่องการกินเหมือนเดิมนะครับ แต่ในครั้งนี้เรากินกันเสร็จแล้ว เราจะทำอะไรต่อล่ะครับ ก็ต้องจ่ายเงินสิครับ

ที่พบเห็นบ่อยๆ ในบ้านเราเวลาเรียก บริกร หรือ บ๋อย(waiter or waitress) มาคิดค่าอาหารมักจะพูดว่า ‘เช็กบิล’ใช้ทั้ง check และ bill เลยครับ ซึ่งผิดนะครับ เพราะ ทั้งสองคำนั้นมีความหมายเดียวกันคือ บัญชีรายการค่าอาหาร ต่างกันที่ ‘check’ เป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน และ ‘bill’ ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ

ดังนั้นเวลาเราจะเรียกเก็บเงินค่าอาหารใช้คำว่า ‘check, please!’ หรือ ‘bill, please!’ อย่างใดอย่างหนึ่งพอครับ

While having a wonderful meal at the restaurant, Amanda suddenly says “Check, please!”

หรือ

While having a wonderful meal at the restaurant, Amanda suddenly says “Bill, please!”

-ในขณะกำลังรับประทานอาหารแสนวิเศษที่ร้านอาหาร อยู่ๆ อแมนด้าก็โพล่งขึ้นมาว่า “คิดเงินด้วยค่ะ”

และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเวลารับประทานอาหารในต่างประเทศ คือ การให้ทิป ซึ่งเราจะไม่นิยมใช้‘give a tip’ นะครับ แต่จะใช้ว่า ‘leave a tip’ซึ่งเหมือนเป็นการฝากเงินพิเศษที่ไม่ใช่ค่าอาหารให้แก่บริกรชายหญิงครับ

You should leave a tip about 20% or your bill.

-คุณควรจะให้ทิปราวๆ 20% ของค่าอาหาร

ทั้งนี้ร้านอาหารบางแห่งจะไม่มีการให้ทิปแก่บริกรโดยทางร้านจะเขียนไว้ชัดเจนไว้ในเมนูอาหารว่า ‘Service is included.’ ซึ่งหมายความว่า ท่านไม่ต้องจ่ายทิป เพราะทิปรวมอยู่ในบิลค่าอาหารแล้ว

You don’t need to leave a tip, service is included.

-คุณไม่จำเป็นต้องให้ทิปหรอก มันรวมในใบเสร็จหมดแล้ว

ทีนี้เวลาเรียกเก็บเงินค่าอาหารก็อย่าเผลออใช้ผิดอีกนะครับ ไม่งั้นเวลาไปรับประทานอาหารที่ต่างประเทศบริกรอาจจงงได้นะครับว่าเราต้องการอะไร และการให้ทิปถือเป็นมารยาทที่สำคัญนะครับ

ภาษาอังกฤษกับลูกเจี๊ยบ

Written by akiautumn on November 16th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ จากที่ผ่านๆ มาจะเห็นว่าในภาษาอังกฤษชอบเอาธรรมชาติของสัตว์มาเปรียบกับการกระทำหลายๆ อย่างของคนครับ โดยสร้างเป็น วลี หรือสำนวนไว้มากมายครับ

 

Go to bed with the chickens เข้านอนกับลูกเจี๊ยบ มาถึงตรงนี้งงกันเลยซิครับ ทำไมต้องไปนอนกับลูกเจี๊ยบด้วยนะ วลีนี้มีความหมายว่า เข้านอนแต่หัวค่ำ ครับ เพราะว่าลูกเจี๊ยบนั้นนอนกันเร็วครับ

Alicia: I called you last night but you didn’t reply.

อลิเซีย: ฉันโทรหาเธอเมื่อคืน แต่เธอไม่รับสาย

Emma: I went to bed with the chickens

เอมม่า: ฉันเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำน่ะ

 

เรื่องลูกเจี๊ยบยังไม่หมดนะครับRun around like a chicken with its head cut off วลีนี้ดูน่ากลัวสยดสยองไม่น้อยครับ ถ้าแปลตรงตัว หมายถึง วิ่งวนไปเวียนมาราวกับลูกเจี๊ยบที่ถูกตัดหัว แต่ความหมายจริงคือ วิ่งวนไปเวียนมาอย่างแตกตื่นและไร้จุดหมาย หรือ ตกอยู่ในสภาพที่วุ่นวายสับสน

What happened with you, Tricia? You are running around like a chicken with its head cut off.

-เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทริเซีย? เธอวิ่งไปวิ่งมาอย่างกับคนบ้า

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าภาษาอังกฤษจะมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวดังนั้นในบางสำนวนอาจจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ถ้าเราสามารถเดาได้จากลักษณะท่าทางจากสิ่งที่เกิดก็สามารถคาดคะเนถึงความหมายของสำนวนนั้นๆ ได้ครับ

It’s the same story. กับ It’s the same old story.

Written by akiautumn on November 9th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

สวัสดีครับบทความวันนี้เรามาดูสำนวนกันครับ สำนวนวันนี้หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นบ่อย หรือบางอาจจะเคยผ่านหน้าผ่านตาอยู่บ้าง ‘It’s the same story.’ และ ‘It’s the same old story.’ซึ่งทั้ง 2 สำนวนจะดูคล้ายๆ กัน แต่ก็แตกต่างกันอยู่เล็กน้อยครับ

‘It’s the same story.’ หมายถึง การพูดซ้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในสถานที่อื่น เช่น

The financial crisis causes problems in urban area and it’s the same story in rural area.

-วิกฤตการณ์ด้านการเงินก่อให้เกิดปัญหามากมายในเขตตัวเมืองและก็เป็นปัญหาเดียวที่เกิดขึ้นในเขตชนบทเช่นกัน

‘It’s the same old story.’ดูแล้วคล้ายกับสำนวนก่อนหน้านี้ใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่ต่างคือมีคำว่า ‘old’ เพิ่มเข้ามาครับ โดยความหมายในคราวนี้ก็จะมาในเชิง“แง่ลบ” ด้วยครับ หมายถึง สถานการณ์ไม่ดีที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันเคยเกิดขึ้นซ้ำมาแล้วในอดีต เช่น

It’s the same old story. John still did a bad thing as before.

-แย่เหมือนเดิม จอห์นยังคงทำเรื่องไม่ดีเหมือนที่ผ่านมา

เพิ่มเติมครับยังมีอีกสำนวนที่ว่า ‘It’s a long story.’ ที่ใช้พูดเวลาที่ไม่ต้องการอรรถาธิบายขยายความทั้งหมดทั้งปวงให้ผู่อื่น เอาง่ายๆ ก็หมายถึง ‘เรื่องมันยาว’ ครับ

Amelia: Can you explain clearly what happened to my laptop?

อมีเลีย: เธอช่วยอธิบายให้ชัดเจนเลยนะว่าเกิดอะไรกับน็ตบุ๊คของฉัน?

Amanda: It’s a long story.

อะมานดา: เรื่องมันยาวน่ะ

แต่ถ้าหากต้องการจะพูดในสิ่งที่ทำเป็นใจความสำคัญ และเป็นหัวใจของเรื่องราวจริงๆ โดยไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด คือ ‘to cut a long story’ หรือ ‘to make a long story short’ ครับ

อย่างที่รู้กันครับในภาษาอังกฤษมีสำนวนมากมายที่ทั้งคุ้นและไม่คุ้นครับ ดังนั้นเราต้องไม่ลืมศึกษาเพิ่มและอย่าทิ้งของเก่านะครับ เอาไว้ใช้ดูเท่ๆ ครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

ปฏิเสธนอกจาก ‘No’ (2)

Written by akiautumn on September 23rd, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

มาแล้วครับจากบทความก่อนหน้านี้ เรามาดูกันต่อดีกว่าครับสำหรับการปฏิเสธนอกจากคำว่า ‘No’ เพรียวๆ

 

‘In another life’ คำนี้ค่อนข้างเหมือนประชดเลยครับ หมายถึง รอชาติหน้าดีกว่า

Susie: Mona, can I try your car? I just got driving license.

ซูซี่: โมนา ให้ฉันลองขับรถเธอหน่อยสิ ฉันเพิ่งได้ใบขับขี่มา

Mona: In another life, Susie.

โมนา: รอชาติหน้าเถอะย่ะ ซูซี่

 

‘I’m slammed’หมายถึง ตอนนี้ฉันคือกำลังถูกทับทมไปด้วยงานที่ต้องทำ ก็เลยต้องปฏิเสธไปครับ

Anne: Could you help me check the shopping list?

แอน: เธอช่วยฉันดูรายการของที่จะซื้อหน่อยได้มั้ย?

Bonny: I’m so sorry, but I’m slammed.

โบนนี่: ต้องขอโทษจริงๆตอนนี้แบบว่าฉันกำลังถูกทับไปด้วยงาน

 

‘In a season of NO’ วลีนี้ค่อนข้างกวนทีเดียวครับ หมายถึง อยู่ในฤดูกาลของการปฏิเสธ เอาง่ายๆ ก็คือจะปฏิเสธไปทุกๆ อย่าง ครับ

Melisa: Can you buy me lunch today?

เมลิซ่า: เธอช่วยซื้อข้าวเที่ยงให้ฉันหน่อยได้มั้ยวันนี้?

Gina: I’m in a season of NO right now. Sorry!

จีน่า: ตอนนี้เราอยู่ในฤดูกาลของการปฏิเสธอะแก เสียใจด้วยนะ

 

‘Heck no’คำว่า Heck นั้นเป็นคำอุทานแสดงความไม่พอใจรำคาญ ดังนั้นเลยจะออกแนว เป็นคำปฏิเสธ แบบรำคาญๆ ไปอ่ะครับ

Lisa: Do you know where John is? I’ve called him since morning. Will you go find him with me?

ลิซ่า: เธอรู้มั้ยว่าจอห์นอยู่ที่ไหน? ฉันโทรหาเขาตั้งแต่เช้าล่ะ เธอจะออกไปตามหาเขากับฉันมั้ย?

Amy: Heck no! I’m really busy right now.

เอมี่: บ้าเหรอ ฉันกำลังยุ่งมากอยู่นะ

 

‘I cry, but decline’ วลีนี้ค่อนข้างกวนนิดๆ ครับ หมายถึง ฉันเสียใจนะ อยากทำนะ แต่ก็ปฏิเสธ อารมณ์ร้องไห้หนักมาก

Example:

Maria: Do you want to help me bake a cake?

มาเรีย: เธอจะช่วยฉันอบเค้กมั้ย?

Elle: I cry but decline.

แอล: ร้องไห้หนักมาก แต่คงไม่อ่ะ

 

ทีนี้เราก็ได้รู้จักการบอกปฏิเสธนอกจากคำว่า ‘No’ กันมาพอสมควรแล้ว หวังว่าพอจบตรงนี้คงไม่ลืมบทความก่อนหน้านี้นะครับ ยังไงก็ลองนำไปใช้ดูล่ะครับ

 

Reference: TalkAmerican, mslinglingofficial

ปฏิเสธนอกจาก ‘No’

Written by akiautumn on September 16th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

แน่นอนว่าเวลาที่หลายๆ คนต้องการจะบอกกล่าวการปฏิเสธต้องนึกถึงคำว่า ‘No’ ขึ้นมาทันที แต่รู้ไหมว่านอกจากคำว่า ‘No’ ก็ยังมีวลีอีกจำนวนหนึ่งที่นำใช้ครับ

 

‘No way, Jose’หมายถึง ไม่มีทาง วลีนี้หลายๆ คนต้องสงสัยแน่ว่า ‘Jose’คือใคร?มีไว้ทำไม?โดยจริงๆ แล้วคำนี้เป็นชื่อทางภาษาสเปนที่อ่านว่า ‘โฮเซ’และเหตุผลที่นำมาใช้คือเสียงไปคล้องจองกับคำว่า ‘No way’ นั้นเอง

Danny: Can I have laptop for tonight?

แดนนี่: ฉันขอยืมแล็ปท็อปหน่อยได้มั้ยคืนนี้?

Ben: No way, Jose! I know you’re gonna use it for playing game.

เบน: ไม่มีทาง ฉันรู้นายจะเอามันไปเล่นเกม

 

‘Nah’คำนี้เป็นแสลงที่เราพบเห็นบ่อยครั้ง ซึ่งอ่านว่า ‘แน’แปลว่า ไม่

Mom: Do you want me to cook carrots for dinner?

แม่: ลูกจะให้แม่ทำกับข้าวจากแครอทมั้ยจ้ะ คืนนี้?

Son: Nah. I don’t like carrot.

ลูกชาย: ไม่อ่ะ ผมไม่ชอบแครอท

 

‘Have a No on days policy’ หมายถึง มีกฎการปฏิเสธในวันต่างๆ โดยประโยคนี้เราจะใช้วันไหนก็ในหนึ่งสัปดาห์ จันทร์ถึงอาทิตย์ครับ

Amelia: Will you help me do the research?

อมิเลีย: เธอช่วยฉันทำวิจัยหน่อยได้ไหม?

Betty: It’s a Wednesday. I have a ‘No’ on Wednesday policy.

เบตตี้: วันนี้เป็นวันพุธอะค่ะ ฉันมีกฎ ปฏิเสธในวันพุธค่ะ

วลีนี้ดูแล้วแปลกดีนะครับ

 

‘N to the O’ หรือก็คือ N กับ O หมายถึง ไม่ มาแบบแปลกอีกแล้วครับโดยจะเป็นการปฏิเสธโดยการสะกดคำว่า ‘No’ แบบเน้นๆ คล้ายเวลาเราพูดว่า ‘เอ็น สระโอ โน’ ครับ

Henry: Mom, will you buy me IPhone 6?

เฮนรี่: แม่ครับ จะซื้ออโฟน6 ให้ผมใช่ไหมครับ?

Mom: N to the O!

แม่: เอ็น สระโอ โน เลยจ๊ะ

 

‘Negative’คำที่หลายๆ คนคุ้นเคยเป็นแฝดต่างขั้วของ Positive ครับ ความหมายจริงๆคือ ติดลบ แต่ถ้าเป็นสแลงจะหมายถึง ไม่

Jerry: Hey, dude, do you want to go to the cinema with me?

เจอรี่: เฮ้พวก นายจะไปดูหนังกับฉันมั้ย?

Alex: Negative.

อเล็กซ์: ไม่อ่ะ

 

สำหรับการปฏิเสธยังไม่หมดแค่นี้ครับ ซึ่งเราจะมาดูการต่อในบทความต่อไปว่าจะมีคำหรือวลีอะไรให้เรามาฉงนกันบ้าง อย่างไรก็ดีผู้อ่านทุกท่านก็ลองนำคำเหล่านี้ไปใช้ให้ดูเก๋ๆ นะครับ

 

Reference: TalkAmerican, mslinglingofficial

ไม่ ไม่ ไม่

Written by akiautumn on September 9th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

พบกับบทความภาษาอังกฤษที่พร้อมจะนำความรู้ต่างๆ มานำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมาดูวลีที่มีความหมายว่า ‘ไม่’ ในแบบต่างๆ กันครับ

‘not for the world’ เมื่อเห็นวลีนี้หลายๆ คนต้องสงสัยแน่ๆ ว่าถึงขนาดไม่สำหรับโลกเลยทีเดียวหรือ? ซึ่งความหมายของวลีนี้ก็วลีนี้จะสื่อในทำนองว่า ‘ ไม่อย่างเด็ดขาด’ครับ

John is very honest, not for the world, would he tell you a lie.

จอห์นเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ดังนั้นเขาไม่มีทางโกหกคุณอย่างแน่นอน

‘not in the least’สำหรับวลีนี้ จะมีความหมายว่า‘ไม่เลยแม้แต่น้อย’ครับ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับวลีก่อนนี้ครับจะต่างกันก็แค่การสื่อความหมายเพียงเล็กน้อย

Amanda was,not in the least,anxious, she spent times rehearsing her line very well.

อแมนด้าไม่ได้รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกซ้อมบทของเธอเป็นอย่างดี

ส่วน ‘not on your life’ จะหมายถึง ไม่เลยจริงๆ ซึ่งความหมายก็ยังคงคล้ายคลึงกันกับวลีข้างต้นครับ

I will never visit to that horrible hotel again-not on your life.

ฉันจะไม่ไปพักที่โรงแรมที่น่าขนลุกนั้นแน่ ไม่เลยจริงๆ นะ

‘not the thing’ สำหรับวลีนี้จะมีความหมายที่ไม่เหมือนกับวลีข้างต้นแล้วครับแต่จะหมายถึง ‘ไม่สุภาพ’ ครับ

It is not the thing to shout loudly at library.

เป็นสิ่งไม่สุภาพเลยนะที่จะตะโกนเสียงดังในห้องสมุด

จะเห็นว่าแค่คำว่า ‘not’ ก็สามารถสร้างวลีใหม่ๆ ขึ้นได้อีกมากซึ่งความหมายส่วนใหญ่ก็ยังคงความเป็นปฏิเสธ ซึ่งผู้อ่านสามารถนำไปใช้ได้ให้ดูเก๋ๆ ครับ แต่ถึงอย่างนั้นผู้อ่านอย่าลืมดูบริบทที่นำไปใช้ด้วยนะครับ เพราะแต่ล่ะวลีก็ใช้ในบริบทที่ต้องการจะสื่อที่ต่างกันครับ

Not a …..

Written by akiautumn on September 2nd, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ผู้อ่านหลายคนรู้กันเป็นอย่างดีว่า ‘not’ มีความหมายในทางปฏิเสธครับ ซึ่งคำว่า ‘not’ มักจะตามคำกริยาช่วย (auxiliary verb) ตามที่เห็นกันอยู่ทั่วๆ ไป เพื่อทำหน้าส่วนขยายและตามด้วยกริยาแท้ (main verb) หรือ คุณศัพท์ (adjective) ครับ อาทิ

I do not eat beef.

I am not sleepy.

I have not done homework yet.

I will not go there.

แต่ถ้าหากว่าคำว่า ‘not’ ตามด้วยคำนามล่ะ โดยทั่วไปเรจะใช้คำว่า‘not a …..’โดยมักจะตามด้วยคำนามที่เป็นเอกพจน์ หมายถึง‘แม้แต่นิด’ครับ

There was not a drop of water in the pond.

ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียวในหนองน้ำ

It is not a bad thing to agree with Jenny’s idea.

ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรที่จะเห็นด้วยกับความคิดของเจนนี่

 

‘not a leg to stand on’ถ้ามองตามตัววลีนี้มีความหมายว่า‘ไม่มีสักขาหนึ่งจะให้ยืน’ ครับ แล้วไม่มีขาจะยืนเลยนี้คืออะไร? วลีนี้จะสื่อถึง ไม่มีทางปฏิเสธได้เลย

John has not a leg to stand on when the teacher caught him cheating the exam.

จอห์นไม่มีทางปฏิเสธได้เลยเมื่ออาจารย์จับได้ว่าเขาโกงข้อสอบคาหนังคาเขา

 

ทั้งนี้ นอกจาก not aที่ตามด้วยคำนามเอกพจน์แล้ว ยังมี not aยังสามารถตามด้วยอย่างอื่นได้อีกครับ อย่างเช่น not a bit ซึ่งวลีนี้หมายถึง ไม่เลยแม้แต่น้อย ครับ

Mother: You look drowsy. How many movies did you watch last night, Henry?

แม่: ลูกดูงัวเงียจัง เมื่อคืนดูหนังไปกี่เรื่องล่ะ เฮนรี่?

Henry: Not a bit.

เฮนรี่: ไม่ได้ดูเลยครับ

แต่ถ้าจะสื่อว่า ไม่เลยอย่างเด็ดขาด ก็มักใช้ว่า ‘Not a bit of it’ ครับ

Manna: Will you ask Wendy for the party tonight, James? You two look gorgeous together.

มันนา: เธอจะชวนเวนดี้ไปงานเลี้ยงคืนนี้มั้ย? เธอสองคนดูดีมากเมื่ออยู่ด้วยกัน

James: Not a bit of it! She may look nice but, actually, she is very unfriendly.

เจมส์: ไม่เลยอย่างเด็ดขาด! เธออาจจะดูดีแต่จริงๆ แล้วเธอไม่เป็นมิตรกับใครเท่าไหร่นัก

 

มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านคงได้ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวกับ ‘not’ ไม่มากก็น้อยครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนก็เข้าใจแต่ก็อาจจะทำให้สับสนได้เมื่อใช้ในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นหมั่นศึกษาตลอดนะครับ

แมวเหมียวเมี้ยวหง่าว

Written by akiautumn on August 24th, 2015. Posted in บทความ

996748_196193990583316_1003966049_n

ก่อนหน้านี้เราเจอสัตว์น้อยๆ น่ารักอย่างหมู (pig) และ ลูกไก่ (chicken) กันมาแล้ว ครั้งนี้เราจะมาดูสำนวนที่มีสัตว์เลี้ยงน่ารักที่หวังจะครองโลก (รึเปล่านะ) อยู่ในตอนนี้ คือน้องเหมียว (cat) นั้นเอง ในภาษาอังกฤษก็มีสำนวนหรือวลีมากมายนับไม่ถ้วนที่ให้น้องเหมียวมามีส่วนร่วมด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีคำว่าอะไรบ้าง

A fat cat หรือ เจ้าแมวอ้วน ในภาษาอังกฤษมีการเปรียบเทียบเจ้าแมวอ้วนกับคนที่ร่ำรวยมาก ส่วนใหญ่มักจะใช้บรรยายผู้ชายที่แม้ว่าจะมีฐานะ แต่ดูไม่ขยันทำมาหากิน หรือผู้ชายที่หาเงินได้มากมายโดยดูเหมือนไม่ต้องทำงานอะไร หรือแม้แต่เศรษฐีที่มีชื่อเสียงและอิทธิพล

-Mr. Richmoney is a fat cat businessman. He owns several businesses in the town.

-คุณริชมันนี่เป็นเศรษฐีนักธุรกิจที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรได้แต่นั่งกินนอนกิน เพราะเขาเป็นเจ้าธุรกิจหลากหลายแห่งในเมืองนี้

หากให้เทียบก็คงเหมือนกับเจ้าเหมียวที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจนอ้วนฉุไม่อาจวิ่งไล่จับหนูทัน ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เดือดร้อนเพราะถึงไม่ต้องจับหนูเดี๋ยวก็มีคนเอาอาหารมาให้กินถึงที่

A cat’s pajamas หมายถึง ชุดนอนแมว มาถึงจุดนี้แล้วถึงกับฉงนว่าชุดนอนคืออะไร? และเป็นอย่างไร? เหมือนของชุดนอนคนไหม? แต่ ‘a cat’s pajamas’ ในที่นี้นั้นไม่ได้หมายถึงชุดนอนเลยด้วยซ้ำ แต่มีความหมายว่า คนที่มักจะทำอะไรได้ดีไปทุกอย่าง โดยจะมีคำที่มีความหมายในทางเดียวกันนั้นคือ ‘a cat’s meow’ ที่มีความหมายว่า สิ่งที่ดี สิ่งที่ยอดเยี่ยม

Alicia: Wow, look at Mary, she’s a stunner, alright. She’s definitely the cat’s pajamas.

Gina: Yeah, and that white dress she’s wearing is a knockout, it’s the cat’s meow.

อลิเซีย: โอ้โหดูแมรี่สิ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่สวยมีเสน่ห์ เธอจะทำอะไรๆ ก็ดูดีไปหมด

จีน่า: เห็นด้วย แล้วยังชุดเดรสสีขาวสวยที่เธอสวมนั้นอีกดูโดดเด่นยิ่งนัก ช่างเป็นชุดที่งดงามจริงๆ

A grin like a Cheshire cat มาถึงตอนนี้เจ้าเหมียวตัวป่วนผู้น่ารักที่แว่บไปแว่บมาใน Alice in Wonderland ก็มาเป็นสำนวนกับเขาด้วย ซึ่งลักษณะอาการของเจ้าเหมียวที่มักจะ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มแสวะ ยิ้มแบบไม่มีเหตุผล นั้นเองที่เป็นที่มาของสำนวน ซึ่งก็คือยิ้มโดยไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ ยิ้มเฉยๆ ยิ้มกว้างๆ ตรงกับบุคลิกเจ้าเหมียวเลย

I just presumed he’d got the job because he walked in here with a grin like a Cheshire cat.

-ฉันคิดว่าเขาต้องได้งานแล้วแน่ๆ เพราะเขาด้วยเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างไม่มีเหตุผลอะไร

สำหรับสำนวนหรือวลีที่เกี่ยวกับเจ้าแมวนั้นขอหยิบยกมาเพียงเท่านี้ก่อนครับ ซึ่งแน่นอนว่ายังมีอีกหลายคำที่อธิบายไม่จบภายในครั้งเดียว ไว้ครั้งหน้าเจ้าเหมียวอาจจะแวะมาเยี่ยมเยียนอีกครั้งครับ หรือใครอยากรู้เพิ่มเติมก็สามารถสืบค้นได้ตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือ เจ้าของภาษาเอง ครับ

Reference: idioms.thefreedictionary