Posts Tagged ‘ภาษาจีน’

แมกไซไซ รางวัลแด่ผู้ทำประโยชน์แก่มวลมนุษย์

Written by warittha on August 17th, 2013. Posted in บทความ

รางวัลแมกไซไซ คือ รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายรามอน แมกไซไซ รามอน แมกไซไซ (Ramon Magsaysay) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ แมกไซไซเกิดวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2450 ที่จังหวัดแซมบาเลส ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ประเทศฟิลิปปินส์ยังเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา เขาได้เข้าร่วมกองทัพในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งสงครามสงบ สหรัฐอเมริกาคืนเอกราชให้ฟิลิปปินส์และแต่งตั้งให้แมกไซไซเป็นผู้ว่าราชการแห่งเมืองแซมบาเลส ต่อมา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการของฝ่ายป้องกันราชอาณาจักรและสามารถปราบปรามกองโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ โดยการส่งทหารลงไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านในชนบท ในที่สุดก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ และดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2500

 

 

หลังจากการเสียชีวิตของประธานาธิบดี รามอน แมกไซไซ 1 ปี มีการก่อตั้ง “มูลนิธิรางวัลรามอนแมกไซไซ” (Ramon Magsaysay Award Foundation) เพื่อเป็นอนุสรณ์ของท่านประธานาธิบดีผู้อุทิศตนทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมและทำงานเพื่อประชาธิปไตย และเป็นกองทุนรางวัลแก่ผู้ทำประโยชน์ให้สังคมแบ่งเป็น 6 สาขา ได้แก่ บริการรัฐ-กิจ บริการสาธารณะ ผู้นำชุมชน วารสารศาสตร์ วรรณกรรมและศิลปะการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ สันติภาพและความเข้าใจระหว่างประเทศ และผู้นำในภาวะฉุกเฉิน โดยมีการจัดพิธีมอบรางวัลเป็นประจำในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี ที่กรุงมินะลา ประเทศฟิลิปปินส์ และในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 2013 จะมีการมอบรางวัลแมกไซไซให้บุคคลและองค์กรที่ทำประโยชน์แก่สังคม โดยรางวัลสำหรับบุคคลได้แก่  นางฮาบิบา ซาราบี แพทย์หญิงชาวอัฟกันอายุ 57 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องในความกล้าหาญของการเป็นผู้นำในการบริหารจังหวัดบัมยัน นางละผ่าย เส่ง รอว์ หญิงชาวพม่าวัย 64 ผู้เป็นแรงบันดาลใจอย่างเงียบๆ และเป็นผู้นำโดยรวมท่ามกลางสภาพความแบ่งแยกทางชาติพันธุ์และการสู้รบที่ยืดเยื้อในพม่า นายเออร์เนสโต โดมิงโก แพทย์ชาวฟิลิปปินส์วัย 76 ปี ซึ่งช่วยรักษาชีวิตทารกหลายล้านคนจากโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ ชนิดบี รางวัลสำหรับองค์กรได้แก่ หน่วยงานอิสระต่อต้านการคอรัปชั่น โคมิซีเปมเบรันตาซันโครัปซี (เคพีเค) ของอินโดนีเซีย ที่มีอัตราการเอาผิดข้าราชการทุจริตถึง 100% และช่วยนำเงินคืนคลังได้ถึง 80 ล้านดอลลาร์ อีกหน่วยงานคือ ศักตีสมุหะ กลุ่มต่อต้านการค้ามนุษย์จากเนปาล

สวยซ่อนเปรี้ยวกับชุดกี่เพ้า

Written by jintana on May 15th, 2013. Posted in บทความ

ชุดกี่เพ้ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1911) ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงรัชสมัยคังซี และหยงเจิ้น (ค.ศ.1662-1736) หลังจากนั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามสไตล์ตะวันตกซึ่งสังเกตได้จาก แขน ปก ชาย การผ่าข้างและความสั้นยาวของชุด

ช่วงค.ศ. 1966-1976 ซึ่งเป็นช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ชุดกี่เพ้าได้รับความนิยมลดน้อยลง จนแทบไม่มีใครสวมใส่เลย เพราะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ล้าสมัย แต่เมื่อช่วงเข้าสู่ยุคเปิดประเทศ ชุดกี่เพ้าก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จากนั้นก็มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายต่อหลายตามช่วงสมัยที่เปลี่ยนไป แต่การตัดเย็บชุดกี่เพ้านั้นก็ยังแสดงถึงศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัวในชุดของหญิงสาวที่ชาวจีนบอกว่าสาว ๆจีนและเอเซียสามารถสวมใส่ชุดกี่เพ้าได้สวยและงดงามมีเสน่ห์มากกว่าชาวตะวันตกที่หุ่นเซ็กซี่กว่าหลายเท่า

กี่เพ้าของเซี่ยงไฮ้นั้นมีความแตกต่างมากกับทางปักกิ่ง ซึ่งของเซี่ยงไฮ้จะมีความเป็นตะวันตกอยู่มาก การตัดเย็บที่เน้นสัดส่วนและการผ่าข้าง ส่วนของปักกิ่งจะดูเรียบร้อยและเป็นทางการมากกว่า ในช่วงปี ค.ศ.1935 ชุดกี่เพ้าได้ถูกตัดเย็บแบบเรียบร้อยมากจนมีชื่อเรียกว่า “กี่เพ้ารุ่นกวาดพื้น” (เส่าตี้ฉีเผา) เพราะถูกตัดเย็บแบบชายยาวลากพื้นและผ่าสูงแค่เข่า จากนั้นอีกประมาณ 3 ปี ชุดกี่เพ้าก็ได้ถูกวิวัฒนาการการเย็บให้เซ็กซี่มากขึ้นโดยการเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งและการผ่าข้างที่สูงขึ้นมาถึงน่องและปรับเปลี่ยนเรื่อยมาจนถึงแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน