Posts Tagged ‘ภาษาฟิลิปปินส์’

ชาวโมโร

Written by teeranun on January 16th, 2014. Posted in บทความ

ชาวโมโร

ชาวโมโร หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าบังสะโมโร (อาจเทียบได้กับหนังตะลุงตัวหนึ่งของไทยที่มีชื่อว่าบังสะหม้อ) ถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ คิดเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของประชากรฟิลิปปินส์ทั้งหมด

ชาวโมโรยังสามารถแบ่งเป็นเผ่าย่อยๆได้อีกมากมาย เช่น พวกบาจัวร์ พวกมากูอินดาเนา พวกอิรานัน พวกกาลากัน พวกบังกูอินกุย พวกตัวซุก เป็นต้น โดยคำว่าโมโรเริ่มปรากฏขึ้นครั้งแรกในสมัยที่ชาวสเปนเดินทางมายังฟิลิปปินส์ แล้วเรียกผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในฟิลิปปินส์ว่าโมโร (มัวร์)

ชาวโมโรอาศัยอยู่มากในเกาะมินดาเนา เกาะซูลู และส่วนอื่นๆทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ และยังขยายตัวไปในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน ในส่วนของฟิลิปปินส์เอง ชาวโมโรได้จัดตั้งเขตปกครองตนเองขึ้นในเกาะมินดาเนา (The Autonomous Region in Muslim Mindanao (ARMM)) อย่างไรก็ตาม ชาวโมโรอาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการปกครอง

ในส่วนของวัฒนธรรม ชาวโมโรมีวิถีชีวิตตามหลักศาสนาอิสลามทั่วไป เช่น การไม่ดื่มสุรา ไม่บริโภคเนื้อหมู การบริจาคซะกาต และการไปประกอบพิธีฮัจจ์ ผู้หญิงชาวโมโรยังคลุมหัวด้วยผ้าฮิญาบเช่นเดียวกับผู้หญิงมุสลิมในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ส่วนผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายสูงวัยจะนิยมสวมหมวกกะปิเยาะ

ชาวโมโรยังมีเครื่องดนตรีเฉาะที่เรียกว่ากุลินตัง เป็นเครื่องดนตรีประเภทฆ้องอย่างหนึ่งที่พบได้ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

ปัจจุบัน ชาวโมโรต้องการแยกตนเองเป็นอิสระจากฟิลิปปินส์ ซึ่งนำไปสู่การก่อกบฏของชาวโมโร กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่มีชื่อของชาวโมโร ได้แก่ กลุ่มกบฏอาบูซายาฟ และกลุ่มกบฏเจมาห์ อิสลามิยะห์

ชาวเซบูโน่

Written by teeranun on January 14th, 2014. Posted in บทความ

ชาวเซบูโน่

ชาวเซบูโน่ เป็นผู้คนที่อาศัยอยู่ในเกาะเซบูของประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์วิซายัน และยังเป็นกลุ่มคนที่มีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศฟิลิปปินส์

ประวัติศาสตร์ของผู้คนกลุ่มนี้สามารถย้อนไปได้ถึง 30,000 ปี ตั้งแต่กลุ่มคนมาลาโย-โพลีนีเซียนได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เกาะเซบู (มาลาโย-โพลีนีเซียนคือกลุ่มชาติพันธุ์ออสโตรนีเชียนนั่นเอง) ชาวเซบูโน่ได้มีพัฒนาการด้านการค้ากับญี่ปุ่น โอกินาวา อินเดีย จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอาหรับ โดยสินค้าต่างๆที่ชาวเซบูโน่ค้าขายคือ ไข่มุกกับปะการัง แลกกับผ้าไหม ทอง อาวุธ และเครื่องเทศ ซึ่งชาติที่ทำการค้าขายกับชาวเซบูโน่ก็ได้ส่งอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมมาให้ชาวเซบูโน่ด้วย

ชาวเซบูโน่ดั้งเดิมมีความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณ ก่อนที่ชาวสเปนจะนำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิคมาเผยแผ่ในภายหลัง โดยมีเทศกาลสำคัญคือ เทศกาลซิโนลอก (Sinulog) ที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 3 ในเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณกับความเชื่อในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค

เหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญสำหรับชาวเซบูโน่ ก็คือการต่อสู้ที่มัคตัน (Battle of Mactan) ลาปู-ลาปู ซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าชาวเซบูโน่ ได้สังหารเฟอร์ดินาน แมกเจแลนตาย และทำให้ชาวเซบูโน่ต่อต้านการล่าอาณานิคมจากสเปนเรื่อยมา แต่ในที่สุดชาวสเปนก็สามารถครอบครองเกาะเซบูได้

ในส่วนของวัฒนธรรมและเทศกาลของชาวเซบูโน่ที่สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน จะเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมสเปนและวัฒนธรรมเม็กซิกัน โดยเฉพาะคำแสลง นอกจากนี้วัฒนธรรมสเปนและเม็กซิกันยังมีอิทธิพลในเรื่องอาหาร การแต่งกาย การละเล่น ดนตรี รวมถึงงานฝีมือต่อชาวเซบูโน่เป็นอย่างมาก

ชาวเซบูโน่โน่มีภาษาเป็นของตนเอง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มภาษาวิซายัน ใช้สื่อสารกันมากในเกาะเซบู โบโฮล (Bohol) ซิคิวเจอร์ (Siquijor) บีรีรัน (Biliran) ทางตะวันตกและทางใต้ของเลย์เต (Leyte) ทางตะวันออกของเนกรอส (Negros) และทางเหนือของเกาะมินดาเนา

เรือวินตา

Written by teeranun on December 8th, 2013. Posted in บทความ

เรือวินตา : Vinta (คนท้องถิ่นเรียกเรือเหล่านี้ว่า เลปา-เลปา : lepa-lepa หรือ ซากายัน : sakayan) เป็นเรือแบบดั้งเดิมที่ปรากฏอยู่ในเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีผู้สันนิษฐานว่าวินตาอาจเป็นคำที่มาจากชื่อเหรียญของชาวสเปน ซึ่งเรือเหล่านี้สร้างขึ้นโดยชาวบาจัว (Bajau) และชาวโมโร (Moro) ที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะซูลู แหลมซัมโบอังกา (Zamboanga) และทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนา เรือวินตามักจะมีใบเรือที่ทาสีฉูดฉาดหลายๆสีเป็นแนวตั้ง อันเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวมุสลิมในบริเวณนี้

เรือวินตาเป็นเรือที่ผู้คนทั่วไปใช้เดินทางไปมาระหว่างหมู่เกาะ ซึ่งสามารถบรรทุกได้ทั้งคนและสินค้าประเภทต่างๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรือวินตามีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะแก่การเดินทางในระยะไกล รวมถึงไม่เหมาะแก่การเดินทางในเวลาที่มีคลื่นลมแรง ซึ่งหากจะข้ามทะเลลึกหรือเดินทางไกลๆ จะมีเรืออีกประเภทหนึ่งที่มีชื่อว่ากุมปิต (kumpit) และ ซาห์ปิต (sahpit) หรือที่รู้จักกันในอินโดนีเซียว่า ปาเรา (parao) ซึ่งเรือเหล่านี้จะใช้เป็นเรือบ้านและเรือส่งสินค้าที่มีปริมาณมากๆ

ปัจจุบันเรือวินตาถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการออกแบบในเรือรูปแบบใหม่ๆให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งที่พักต่างๆในเกาะมินดาเนามักจะมีเรือวินตาให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการผจญภัยได้เช่าเพื่อไปล่องเรือตามแนวชายฝั่ง นอกจากนี้ ที่เมืองซัมโบอังกายังมีการจัดแข่งขันล่องเรือวินตาข้ามช่องแคบบาสิลันที่มีระยะทาง 23 กิโลเมตรเป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดการแข่งขันปีละครั้งอีกด้วย