Fame Has Its Price

Written by akiautumn on December 2nd, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนที่ว่า ‘Fame has its price’ ครับ ถ้าดูความหมายอย่างตรงไปตรงมาตามที่เราเข้าใจกันดีว่า

 

Fame (n) หมายถึง ความมีชื่อเสียง

Her good fame was greatly damaged by her own doing.

ความมีชื่อเสียงของเธอถูกทำลายอย่างป่นปี้จากการกระทำของเธอเอง

และ

Price (n) หมายถึง ราคา คุณค่า หรือ ผลตอบแทน

Can you lower the price to ten dollars?

-คุณช่วยลดราคาเหลือซัก 10 ดอลล่าได้ไหม?

 

ดังนั้นสำนวน ‘Fame has its price’ นั้นก็จะมีความหมายว่า‘ความมีชื่อเสียงมีราคาของมัน’ ครับแต่ทว่าผิดถนัดอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ เพราะ สำหรับเจ้าของภาษาในบางทีคำว่า‘Price’นั้น ยังให้ความหมายในเรื่องของ โทษ หรือ การลงโทษอีกด้วยครับอาทิ

She deserves this price what she has done for me.

-เธอสมควรที่จะได้รับโทษแล้วล่ะสำหรับสิ่งที่เธอได้ทำกับฉันไว้

 

ดังนั้น สำนวนที่ว่า ‘Fame has its price’ จึงมีความหมายว่า ‘การมีชื่อเสียงนั้นก็มีโทษอยู่ด้วยเหมือนกัน’ หรือก็คือการมีชื่อเสียงก็เหมือนดาบสองคมนั้นเองครับ

I heard that you are very popular among the teenagers right now but I want to warn you that fame has its price.

-ฉันได้ยินว่าตอนนี้เธอดังมากมนหมู่วัยรุ่นเลยนะแต่ฉันอยากจะบอกเธอไว้เลยนะว่าความมีชื่อเสียงนั้นก็มีโทษอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

อย่างไรก็ตามสำนวนในภาษาอังกฤษนั้นมีมากมายและน่าสับสนยิ่งนัก ดังนั้นเราควรศึกษาอยู่ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มพูนความรู้นะครับ

7 เทพเจ้าแห่งความสุข

Written by jintana on December 1st, 2014. Posted in บทความ

7 เทพเจ้าแห่งความสุข

ความเชื่อในเทพเจ้าปรากฏอยู่ทุกศาสนา ประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้า สืบเนื่องด้วยความเชื่อทางศาสนาพุทธ ความเชื่อเก่าแก่ของญี่ปุ่น ความเชื่อของชาวจีน บวกกับตำนานโบราณของอินเดีย ผสานกันเป็นความเชื่อในเทพเจ้าแห่งความสุขทั้ง 7 ที่คนญี่ปุ่นนิยมสักการะใน 7 วันแรกของปีใหม่

เทพเจ้าไดโกกุเตนหรือ เทพมหากาฬ ตามตำนานอินเดียโบราณ เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ตามความเชื่อของชาวจีน ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมตั้งเอาไว้ภายในห้องครัว เทพเจ้าไดโกกุเตนส่วนใหญ่มักแบกถุงเงินไว้บนบ่า มือขวาถือค้อนวิเศษ และยืนอยู่บนกระสอบข้าว และสวมหมวกที่มีชื่อเรียกว่า ไดโกกุซุกิน

เทพเอบิสุ หมายถึง เทพเจ้าของคนต่างถิ่น ถือกำเนิดมาจากตำนานญี่ปุ่นโบราณ เป็นที่เคารพอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ทำการค้าขาย และชาวเรือประมง ชาวประมงมีความเชื่อว่าเป็นเทพที่นำอาหารทะเลมาให้ มือขวาของเทพเอบิสุนั้น จะถือคันเบ็ด มือซ้ายอุ้มปลา รวมไปถึงใบหน้าที่มีรอยยิ้มทั้งหน้าเรียกว่า ใบหน้าของเอบิสุ

เทพบิชามนเตนหรือ จตุเทพทามนเตน ในตำนานโบราณของอินเดีย ภายหลังการก่อตั้งพระพุทธศาสนา เป็นเทพแห่งสงคราม รูปจำลองจะสวมชุดเกราะมือขวาถืออาวุธ มือซ้ายถือเจดีย์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Staffหรือ Stuff

Written by akiautumn on November 7th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

สวัสดีครับทุกๆ ท่านเจอกันอีกแล้วกับบทความภาษาอังกฤษในครั้งนี้เราจะมาดูคำว่า ‘staff’ และ ‘stuff’ กันครับ สองคำนี้เขียนคล้ายกันมากและยังออกเสียงต่างกันเพียงนิดเดียวเท่านั้นซึ่งเล่นเอาบางสับสนใช้สลับกันขึ้นมาเลยทีเดียวแต่ทว่าความหมายของทั้งสองคำนี้นั้นไม่ได้คล้ายกันเอาซะเลย

 

Staff (ซทาฟ) คำนี้เป็นได้ทั้ง คำนาม (noun) และ กริยา (verb) ซึ่งก็จะมีความที่แตกต่างกันไปอีกเช่นกันครับ

(n) คณะที่ทำงานร่วมกัน ผู้ที่ทำงานร่วมกัน

Is the staff meeting held on Monday?

-การประชุมของคณะทำงานจะจัดขึ้นวันจันทร์ใช่ไหม?

 

(n) ไม้ค้ำไม้เท้า หรือ คทา

I just made my own wizardry staff from chopsticks for Halloween party tonight.

-ฉันทำคทาพ่อมดด้วยตัวเองจากตะเกียบสำหรับงานเลี้ยงวันฮาโลวีนคืนนี้

 

(v) จัดหาคณะทำงาน

Legal advice centers are staffed by volunteer lawyers.

-ศูนย์ให้คำปรึกษาได้รับการจัดหาคณะทำงานมาจากเหล่าทนายความอาสาสมัคร

 

Stuff (ซทัฟ) คำนี้ก็เป็นได้ทั้ง คำนาม (noun) และ กริยา (verb)เช่นกัน เช่น

(n) สิ่ง หรือ วัตถุ

It’s just the usual stuff.

-มันก็แค่สิ่งของธรรมดา

 

(n) คำพูดหรือการกระทำ

I can’t stand such sweet stuff.

-ฉันไม่อาจทนได้กับคำหวานเหล่านั้น

 

(n) วัตถุดิบ

What stuff is this jacket made of?

-เสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้ทำมาจากวัตถุดิบอะไร?

 

(v)ยัดไส้หรือ บรรจุ

Claudia, have you stuffed theturkey yet?

-คลอเดีย เธอจัดการยัดไส้ไก่งวงแล้วหรือยัง?

 

อย่างที่เห็นครับว่าในภาษาอังกฤษมีคำที่ใกล้เคียงกันอยู่มากมายซึ่งอาจสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ได้ ดังนั้นหมั่นสังเกตว่าคำๆ นั้นมีการสะกดอย่างไร ถ้าเป็นการสนทนาให้จับใจความจากบริบทของการสนทนาก็จะสามารถแยกแยะได้ครับว่ากำลังใช้คำใดอยู่ อย่างไรก็ดีการหมั่นศึกษาคำศัพท์อยู่ตลอดเวลาก็เป็นส่วนช่วยในการเข้าใจคำเหล่านี้ได้เช่นกันครับ

 

Reference: Longdo.dict

Silent as blowing a pestle!?

Written by akiautumn on November 5th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกันอีกครั้งกับบทความภาษาอังกฤษครับ ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงวลีที่เราคุ้นเคยกันในภาษาไทยกันเป็นอย่างดีครับ คำว่า ‘เงียบราวกับเป่าสาก’ ครับ เอาล่ะสิ ทุกๆ คนรู้จักนี้ดีและรู้ว่าคำนี้หมายถึง เงียบกริบ เงียบจนไม่มีเสียงใดๆ เลย เหมือนกำลังเป่าสากที่ไม่ทำให้เกิดเสียงใดๆ ทว่ารู้ไหมว่าในภาษาอังกฤษก็มีเงียบราวกับเป่าสากเช่นกันครับ เรามาดูกันถ้าแปลทีละตัวตามภาษาไทยล่ะก็คำว่า ‘เงียบราวกับเป่าสาก’ จะได้ดังนี้

 

เงียบ

v

v

SilentหรือQuiet

ราวกับ

v

v

AsหรือLike

เป่า

v

v

Blowing

สาก

v

v

A pestle

 

 

ดังนั้นเมื่อนำทั้งหมดมารวมกันจะได้ Silent as blowing a pestle หรือ Quiet like blowing a pestle ครับ แต่เอ๊ะ มันดูแปลกอยู่นะ แน่ล่ะครับถ้าใช้วลีนี้กับเจ้าของภาษาเข้าล่ะก็มีหวังงงกันเป็นไก่ตาแตกแน่ครับ เพราะในภาษาอังกฤษนั้นวลีที่บอกถึงความสงัดนั้นก็คือ ‘as silent as a grave’ หรือ เงียบราวกับหลุมฝังศพ ในภาษาไทยนั้นเองครับ เช่น

When the teacher comes into the class room, everything is as silent as a grave like nothing happens.

-เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียน ทุกอย่างนั้นเงียบราวกับเป่าสากอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นล่ะ

ในภาษาอังกฤษที่ใช้ หลุมศพ หรือ grave ในการเปรียบกับความเงียบนั้นเพราะว่าแน่นอนครับว่าหลุมศพจะต้องเงียบกริบจนขนาดได้ยินเสียงแมลงบินเลยทีเดียว

ทั้งนี้ยังการนำคำว่า grave ไปใช้ในวลีอื่นๆ อีก อาทิ ‘walk on one’s grave’ หรือ เดินบนหลุมศพ แต่เอ๊ะ มันมีความว่าอย่างไรกันแน่นะ สำหรับความหมายของวลีนี้จะใช้ในเวลาที่เราสำลักหรือจาม เราก็มักจะทักกันว่า มีใครบ่นถึง มีใครพูดถึงครับ

อย่าลืมนะครับว่าในภาษาอังกฤษนั้นคำที่เห็นอาจจะไม่ได้มีความหมายตามที่เป็นเกิดนำไปใช้ผิดช่วงเวลาขึ้นมาอาจจะพากันงง และไม่เข้าใช้ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารกันได้ง่ายๆ นะครับ หมั่นฝึกฝนทบทวนอยู่เสมอก็หายห่วงแล้วครับ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 7

Written by jintana on November 4th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 7

เรื่องราวเทศกาลสำคัญของกลุ่มประเทศในอาเซียนก็เดินทางมาถึงบทสุดท้าย ต้องบอกว่าแต่ละประเทศยังมีเทศกาลอีกมากมายที่เราไม่ได้หยิบยกมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทั่วไปทั้งหนังสือและเว็บไซต์ต่าง ๆ

บทความนี้เราจะพูดถึงวันของชาวอาเซียน เป็นวันที่ทุกคนควรทราบเอาไว้เพื่อต้อนรับการก้าวสู่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Association of South East Asian Nations) หรือ อาเซียน (ASEAN)ด้วยเหตุผลของการก่อตั้งสมาคมอาเซียนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 จึงถือให้ในวันนี้ของทุกปีเป็นวันอาเซียน (ASEAN Day)  แรกเริ่มของการก่อตั้งสมาคมอาเซียนอย่างที่เรารู้จักกันในวันนี้ เดิมเกิดขึ้นจากปฏิญญากรุงเทพ หรือ The Bangkok Declaration ซึ่งมีแค่เพียง 5 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อจากนั้นก็มีประเทศบรูไนดารุสซาลาม(2527) เวียดนาม(2538) ลาว พม่า(2540) และกัมพูชา(2542) เข้าร่วมเป็นสมาชิกตามลำดับ

วันสำคัญอีกวันที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะประเทศใดก็ตามนั่นคือ วันแม่แห่งชาติ ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนก็มีวันแม่ของตนเองต่างกันออกไป ได้แก่ วันแม่ของอินโดนีเซียตรงกับวันที่ 22 ธ.ค. เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวัน HariIbu , ประเทศเวียดนามนั้นตรงกับวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันสตรีสากล และอย่างที่ทราบกันดีว่าวันแม่ของประเทศไทยนั้นตรงกับวันที่ 12 ส.ค. ของทุกปี นอกเหนือจากนั้นมีวันแม่ตรงกับวันอาทิตย์ที่สองของเดือน พ.ค. ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสหรัฐอเมริกาและยังตรงกับวันแม่ในอีกหลายประเทศของโลกอีกด้วย

First and Last

Written by akiautumn on November 3rd, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

มาพบกลับบทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษกันอีกครั้ง ในครั้งนี้จะนำเสนอวลีที่ว่า ‘First and Last’ ครับ แล้วความหมายของวลีนี้คืออะไรกันล่ะ? ถ้ามองกันทีล่ะตัว First แปลว่า มาก่อน  หรือ อันดับแรก และ Last แปลว่า สุดท้าย ดังนั้น ‘First and Last’ จึงมีความว่า อันดับแรก และ สุดท้าย ใช่ไหมครับ? แท้จริงแล้วไม่ใช่นะครับ วลีที่ว่า ‘First and Last’ นั้นจริงๆ แล้วมีความหมายว่า รวมทั้งหมด ทั้งหมดทั้งสิ้น เช่น

A: Look at that figure! I want it! How much is it?

-ดูที่ตุ๊กตาจำลองนั้นสิ ฉันอยากได้จัง ราคาเท่าไหร่?

B: First and last it all costs20000 Baht.

รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดก็ 20000 บาท

A: It’s too expensive. I can’t afford it

-มันแพงมากเลย ฉันจ่ายไม่ไหว

 

นอกจากนี้ถ้าเจอกับประโยคที่ว่า Jason is a good guy first and last. จะมีความหมายว่าอย่างไร? อย่างที่รู้กันมาแล้วว่าวลีนี้มีความหมายว่า ทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้นประโยคข้างต้นจึงมีความหมายว่า ‘เจสันเป็นคนดีทั้งหมดทั้งมวล’ ทว่าจริงๆ แล้วผิดครับ เพราะ ‘First and Last’ นั้นนอกจากจะมีความหมายว่า ทั้งหมดทั้งมวล นั้นจะมีความหมายว่า ตลอดกาล ได้เช่นกันครับ ดังนั้นประโยคที่ว่า

Jason is a good guy first and last.

มีความหมายว่า เจสันเป็นคนดีตลอดกาล

 

อย่างไรก็ดีนอกจาก ‘First and Last’ หลายๆ คนอาจจะเจอคำว่า ‘First or Last’ (or แทน and)ครับ ซึ่งวลีนี้จะมีความหมายว่า ไม่ช้าก็เร็ว ครับ เช่น

Sonya will get over from her illness first or last.

-ซอนย่าจะต้องหายป่วยในไม่ช้าก็เร็ว

 

ก่อนจบบทความนี้ก็อยากให้ทุกๆ คนอย่าลืมทบทวนเรื่องที่ผ่านๆ มานะครับเพราะภาษานั้นมีชีวิตเติบโตตลอดเวลามีคำใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดดังนั้นเราควรหมั่นศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะของเราเอาไว้ไม่งงเวลาถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้กันครับ

Reference: เปิดฟ้าภาษาโลก

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 6

Written by jintana on November 2nd, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 6

หากพูดถึงประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำมันมากที่สุดในอาเซียนคงเป็นประเทศใดไปไม่ได้นอกจากประเทศบรูไน ด้วยความที่เป็นประเทศที่เล็กทำให้ประชากรมีเพียง 400,000 คนเท่านั้น แต่รายได้เฉลี่ยของประชากรสูงเป็นอันดับสองของกลุ่มประเทศอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ทำให้บรูไนเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานตามมา

ประชากรส่วนใหญ่ของบรูไนนับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาคือพุทธ คริสต์ ฮินดูและความเชื่อพื้นเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ ด้วยเหตุนี้เทศกาลส่วนใหญ่จึงมีความคล้ายคลึงกับประเทศที่มีชาวมุสลิมซึ่งได้แก่ มาเลเซียและอินโดนีเซีย เช่น เทศกาลรอมฎอน (Month of Ramadan) หรือการถือศีลอดที่เรารู้จักกันดีซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม เทศกาลอีดิลฟิฏริ (Hari Raya Puasa) การเป็นบริจาคทานเมื่อสิ้นสุดเดือนรอมฎอน(เดือนเก้า) และเริ่มต้นวันแรกของเดือนสิบ เรียกอกอย่างหนึ่งว่า เชาวัล  และวันอีดิลอัฏฮา (Eidu Al-Adha) ตรงกับวันที่ 10 เดือน 12 ตามปฏิทินอิสลาม พิธีกรรมที่สำคัญคือการเชือดสัตว์พลีทานอย่างวัว แพะ และแกะ เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้อื่นเป็นการทำทาน

นอกจากพิธีกรรมทางศาสนาแล้วยังมีวันสำคัญอีกสองวันที่เราควรรู้ได้แก่ วันชาติบรูไน (Brunei Nation Day) ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2527 ในอดีตวันนี้เป็นวันสำคัญของประเทศบรูไน เนื่องจากเป็นวันประกาศอิสรภาพจากการอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศอังกฤษมาเป็นเวลา 95 ปี ชาวบรูไนจึงถือเอาวันนี้เป็นวันชาติ และวันเฉลิมพระชมพรรษาสมเด็จพระราชาธิบดี (His Majesty the Sultan’s Birthday) เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านองค์ปัจจุบัน(องค์ที่ 29) คือสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญีฮัสชานัล โบเกียห์มูอิชชัดดิน วัดเดาละห์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบรูไนตรงกับวันที่ 15 ก.ค. ของทุกปี จะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเทิดพระเกียรติแด่องค์สุลต่าน

(โปรดติตามตอนต่อไป)

Canและ Could

Written by akiautumn on November 1st, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความน่ารู้ทางภาษาอังกฤษครับ ในครั้งนี้เราจะมาดูวิธีใช้ ‘can’ และ ‘could’ กันครับว่าจะสามารถนำไปใช้อย่างไร? จะมีวิธีใช้แตกต่างกันอย่างไร?

อย่างที่ทกๆ คนทราบกันดีว่า ‘can’ และ ‘could’ นั้น มีความหมายว่า สามารถ ซึ่งจะต่างกันคือเป็นรูปปัจจุบัน (can) และ รูปอดีต (could) โดยจะมีวิธีการนำไปใช้ที่เหมือนกัน ดังนี้

จะใช้ ‘can’และ ‘could’ ในเรื่องของความสามารถ (ability) เช่น

Cathy canplay (ability) football very well like a boy does.

-เคธี่สามารถเล่นฟุตบอลได้ยอดเยี่ยมเหมือนเด็กผู้ชาย

Cynthia couldremember(ability)all vocabularies in the text book when she was 10.

-ซินเทียสามารถจดจำคำศัพท์ทั้งหมดในแบบเรียนได้ตอนเธออายุสิบขวบ

 

ใช้ ‘can’ และ ‘could’ ในการขออนุญาต (permission) เช่น

Can I walk this way?

-ฉันไปทางนี้ได้ไหม?

CouldI try this shirt on?

-ฉันลองเสื้อตัวนี้ได้ไหม?

 

ใช้ ‘can’ และ ‘could’ในการขอร้อง (request) เช่น

Can you spell your name, please?

-คุณช่วยสะกดชื่อคุณหน่อยได้ไหม?

Could you please turn the radio down?

-คุณช่วยเบาเสียงวิทยุลงหน่อยได้ไหม?

*ในการ ขออนุญาต (permission) และ ขอร้อง (request) นั้น จะนิยมใช้ ‘could’ เพราะจะทำให้ดูสุภาพกว่าการใช้ ‘can’ มาก

 

ใช้ ‘can’ และ ‘could’ ในการเสนอตัวช่วยเหลือ (offer) เช่น

What can I do for you?

-ฉันจะสามารถช่วยอะไรคุณได้ไหม?

 

ใช้ ‘can’ และ ‘could’ ในการพูดถึงความเป็นไปได้และคาดคะเนในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (possibility and probability)

The road can be dangerous during raining.

-การใช้ถนนจะเป็นอันตรายในขณะฝนตก

*โดยปกติจะนิยมใช้ ‘can’ กับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เป็นไปได้

 

ทั้งนี้ในรูป ประโยคปฏิเสธ และ ประโยคคำถาม เราสามารถใช้ ‘can’ และ ‘could’ ได้เลย

โดยในรูปปฏิเสธจะเติม ‘not’ หลัง ‘can’ และ ‘could’ ได้ทันที เช่น

I cannot make it in time.

หรือ

I can’t make it in time.

-ฉันไม่สามารถทำมันได้ทันเวลา

*cannot ต้องเขียนติดกันเสมอ

และ

ในรูปประโยคคำถามเราสามารถนำ ‘can’ และ ‘could’ มาว่างไว้หน้าประโยคได้เลย เช่น

Could you please do me favor?

-คุณช่วยทำอะไรให้ฉันหน่อยได้ไหม?

สำหรับ Wh-question เราสามารถนำ ‘can’ และ ‘could’ วางไว้หลัง question word ได้เลย เช่น

Whatcan you do for me?

-คุณจะทำอะไรให้ฉันได้บ้าง?

 

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า ‘can’ และ ‘could’ นั้นมีวิธีใช้ที่คล้ายกันจะต่างกันก็เพียงเล็กน้อย แต่สามารถนำไปใช้แทนกันได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในบางกรณีนั้น อาทิ ความเป็นไปได้นั้นจะใช้ ‘can’ เสียมากกว่า อย่างไรก็ดีหมั่นทบทวนวิธีการใช้เหล่านี้รับรองว่าจะเป็นเรื่องง่ายไปเลยทีเดียว

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 5

Written by jintana on October 31st, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 5

ประเทศฟิลิปปินส์1 ใน 10 ประเทศของสมาคมอาเซียนที่มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย บทความนี้เราเลยหยิบยกเทศกาลของชาวฟิลิปปินส์มาให้ได้รู้จักกัน เริ่มกันที่เทศกาลชินูล็อก(Sinulog Festival) จัดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม ชาวบ้านจะพากันแต่งกายด้วยสีสันที่สดใสสวยงาม แล้วออกมาเต้นรำตามถนนเพื่อเป็นการรำลึกถึงรูปปั้นของนักบุญซานโต นินอย แห่งเมืองเซบูที่ไม่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ ชาวเมืองจึงนับถือและยกย่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เป็นอันดับ 4 ของโลก และนิกายโปเตสแตนต์ เป็นอันดับ 13ของโลก รองลงมาคือ ฮินดู พุทธ และอิสลามตามลำดับ  ประเทศนี้จึงมีเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ให้เราได้รู้จักกัน คือ เทศกาลแห่รูปปั้นพระเยซูดำ(Black Nazarene) เป็นการแห่รูปปั้นพระเยซูที่สลักจากไม้ที่ถูกไฟไหม้จนเกิดสีดำ เมื่อครั้งที่นักบวชได้นำรูปปั้นของพระเยซูลงเรือมายังฟิลิปปินส์ ในขบวนแห่จะมีผู้คนให้ความสนใจและศรัทธามากมายนับแสนคน เชื่อกันว่าหากใครได้สัมผัสกับองค์พระเยซูดำนี้ก็จะนำความโชคดี และเป็นสิริมงคลกับตัวเองซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันที่ 9 ม.ค. ของทุกปีที่กรุงมะนิลา

เทศกาลสุดท้ายของชาวฟิลิปปินส์ที่เราจะแนะนำกันคือ เทศกาลอาติ อาติหาน(AtiAtihan)เป็นวันที่ชาวบ้านจะทาตัวดำและแต่งกายเหมือนชนเผ่าหนึ่งออกมาเดินแห่ขบวน เพื่อเป็นการรำลึกและเฉลิมฉลองให้กับชนเผ่า “เอตาส” ที่มีหลักฐานว่ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะวิสยาส์เป็นชนเผ่าแรก ชาวเอตาสนั้นมีรูปร่างลักษณะ ผิวเข้ม ผมหยิก คำว่า “อาติ อาติหาน” แปลว่า ทำตัวให้เหมือนชาวเอตาส เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมกราคมของทุกปี ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน

(โปรดติตามตอนต่อไป)

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 4

Written by jintana on October 22nd, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 4

ด้วยความที่มีความคล้ายคลึงกันทางประเพณี ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีพิธีกรรมการปฏิบัติหลายอย่างที่คล้ายกันหรือเหมือนกัน บทความที่แล้วเราเล่าถึงเรื่องราวของเทศกาลในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ สำหรับบทความนี้เราจะลงใต้แล้วเยื้องออกทะเลไปอีกนิด นั่นคือประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซียประกอบด้วยแผ่นดินที่เป็นเกาะมากมาย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เทศกาลส่วนใหญ่ก็ยังคงเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อทางศาสนาเช่น เทศกาลอีดิลอัฏฮา (Eidu al-Adha) เทศกาลเดือนรอมฎอน (Month of Ramadan) เทศกาลอีดิลฟิฏริ (Hari Raya Puasa) เทศกาลดังกล่าวก็มีเพื่อนบ้านชาวอาเซียนอีก 2 ประเทศที่จัดเหมือนกันคือ มาเลเซีย และบรูไน

ผู้คนในแถบเกาะบาหลี และชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู และพุทธจึงมีเทศกาลที่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น กาลุงกัน (Galungan) เทศกาลนี้เป็นการเฉลิมฉลองตามความเชื่อของชาวฮินดู ที่ธรรมะสามารถชนะอธรรมได้ ซึ่งจัดเป็นเวลายาวนานกว่า 10 วันในช่วงเดือนสิงหาคม โดยชาวบ้านจะตกแต่งเสาไม้ไผ่สูงด้วยทางมะพร้าว สานอย่างสวยงาม ตั้งศาลเพียงตา และวางเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ลงมาจากสวรรค์ อีกเทศกาลหนึ่งคือ เทศกาลกาซาดา(Kasada) จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี มีพิธีแห่และโยนเครื่องสักการะลงไปในปล่องภูเขาไฟเพื่อเป็นการบวงสรวง ขอพรจากเทพเจ้าให้มีแต่ความสุขสงบและอุดมสมบูรณ์ โดยจะจัดขึ้นที่ภูเขาไฟโบรโม ทางตะวันออกของเกาะชวา