Posts Tagged ‘ภาษาลาว’

วัฒนธรรมหินดาว สัญลักษณ์แสดงความเป็นตัวตนของชนชาติลาว

Written by warittha on September 6th, 2013. Posted in บทความ

 

นอกจากอารายธรรมปริศนาทุ่งไหหินอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชนชาติลาว ยังมีวัฒนธรรมหินดาวที่บ่งบอกถึงตัวตนของชนชาติลาวที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ตั้งแต่ครั้งอดีต บรรพบุรุษชนชาติลาวใช้รูปดาวเป็นเครื่องหมายประจำเผ่า จึงเรียกตนเองว่า “คนดาว” ความเชื่อนี้ได้มีปรากฏใน “นิทานพญาแถน” ของชาวลาวที่ว่า คนดาวเป็นลูกหลานพญาแถนจากเมืองฟ้าถูกส่งลงมาอยู่บนโลก เเล้วสืบสร้างต่อมาจนเป็นบ้านเป็นเมืองมากมาย

คนลาวที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานอยู่ทางทิศเหนือในแขวงยูนนาน กว่างซี ประเทศจีนปัจจุบัน ออกเสียง “ด” เป็น “ล”  จึงออกเสียง “ดาว” เป็น “ลาว” คนจีนจึงเรียก “คนดาว” ว่า “คนลาว” ตามสำเนียงของคนลาวทางภาคเหนือและกลายมาเป็นชื่อของชนชาติลาวมาจนปัจจุบันนี้

หินดาวถูกค้นพบทางทิศตะวันออกของแขวงหลวงพระบางใกล้ๆ กับเขตสายภูเลย เช่น ภูข้าวลีบ ภูสามสุม ภูปากเกอ ซึ่งถือว่าคือถิ่นกำเนิดของบรรพบุรุษลาว ภาพสลักบนหินดาวที่พบในลาว แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. หินดาวสลักเป็นรูปดาวใหญ่หรือดวงตะวัน มีความหมายถึงเมืองแถน เมืองสวรรค์ชั้นฟ้า ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นถิ่นเดิมของบรรพบุรุษลาว พบที่ภูข้าวลีบ ใกล้กับบ้านผาแต้มที่ตั้งอยู่ริมสายน้ำอู ทางทิศตะวันออกของแขวงหลวงพระบาง

2. หินดาวสลักเป็นรูปจักรวาลจำลอง รูปดวงตะวันหรือดาวใหญ่เป็นจุดศูนย์กลางอยู่ด้านบนสุด เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแถน ถัดมามีรูปเถาวัลย์หรือเครือเขากาด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า เป็นเถาวัลย์ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองแถนกับเมืองมนุษย์ ส่วนนอกสุดเป็นรูปภูเขาทำเป็นจอมภูแหลมเรียงกันหลายลูกดูเหมือนฟันเลื่อย เป็นสัญลักษณ์ของโลก ภาพภูเขาเป็นลูกๆ ที่ดูคล้ายฟันเลื่อยนั้นหมายถึงโลกหรือเมืองมนุษย์ เหตุที่เป็นภูเขานั้น น่าจะเกิดจากมุมมองภาพของบรรพบุรุษชาวลาวที่เมื่อได้ขึ้นไปบนที่สูง ก็จะมองเห็นทิวทัศน์ที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนกันไป

3. หินดาวสลักเป็นภาพจักรวาลจำลอง ด้านบนสุดเป็นรูปดาวใหญ่ หมายถึงเมืองแถน ถัดลงมาเป็นรูปสัตว์ต่างๆ และรูปคน หมายถึง โลกมนุษย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองมนุษย์คู่กับเมืองแถน เพื่อให้พญาแถนลงมาสอดส่องดูแลและปกป้องคุ้มครอง ให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล ล่างสุดเป็นรูปเถาวัลย์ หมายถึง เครือเขากาดที่ถูกตัดขาดลงมากองอยู่บนพื้นโลก เนื่องจากความเกียจคร้านของชาวแถนที่ถูกส่งลงมายังเมืองมนุษย์ ไม่ยอมทำงาน พญาแถนจึงสั่งตัดเถาวัลย์ที่เชื่อมระหว่างเมืองแถนกับเมืองมนุษย์นั้นออกเสีย แล้วให้ชาวแถนที่อยู่ในเมืองมนุษย์ต้องจัดพิธีกรรมเพื่อขอความความช่วยเหลือจากพญาแถนแทนการปีนขึ้นไปบนเถาวัลย์

การสร้างสัญลักษณ์แสดงตัวตนที่มีมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ แสดงถึงการให้ความสำคัญกับความเป็นชนชาติของตน และถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของคนในสมัยโบราณที่ทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงที่มาของตนเองและมีความภาคภูมิใจในชาติกำเนิดของตน  อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับความเชื่อ ที่ให้มนุษย์เคารพในธรรมชาติ ซึ่งชนชาติลาวได้ส่งต่อความเชื่อเหล่านี้มายังลูกหลานของตนก่อเกิดเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม ประเพณีที่มีคุณค่าและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ

ชมแม่ยิงลาวในงานประเพณีฮีตสิบสอง

Written by jintana on May 10th, 2013. Posted in บทความ

อย่างที่ทราบกันดีว่าสาวลาวนั้นนิยมนุ่งผ้าซิ่นที่ทอด้วยตัวเองกันแทบทุกครัวเรือน หากถามว่าพวกเขาใส่ไปไหนกันคำตอบก็อาจจะขึ้นอยู่กับการดำรงชีวิต และประเพณีพื้นบ้านของเขา ที่ชาวลาวสามารถประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างลงตัว

ในหนึ่งปีนั้น งานประเพณีเกี่ยวกับทางพุทธศาสนาของชาวลาวจะมีขึ้นทุกเดือน เรียกว่า ฮีตสิบสอง (ฮีต แปลว่า จารีต, สิบสอง แปลว่า เดือนทั้ง 12เดือนใน 1ปี) เริ่มกันที่งานบุญเข้ากรรม จัดช่วงเดือนธันวาคม หรือเดือนอ้าย ต่อมาคือเดือนยี่ ช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าว มีงานบุญคูณลาน เป็นงานเกี่ยวกับการทำนาปลูกข้าว ถัดไปก็คืองานบุญข้าวจี่ที่จัดขึ้นหลังวันมาฆบูชาในเดือนสาม ในเดือนสี่ข้างขึ้นหรือข้างแรม จะมีการจัดงานบุญพระเวส ซึ่งคล้าย ๆกับของบ้านเรา เมื่อถึงเดือนห้าก็มีการเล่นน้ำเหมือนบ้านเราเรียกว่างานบุญสงกรานต์  ต่อมาเดือนหกก่อนฤดูทำนา ย่างเข้าหน้าฝนมีงานบุญบั้งไฟ ถัดมาอีกนิดในเดือนเจ็ดจะมีการจัดงานบุญซำฮะ หลังจากนั้นจะมีงานบุญเข้าพรรษาเหมือนกับชาวไทยในช่วงเดือนแปด เดือนเก้านั้นจะมีการแข่งเรือ เรียกว่างานบุญห่อข้าวประดับดิน การส่วงเฮือ(ส่วงเฮือ แปลว่า แข่งเรือ) และการล่องเฮือไฟ นับว่าเป็นงานประเพณีที่สนุกสนานของชาวหลวงพระบาง จากนั้นก็ในมีงานบุญข้าวสาก งานบุญออกพรรษา และงานบุญกฐิน ในเดือนสิบ สิบเอ็ดและสิบสอง ตามลำดับ  ประเพณีของชาวลาวนั้นใกล้เคียงกับของชาวไทยมาก บางประเพณีก็เรียกได้ว่าเป็นประเพณีเดียวกันด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่เราจะเข้าใจและรู้ถึงความรู้สึกความศรัทธาของชาวลาวที่มีต่อพุทธศาสนาอย่างยึดมั่นไม่ต่างอะไรจากบ้านเรา