Author Archive

หอคอยสูงระฟ้าในเขตมินะโตะ(ต่อ)

Written by jintana on June 5th, 2014. Posted in บทความ

โตเกียว สกายทรี

ติดค้างกันไว้สำหรับหอคอยสีขาวแดง ในบทความที่แล้วเราได้พูดถึงส่วนต่าง ๆของหอคอย คราวนี้เราจะมาเก็บรายละเอียดกันค่ะ เริ่มกันที่ความเป็นมาของหอคอยแห่งนี้

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 1950 ช่วงหลังสงคราม ประเทศญี่ปุ่นจึงมีความคิดริเริ่มว่า น่าจะมีอนุสาวรีย์เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความมีอิทธิพล และเรืองอำนาจในด้านเศรษฐกิจของโลก จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 2.8 พันล้านเยนให้กับการก่อสร้างโตเกียวทาวเวอร์ จนกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อปี 1958 รวมระยะเวลาในการสร้างหอคอยยักษ์แห่งนี้ประมาณ 8 ปี ซึ่งมีความสูงกว่า หอEiffel ถึง 13 เมตร แน่นอนว่าต้องได้รับแรงบันดาลใจมาจากหอคอยที่กรุงปารีส และการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณโดยบริษัท Takenakaของญี่ปุ่นเอง ที่เน้นความแข็งแรงและเหนียวแน่น และเป็นหนึ่งใน 21 อนุสาวรีย์หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของโลก (The World Federation of Great Towers) อีกด้วย

โตเกียวทาวเวอร์ใช้เป็นที่ส่งสัญญาณของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 9 สถานีโทรทัศน์ และ 5 สถานีวิทยุ และยังเคยใช้ถ่ายทำละครและหนังของญี่ปุ่นจนเป็นที่รู้จักอีกด้วย ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีหอคอยใหม่ที่มีความสูงกว่าโตเกียวทาวเวอร์อย่าง โตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree) ที่เขตซุมิดะกรุงโตเกียว มีความสูงถึง 634 เมตร และมีการเปิดให้เข้าชมไปเมื่อ 22 พ.ค. 2555 แต่ไม่ว่าอย่างไรสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวโตเกียวโตเกียวทาวเวอร์ก็ยังคงเป็นหอคอยอันแสนคลาสสิกอยู่ดี

 

 

 

 

 

หอคอยสูงระฟ้าในเขตมินะโตะ

Written by jintana on June 3rd, 2014. Posted in บทความ

โตเกียวทาวเวอร์

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสถาปัตยกรรมอีกที่หนึ่งที่สวยงามและไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่น หอคอยสีแดงขาวที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ ในเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างโตเกียว มีชื่อเรียกคุ้นหูว่า โตเกียวทาวเวอร์

โตเกียวทาวเวอร์เป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่และสวยงามสูง 332.6 เมตรสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501เป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK, TBS แบ่งออกเป็นสามส่วน
ส่วนแรกคืออาคารสูง 4 ชั้นใต้หอคอย

ชั้นที่ 1Tokyo Tower Aquariumเป็นส่วนจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ มีปลากว่า 800 สายพันธุ์ ราว50,000ตัว และร้านค้ามากมายภายในชั้นที่1- 2

ชั้นที่ 3 Tokyo Tower Carnivalเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญของโลก และพบกันเทคโนโลยีสามมิติทันสมัยในMysterious Walking Zone

ชั้นที่ 4Tokyo Tower Trick Art Galleryห้องจัดแสดงภาพศิลปะและภาพในระบบสามมิติ และยังมีห้องแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย

ส่วนที่2 และ3 เป็นจุดชมวิวทั้งสองส่วน อยู่บนความสูง 150 เมตรและ 250 เมตร ตามลำดับ หอคอยแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมไม่น้อยกว่า 2 ล้าน 5 แสนคนต่อปี โดยเปิดทำการแบบไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา09:00 น. ถึง 20:00น.เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องไปรอเก้อหน้าหอคอยค่ะ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

หมู่บ้านฝรั่งเศสในเกาหลี

Written by jintana on June 1st, 2014. Posted in บทความ

หมู่บ้านฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอีกที่หนึ่งที่คนมาเยือนเกาหลีพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับของวรรณกรรมเยาวชนฝรั่งเศสอย่าง เจ้าชายน้อย หรือ Le Petit Prince ของ อ็องตวน เดอแซ็งแตกซูว์เปรี นักเขียนชาวฝรั่งเศส เจ้าชายน้อยนับเป็นผลงานของเขามีชื่อเสียงมากที่สุดและถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 190 ภาษา มียอดจำหน่ายกว่า 80 ล้านเล่มทั่วโลก

เป็นทีทราบกันดีว่า หากมาเยือนที่เกาะนามิแล้วจุดหมายต่อไปที่อยู่ห่างกันเพียงแค่ 10 กิโลเมตรนั่นคือ หมู่บ้านฝรั่งเศสหรือ Petite France(쁘띠프랑스프랑스문화마을)แรงบันดาลใจของที่นี้คือวรรณกรรมชื่อดังเจ้าชายน้อย สถาปัตยกรรมอาคารต่าง ๆ จะถูกออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับหมู่บ้านชาวนาแถบเทือกเขาแอลป์ แถมเขายังการันตีว่าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆที่นำมาตกแต่งนั้นนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ได้กลิ่นอายของฝรั่งเศสแบบแท้ ๆ

หมู่บ้านแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาโฮมีซานและทะเลสาบซอนพยองโฮ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆสมชื่อ Le Petiteที่แปลเป็นไทยว่า เล็กน่ารัก สีสันสวยงามเหมาะกับการเดินไป นั่งไป ถ่ายรูปไปชิลล์ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก นอกจากนั้นยังมีส่วนนิทรรศการเล็ก ๆ แสดงผลงานของ อ็องตวน เดอแซ็งแตกซูว์เปรี ชื่อว่าLe Saint-Exupery Memorial Hallไว้ให้แฟนคลับเจ้าชายน้อยได้ชมกันอีกด้วย เพิ่มเติมบรรยากาศให้น่าเที่ยวนานๆด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านน้ำหอมขนาดเล็ก อีกทั้งสวนดอกไม้ที่ออกดอกตามฤดูกาลต่าง ๆ แต่บางคนชอบมาเยือนที่นี้ช่วงฤดูหนาว เพราะมีหิมะตกได้บรรยากาศประเทศฝรั่งเศสไปอีกแบบหนึ่ง

9อันดับสถานที่ท่องเที่ยวของแดนมังกร(3)

Written by jintana on May 26th, 2014. Posted in บทความ

กุ้ยหลิน

ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือ อวี้หลงเซี่ยซาน ภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ตั้งอยู่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าลี่เจียงเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าต่าง ๆ ยอดที่สูงที่สุดของเทือกเขาจากทั้งหมด 12 ยอด สูงจากระดับน้ำทะเล 5,596 เมตรมีชื่อว่า ซานจือโต่วสามารถเที่ยวชมโดยการนั่งกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นชมยอดเขาที่ความสูงกว่า 3,356 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพบนจุดที่จัดว่าสวยงามที่สุด ด้วยสีขาวของหิมะตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่า Jade Dragon Snow Mountain หรือ ภูเขาหิมะมังกรหยกนั่นเอง

พระราชวังฤดูร้อน อี้เหอหยวนสถานที่แห่งนี้เล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมากมายอีกแห่งหนึ่งของจีนพระราชวังกึ่งอุทยาน สร้างขึ้นในราชวงศ์จิ๋นหรือประมาณ 800 ปีที่แล้ว มีความสวยงามอยู่ในระดับต้น ๆ ตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตรมีเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นสวนสาธารณะในปี ค.ศ. 1924 และอนุญาตให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้

กุ้ยหลิน (桂林, Guilin)เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีนตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน คนจีนขนามนามว่า  “เมืองสวรรค์บนพิภพ”หรือ“ซื่อไหว้เถาหยวน” เมืองนี้สวยงามมากจนมีคำกล่าวที่ว่าจิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย  ส่วนชื่อกุ้ยหลินนั้น มาจาก ในอดีตเมืองนี้มีป่า(หลิน)ต้น “กุ้ยฮวย” หรือ ต้นขี้เหล็กของไทย อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวเมืองจึงนิยมนำส่วนใบมาทำเป็น “ชากุ้ยหลิน”

9อันดับสถานที่ท่องเที่ยวของแดนมังกร(2)

Written by jintana on May 24th, 2014. Posted in บทความ

จิ่วจ้ายโกว

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้หรือ Shanghai museum of History สถานที่ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะจีนโบราณ จัดแสดงโดยการนำเสนอผ่านวัตถุโบราณ เครื่องใช้ของชาวจีนในสมัยก่อน มีห้องแสดงผลงานศิลปะถึง 11 ห้องและห้องแสดงนิทรรศการอีก 3 ห้อง ด้วยกัน ผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับศิลปะโบราณของจีนและชนชาติต่างๆที่อาศัยในจีน เช่น เครื่องทองเหลืองโบราณ เครื่องเซรามิกโบราณเครื่องแต่งบ้านที่ใช้ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เครื่องหยกโบราณงานแกะสลักโบราณงานเขียนลายมือ งานวาด เหรียญ เป็นต้น

Karst Mountainsภูเขาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ได้อย่างสวยงามและลงตัว ตั้งอยู่ในเมืองหยางโจว ตั้งอยู่ที่มณฑลกวางซีทางตอนใต้ของจีน นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ทัศนียภาพอันสวยงามคือ การมองสถานที่แห่งนี้จากหยางโจว เขตเทศบาลชานเมืองกุ้ยหลิน ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซี

หุบเขาจิ่วจ้ายโกวหรือ อุทยานสระสวรรค์สถานที่สวยงามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน อยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูราว 500 กิโลเมตร จัดเป็นเขตพื้นอนุรักษ์ มีทะเลสาบที่น่ามหัศจรรย์เพราะสวยงามเกินคำบรรยาย ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีสีนของใบไม้ที่เปลี่ยนสีสะท้อนลงบนผืนน้ำจะปรากฏเป็นภาพที่ชวนฝัน ในปี พ.ศ.2540 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกและเป็น World Biosphere Reserve

 

9อันดับสถานที่ท่องเที่ยวของแดนมังกร(1)

Written by jintana on May 22nd, 2014. Posted in บทความ

The Terracotta Warriors

กำแพงเมืองจีน คงเป็นทราบกันดีว่าสถานที่แห่งนี้ถูกบันทึกไว้ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “กำแพงหมื่นลี้” เพราะมีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร กำแพงแห่งนี้สร้างในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล)จุดประสงค์เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ

พระราชวังต้องห้าม หรือ นครต้องห้าม ในชื่อ The Forbidden  เป็นพระราชวังในสมัยราชวงศ์หมิง – ราชวงศ์ชิงรวม 24 พระองค์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปีตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ทางตอนเหนือของจัตุรัสเทียนอันเหมิน

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ The Terracotta Warriors สุสานหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่นชิ้น สถานที่แห่งนี้เป็นสุสานของจักรพรรดิ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่มีดำริให้สร้างสุสานที่เป็นมหาสุสานและที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ ทำให้ต้องสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นโดยปั้นหุ่นทหารและม้าตามต้นแบบคนจริง และหลังจากนั้นผู้ที่ถูกเป็นแบบก็ต้องจบชีวิตลงเพื่อเป็นวิญญาณเฝ้าสถานที่แห่งนี้ สิ่งที่น่าแปลกคือยังไม่มีผู้ใดค้นพบพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้เลย

ชุดลำลองสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ

Written by jintana on May 20th, 2014. Posted in บทความ

ยูคาตะ

 

 

ชุดลำลองสไตล์โบราณยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นคงจะเป็นชุดอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ยูคาตะ” ชุดสวยสีสันสดใสมีให้เลือกมากมายมีที่มาที่ไป รวมไปถึงการสวมใส่ที่น่าสนใจมาให้เราได้เรียนรู้กัน

เริ่มกันที่ความแตกต่างของกิโมโนกับชุดสีสันตรึงตาที่ถูกเรียกว่า ยูคาตะ ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า หลายคนอาจะสับสนว่าชุดไหนคือ กิโมโน ชุดไหนคือ ยูคาตะ สังเกตไม่ยากค่ะ ยูคาตะนั้นจะไม่มีซับในเหมือนกิโมโน นิยมสวมใส่กับรองเท้าเกี๊ยะ ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมสวมเกี๊ยะกับชุดต่าง ๆ มาตั้งแต่อดีตจนถึงราว ๆ ศตวรรษที่ 1950สังเกตได้จากร้านขายเกี๊ยะซึ่งนิยมมากในอดีต แต่ปัจจุบันหายากมาก เพราะค่านิยมก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และด้วยอากาศที่ร้อน ทำให้การสวมใส่ชุดไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้าเหมือนเวลาใส่ชุดกิโมโน ขาดไม่ได้เลยกับผ้าคาดเอวที่เรียกว่า โอบิ หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจะใส่ชุดยูคาตะในช่วงหน้าร้อน ซึ่งอดีตนิยมใส่ชุดนี้ออกไปชมดอกไม้ไฟ และเล่นรำวงพื้นบ้านญี่ปุ่นBON ODORI

สีสันสดใสบนลายของชุดยูคาตะ นับว่าเป็นเสน่ห์ของเครื่องแต่งกายนี้ให้โดดเด่นขึ้นมา ลายยอดนิยมที่ชาวญี่ปุ่นนำมาเป็นลายบนชุดลำลองสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ เช่น ลายดอกฟูจิลายดอกโชวบุหรือไอริช ลายโชวหรือลายผีเสื้อ ลายดอกโบตั๋น ลายดอกซากุระ เป็นต้น

เกาะความทรงจำแห่งรัก

Written by jintana on May 18th, 2014. Posted in บทความ

เกาะนามิ

เกาะนามิ (남이섬: นามิซอม) ตั้งอยู่ในเมืองชุนซอน ในเขตจังหวัดคังวอน ซึ่งห่างจากกรุงโซลประมาณ 63 กิโลเมตรไปทางตะวันออก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1  ชั่วโมง สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชองพยอง ลักษณะภูมประเทศเป็นพื้นที่ราบขนาด 460,000 ตารางเมตร

เกาะแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายพล นามิ ผู้นำชัยชนะจากการปราบกองกำลังกบฏในปีที่ 13 ของกษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน บริเวณภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยวัยเพียง 26 ปี แต่หลังจากนั้นเมื่อเปลี่ยนรัชกาลกลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏจึงได้รับโทษประหารชีวิต พร้อมทั้งมารดาและพวกรวม 25คน เมื่อเปลี่ยนรัชกาลอีกครั้ง ข้อหาดังกล่าวได้ถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ จึงมีการคืนบรรดาศักดิ์ให้ดังเดิม

เกาะแห่งนี้ติดอันดับสถานที่ที่โรแมนติกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยบรรยากาศของฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เกาะแห่งนี้โด่งดังมาจากซีรีย์ Winter Love Song หรือ Winter Sonata หรือเรื่อง“เพลงรักในสายลมหนาว” นั้นเอง และยังเป็นสถานที่ถ่ายละครเกือบทุกวันอีกด้วย  นอกจากใบไม้ที่เปลี่ยนสีแล้ว จุดชมวิวที่พลาดไม่ได้คือ ทิวสนที่ทอดตัวยาวจนสุดลูกหูลูกตา ทำให้ผู้มาเยือนอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพสวยงามไว้เป็นความทรงจำ รวมไปถึงรูปปั้นเท่าขนาดคนจริงของนักแสดงชื่อดังอย่าง เบยองจุน และ  แชงจีอู พระนางจากซีรีย์เพลงรักในสายลมหนาว

นอกจากนั้นยังมีร้านกาแฟ ของที่ระลึก แกลเลอรี่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ให้เราได้เยี่ยมชมอีกด้วยหลังจากเดินทัวร์เกาะนามิเสร็จ เราสามารถขึ้นแท็กซี่ต่อจากที่ท่าเรือไปเที่ยว Petite France หรือหมู่บ้านเจ้าชายน้อยค่าแท็กซี่ราว 18,000 วอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

สุสานแห่งความเจริญรุ่งเรือง “ปอมเปอี” (Pompeii) 2

Written by jintana on April 12th, 2014. Posted in บทความ

Pompeii

หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญของเมืองแห่งนี้นอกจากข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับต่าง ๆแล้ว ยังมีอิริยาบถของชาวเมืองในห้วงเวลาหายนะจากภัยธรรมชาติอย่างการระเบิดของภูเขาไฟ อิริยาบถต่าง ๆนี้ เป็นการขุดค้นที่น่าทึ่งของหัวหน้านักโบราณคดีผู้มีชื่อว่า จูเซปเปฟีโอเรลลี ที่ใช้ปูนพลาสเตอร์กรอกลงไปในซากโบราณที่เคยมีซากศพอยู่ข้างใน เพราะเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป ข้างในก็จะเป็นโพรงดินกลวง ๆ หากขุดต่อไปก็จะเกิดการเสียหายแตกหัก ซ้ำยังเป็นการทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วิธีการเทปูนลงไปในโพรงดินจนได้ออกมาเป็นประติมากรรมอย่างที่เห็นนี้ นับได้ว่าเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่สำคัญว่า ชาวเมืองปอมเปอีนั้นอาจเสียชีวิตเพราะสูดดมก๊าซพิษเข้าไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากไม่ได้อพยพออกจากเมืองเมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิด แต่ชาวเมืองเลือกที่จะหลบอยู่ในบ้านอย่างเงียบ ๆ เถ้าถ่าน ขี้เถ้า ลาวา โคลนร้อน ๆ ก็ได้ไหลมาทับถมสูงราว 10เมตร เกินแรงหลังคาจะรับไหว จึงทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นทะเลโคลนลาวาในพริบตา

การขุดค้นซากเมืองปอมเปอีเริ่มต้นขึ้นราว ค.ศ.1534, ค.ศ.1689 ในปีนี้ถูกค้นพบโดยคนงานขุดคลองส่งน้ำ ขุดพบสิ่งก่อสร้างแบบโรมัน เหรียญเงิน และรูปปั้น ต่อมาในปี ค.ศ.1748 เชื้อสายราชวงศ์บูร์บง ได้จ้างให้คนมาขุดค้นซากโบราณเหล่านี้ เพื่อนำของมีค่ามาเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์ประจำตระกูลบูร์บง และสุดท้ายเมื่อปีค.ศ.1861 ขุดค้นโดยรัฐบาลอิตาลีหลังจากราชวงศ์บูร์บงล่มสลาย

ปัจจุบันเมืองปอมเปอีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของประเทศอิตาลี ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาจะเพราะประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและหลักฐานโบราณคดีที่มีคุณค่าแก่การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันโบราณหรือแม้กระทั่งภัยธรมชาติอันน่าสะพรึงกลัว

สุสานแห่งความเจริญรุ่งเรือง “ปอมเปอี” (Pompeii)1

Written by jintana on April 10th, 2014. Posted in บทความ

สุสานปอมเปอี1

อีกหนึ่งสถานตากอากาศในยุคโรมันโบราณในประเทศอิตาลีนอกจากเกาะคาปรีแล้ว ถ้าไม่พูดถึงเมืองแห่งนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ นั้นคือ เมืองปอมเปอี อดีตของความเจริญรุ่งเรืองของชนชั้นสูงสมัยโรมันโบราณ เมืองแห่งนี้มากมายไปด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีค่าอย่างยิ่ง แม้ว่าครั้งหนึ่งเคยจมหายไปกับโคลนและขี้เถ้าลาวาร้อน ๆ แต่กลับเป็นเหตุการณ์ที่มีค่าทางประวัติศาสตร์เพราะเหมือนการหยุดเวลาหายนะจากภัยธรรมชาติเอาไว้ ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ว่า โรมันโบราณเคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองเพียงใด

ปอมเปอี หายไปจากแผนที่โลกเพราะจมหายไปกับลาวาของภูเขาไฟวิสุเวียส ปัจจุบันตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี ซึ่งถ้านั่งเรือจากเมืองเนเปิลส์ไปเกาะคาปรีก็จะมองเห็นภูเขาไฟวิสุเวียสที่เคยระเบิดท่วมเมืองโดยรอบอย่างไม่เหลือชิ้นดีได้อย่างชัดเจน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เมืองปอมเปอีมีอายุราว 550 – 700 ปีก่อนคริสตกาล จากหลักฐานโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า เมืองนี้เป็นสถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงในสมัยนั้น มีประชากรอยู่อาศัยราว ๆ 20,000 คน มีจำนวนไม่น้อยเนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเล

ปอมเปอี เป็นเมืองที่ถูกสร้างอย่างดี เพราะจากหลักปรากฏว่ามีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการวางท่อน้ำชลประทาน ซึ่งหากเทียบในสมัยโรมันโบราณแล้วนับว่าเป็นเมืองที่เจริญมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสนามกีฬา โรงมหรสพ และโรงอาบน้ำที่นิยมกันในยุคโรมันอีกด้วย