Posts Tagged ‘ภาษารัสเซีย’

โรงละครใหญ่ของมอสโก

Written by jintana on December 13th, 2013. Posted in บทความ

โรงละครใหญ่ของมอสโก

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย นอกจากจัตุรัสแดงที่กว้างขวาง หรือวิหารเซนต์บาซิลที่สวยหรู ก็ยังมีโรงละครที่สร้างและปรับปรุงด้วยงบประมาณที่มหาศาลอย่าง โรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) หรือเขียนเป็นภาษารัสเซีย Большой театр อ่านว่า บัลชอย เตียอาเตรอะ  ซ่อนตัวอยู่ในเมืองแห่งนี้

โรงละครแห่งนี้มีอายุประมาณ 180 ปี เริ่มสร้าง(7 ปีหลังจากไฟไหม้)เมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ.1825 ออกแบบโดย อังเดร
มิไคลอฟ สถาปนิกชาวรัสเซีย เพื่อใช้ทำการแสดงละครชั้นสูงอย่างโอเปร่าและบัลเล่ต์ ในช่วง 25 ปีแรกจะจัดแสดงเฉพาะผลงานของศิลปินรัสเซียเท่านั้น ต่อมาในปี 1840 จึงเริ่มจัดแสดงผลงานของศิลปินต่างชาติ

หลายคนอาจสงสัยว่า โรงละครในเซ็นปีเตอร์เบิร์กจัดแสดงละครแบบเดียวกันกับโรงละครในมอสโกหรือไม่ กล่าวคือ ทั้งสองเมืองนี้จะมีโรงละครอยู่ด้วยกันทั้งสองแบบ คือ โรงละครใหญ่ หรือโรงละครบอลชอย และโรงละครเล็ก หรือโรงละครมาลึย ความแตกต่างของทั้งสองโรงละครคือ ประเภทละครที่ใช้จัดแสดง โรงละครบอลชอยจะจัดแสดงโอเปร่า หรือบัลเล่ต์เท่านั้น จัดเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงกว่าละครดราม่าทั่วไป ส่วนโรงละครมาลึย จะจัดแสดงละครสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรม จัดเป็นละครดราม่าทั่วไป ปัจจุบันโรงละครบอลชอยในเซ็นปีเตอร์เบิร์กถูกทุบทิ้งไปตั้งแต่ปี 1886 แล้ว จึงเหลือโรงละครบอลชอยอยู่ที่มอสโกที่เดียวเท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ สถาปัตยกรรมของโรงละครบอลชอย เป็นศิลปะที่สวยงามมาก ด้านหน้าของโรงละครประดับด้วยเสาทรงโรมันจำนวน 8 ต้น ส่วนหน้าบันเป็นรูปประติมากรรมเทพเจ้าอะพอลโล เทพแห่งศิลปะ กำลังทรงรถม้าอยู่ ภายในตกแต่งด้วยพรมและม่านสีแดง โคมไฟระย้า สลับลายปูนปั้นสีทอง มีทั้งหมด 6 ชั้น หรูหราอลังการและสวยงามสมเป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถจุคนได้ราวสองพันคน การแสดงยอดนิยมส่วนใหญ่คือ Swan Lake , Sleeping Beauty , Spartacus หากสนใจจะเยี่ยมชมการแสดงก็สามารถเข้าไปดูตารางการแสดงได้ที่ http://www.bolshoi.ru/en/

เทศกาลนาดัม

Written by teeranun on November 25th, 2013. Posted in บทความ


เทศกาลนาดัม เป็นเทศกาลแห่งการละเล่นของชาวมองโกเลีย ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันที่ 11-13 กรกฎาคมของทุกปี และยังถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของประเทศมองโกเลียด้วย โดยเทศกาลนี้ทางยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อปี ค.ศ. 2010

นาดัม (Наадам) หมายถึง การละเล่น ซึ่งในเทศกาลนาดัมนี้จะประกอบไปด้วยการละเล่น 3 อย่าง (эрийн гурван наадам) คือ การเล่นมวยปล้ำ การแข่งขี่ม้า ซึ่งการแข่งขี่ม้าของชาวมองโกเลียจะแตกต่างจากการแข่งขี่ม้าโดยทั่วไป เนื่องจากระยะทางการแข่งจะยาวถึง 15-30 กิโลเมตร และการยิงธนู ในสมัยก่อนการละเล่นทั้ง 3 อย่างนี้จะถือเป็นการละเล่นของผู้ชายเท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้หญิงก็สามารถเล่นการละเล่นเหล่านี้ได้ ยกเว้นการเล่นมวยปล้ำ ซึ่งการแข่งยิงธนูนั้น ผู้ชายจะแข่งยิงเป้าในระยะ 75 เมตร ส่วนผู้หญิงจะแข่งยิงเป้าในระยะ 65 เมตร แบ่งเป็นทีมละ 10 คน มีลูกธนูคนละ 4 ดอก

เทศกาลนาดัมนี้เดิมเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นจากที่ชาวมองโกเลียเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร และเป็นการรวมตัวกันของชาวมองโกเลียทั้ง 9 เผ่า ปัจจุบันเทศกาลนี้จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ เมืองหลวงอูลานบาตอร์ นอกจากการละเล่นทั้ง 3 อย่างแล้ว ยังมีการแสดงอื่นๆ เช่น การเต้นระบำ การแสดงดนตรี การเดินสวนสนามของทหารม้า นักกีฬา และนักบวช รวมถึงการละเล่นทอยกระดูกข้อเท้าแกะ (Shagai : шагай)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะนูคูส

Written by teeranun on November 10th, 2013. Posted in บทความ


พิพิธภัณฑ์ศิลปะนูคูส หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะซาวิสกี ตั้งอยู่ที่เมืองนูคูส

ประเทศอุซเบกิสถาน (ชื่อเต็ม : The State Art Museum of the Republic of Karakalpakstan) เปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 1966 มีผลงานด้านศิลปะที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้มากกว่า 82,000 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะท้องถิ่นในจังหวัดคาราคาลปัก ซามาคานด์ บุขรา และขิวา ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะแนวอาว็อง-การ์ด (กลุ่มศิลปินที่นำเสนอผลงานแนวใหม่) ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากพิพิธภัณฑ์รัสเซียในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

ในพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงอัตชีวประวัติของ อีกอร์ วิตอลเยวิช ซาวิสกี (Igor Vitalyevich Savitsky : И́горь Вита́льевич Сави́цкий) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยจัดแสดงผลงานศิลปะของเขา รวมถึงของที่เขารวบรวมได้จากงานทางโบราณคดีในจังหวัดคาราคาลปักกว่า 1,000 ชิ้น เช่น พรม เครื่องประดับ เหรียญ เสื้อผ้า ฯลฯ

พิพิธภัณฑ์นี้ดีรับการสนับสนุนจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากหลายที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการนำผลงานศิลปะต่างๆไปจัดแสดงในต่างประเทศเพื่อหารายได้เข้าพิพิธภัณฑ์ รวมถึงการจำหน่ายศิลปะแนวอาว็อง-การ์ดของศิลปินรุ่นใหม่ๆอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 2003 พิพิธภัณฑ์นี้ได้สร้างอาคารใหม่ขึ้นเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะ รวมถึงจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุอื่นๆ จนปัจจุบันถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอุซเบกิสถาน และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในเอเชียกลางด้วย

นิทานรัสเซียเรื่อง ดอกไม้ของมาช่า (ต่อ)

Written by jintana on August 11th, 2013. Posted in บทความ

ทันใดนั้นเองขณะที่เธอร้องไห้เสียใจไร้หนทางอยู่นั้น ก็มีแสงไฟสลัว ๆออกมาจากความมืดและหนาวเย็นของป่า เธอค่อย ๆเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างล้มลุกคุลกคลานสักพัก ก็เห็นที่โล่งและเห็นกองไฟที่ชายทั้ง 12 คน นั่งล้อมมันอยู่ ยังไม่ทันจะหลบเธอก็ต้องตกใจเข้ากับเสียงของเฒ่าชายชราคนหนึ่ง “นั่นใครน่ะ! เธอมาทำอะไรที่นี้”

“หนูเข้ามาเพื่อมาเก็บดอกไม้” มาช่าตอบด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อของเด็กสาวไร้เดียงสา ชายเฒ่าผู้นั้น หัวเราะพร้อมกับถามว่า “ดอกไม้ในเดือนมกราคมนี่น่ะเหรอ”  “แม่เลี้ยงสั่งให้หนูมาเก็บค่ะ และบอกว่าถ้าหาไม่ได้ไม่ต้องกลับบ้าน” มาช่าตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ

“แล้วจะหาจากไหนล่ะ แม่หนูเดือนนี่ดอกไม่มันไม่มีหรอก จะมีอีกทีก็เดือนมีนาคมโน่นแหละ แล้วหนูจะทำอย่างไร”

“หนูคงต้องอยู่ในป่าจนถึงเดือนมีนานั่นแหละค่ะ จะทำอย่างไรได้ในเมื่อดอกไม้ไม่มี หนูก็กลับบ้านไม่ได้” น้ำตาของเด็กสาวไหลออกมาไม่หยุดพร้อมเสียงสะอื้น

“พี่ชายมกรา ขอเวลาแก่ข้าสักชั่วโมงเถิด” ชายใน 12 คนลุกขึ้นมากล่าวกับชายเฒ่าผู้นั้น

“ได้สิ แต่ความจริงกุมภาจะต้องมาก่อนมีนานะ” เฒ่ามกราว่า

“ให้เขาเถอะ เราคุ้นเคยกับเธอดี เฝ้ามองเธอตลอดเวลาที่ทำงานน่ะ” ชายอาวุโสกุมภากล่าว แล้วรับไม้กายสิทธิ์จากเฒ่ามกรา แล้วลมก็พัดแรงจนหิมะปลิวหายไป และทันทีที่ชายอาวุโสกุมภายื่นไม้ให้มีนา ป่าที่เคยถูกปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลนก็กลายเป็นป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมากมาย

มาช่าตั้งใจเก็บดอกไม้มากมายแล้วเดินทางกลับบ้านด้วยความดีใจ เมื่อมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงตกใจมากที่นางไปหาดอกไม้ได้ ส่วนโซย่าก็ยิ่งสงสัยมากกว่านางจึงเดินทางเข้าป่าเพื่อหวังว่าจะมีดอกไม้มากมายให้นางเก็บ แต่ตรงกันข้ามเมื่อนางพบกับชายทั้ง 12 คน นางแสดงกริยาก้าวร้าว ไม่น่ารัก เฒ่ามกราจึงทำให้เกิดพายุหิมะ จนนางไม่สามารถออกจากป่าได้และหนาวตายอยู่ในนั้น ส่วนแม่เลี้ยงก็ออกตามหาลูกสาวจนหนาวตายกลางป่าอยู่เช่นกัน

จากนั้นมาช่าได้แต่งงานและมีลูกหลานมากมายอยู่กันอย่างมีความสุข เล่ากันว่าบ้านของนางรายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ตลอดทั้งปี อย่างนี้กระมังที่เขาบอกต่อกันว่านางเป็นคนที่ได้เห็นเดือนทั้ง 12 เดือนพร้อม ๆกัน…

มารู้จักภาษารัสเซียกันเถอะ

Written by jintana on July 8th, 2013. Posted in บทความ

ภาษารัสเซียนั้นเป็นอีกภาษาหนึ่งที่มีความเป็นมายาวนาน มีความสำคัญมาในยุคที่สหภาพโซเวียตรุ่งเรือง มีหลักฐานปรากฏในเอกสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และถูกจัดให้เป็นภาษาที่ยากติดอันดับต้น ๆด้วย ภาษารัสเซียมีภาษาเขียนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จัดอยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งสัมพันธ์กับ ภาษาสันษกฤต ภาษากรีกและ ภาษาละติน รวมทั้งกลุ่มภาษาเจอร์เมนิก โรมานซ์ และเคลติก (หรือเซลติก) ยุคใหม่ (ภาษาอังกฤษ ภาษาไอริช และภาษาฝรั่งเศส)

กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษารัสเซียนั้น นอกจากรัสเซียแล้วก็ยังมีกลุ่มประเทศที่เคยรวมอยู่ในการปกครองของสหภาพโซเวียต ได้แก่ โปแลนด์ บัลแกเรีย สาธารณรัฐเชก สโลวาเกีย ฮังการี โรมาเนีย อัลเบเนียและคิวบา หรือประเทศในกลุ่มกติกาสัญญาวอร์ซอ

อักษรที่ใช้เขียนภาษารัสเซียเรียกว่าอักษรซีริลลิก มีอยู่ทั้งหมด 33 ตัว ภาษารัสเซียนั้นจะออกเสียงยากแค่ไหน และเขียนยากเพียงใด เราเลยนำตัวเลขในภาษารัสเซียมาให้อ่านกันค่ะ

ตัวอักษรภาษารัสเซีย คำอ่าน ความหมาย ตัวอักษรภาษารัสเซีย คำอ่าน ความหมาย
один อาดีน หนึ่ง шесть เชสต์ หก
два ดวา สอง семь เซม เจ็ด
три ตรี สาม восемь โวซีม แปด
четыре เชียตึยรี สี่ девять เดเวียท เก้า
пять เปียท ห้า десять เดเสียท สิบ