วันเข้าและวันออก

Written by akiautumn on February 8th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ ครั้งนี้เราจะมารู้กับ Idiom ทางภาษาอังกฤษที่ว่า ‘day in and day out’ กันครับ อืม….ถ้ามองตามภาพที่เห็นแล้วความหมายของเจ้าสำนวนนี้ต้องไม่พ้นคำว่า ‘วันเข้าและวันออก’ เป็นแน่แท้ แต่มันคืออะไรกันล่ะ ‘วันเข้าและวันออก’ เราลองมาดูประโยคตัวอย่างกันดีกว่าเผื่อว่าจะพอทำให้เราเดาทางกันได้

 

Amelia does nothing but surfs the internet day in and day out.

 

จากประโยคตัวอย่างข้างต้นสามารถเดาทางความหมายของ ‘day in and day out’ กันได้หรือไม่? เราลองมาดูไปพร้อมๆ กันเลย จากตัวอย่างข้างต้นจะได้ความหมายที่ว่า ‘อมิเลียไม่ทำอะไรเลยเอาแต่เล่นอินเทอร์เน็ตวันเข้าและวันออก’ มาถึงตรงนี้คิดว่าคงมีผู้อ่านหลายท่านที่พอจับทางออกแล้วนะครับ สำหรับเจ้า Idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ นี้ มีความหมายเหมือนกับคำว่า every day หรือ for each day หรือ ทุกๆ วันติดต่อกัน ดังนั้นจากประโยคตัวอย่าง

Amelia does nothing but surfs the internet day in and day out.

จะได้ความหมายว่า ‘อมิเลียวันๆ ไม่ทำอะไรเลยเอาแต่เล่นอินเทอร์เน็ต’

 

อย่างไรก็ตามโดยส่วนมาก idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ นั้นจะไม่ค่อยนิยมใช้ ‘and’ แต่จะมีรูปที่ว่า ‘day in, day out’ แบบนี้เสียมากกว่า อาทิ Amelia does nothing but surfs the internet, day in, day out.

 

อย่างไรก็ดีคำว่า ‘day out’ นั้นยังมีความในตัวของมันเองอีก คือ day trip หรือ outing หรือ วันหยุดที่ออกไปพักผ่อนนอกบ้าน เช่น My friends and I had a day out at the beach แปลว่า ฉันและเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดกันมาในวันหยุด

 

นอกจาก idiom ที่ว่า ‘day in and day out’ แล้วยังมีอีกตัวหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกันนั้นคือ ‘year in, year out’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘ทุกๆ ปี’ เช่น

Year in, year out, Sasha has been one of the best student in class.

แปลว่า ‘ซาช่ามักจะเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในห้องตลอดทุกๆ ปี

 

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าในภาษาอังกฤษมี Idiom อยู่มากมายซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็ไม่ได้มีความหมายตรงตามคำที่เห็น ดังนั้นหมั่นทำความเข้าใจและเรียนรู้ที่ละเล็กทีละน้อยจะช่วยให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นครับ

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม1

Written by jintana on February 7th, 2015. Posted in บทความ

หนาวนี้ที่เมืองซาปาเวียดนาม1

เมื่อเอ่ยถึงฤดูกาลยอดฮิตคงปฏิเสธไม่ได้กับฤดูหนาว และภาพหิมะโปรยที่ติดตาของเราในจินตนาการ กับบรรยายสุดแสน
โรแมนติกกับคนรักท่ามกลางอากาศใต้หิมะอันหนาวเหน็บอย่างที่คนเมืองร้อนไม่คุ้นชิน ซึ่งโดยปกติถ้าไม่ใช่เกาหลีหรือญี่ปุ่นก็ต้องเป็นยุโรปที่ค่าทริปแสนแพงจนบางคนต้องยอมแพ้กับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจนต้องปล่อยให้หิมะและภาพอันแสนโรแมนติกกับคนรักเป็นแค่จินตนาการ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวเมืองหิมะใกล้ๆ ค่าใช้จ่ายเบาๆ กับเมืองซาปา ประเทศเวียดนาม

เมืองซาปา ตั้งอยู่ในจังหวัดหล่าวกาย ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศทางตอนเหนือของเวียดนาม เมืองนี้เมื่อเข้าถึงฤดูหนาวก็จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพนไม่แพ้เกาหลีหรือญี่ปุ่น ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของที่นี่จะตรงกับเดือน ตุลาคม – มีนาคม แต่หิมะจะโปรบปรายลงมาในช่วงเดือนมกราคม แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายไม่แพงเพราะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ใครที่สนใจอยากจะสัมผัสหิมะแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องจ่ายแพง ก็รีบเก็บเงินไปเที่ยวเมืองซาเปาได้เลยค่ะ

ตามประวัติศาสตร์แล้วเมืองซาปาแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมเมื่อปี 2465 โดยมีการสร้างสถานีภูเขาขึ้นมา เนื่องจากเมืองแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา เมืองซาปาตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนจีน มีระยะทางห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 350 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้สามารถปลูกพืชเมืองหนาวได้ดี รวมไปถึงยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากที่สุดในเวียดนาม และมีสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงร้านอาหารแบบตะวันตกและโรงแรมที่พักที่คอยอำนวยความสะดวกมากมาย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ไปกล้วย! ไปถั่ว?

Written by akiautumn on February 6th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความภาษาอังกฤษครั้งนี้ก็ยังพูด Idiom เหมือนเดิมครับ โดยครั้งนี้ Idiom ที่เราจะมาทำความรู้จักคือ ‘Go bananas’ และ ‘Go nuts’ ครับ ถ้ามองตามภาพที่เห็นนี้แน่นอนครับความของทั้ง 2 คำคือ ‘ไปกล้วย’ และ ‘ไปถั่ว’ ตามลำดับอย่างแน่นอน แต่เอ๊ะ!? จะใช่จริงเหรอ? ไปกล้วย กับ ไปถั่ว คืออะไร?

 

ทั้งคำว่า ‘Go bananas’ และ ‘Go nuts’ นั้นมีความหมายเดียวกัน คือ Crazy หรือ Mad นั้นเองครับ หรือก็คือมีความหมายในทำนองที่ว่าเสียสติไปแล้ว ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในด้านดี (ดีใจ) และด้านลบ (สติแตก) ได้อีกด้วย เช่น

I’m going bananas, please leave me alone.

ฉันกำลังจะสติแตกอยู่แล้ว ช่วยไปให้ไกลๆ หู ไกลๆตาหน่อยจะได้มั้ย?

My younger brother is chosen to be the basketball team leader on coming Saturday match, he’s going nuts right now.

-น้องชายของฉันได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมบาสเกตบอลที่กำลังจะแข่งในวันเสาร์นี้ เขาดีใจจนแทบจะเป็นบ้า

*Go bananas และ Go nuts นั้น ทั้ง banana และ nut จะต้องใส่ ‘s’ทุกครั้ง

 

มาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมอาการสติแตกหรือดีใจจนแทบคลั่งต้องเกี่ยวกับ กล้วย และ ถั่ว ด้วยนั้น เกิดจากหากเราลองสังเกตเวลาที่ลิงได้กล้วยเป็นหวีๆ ดูสิ จะเห็นพวกมันออกอาการตื่นเต้น วิ่งวุ้น กระโดดโลดเต้น ลุกลี้ลุกล้น แหกปากร้องเสียงดังจ้าละหวั่นอย่างกับคนบ้าเลยในทางเดียวก็ลองนึกถึงอาการของเจ้ากระรอกน้อยเวลาได้ถั่วไปสิ รีบวิ่งปรู๊ดขึ้นต้นไม้ไปอย่างเร็วทีเดียว

ทั้งนี้นอกจาก go bananas กับ go nuts ก็ยังมีคำอื่นๆ อีกที่มีความหมายเหมือนกัน ได้แก่off one’s head, off one’s nut, out of one’s mind และ lose one’s mind เช่น

 

Your mother will lose her mindfor sure if you still act up like this.

-แม่ของเธอจะต้องสติแตกแน่ๆ ถ้าเธอยังคงทำตัวกวนประสาทอยู่แบบนี้

Jenny would go off her nut if she still fails the exam.

-เจนนี่จะต้องเป็นบ้าแน่ๆ ถ้าเธอยังคงสอบตกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

จะเห็น Idiom นั้นมีการใช้โดยการสังเกตจากลักษณะของสิ่งต่างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง ‘ไปกล้วย’ กับ ‘ไปถั่ว’ ด้วย ก็สามารถทำให้เรางงกันเป็นตาแตกได้ดีเลยทีเดียว แล้วทีนี้ล่ะจะเป็นเราซะเองที่จะ ‘ไปกล้วย’ กับ ‘ไปถั่ว’ ดังนั้นเราควรหมั่นศึกษาและทำความคุ้นเคยกับ Idiom อยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเคยชินครับ

 

ที่มาชื่อเมียนมาร์(Myanmar)

Written by jintana on February 5th, 2015. Posted in บทความ

ที่มาชื่อเมียนมาร์(Myanmar)

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมอยู่ๆ เราก็เปลี่ยนการเรียกประเทศเพื่อนบ้านของเราจากพม่ากลายมาเป็นเมียนมาร์ คำถามนี้สามารถไขข้อสงสัยได้ไม่ยากค่ะ บทความนี้เราจะไปดูที่มาของชื่อประเทศเมียนมาร์กัน

ก่อนอื่นเราต้องบอกหลายๆคนที่อาจยังไม่รู้ว่า ประเทศพม่าที่เราเรียกกันจนติดปาก มีชื่อเดิมว่า เบอร์มา (Burma) และเมื่อปี พ.ศ. 2532ได้เปลี่ยนเป็น เมียนมาร์(Myanmar) หลังจากการประชุมสหภาพเมียนมาร์ครั้งแรกเมื่อวัน 31 มกราคม 2554 ก็ได้เปลี่ยนชื่อทางการเป็น“สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์(จากเดิมThe Union of Myanmar เปลี่ยนเป็น The Republic of the Union of Myanmar)คำว่า เมียนมาร์ มีความหมายตามภาษาท้องถิ่นว่า “เข้มแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว” (เมียน แปลว่า รวดเร็ว ,มาร์ แปลว่า เข้มแข็ง)

ในอดีตนั้นประเทศเมียนมาร์ถูกปกครองโดยรัฐบาลทหารพม่า และเคยเป็นเมืองในอาณานิคมของอังกฤษในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2ชื่อ เบอร์มา ก็เป็นอีกผลงานจากการล่าอาณานิคมของอังกฤษสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า บามาร์เป็นชื่อของชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมาร์ซึ่งคล้ายกับการเรียกว่า พม่า ในบ้านเราก็ถูกสันนิษฐานไปในแนวเดียวว่าเพี้ยนมาจาก เบอร์มา เช่นกัน รัฐบาลทหารพม่าอาจอยากลบร่องรอยของการถูกปกครองโดยอังกฤษ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศตนเอง นอกจากนั้นเมืองหลวงของประเทศที่เราเคยเรียกกันจนชินปากว่า ย่างกุ้ง (Rangoon)ก็ถูกเปลี่ยนเป็น ยางโกง (Yangon)อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่อเป็น เมียนมาร์ ก็ยังไม่ถูกยอมรับในเวทีโลกเท่าไรนัก เราอาจสังเกตได้จากแผนที่โลกที่ถูกเขียนขึ้นโดยชาวต่างชาติ จะเขียนกำกับไว้ทั้งชื่อเก่าและใหม่ ในบริเวณแผนที่ของประเทศเมียนมาร์ ส่วนชาวไทยเราอีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราคงต้องเปลี่ยนนิสัยชินปากของเราแล้วเรียกเพื่อนบ้านตามชื่ออย่างที่พวกเขาต้องการสักที เพราะตอนนี้รัฐบาลเมียนมาร์ก็ก้าวสู่ประชาธิปไตยอย่างเต็มตัว ถ้าเรามัวแต่ย่ำเท้าอยู่กับที่เขาอาจก้าวกระโดดแซงหน้าเราได้ในอีกไม่นาน

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on February 4th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on February 3rd, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

ในภาษาเกาหลีนั้นมีการประสมที่คล้ายคลึงหรืออาจจะเรียกได้ว่าเหมือนกันกับภาษาไทย เพียงแค่ภาษาเกาหลีมีพยัญชนะและสระที่น้อยกว่าเท่านั้น ตำราบางเล่มเขียนไว้ว่าการประสมคำของภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นตามตารางได้ดังนี้

ลำดับ ประเภทการประสมคำ ตัวอย่าง
1. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระ
2. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระ
3. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสม
4. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
5. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
6. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสมและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง

 

เสียงตัวสะกดในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 7 เสียง ซึ่งประกอบด้วยตัวสะกดเดี่ยวและคู่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการจดจำว่าตัวสะกดนั้น ๆ ออกเสียงอย่างไร แบ่งเสียงของตัวสะกดเมื่อเทียบกับมาตราตัวสะกดภาษาไทยได้ตามตางรางดังนี้

มาตราตัวสะกด ตัวสะกด เสียง ตัวอย่าง
กก ㄱ, ㅋ, ㄲ, ㄳ, ㄺ 옥อก, 부엌พู-อ็อก, 밖พัก,몫มก ,읽อิก
กน ㄴ, ㄵ, ㄶ 한ฮัน, 앉อัน, 많มัน
กด ㄷ,ㅅ,ㅈ,ㅊ,ㅌ,ㅎ,ㅆ 묻มุด, 옷อด, 잊อิด, 꽃กด, 좋ชด, 있อิด, 끝กึด
กล ㄹ, ㄼ, ㄽ, ㄾ, ㅀ 알อัล,  덟ดอล, 곬คล, 싫ซิล
กม ㅁ, ㄻ 곰คม, 젊ชอม
กบ ㅂ, ㅍ, ㅄ, ㄿ 입อิบ,앞อับ,없ออบ,밟พับ,  낦นับ
กง 강คัง

 

 

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

Types of Business Letter (1)

Written by akiautumn on February 2nd, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษากันอีกแล้วครับ ในครั้งที่แล้วเรารู้จักกันแล้วว่าจดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร และในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เขียนไปถึงผู้รับ โดยหลักๆ แล้วจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 10 ประเภท ดังนี้

 

Sales Lettersหรือ จดหมายเสนอขาย

Sales letters aim for offering products. Generally, the letters start off with a very strong statement to capture the interest of the reader. Since the purpose is to get the reader to do something.

จดหมายประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเขียนจดหมายเสนอขายประเภทต่างๆโดยทั่วไปนั้นจะเริ่มด้วยข้อความที่หนักแน่นเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน เนื่องจากมีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านต้องการทำอะไรบางอย่าง

 

Order Lettersหรือ จดหมายสั่งซื้อสินค้า

Order letters are sent by consumers or businesses to a manufacturer, retailer or wholesaler to order goods or services. These letters must contain specific information such as name of the product, the quantity desired and expected price.

จดหมายสั่งซื้อสินค้านั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้เขียนและส่งมายังผู้ผลิตต่างๆ เพื่อสั่งสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยจดหมายประเภทนี้จะมีเนื้อหาของ ชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนสินค้า และราคาที่ต้องการ

 

Complaint Lettersหรือ จดหมายร้องเรียน

These latters contain an unsatisfied or unpleasant feeling on goods or services. The words and tone you choose to use in a letter complaining to a business may be the deciding factor on whether your complaint is satisfied.

โดยส่วนใหญ่จดหมายชนิดจะมีลักษณะของความไม่พอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดนจะใช้คำและสำเนียงที่เปรยถึงความไม่พอใจต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ อาจจะมีการอ้างถึงความต้องการในการทำให้ความพอใจของผู้ส่งนั้นลดลง

 

Adjustment Lettersหรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

An adjustment letter is normally sent in response to a claim or complaint. If the adjustment is in the customer’s favor, begin the letter with that news. If not, keep your tone factual and let the customer know that you understand the complaint.

โดยปกติจดหมายเปลี่ยนแปลงรายการนั้นจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าก็จะขึ้นต้นจดหมายด้วยรายการต่างๆ ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้นั้นมักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

Inquiry Lettersหรือ จดหมายสอบถาม

Inquiry letters ask a question or elicit information from the recipient. When composing this type of letter, keep it clear and succinct and list exactly what information you need.

จดหมายสอบถามนั้นมักจะเป็นการสอบถามความต้องการหรือรายละเอียดจากผู้รับ ในการเขียนจดจดหมายประเภทนี้มักจะเน้นความกระจ่างชัดเจนและกระชับรวมไปถึงบอกความต้องการ

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยเราจะมารู้จักกับประเภทอื่นๆ ที่เหลืออีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

Written by jintana on February 1st, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการของ สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี นักภาษาศาสตร์บางคนจัดให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาตระกูลอัลไตอิก แต่บางกลุ่มคนนั้นให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาเอกเทศเนื่องจากการจัดตระกูลยังไม่เป็นยอมรับในวงกว้าง ทั่วโลกมีกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเกาหลีประมาณ 78 ล้านคน พบได้ในประเทศรัสเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น รวมไปถึงในสาธารณรัฐประชาชนจีนมณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี

อักษรเกาหลีถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยพระเจ้าเซจงมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โซชอน ในช่วงปี พ.ศ. 1961 ถึง พ.ศ. 1993 ตัวอักษรเกาหลีถูกเรียกว่า ฮันกึล (한글) มีความหมายว่า อักษรที่ยิ่งใหญ่ นอกจากตัวอักษรฮันกึลแล้ว ในภาษาเกาหลียังมีตัวอักษรจีนที่ถูกเรียกว่า ฮันจา (한자) ซึ่งมีความหมายตรงกับคำในภาษาจีน ต่างกันเพียงการออกเสียงเท่านั้น

อักษรภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 19 ตัว แบ่งเป็นพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว และพยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 21 ตัว แบ่งเป็นสระเดี่ยว 10 ตัว และสระประสม 11 ตัว แบ่งได้ตามตารางดังนี้

พยัญชนะเดี่ยว
คำอ่าน คียอก นีอึน ทีกึด รีอึน มีอึม พิอึบ ซีอด อีอึง ชีอึด ชี้อึด คี้อึด ที้อึด พี้อึด ฮี้อึด
พยัญชนะซ้อน
คำอ่าน ซังคียอก ซังทีกึด ซังพีอึบ ซังซีอด ซังชีอึด

 

สระเดี่ยว
คำอ่าน อา ยา ออ ยอ โอ โย อู ยู อือ อี
สระประสม
คำอ่าน แอ แย เอ เย เว วี วา แว วอ อูเว อึย

 

สระ ㅢ สามารถออกเสียงได้ 3 แบบ ได้แก่
1.ออกเสียง อึยเมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์แรกของคำ เช่น의사อ่านว่า อึย-ซา
2. ออกเสียง อี เมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์หลังของคำ เช่น예의 อ่านว่า เย-อี และเมื่ออยู่คู่กับพยัญชนะอื่นในพยางค์แรกหรือพยางค์หลังของคำ เช่น저희 อ่านว่า ชอ-ฮี, 희망 อ่านว่า ฮี-มัง
3. ออกเสียง เอ เมื่อมีความหมายว่า ของ เช่น동생의 อ่านว่า ทง-แซง-เอ

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

Types of Business letter (2)

Written by akiautumn on January 9th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

 

พบกับบทความภาษาอังกฤษกันอีกครั้งครับ ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจกันต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ จากบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับ Sales LettersOrder LettersComplaint Letters Adjustment Letters และ Inquiry Letters ทั้ง 5 ประเภทกันแล้วครับ สำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับที่เหลืออีก 5 ประเภท คือ

 

Follow-Up Letterหรือ จดหมายติดตาม

Follow-up letters are usually sent after some type of initial communication. In many cases, these letters are a combination thank-you note and sales letter.

โดยปกติจดหมายติดตามจะถูกส่งหลังจากมีการติดต่อสื่อสารกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในหลายๆ กรณี จดหมายประเภทนี้มักจะเป็นการผสมผสานของการขอบคุณและจดหมายการสั่งซื้อสินค้า

 

Letters of Recommendationหรือจดหมายแนะนำ

The employers often ask job applicants for letters of recommendation before they hire them. This type of letter is usually from a previous employer or professor, and it describes the sender’s relationship with and opinion of the job seeker.

ผู้ว่าจ้างส่วนมากมักจะถามหาจดหมายแนะนำจากผู้สมัครก่อนที่จะตัดสินใจจ้างพวกเขา โดยจดหมายประเภทนี้จะมาจากผู้ว่าจ้างรายเก่าหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้สมัครและความเห็นต่างผู้สมัคร

 

Acknowledgment Lettersหรือ จดหมายตอบรับ

Acknowledgment letters act as simple receipts. Businesses send them to let others know that they have received a prior communication, but action may or may not have taken place.

จดหมายตอบรับนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายกับใบเสร็จรับเงินทั่วๆ ไป ในทางธุรกิจนั้นจดหมายตอบรับจะถูกส่งเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาได้รับข้อความก่อนหน้านี้แล้วทว่าสิ่งที่ระบุหรือร้องไว้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

 

Cover Letterหรือ จดหมายสมัครงาน

Cover letters usually are used to describe what is enclosed, why it is being sent and what the recipient should do with it, if there is any action that needs to be taken. These types of letters are generally very short and succinct.

โดยทั่วไปจดหมายสมัครงานมักจะกล่าวถึงสิ่งที่มีการแนบไปด้วย และถูกส่งมาเพื่อจุดประสงค์อะไรและ ผู้รับนั้นควรจะทำอย่างไร หากว่าต้องการให้มีการติดต่อพูดคุยเกิดขึ้น ซึ่งจดหมายประเภทนี้มักจะสั้นและกระชับ

 

Letters of Resignationหรือ จดหมายลาออก

When an employee plans to leave his job, a letter of resignation is usually sent to his immediate employer giving him notice. In many cases, the employee also will detail his reason for leaving the company.

เมื่อผู้ถูกว่าจ้างประสงค์ที่จะลาออก จดหมายลาออกจะต้องถูกส่งไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยหลายๆ กรณี ผู้ถูกว่าจ้างจะต้องลงรายละเอียดถึงเหตุผลในการลาออกครั้งนี้แก่บริษัทอีกด้วย

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเภทของจดหมายในเชิงธุรกิจทั้ง 10 ประเภท จะเห็นว่าแต่ละประเภทจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดซึ่งเราจะได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของจดหมายแต่ละประเภทกันอีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com

Types of Business Letter (1)

Written by akiautumn on January 7th, 2015. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกับบทความภาษากันอีกแล้วครับ ในครั้งที่แล้วเรารู้จักกันแล้วว่าจดหมายเชิงธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร และในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

จดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เขียนไปถึงผู้รับ โดยหลักๆ แล้วจดหมายเชิงธุรกิจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 10 ประเภท ดังนี้

 

Sales Lettersหรือ จดหมายเสนอขาย

Sales letters aim for offering products. Generally, the letters start off with a very strong statement to capture the interest of the reader. Since the purpose is to get the reader to do something.

จดหมายประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเขียนจดหมายเสนอขายประเภทต่างๆโดยทั่วไปนั้นจะเริ่มด้วยข้อความที่หนักแน่นเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน เนื่องจากมีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านต้องการทำอะไรบางอย่าง

 

Order Lettersหรือ จดหมายสั่งซื้อสินค้า

Order letters are sent by consumers or businesses to a manufacturer, retailer or wholesaler to order goods or services. These letters must contain specific information such as name of the product, the quantity desired and expected price.

จดหมายสั่งซื้อสินค้านั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้เขียนและส่งมายังผู้ผลิตต่างๆ เพื่อสั่งสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยจดหมายประเภทนี้จะมีเนื้อหาของ ชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนสินค้า และราคาที่ต้องการ

 

Complaint Lettersหรือ จดหมายร้องเรียน

These latters contain an unsatisfied or unpleasant feeling on goods or services. The words and tone you choose to use in a letter complaining to a business may be the deciding factor on whether your complaint is satisfied.

โดยส่วนใหญ่จดหมายชนิดจะมีลักษณะของความไม่พอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดนจะใช้คำและสำเนียงที่เปรยถึงความไม่พอใจต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ อาจจะมีการอ้างถึงความต้องการในการทำให้ความพอใจของผู้ส่งนั้นลดลง

 

Adjustment Lettersหรือ จดหมายการเปลี่ยนแปลงรายการ

An adjustment letter is normally sent in response to a claim or complaint. If the adjustment is in the customer’s favor, begin the letter with that news. If not, keep your tone factual and let the customer know that you understand the complaint.

โดยปกติจดหมายเปลี่ยนแปลงรายการนั้นจะถูกส่งเพื่อตอบกับในเรื่องของการเรียกร้องหรือความไม่พอใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าก็จะขึ้นต้นจดหมายด้วยรายการต่างๆ ถ้าหากไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้นั้นมักจะใช้สำเนียงที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทางผู้ส่งเข้าใจดีในเรื่องของความไม่พอใจของลูกค้า

 

Inquiry Lettersหรือ จดหมายสอบถาม

Inquiry letters ask a question or elicit information from the recipient. When composing this type of letter, keep it clear and succinct and list exactly what information you need.

จดหมายสอบถามนั้นมักจะเป็นการสอบถามความต้องการหรือรายละเอียดจากผู้รับ ในการเขียนจดจดหมายประเภทนี้มักจะเน้นความกระจ่างชัดเจนและกระชับรวมไปถึงบอกความต้องการ

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ประเภทของจดหมายเชิงธุรกิจส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยเราจะมารู้จักกับประเภทอื่นๆ ที่เหลืออีกในครั้งหน้าครับ

 

Reference: work.chron.com