Posts Tagged ‘บรูไน’

เยี่ยมชมมัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ทัชมาฮาลแห่งบรูไน

Written by warittha on August 2nd, 2013. Posted in บทความ

มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน (Sultan Omar Ali Saifuddien Mosque) เป็นมัสยิดใจกลางเมืองหลวง บันดาร์เสรีเบกาวัน สำหรับชื่อมัสยิดนั้นตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำบรูไน มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายนอกมีสัญลักษณ์ที่เด่นชัดมาก คือ โดมทองคำ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดสูงสุดของมัสยิด หออะซานหินอ่อน ภายในมัสยิดประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย เหมาะสมสำหรับสถานที่ในการสวดมนต์ขอพร และยังใช้เป็นเวทีประกวดอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน            งานสถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลามกับสถาปัตยกรรมอิตาลี ได้รับการขนานนามว่า มินิ

           

ความอลังการภายในมัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน แสดงถึงความงดงามตามแบบอย่างของศาสนาอิสลาม

ทัชมาฮาล ออกแบบโดย Cavalierre Rudolfo Nolli ชาวอิตาลี บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจำลองเรือพระราชพิธีมาประดับ นับเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่ง มัสยิดแห่งนี้ภายนอกแวดล้อม ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ มีสะพานข้ามแม่น้ำจากมัสยิดไปถึงหมู่บ้านน้ำ กัมปง อาเยอร์ มัสยิดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวมุสลิมในบรูไน ซึ่งจะเข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและในเดือนรอมฎอน เดือนสำคัญของการปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่จะให้ผู้ที่เป็นมุสลิมทุกคนเข้าใจถึงความอดอยากของผู้อื่น จึงให้ชาวมุสลิมถือศีลอด คือ งดการกินอาหารในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินและไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุขใดๆ ชาวมุสลิมประเทศบรูไนจะให้ความสำคัญกับประเพณีทางศาสนานี้ ทำให้มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาปฏิบัติศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนกันอย่างหนาแน่น กล่าวได้ว่า มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวมุสลิมชาวบรูไน


สะพานที่เชื่อมระหว่างมัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน กับหมู่บ้านน้ำ กัมปง อาเยอร์

บรูไนไข่มุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Written by blogger on July 28th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศบรูไน หรือ เนการาบรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) แปลว่า ดินแดนแห่งความสงบสุข ประเทศเล็ก ๆ ที่เป็นเพื่อนบ้านกับไทยและเป็นอีกประเทศที่จะเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ความน่าสนใจของประเทศนี้นอกจากในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่จัดว่าอยู่ในขั้นดีพอสมควร เพราะประเทศมีรายได้จากน้ำมันเป็นหลัก การปกครองคล้าย ๆ กับประเทศไทยคือมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ความสัมพันธ์กับประเทศไทยถือว่าเป็นมิตรที่ดีอีกประเทศหนึ่

หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้จักประเทศบรูไนหรือให้ความสนใจเท่าไหร่นัก แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่จะมีประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศบรูไนเองก็เป็นหนึ่งใน ประชาคม ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญและให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น จากในอดีตที่มักมีแรงงานไทยไปทำงานยังประเทศบรูไนในหลาย ๆ อาชีพ หากมีการเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว การที่จะเข้าไปทำงาน หรือ ไปศึกษาต่อ หรือ ท่องเที่ยว ก็จะง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น เรามาดูกันว่า ที่บรูไนมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง หากเป็นสถานที่เที่ยว ที่บรูไนก็มีที่ขึ้นชื่ออยู่หลายต่อหลายแห่ง และ หลายคนอาจเคยเห็นกันบ้างตามรายการท่องเที่ยวทางโทรทัศน์ เช่น หมู่บ้านลอยน้ำกำปงไอเยอร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหมู่บ้านกลางน้ำที่มีครบทุกอย่างเหมือนเมืองบนบกทั่ว ๆ ไป และ ยังเป็นหมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดและครบถ้วนที่สุดในโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ มัสยิด ที่นี่มีพร้อมสรรพ จึงเป็นอีกสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมชม และ ต่อด้วยอีกสถานที่หนึ่งซึ่งถือว่ามีความงดงาม คือ มัสยิคทองคำ Jame Ar’ Hassanil Bolkiah Mosque ซึ่งชาวบรูไนถือว่าเป็นมัสยิดที่ศักดิ์สิทธิ์ และ มีความงดงามเพราะวัสดุก่อสร้างและตกแต่งนั้นนำมาจากทั่วทุกมุมโลก และ ยังระยะเวลาถึง 7 ปี ในการก่อสร้าง ภายในนั้นตกแต่งได้อย่างวิจิตรงดงาม และ ชมมัสยิค โอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน มัสยิดที่ได้ชื่อว่าเป็น มินิทัชมาฮาล เพราะความสวยงามนอกจากนี้ยังเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่ชาวบรูไนให้ความเคารพสักการะอีกด้วย ที่พักและอาหารการกินที่ประเทศบรูไนนั้น ก็ถือได้ว่าสะดวกพอสมควร เพราะมีโรงแรมในระดับหรูหราและโรงแรมราคาเบา ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไว้ให้เลือกตามต้องการ ซึ่งในเมืองหลวงคือ เมืองบันดาร์ เสรี เบกาวัน นั้น มีมากมายและยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น คัวลาเบลัท ก็มีที่พักให้เลือกพอสมควร ส่วนเรื่องอาหารนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า บรูไนนั้นเป็นประเทศอิสลาม

ดังนั้นไปที่นี่คุณไม่ต้องถามหาอาหารจากเมนูหมูอย่างแน่นอน ส่วนอาหารที่ได้ชื่อว่าต้องไปชิมหากไปถึงบรูไนหรือเป็นอาหารที่ชาวบรูไนนิยมกันนั้นมีอะไรบ้างเราลองมาดูกัน อย่างแรกเลยคือ “อัมบูยัต”(Ambuyat) อาหารจานนี้จะมีลักษณะ คล้าย ๆ โจ๊กแต่จะข้น ๆ เหนียว ๆ ทำจากแป้งสาคูโดยจุดเด่นคือ การรับประทาน ต้องรับทานโดยการนำไม้ไผ่ 2 อัน ม้วนแป้งให้รอบ ๆไม้ แล้วจิ้มในซอสที่ทำจากผลไม้รสเปรี้ยว หรือ ซอสทำจากกะปิ และยังมี เนื้อย่าง หรือ เนื้อทอด โดยการทานแป้งนั้นนิยมทานตอนร้อน ๆ และ กลืนโดยไม่เคี้ยว จึงจะถือว่าทานในแบบบรูไน และ อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดชิมคือ นาซี ลมะก์ Nasi lemak เป็นลักษณะ ข้าวจ้าวหุงกับกะทิ และ ใส่เครื่องเทศ เช่น ขิง เพื่อเพิ่มความหอม และ มีเครื่องเคียงเช่น แตงกวา ปลาร้าทอด ถั่วลิสง ไขต้ม และ ซัมบัสที่เป็นซอสคล้ายน้ำพริกมีรสเผ็ด ซึ่งแบบพื้นบ้านจะห่อใบตอง ซึ่ง อาหารนี้เป็นอาหารที่รับประทานกัน โดยทั่วไป และ อาหารบรูไนจะมีรสชาด คล้ายกับอาหารบ้านเราคือ เผ็ด เค็ม เปรี้ยว หรือ อาหารก็จะคล้าย ๆ กับทางมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาล ตามหลักของศาสนา นอกจากนี้ ยังนิยมรับทาน ข้าว หรือ ก๋วยเตี๋ยว คล้ายกับบ้านเราอีกด้วย

 

 

 

กับข้าว กับปลาของชาวบรูไน

Written by warittha on July 5th, 2013. Posted in บทความ

อาหารของแต่ละชนชาติ สามารถแสดงออกถึงวัฒนธรรมอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิต แม้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีความคล้ายคลึงในเรื่องของวัตถุดิบหลายอย่าง เนื่องจากมีภูมิประเทศและภูมิอากาศใกล้เคียงกัน แต่การรังสรรค์นำวัตถุดิบเหล่านั้นมาประกอบเป็นอาหารต่างก็มีความแตกต่างกันตามรสนิยมของแต่ละชนชาตินั้นๆ ในประเทศผู้ร่ำรวยน้ำมันอย่าง บรูไนดารุสซาลาม ที่มีความเคร่งครัดในศาสนาอิสลาม ก็มีวิถีการรับประทานอาหารที่น่าสนใจ แปลกตาและมีเมนูที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของหลายๆ คน ในครั้งนี้เรามาลองทำความรู้จักกับอาหารบรูไนที่เป็นที่นิยมของชาวบรูไน อันได้แก่

อัมบูยัต (Ambuyat) เป็นอาหารขึ้นชื่อของประเทศบรูไนทำจากแป้งอัมบูลุง (คล้ายๆ แป้งสาคูซึ่งได้จากต้นรุมเบีย) ผสมกับน้ำร้อนแล้วกวนจนเหนียวข้น รับประทานกับซอสผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเรียกว่า จาจะห์ และซอสที่เรียกว่า เจินจาลู่ ซึ่งทำจากกะปิ การกินอัมบูยัต ต้องใช้แท่งไม่ไผ่ยาวคล้ายตะเกียบเรียกว่า จันดาส ม้วนคีบแป้งเหนียวแล้วจุ่มลงไปในซอส นอกจากแป้งกับซอสแล้ว ยังมีเครื่องเคียงที่รับประทานคู่กัน ได้แก่ ปลาทอด เนื้อทอด และผักสดที่หาได้ในท้องถิ่น การรับประทานอัมบูยัตให้อร่อย ต้องรับประทานตอนแป้งร้อนๆ ตัวแป้งจะค่อนข้างเหลวสามารถกลืนได้โดยไม่

 

 

เกอตูปัต (Ketupat) เป็นข้าวหุงห่อด้วยใบมะพร้าว เป็นวัฒนธรรมการทานอาหารที่แสดงออกถึงความละเอียดประณีต และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำใบมะพร้าวมาล้างให้สะอาด ดึงก้านออกแล้วนำมาสานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท จากนั้นขยายห่อใบมะพร้าวให้มีช่องว่างพอใส่ข้าวสารลงไป แล้วปิดช่องที่ขยายออกให้สนิทเหมือนเดิม จากนั้นจึงนำไปต้มในน้ำเดือดทั้งห่อ เมื่อสุกได้ที่ ด้านในของห่อใบมะพร้าวจะกลายเป็นข้าวสวยที่อัดเป็นก้อน คนบรูไนมักรับประทานข้าวกับสะเต๊ะ หรืออาหารจำพวกแกงกะหรี่ นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกอย่างซึ่งวิธีทำคล้ายคลึงกันคือ ลอนตอง แต่ต่างกันที่ลอนตองจะห่อด้วยใบตอง วัฒนธรรมการหุงข้าวห่อในใบมะพร้าวนี้ นอกจากบรูไนแล้ว ประเทศหมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียงกันอย่าง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็นิยมการหุงข้าวห่อใบมะพร้าวเช่นกัน

 

อูดัง ซัมบัล เซอไร เบอร์ซันตัน (Udang Sambal Serai Bersantan) เป็นพริกแกงกุ้งตะไคร้ใส่กะทิ ลักษณะคล้ายอาหารจำพวกแกงกะหรี่ วิธีทำคือบุบกระเทียมแล้วลงไปเจียวกับหอมหัวใหญ่ ตามด้วยเครื่องแกงกับตะไคร้สับละเอียด จากนั้นใส่กุ้งกุลาดำ พริก เพิ่มรสชาติด้วยเกลือกับน้ำตาล ผัดจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีชมพู เสร็จแล้ว ราดกะทิ เคี่ยวจนข้น แล้วรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

 

 

 

การเรียนรู้วัฒนธรรมของชนชาติอื่นจากอาหารการกินจะมีส่วนช่วยทำให้เกิดความเข้าใจในวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้นๆ ได้มากขึ้น และแม้หน้าตาของอาหารบางอย่างของบรุไนจะแปลกแตกต่างไปจากคนในภูมิภาคเดียวกัน แต่ไม่รู้สึกแปลกแยกเนื่องจากความคุ้นชินกับวัตถุดิบที่ใกล้เคียงกัน การเปิดใจยอมรับในความแตกต่างหลากหลายจะช่วยทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคเดียวกันได้มากขึ้น