เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 3

Written by jintana on October 20th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 3

ล่องใต้ลงมาจากบ้านเราแวะมาเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านเราที่คุ้นเคยกันมานานอย่าง ประเทศมาเลเซีย ประชาชนชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม ประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติทางศาสนาก็จะมีสิ่งที่คล้ายคลึงกับชาวมุสลิมในภาคใต้ของเราอีกหนึ่งเทศกาลที่เหมือนบ้านเราแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนาก็คือ เทศกาลว่าวนานาชาติ (International Kite Festival) ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ส่วนในบ้านเรานั้นจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปีที่จังหวัดสตูล ว่าวที่มีชื่อเสียงของมาเลเซียชื่อว่า วาบูแล ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับว่าววงเดือนของบ้านเรา

นอกจากเทศกาลว่าวแล้ว ในช่วงเดือนมิถุนายนยังมีอีกเทศกาสำคัญคือ กาไว ดายัค (GawaiDayak Festival) เป็นเทศกาลเก็บเกี่ยวของชนพื้นเมืองในรัฐซาราวัก บนเกาะเบอร์เนียว ซึ่งจะนิยมใส่ชุดประจำเผ่าของตนเพื่อมาร่วมงานบูชาเทพเจ้าแห่งข้าวและเทพแห่งความร่ำรวยด้วยอาหารพื้นเมืองและเหล้าหมักทีทำจากข้าวเรียกว่า ตูอัค และมีงานรื่นเริงเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

มาถึงประเทศเล็ก ๆที่มีคุณภาพชีวิตประชากรดีไม่แพ้ประเทศอื่นในโลก ประเทศสิงคโปร์แม้ว่าจะเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังคงเห็นประเพณีที่สืบทอดกันมาทางเทศกาลต่าง ๆ บทความนี้เราเลยหยิบยกมาแนะนำกันสองเทศกาล คือ เทศกาลแข่งเรือมังกร(Dragon Boat Festival) และเทศกาลพิธีลุยไฟ(Thimithi Festival)   เริ่มกันที่เทศกาลแรกจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปี มีการจัดแข่งเรือมังกรที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามในอ่าวมารีน่า และมีบ๊ะจ่างมากมายหลายแบบให้ลองชิม เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความซื่อสัตย์ของขุนนางจีนผู้หนึ่งที่กระโดดน้ำเพื่อประท้วงการทุจริต ชาวบ้านต่างยกย่องจึงโยนบ๊ะจ่างลงน้ำเพื่อไม่ให้ปลามากินศพของขุนนางผู้นั้น

หากมาเที่ยวที่สิงคโปร์ปลายปีช่วงเดือนพฤศจิกายนจะพบกับพิธีกรรมอันเหลือเชื่อของชาวสิงคโปร์ที่งานจัดที่วัดศรีมาเรียมมัน(วัดแขก) บนถนนเชาท์บริดจ์ ตกทอดมาเพราะความเชื่อของชาวทมิฬว่าเป็นการไถ่บาป โดยการเดินบนถ่านไฟร้อน ๆ และเป็นการบูชาพระนางเทราปตีที่ถือกำเนิดจากกองไฟ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 2

Written by jintana on October 18th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 2

ผ่านไปแล้วสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ใกล้ชิดกับบ้านเรามากที่สุด แน่นอนว่าขาดไม่ได้เลยอีกหนึ่งประเทศนั่นคือ ประเทศกัมพูชา เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีอาณาเขตพรมแดน ติดกับเราทั้งยังมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมา ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาฬหบูชา และพิธีแรกนาขวัญที่ชาวกัมพูชานั้นกระทำเหมือนบ้านเรา แต่พิธีที่เราจะพูดถึงคือ ประเพณีบอนออมตุก (Bon Om Touk)  หรือเทศกาลน้ำ จะจัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ จนถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายน เป็นเทศกาลที่ชาวกัมพูชาจะลอยทุ่นประดับดวงไฟให้ไหลลอยไปตามแม่น้ำโขง และจะจัดพิธีการเฉลิมฉลองด้วยการแข่งเรือยาวและการจุดดอกไม้ไฟ นอกจากนั้นยังมีขบวนพาเหรดที่บริเวณโตนเลสาบอีกด้วย เทศกาลนี้จัดเพื่อรำลึกถึงบุญคุณของแม่น้ำโขงและโตนเลสาบ

ขึ้นเหนือไปอีกนิดจนถึงโฮจิมินห์ ซิตี้ หลายคนคงทราบดีว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ชื่อเดิมคือ ไซง่อน เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ปัจจุบันเมืองหลวงของเวียดนามคือ ฮานอย เมื่อกล่าวถึงโฮจิมินห์ หลายคนคงนึกถึงวีรบุรุษผู้ที่ต่อสู้กับสหรัฐอเมริกาเพื่อรวมเวียดนามเป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งยังเป้นผู้กอบกู้อิสรภาพคืนจากฝรั่งเศส ชาวเวียดนามจึงถือเอาวันคล้ายวันเกิดโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) ซึ่งตรงกับวันที่ 19 พ.ค. ของทุกปีเพื่อรำลึกถึงท่านโดยการนำพวงมาลาไปวางเคารพหน้าสุสาน และอีกวันสำคัญที่ชาวเวียดนามคงไม่อาจลืมเลือนได้นั่นคือ วันปลดแอกกรุงไซ่ง่อน ย้อนกลับไปเมื่อ 30 เมษาบน พ.ศ.2518 โฮจิมินห์ได้เป็นผู้นำกองทัพเวียดนามเหนือและแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ เข้ายึดเมืองไซ่งอนได้สำเร็จ เป็นการสิ้นสุดสงครามเวียดนาม และเวียมนามก็ได้กลับมารวมกันดังเช่นปัจจุบัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เหมือนงูโดนหั่น

Written by akiautumn on October 17th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

มาเรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจทางภาษาอังกฤษกันต่อครับ ในครั้งนี้จะนำเสนอวลีที่ว่า ‘like a cut snake’ หรือ เหมือนงูโดนหั่น คำๆ นี้นั้นเป็นแสลงที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรเลียครับ ซึ่งมีความหมายประมาณว่า คนที่ทำงานมาก หรือต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ ก็จะบอกว่า like a cut snake หรือ เหมือนงูโดนหั่น ซึ่งก็คือ in an extremely active หรือ in busy manner ถ้าให้เข้าใจในภาษาชาวบ้านล่ะก็คือ งานเยอะมาก ยุ่งตลอดเวลา ไม่มีเวลาว่างเลย

I want to invite John to my birthday party but he is working like a cut snake.

-ฉันอยากจะชวนจอห์นมางานเลี้ยงวันเกิดของฉันนะแต่เขาทำงานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย

อย่างไรก็ดี หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นวลีที่เกี่ยวกับงูมากมายในประเทศออสเตรเลียเพราะในออสเตรเลียนั้นมีงูค่อยข้างมาก และหลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือ เคยได้ยิน คำที่ว่า ‘a cut snake’ ซึ่งคำนี้หมายถึง คนที่ป่าเถื่อน สติไม่ดี คนบ้าที่ปราศจากความนึกคิดที่พร้อมจะทำร้ายใครก็ตามที่อยู่รอบข้าง อันนี้ก็เนื่องมาจากอากับกริยาที่งูโดนตัดนั้นเองครับ อาทิ

Bloody hell, watch out! He’s as crazy as a cut snake!

โว้ยแมร่งเอ๊ย ระวังนะ เขาเสียสติคลุ้มคลั่งจนคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

 

ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดสำนวนที่ว่า ‘mad as a cut snake’ หรือก็คือ คนที่ไม่มีสตินึกคิด ป่าเถื่อน ไม่สามารถคุมตัวเองได้ หรืออาจจะหมายถึงคนที่โมโหจนไม่ลืมหูลืมตาก็ได้ครับ เช่น

I can’t believe Sasha took my mobile phone without asking, I’m as mad as a cut snake with her.

-ฉันไม่อยากจะเชื่อซาช่าเอาโทรศัพท์มือถือของฉันไปโดยไม่ถามฉันซักคำ ฉันจะเป็นบ้าจนแทบคลั่งแล้วนะกับนิสัยแบบนี้ของหล่อนนะ

 

จากบทความข้างต้นจะเห็นว่าภาษา คำ หรือ สำนวน ต่างๆ นั้นเกิดมาจากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ดังนั้นหลายๆ คนจึงได้บอกไว้ว่าภาษาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเกิดมาใหม่ ดำรงอยู่ และ สูญสิ้นไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ดีเราควรหมั่นจะศึกษาเพิ่มเติมเพิ่มพูนความรู้มรมากๆ ขึ้น เพื่อไม่ทำให้ภาษาอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้หายไปกันเถอะ

Reference: Wiktionary, Usingenglish.com, Urbandictionary.com

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

Written by jintana on October 16th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

ที่ผ่านมาเราหยิบยกเทศกาลไหว้พระจันทร์และเทศการกินเจของชาวจีนมาให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น บทความนี้เราเลยหยิบเทศกาลของเพื่อนบ้านเราในอาเซียนมาแนะนำให้รู้จักกัน

เริ่มกันที่ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่เหนือจากเราแบบมีแม่น้ำโขงกั้นไว้อยู่ คือ ประเทศลาวนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ววัฒนธรรมและประเพณีของลาวจะคล้ายคลึงกับไทยมาก เนื่องจากมีเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ในอดีตที่ผ่านมาใกล้เคียงกัน เทศกาลสำคัญของลาวที่เราอาจจะได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นคือ วันชาติลาว (Laos Nation Day) วันชาติลาวมีจุดเริ่มต้นจากการประกาศเอกราชต่อประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2495 และเป็นวันสถาปนาชาติลาวเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้น ๆ ว่าสปป.ลาว และอีกหนึ่งวันสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ งานบุญนมัสการพระธาตุหลวง (That Luang Festival) เป็นอีกงานบุญที่สำคัญของชาวลาว ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ในงานวันนี้ชาวบ้านจะนิยมจัดขบวนแห่ปราสาทผึ้ง ต้นกัลปพฤกษ์ และดอกไม้ธูปเทียนรอบองค์พระธาตุหลวง 3 รอบ ซึ่งในวันดังกล่าวประชาชนจะมารวมตัวกันที่พระธาตุหลวง ในกรุงเวียงจันทร์เพื่อจัดงานนี้

ถัดมาอีกนิดทางตะวันตกของบ้านเราก็จะมีเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมาร์ เรียกได้ว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานเช่นกัน ประเพณีที่เราอาจเคยเห็นตามรายการสารคดีท่องเที่ยวที่มีงานฉลององค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Ceremony) ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันงานฉลองนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ชาวพม่าจะมานั่งสวดมนต์รอบเจดีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน และอีกงานหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองมายาวนานอย่างพม่าคือวันวีรชน (Martyr’ Day) ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ นายพล ออง ซาน (บิดาของนาง ออง ซาน ซูจี) ถูกลอบสังหาร ชาวพม่าจึงยกย่องให้ท่านเป็นวีรบุรุษในการเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ ชาวพม่าจึงใช้วันนี้เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองของตนเอง

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

งานเลี้ยงแม่ไก่!?

Written by akiautumn on October 15th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกับบทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครั้ง ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับคำว่า A Hen’s Party กันครับ แล้วคำนี้คืออะไรล่ะ? ถ้าให้ความหมายตามที่ตาเห็นล่ะก็คำนี้จะหมายถึง ‘งานเลี้ยงแม่ไก่’ แต่เอ๊ะ! มันคืออะไร? ทำจะต้องเป็นงานเลี้ยงของแม่ไก่ล่ะ? อย่างไรก็ดีสำหรับคำว่า ‘a hen’s party’ นั้นหมายถึง a party for women only หรือa party held for a woman who is about to get married เป็นงานเลี่ยงที่จัดโดยมีแต่ผู้ร่วมงานเป็นผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานเลี้ยงที่จะจัดเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้หญิงที่กำลังจะมีพิธีมงคลสมรส หรือ เอาง่ายๆ ก็คล้ายงานเลี้ยงสละโสดของสาวๆ นั้นล่ะ

 

Laura: Hi, Linda! I and friends got a hen’s party planning for you tonight. Are you available?

ลอร่า: ไง ลินดา ฉันกับเพื่อนๆ มีแผนงานเลี้ยงสละโสดสำหรับเธอคืนนี้ เธอสะดวกไหม?

Linda: Of course, that sounds nice. I’m looking forward to that tonight.

ลินดา: แน่นอน มันฟังดูเยี่ยมมาก ฉันจะตั้งหน้าตั้งตาคอยว่าคืนจะมีอะไรบ้างนะ

Laura: I guarantee you will be too much fun.

ลอร่า: ฉันรับประกันว่าเธอจะต้องสนุกมากแน่ๆ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นในหลายๆ ประเทศอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า a hen’s party แต่จะใช้คำว่า a hen’s night หรือ a hen’s do แทน ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันครับ และอาจจะรวมไปถึงความหมายที่ว่า เป็นคืนที่ผู้หญิงออกไปเที่ยวกันในเมือง มีแต่เฉพาะพวกผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น

ทั้งนี้ยังมีคำอื่นๆ อีกที่จะใช้เพื่อความหมายของงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น อาทิ a bachelorette party ซึ่งจะนิยมใช้กันที่ สหรัฐ และ แคนนาดา หรือ a girls’ night out และ a kitchen tea ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ล่ะภูมิภาค

 

และสำหรับงานเลี้ยงสละโสดสำหรับผู้ชายนั้นจะใช้คำว่า ‘A Stag’s Party’ ซึ่งแต่เริ่มเดิมทีจะใช้คำว่า ‘a bachelor party’ ซึ่งจะคล้ายกับงานเลี้ยงของผู้หญิงที่ว่า ‘อาทิ a bachelorette party’ ทั้งนี้เองงานเลี้ยงของผู้ชายก็มีคำที่ใช้มากมายแล้วแต่ภูมิภาคเช่นกัน เช่น stag’s night และ stag’s do ทั้งนี้ในประเทศออสเตรเลียจะใช้คำว่า a buck’s night

Reference: Wiktionary, Usingenglish.com, Urbandictionary.com

ศีลอดของชาวจีน (จบ)

Written by jintana on October 14th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน (จบ)

ปิดท้ายเรื่องราวของเทศกาลกินเจของชาวจีนด้วยประโยชน์ของการกินเจและการกินเจอย่างถูกวิธี แน่นอนว่าการรับประทานผักเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายอยู่แล้ว และยิ่งกว่านั้นการคำนึงผลดีผลเสียของอาหารที่รับประทานเข้าไปก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ร่างกายมีความสมดุลผลคือสุขภาพก็จะดีทั้งกายและใจ

ประโยชน์การของรับประทานอาหารเจด้านโภชนาการบางคนอาจยังไม่วางใจเรื่องของโปรตีนที่ร่างกายไม่ได้รับในช่วงรับประทานเจ แต่ความจริงแล้วมีโปรตีน10 ชนิดที่อยู่ในถั่วซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของอาหารเจ ได้แก่ไลซีนกลูตามีน ซิสตีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วาลีน อิสติดีน ช่วยบำรุงสมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาท ทรีโอนีนทริปโตเฟน จำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร และสร้างเม็ดเลือด อาร์จีนีน
ฟีนายอะลานีน  และเมทิโอนีน
จำเป็นในการสร้างอสุจิ สร้างฮอร์โมนไทรอกซีนในต่อมไทรอยด์ และขับของเสียจากตับ ขจัดสารพิษในร่างกาย ตามลำดับ

การกินเจนั้นกระทำได้ 2 แบบคือ การกินเป็นกิจวัตร ครบทั้ง 3มื้อในทุกวัน และ การกินเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเป็นเวลา 9วัน 9 คืน จะมีชื่อเรียก คือ ชิวอิกชิวยี่ ชิวซา ชิวสี่ ชิวโหงวชิวลัก ชิวฉิกชิวโป๊ย และชิวเก้าผู้ที่กินเจจะต้องทำบุญที่เรียกว่า ซาลักเก้า โดยการนำนำโหงวก้วยหรือซาก้วย ผลไม้ 5 หรือ 3 อย่างมาไหว้ในวัน ชิวซา ชิวลัก ชิวเก้า ซึ่งผลไม้ที่นิยมก็คือ ส้ม(ไต้กิก) แปลว่า โชคดี องุ่น(พู่ท้อ) แปลว่า งอกงาม สับปะรด(อั้งไล้) แปลว่า มีโชค และกล้วย แปลว่า การมีทายาทไว้สืบสกุล                ศีลอดของชาวจีนนั้นไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการอดเนื้อสัตว์ เพื่อไม่เบียดเบียนชีวิตของเพื่อนร่วมโลก การถือศีลเพื่อครองตนให้อยู่ในศีลธรรม เป็นการชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจในช่วงเทศกาลกินเจ หรือบางคนยึดถือกระทำตลอดชีวิตก็เป็นสิริมงคลอย่างมากเช่นกัน

Give it a try

Written by akiautumn on October 13th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับ ในบทความครั้งก่อนเราได้ทำความรู้จักกับวลีที่ว่า ‘give it a miss’ กันแล้วนะครับ และสำหรับครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวลีที่ว่า ‘give it a try’ กันครับ เช่นเดียวกันกับ ‘give it a miss’ ครับ สำหรับวลีนี้นั้นมีความหมายว่าอย่างไรกัน? โดยปกติคำว่า ‘try’ หมายถึง พยายาม หรือ เหนื่อยครับ ซึ่งความหมายถึงวลี ‘give it a try’ ก็ไม่ได้มีความหมายที่ผิดเพี้ยนไปเลย วลีนี้หมายถึง to make an attempt at something หรือ have a try ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า ลองทำดู ลองซักตั้ง ครับ เช่น

John: How was your Spanish class? Was it hard?

จอห์น: วิชาภาษาสเปนเป็นอย่างไรบ้าง? ยากมั้ย?

Jenny: No, not really. You should give it a try.

เจนนี่: ไม่ค่อยยากนะ จอห์นเธอน่าจะลองดูนะ

 

อย่างไรก็ดีนอกจะจะใช้วลี ‘give it a try’ แล้วเราก็สามารถใช้ว่า ‘give something a try’ ก็ได้ครับ ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันคือ to make a try at something หรือ try out ครับ เช่น

Jeremy wants to givewindsurfinga try, he thinks it could be fun.

-เจเรมี่คิดว่าจะลองเล่นวินด์เซิร์ฟดูซักตั้ง เขาคิดว่ามันต้องสนุกแน่ๆ

หรือ

Jeremy wants to tryoutwindsurfing, he thinks it could be fun.

-เจเรมี่อยากจะลองเล่นวินด์เซิร์ฟดู เขาคิดว่ามันต้องสนุกแน่ๆ

 

ทั้งนี้นอกจาก ‘give it a try’ ยังมีวลีอื่นๆ อีกที่มีความหมายว่า ลองดูซักครั้ง ลองทำดู อาทิ give it a go, give it a short ลำ give it a whirl ครับ เช่น

Sandy has never ridden a horse before she will give it a go.

-แซนดี้ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนเธอคิดว่าจะลองดูสักครั้ง

Let’s give it a whirl! I think it could be very exciting.

-มาลองกันดูซักตั้งเถอะ ฉันว่ามันต้องน่าตื่นเต้นแน่ๆ

Laura always thinks about participating in the stage play. It could be hard but she will give it a short.

-ลอร่าคิดถึงเรื่องที่จะเข้าร่วมเล่นในละครเวทีมาตลอดมันอาจจะดูยากสำหรับเธอแต่เธอก็ลองทำดู

 

ท้ายนี้ผู้อ่านทุกท่านจะเห็นว่าเราสามารถใช้วลีได้หลายวลีในการให้ความหมายคำๆ หนึ่งดังนั้นก็อย่าลืมหมั่นทบทวนอยู่ตลอดเวลานะครับ รับรองว่าเรื่องยากๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายไปเลยทันที

ศีลอดของชาวจีน (ต่อ)

Written by jintana on October 12th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน (ต่อ)

ธงตัวอักษรแดงพื้นเหลือง สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคล และสีเหลืองเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนาส่วนตัวอักษรจีนนั้นออกเสียงว่า ไจ หรือ เจ แปลว่า ของไม่มีคาว ธงเจที่เราเห็นได้ทั่วไปตามเทศกาลกินเจเหมือนเป็นเครื่องหมายเตือนใจพุทธศาสนิกชนที่ถือศีลกินเจนั้น ตั้งตนอยู่ในถือศีลธรรมอันดีงามครบ 9 วัน 9 คืน ตามกำหนด

การรับประทานอาหารในช่วงกินเจนั้นมีข้อห้ามต่าง ๆดังนี้

– งดเนื้อสัตว์ หรือการทำร้ายสัตว์

– งด เนย นม น้ำมันจากสัตว์

– งดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก เป็นต้น

– งดผักที่มีกลิ่นฉุน ที่มีผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายและทำให้ธาตุในร่างกายไม่ปกติตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์ โบราณของจีนได้แก่กระเทียม รวมทั้งหัวและต้นกระเทียม มีผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ และธาตุไฟในร่างกาย รวมไปถึงคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารเพราะจะทำให้ระคายเคืองได้หัวหอม    หมายถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมใหญ่  มีผลเสียต่อการทำงานของไตและธาตุไฟในร่างกายหลักเกียวเป็นกระเทียมจีนลักษณะคล้ายกระเทียมโทนแต่ยาวกว่า มีผลเสียต่อการทำงานของม้ามและธาตุไฟในร่างกายกุยช่ายมีผลเสียต่อการทำงานของตับและธาตุไฟในร่างกายใบยาสูบ     หมายถึง บุหรี่ ยาเส้น และของเสพติดมึนเมา มีผลเสียต่อการทำงานของปอด และธาตุไฟในร่างกาย

นอกจากนี้การทำทานแก่ผู้ยากไร้ในช่วงเทศกาลกินเจก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมกระทำกัน หากครอบครัวใดที่เคร่งครัดพิธีกรรมนี้มากก็จะจุดตะเกียงไว้เก้าดวง และดูแลไม่ให้ดับตลอดทั้งการกินเจทั้งเก้าวัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Give it a miss

Written by akiautumn on October 11th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับในครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวลีที่ ‘give it a miss’ ครับ แล้วมันคืออะไรนะหรือ? แต่ก่อนหน้านั้นเรารู้กันดีว่า ’miss’ มีความหมายว่า พลาดเป้า คิดถึง หรือ อาจจะแปลว่านางสาว ก็ได้ครับ

ถ้าให้ความหมายตรงตัวล่ะก็ ‘give it a miss’ หมายถึง ให้สิ่งที่พลาดไป ให้ในสิ่งที่คิดถึง หรือ ให้สิ่งนั้นกับนางสาว ฟังดูแปลกๆ สินะครับ แต่จริงๆ แล้ววลีนี้จะหมายถึง avoid, leave it alone หรือ refuse to participate ครับ ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า หลีกเลี่ยง ทิ้งให้เดียวดาย หรือ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม ครับ ดังเช่น

All of students are going to the prom night tonight but Tracy thinks she will give it a miss.

-นักเรียนทุกคนจะไปงานพรอมคืนนี้ แต่เทรซี่คิดว่าเธอจะไม่ไป

หรือ

All of students are going to the prom night but Tracy thinks she refuses to participate.

-นักเรียนทุกคนจะไปงานพรอมคืนนี้ แต่เทรซี่คิดว่าเธอจะปฏิเสธที่จะเข้าร่วม

 

ทั้งนี้ในบางครั้งวลีนี้อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่นอีก อาทิ ‘give something a miss’ ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันครับ คือ decide not to do or have something หรือก็คือ หลีกเลี่ยง ตัดสินใจว่าจะไม่ทำหรือไม่เอาสิ่งนั้นๆ เช่น

Jessica will givethe barbecuea miss, she is on diet.

-เจสซิก้าคิดว่าเธอจะไม่กินบาบีคิวเพราะเธอกำลังควบคุมน้ำหนักอยู่

หรือ

Jessica decides not to takethe barbecue because she is on diet.

-เจสซิก้าตัดสินใจว่าจะไม่กินบาบีคิวเพราะเธอกำลังควบคุมน้ำหนักอยู่

 

อย่างไรก็ดีวลี ‘give it a miss’ นี้อาจจะดูสับสนอยู่บ้างแต่ถ้าผู้อ่านทุกท่านหมั่นสังเกตและศึกษาวิธีการใช้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำก็ไม่มีอะไรต้องกังวลครับเพราะภาษาเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวได้คำๆ เดียวอาจจะมีหลายความหมายและความหมายเดียวอาจะใช้ได้หลายคำ อย่างไรก็ดีเจ้าของภาษาสามารถเข้าใจได้ครับถ้าไม่ใช้คำที่สับสนจนเกินไปนะครับ

ศีลอดของชาวจีน

Written by jintana on October 10th, 2014. Posted in บทความ

ศีลอดของชาวจีน

คงไม่มีใครไม่รู้จักการถือศีลอด ศีลอดที่เรารู้จักกันดีเป็นเทศกาลของชาวมุสลิม เพื่อให้รับรู้ถึงความอดอยากของคนที่ขาดแคลน แต่ศีลอดของชาวจีนนั้น คือการงดเว้นเนื้อสัตว์และของที่เป็นพิษต่อร่างกาย การงดเนื้อสัตว์ก็เหมือนเป็นการละชีวิตไม่เบียดเบียนอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข ชาวจีนถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณีเรียกว่า เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ หรือเทศกาลกินเจเดือนเก้า หรือเก้าอ๊วงเจ/กิวอ๊วงเจ ที่จะกระทำกันในทุกวัน  1 ค่ำ เดือน 9 ถึง 9 ค่ำเดือน 9 เป็นระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งนอกจากการงดเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ยังรวมไปถึงการศีล ละเว้นจากโลกียวัตรทั้งหลาย ชาวจีนนั้นจะถือว่าการคือการชำระล้างกายและใจให้สะอาดทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานคำว่า เจ ในภาษาจีนแปลว่า “ อุโบสถ ” กินเจจึงมีความหมายว่า การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เช่นเดียวกับการรักษาศีล 8 แต่การถือศีล8 ของชาวพุทธฝ่ายมหายานนั้นไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนำมาซึ่งการกินเจที่งดเนื้อสัตว์ เรียกว่าการถือศีลกินเจ ในภาษาจีนมีคำว่าโป๊ยกวนแจไก่ (八關齋戒)แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ ซึ่งก็คือ “ศีล 8” นั่นเองในวันพระคนไทยสมัยก่อนจะไปอาราธนาศีลแปดจากพระสงฆ์ภายในพระอุโบสถ จึงเรียกศีลแปดว่า “ อุโบสถศีล ”

เทศกาลกินเจก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีตำนานเล่าขานมายาวนานมากถึง 7 ตำนาน โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า7พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรือเทพเจ้าทั้งเก้าองค์ หรือดาวนพเคราะห์ทั้งเก้านั้นเอง พิธีกรรมนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องปณิธานการกินเจ โดยการงดของคาวด้วยการสมาทานศีล 3 ข้อ ได้แก่

1.เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตตน

2.เว้นจากการเอาเลือดของสัตว์มาเพิ่มเลือดตน

3.เว้นจากการเอาเนื้อของสัตว์มาเป็นเนื้อตน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)