Author Archive

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

Written by jintana on February 3rd, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก (ระดับต้น)

ในภาษาเกาหลีนั้นมีการประสมที่คล้ายคลึงหรืออาจจะเรียกได้ว่าเหมือนกันกับภาษาไทย เพียงแค่ภาษาเกาหลีมีพยัญชนะและสระที่น้อยกว่าเท่านั้น ตำราบางเล่มเขียนไว้ว่าการประสมคำของภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นตามตารางได้ดังนี้

ลำดับ ประเภทการประสมคำ ตัวอย่าง
1. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระ
2. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระ
3. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสม
4. พยัญชนะต้นอยู่ข้างหน้าสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
5. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนสระและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง
6. พยัญชนะต้นอยู่ข้างบนและข้างหน้าสระประสมและตัวสะกดอยู่ข้างล่าง

 

เสียงตัวสะกดในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 7 เสียง ซึ่งประกอบด้วยตัวสะกดเดี่ยวและคู่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการจดจำว่าตัวสะกดนั้น ๆ ออกเสียงอย่างไร แบ่งเสียงของตัวสะกดเมื่อเทียบกับมาตราตัวสะกดภาษาไทยได้ตามตางรางดังนี้

มาตราตัวสะกด ตัวสะกด เสียง ตัวอย่าง
กก ㄱ, ㅋ, ㄲ, ㄳ, ㄺ 옥อก, 부엌พู-อ็อก, 밖พัก,몫มก ,읽อิก
กน ㄴ, ㄵ, ㄶ 한ฮัน, 앉อัน, 많มัน
กด ㄷ,ㅅ,ㅈ,ㅊ,ㅌ,ㅎ,ㅆ 묻มุด, 옷อด, 잊อิด, 꽃กด, 좋ชด, 있อิด, 끝กึด
กล ㄹ, ㄼ, ㄽ, ㄾ, ㅀ 알อัล,  덟ดอล, 곬คล, 싫ซิล
กม ㅁ, ㄻ 곰คม, 젊ชอม
กบ ㅂ, ㅍ, ㅄ, ㄿ 입อิบ,앞อับ,없ออบ,밟พับ,  낦นับ
กง 강คัง

 

 

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร:  สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

Written by jintana on February 1st, 2015. Posted in บทความ

ภาษาเกาหลีแสนสนุก(ระดับต้น)

ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการของ สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี นักภาษาศาสตร์บางคนจัดให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาตระกูลอัลไตอิก แต่บางกลุ่มคนนั้นให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาเอกเทศเนื่องจากการจัดตระกูลยังไม่เป็นยอมรับในวงกว้าง ทั่วโลกมีกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเกาหลีประมาณ 78 ล้านคน พบได้ในประเทศรัสเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น รวมไปถึงในสาธารณรัฐประชาชนจีนมณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี

อักษรเกาหลีถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยพระเจ้าเซจงมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โซชอน ในช่วงปี พ.ศ. 1961 ถึง พ.ศ. 1993 ตัวอักษรเกาหลีถูกเรียกว่า ฮันกึล (한글) มีความหมายว่า อักษรที่ยิ่งใหญ่ นอกจากตัวอักษรฮันกึลแล้ว ในภาษาเกาหลียังมีตัวอักษรจีนที่ถูกเรียกว่า ฮันจา (한자) ซึ่งมีความหมายตรงกับคำในภาษาจีน ต่างกันเพียงการออกเสียงเท่านั้น

อักษรภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 19 ตัว แบ่งเป็นพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว และพยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระในภาษาเกาหลีมีทั้งหมด 21 ตัว แบ่งเป็นสระเดี่ยว 10 ตัว และสระประสม 11 ตัว แบ่งได้ตามตารางดังนี้

พยัญชนะเดี่ยว
คำอ่าน คียอก นีอึน ทีกึด รีอึน มีอึม พิอึบ ซีอด อีอึง ชีอึด ชี้อึด คี้อึด ที้อึด พี้อึด ฮี้อึด
พยัญชนะซ้อน
คำอ่าน ซังคียอก ซังทีกึด ซังพีอึบ ซังซีอด ซังชีอึด

 

สระเดี่ยว
คำอ่าน อา ยา ออ ยอ โอ โย อู ยู อือ อี
สระประสม
คำอ่าน แอ แย เอ เย เว วี วา แว วอ อูเว อึย

 

สระ ㅢ สามารถออกเสียงได้ 3 แบบ ได้แก่
1.ออกเสียง อึยเมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์แรกของคำ เช่น의사อ่านว่า อึย-ซา
2. ออกเสียง อี เมื่ออยู่กับㅇเป็นพยางค์หลังของคำ เช่น예의 อ่านว่า เย-อี และเมื่ออยู่คู่กับพยัญชนะอื่นในพยางค์แรกหรือพยางค์หลังของคำ เช่น저희 อ่านว่า ชอ-ฮี, 희망 อ่านว่า ฮี-มัง
3. ออกเสียง เอ เมื่อมีความหมายว่า ของ เช่น동생의 อ่านว่า ทง-แซง-เอ

อ้างอิง : ผศ.สิทธินี ธรรมชัย.  (2557).  ไวยากรณ์เกาหลีระดับต้น 초급한국어문법 (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น).

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 4

Written by jintana on December 11th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 4

ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงกับเดือนกันยายน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ช่วงโอฮิงัน(วันแบ่งฤดู)ฤดูใบไม้ร่วง ชาวญี่ปุ่นจะทำขนมฮางิโนะโมจิ หรือ โอะฮางิ เพื่อรับประทานในช่วงนี้ ส่วนช่วงโอฮิงัน(วันแบ่งฤดู)ฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงดอกโบตั๋นกำลังจะบาน จะทำขนมโบตาโมจิ

เดือนตุลาคมกลางฤดูใบไม้ร่วงอากาศจะอยู่ประมาณ 17 – 18 องศาเซลเซียส เป็นฤดูกาลที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสโทนส้มแดงของใบไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีก่อนที่จะร่วงโรยจากต้นเมื่อเปลี่ยนฤดูกาลอีกครั้ง ภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเหมือนใครสักคนเอาพรมไปปูไว้ เดือนนี้ชาวญี่ปุ่นจะนิยมทำขนมที่มีเปลือกเป็นรูปดอกเบญจมาศ มีลักษณะเป็นแป้งอบสองแผ่นสอดไส้ถั่วกวน เรียกว่า โมนากะ (คิกุโมนากะ) มาจากคำว่า พระจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญ  ซึ่งช่วงนี้ก็จะมีเทศกาลดอกเบญจมาศ ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนตุลาคม ถึง กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

บอกลาฤดูกาลแห่งใบไม้แดง ด้วยขนม โอริเบโจโยะเป็นขนมโจโยมันจูสีเขียวนิยมทำขึ้นเพื่อรับประทานกับน้ำชาในช่วงเดือนพฤศจิกายน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โอริเบมันจู  ส่งท้ายบทความนี้ด้วยเดือนธันวาคม และขนมยุกิโมจิ ขนมคินตงสีขาวสะอาด ทำจากมันยามาโตะและเหง้าของต้นลิลลี่เป็นขนมที่ชาวญี่ปุ่นทำเพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเพลิดเพลินกับหิมะ อย่างฤดูหนาวนั่นเอง

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 3

Written by jintana on December 9th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 3

เริ่มต้นฤดูร้อนกันที่เดือนมิถุนายนกับขนมมินัทซึกิ ที่นิยมรับประทานในเทศกาล นาโงชิโนะฮาราเอะ ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี ชาวญี่ปุ่นจะขอพรให้สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยตลอดครึ่งปีที่เหลือ ขนมชนิดนี้จะมีการโรยถั่วแดงไว้บนหน้าขนมสืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า สีแดงสามารถปัดเป่าโรคภัยทั้งหลายได้

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง และมีฝนตกอยู่เรื่อย ๆอากาศจะร้อนมากและมีความชื้นสูง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า ร้อนนึ่ง นอกจากอาหารดับร้อนอย่าง โซะบะเย็นๆ บะหมี่เย็น เบียร์ แตงโม แล้วนั้นยังมีขนมคุซุซากุระที่นิยมทำขึ้นในเดือนกรกฎาคม ทำจากแป้งคุซุ มีเนื้อใสสอดไส้ด้วยถั่วกวน โดยส่วนใหญ่ขนมญี่ปุ่นในฤดูร้อนจะทำจากแป้งคุซุ

ส่งท้ายฤดูกาลแห่งดอกไม้ไฟด้วยขนมแห้ง มิซุ จะทำขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งทำมาจากน้ำตาลเคี่ยวผสมสี เลียนแบบรูปร่างสายน้ำไหล เรียกว่า อารุเฮโต

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณมีความเขียวชอุ่มชุ่มชื้นด้วยสีเขียวของใบไม้ใบเขียวของ ซากุระ เมเปิ้ล โอ๊ค ตัดกับสีเขียวเข้มของต้นสนและต้นไผ่เป็นบรรยากาศที่ชวนให้คนออกมาร่วมเทศกาลดอกไม้ไฟและชมระบำพื้นเมืองอย่าง Bon Odori ที่เต็มไปด้วยสีสันให้หน้าร้อนดูมีชีวิตชีวาขึ้น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 2

Written by jintana on December 7th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น

ขนมที่เป็นตัวแทนของเดือนกุมภาพันธ์มีชื่อเรียกว่า อุงุยสุโมจิ เป็นขนมกิวฮิที่ผสมแป้งสีเขียวต่อมาเดือนมีนาคมเป็นขนมโมจิที่จะผสมผงของใบอ่อนหญ้าโยโมงิมีชื่อเรียกว่า คุสะโมจิ

เดือนเมษายนเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิที่เราจะได้ชมความงามของดอกซากุระได้อย่างเต็มอิ่ม เนื่องจากความสดใสของดอกไม้ทำให้มีเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆท่ามกลางความงามของธรรมชาติ ขนมในเดือนนี้คือ ซากุระโมจิมีสองชนิดคือ แป้งโดเหมียวยจิ(ข้าวบดแล้วตากแห้ง)ไส้ถั่วกวนแล้วนำไปนึ่ง และไส้ถั่วกวนห่อแป้งข้าวสาลีที่รีดเป็นแผ่นบางแล้วนำไปย่าง ทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่นนั้นนิยมใช้แป้งโดเหมียวจิมากกว่า

ปลายฤดูใบไม้ผลิอย่างเดือนพฤษภาคม ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานขนม โอโตชิบุมิ ทำมาจากถั่วขาวกวนผสมกับกิวฮิหรือ ที่มีชื่อเรียกว่า เนริกิริ ปั้นเป็นรูปใบไม้ห่อไส้ข้างใน คล้ายตัวด้วงที่นำใบไม้มาห่อตัวเพื่อวางไข่ ชื่อของขนมชนิดนี้พ้องเสียงกับคำว่า โอโตบุชิ ที่แปลว่าบัตรสนเท่ห์[1]ที่แกล้งทำหล่นไว้เพื่อให้คนอ่าน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นมีระยะเวลา 3 เดือน คือ มี.ค. – พ.ค. ขนมหวานที่นิยมคงไม่พ้นแป้งโมจิเหนียวนุ่มสอดไส้ด้วยถั่วกวนรสหวานลิ้น เข้ากันได้ดีกับการจิบชาร้อนที่ผ่านพิธีการชงชาอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางวิวของดอกซากุระที่กำลังผลิบาน เป็นเสน่ห์ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นสักครั้ง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

[1]น. จดหมายฟ้องหรือกล่าวโทษผู้อื่นโดยมิได้ลงชื่อหรือไม่ลงชื่อจริงของผู้เขียน.

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น 1

Written by jintana on December 5th, 2014. Posted in บทความ

ขนมหวานตามฤดูกาลของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นนับว่าเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมที่มีรสหวานหอมกลมกล่อม พร้อมรับประทานกับชาเขียว ที่ผ่านกรรมวิธีการชงอันมีเสน่ห์ในบทความนี้เราจะไปทำความรู้จักกับขนมหวานหลากชนิดของชาวญี่ปุ่นกัน

ขนมมีบทบาทที่สำคัญในเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ เรียกได้ว่ามาญี่ปุ่นช่วงไหนก็มีขนมอร่อยให้รับประทานตลอดปี ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ ขนมสด และขนมแห้ง

ประเภทของขนมสดมี 5 ประเภท ได้แก่

กิวฮิ จัดเป็นโมจิชั้นเลิศ ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวสีขาวที่นวดผสมกับน้ำ น้ำเชื่อมและน้ำตาล

เนริกิริ เป็นขนมใช้รับประทานในพิธีชงชา ทำมาจากถั่วขาวกวนผสมกับกิวฮิ และตกแต่งให้สวยงาม

คินตง เป็นเส้นใช้ตกแต่งรอบถั่วกวนที่ปั้นเป็นก้อน ทำมาจากถั่วกวนแล้วกดลงแป้นพิมพ์เพื่อให้ได้ออกมาเป็นเส้น

โจโยมันจูเป็นซาลาเปาไส้ถั่วกวน ตัวแป้งทำมาจากมันยามาโตะหรือมันทสีกุเนะ

อุยโร ชื่อนี้ได้มาจากยาของจีน มีลักษณะเหนียวนุ่ม ทำมาจากข้าวผสมกับน้ำตาลแล้วนำไปนึ่ง

วัตถุดิบในการทำขนมนั้นต่างกันออกไปตามฤดูกาล ทำให้ในแต่ละเดือนชาวญี่ปุ่นจะมีขนมรับประทานอย่างไม่ซ้ำกัน เหมือนเป็นตัวแทนของทั้งสิบสองเดือน

ในช่วงมกราคมของทุกปี ที่ตรงกับเช้าของวันขึ้นปีใหม่ ชาวญี่ปุ่นจะรับประทานน้ำชากับฮานาบิระโมจิ เป็นโมจิชนิดหนึ่ง ทำมาจากรากโกโบ และถั่วกวนมิโสะ ห่อด้วยแป้งกิวฮิ มีที่มาจากขนมชาววังในสมัยเอโดะที่ถูกเรียกว่า “คิวชูโซนิ” ต่างเพียงวัตถุดิบที่ใช้ปลาอายุแทนรากโกโบ และมิโสะขาวของซุปโซนิแทนถั่วกวนมิโสะ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

7 เทพเจ้าแห่งความสุข(ต่อ)

Written by jintana on December 3rd, 2014. Posted in บทความ

7 เทพเจ้าแห่งความสุข(ต่อ)

บทความที่แล้วเราพูดถึงเทพทั้ง 3 องค์ได้แก่ เทพเจ้าไดโกกุเตนเทพเอบิสุและเทพบิชามนเตน  ซึ่งมีความเชื่อในการเคารพบูชาต่างกัน ยังมีเทพอีก 4 องค์ที่คนญี่ปุ่นให้ความเคารพบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเจ็ดวันขึ้นปีใหม่

เทพเบนไซเตน เป็นเทพเจ้าแห่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย หรือ เทพเจ้าแห่งเสียงดนตรีจากสายน้ำ วิชาการ ความรู้ รูปจำลองเป็นหญิง ในมือทั้งสองข้างถือพิณบิวะ บางความเชื่อถือเป็นเทพแห่งความสมบูรณ์พูนสุข และมีชื่อเรียกต่างกันออกไป คือ เบนเตน เบนไซเตน หรือ เมียวอนเตน

เทพฟุกุโรจุกุ และเทพจุโรจิน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเทพทั้งสององค์นี้เป็นเทพแห่งการมีอายุยืนยาว จึงมีหนวดเคราสีขาวยาว พร้อมกับถือไม้เท้าที่มียอดขมวดเป็นขด ฟุกุโรจุกุ คือเทพแห่งพรสามประการ ได้แก่ ความรุ่งเรือง ทรัพย์สมบัติ และอายุวัฒนะ มีนกกระสาคอยติดตาม ส่วนจุโรจิน คือ เทพแห่งการมีชีวิตยืนยาว เชื่อกันว่าคือปราชญ์ชาวจีน “เล่าจื้อ” มีกวางคอยติดตาม เชื่อว่าเนื้อกวางเป็นยาอายุวัฒนะ ในมือจะถือพัดหรือลูกท้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตยืนยาว

เทพโฮเตโอโช มีตัวตนอยู่จริง เป็นนักบวชนามว่า “ชี่ฉื่อ” ในสมัยราชวงศ์โฮว่เหลียงของประเทศจีน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่คุ้มครองให้สามีภรรยาอยู่กันกันอย่างสุขสงบร่มเย็น บ้างเชื่อกันว่าเป็นรูปอวตารของพระเมตไตรยโพธิสัตว์ลงมาจุติ รูปจำลองนั้นเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นท้องอ้วนกลม แบกถุงผ้า เป็นที่เคารพบูชาเพราะสามารถเห็นลางร้ายและทำนายอนาคตได้

สังเกตได้ว่าเทพเจ้าความเชื่อของชาวญี่ปุ่นมีที่มาและความหมายในการบูชาไม่ต่างจากชาวจีน หรืออินเดีย หรือแม้กระทั่งคนไทยเชื้อสายจีนในบ้านเรา นั่นบ่งบอกได้ว่ามนุษย์เรานั้นผูกพันกับความเชื่อเหล่านี้มาอย่างทุกยุคสมัยและไร้พรมแดนทางเชื้อชาติอีกด้วย

7 เทพเจ้าแห่งความสุข

Written by jintana on December 1st, 2014. Posted in บทความ

7 เทพเจ้าแห่งความสุข

ความเชื่อในเทพเจ้าปรากฏอยู่ทุกศาสนา ประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้า สืบเนื่องด้วยความเชื่อทางศาสนาพุทธ ความเชื่อเก่าแก่ของญี่ปุ่น ความเชื่อของชาวจีน บวกกับตำนานโบราณของอินเดีย ผสานกันเป็นความเชื่อในเทพเจ้าแห่งความสุขทั้ง 7 ที่คนญี่ปุ่นนิยมสักการะใน 7 วันแรกของปีใหม่

เทพเจ้าไดโกกุเตนหรือ เทพมหากาฬ ตามตำนานอินเดียโบราณ เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ตามความเชื่อของชาวจีน ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมตั้งเอาไว้ภายในห้องครัว เทพเจ้าไดโกกุเตนส่วนใหญ่มักแบกถุงเงินไว้บนบ่า มือขวาถือค้อนวิเศษ และยืนอยู่บนกระสอบข้าว และสวมหมวกที่มีชื่อเรียกว่า ไดโกกุซุกิน

เทพเอบิสุ หมายถึง เทพเจ้าของคนต่างถิ่น ถือกำเนิดมาจากตำนานญี่ปุ่นโบราณ เป็นที่เคารพอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ทำการค้าขาย และชาวเรือประมง ชาวประมงมีความเชื่อว่าเป็นเทพที่นำอาหารทะเลมาให้ มือขวาของเทพเอบิสุนั้น จะถือคันเบ็ด มือซ้ายอุ้มปลา รวมไปถึงใบหน้าที่มีรอยยิ้มทั้งหน้าเรียกว่า ใบหน้าของเอบิสุ

เทพบิชามนเตนหรือ จตุเทพทามนเตน ในตำนานโบราณของอินเดีย ภายหลังการก่อตั้งพระพุทธศาสนา เป็นเทพแห่งสงคราม รูปจำลองจะสวมชุดเกราะมือขวาถืออาวุธ มือซ้ายถือเจดีย์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 7

Written by jintana on November 4th, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 7

เรื่องราวเทศกาลสำคัญของกลุ่มประเทศในอาเซียนก็เดินทางมาถึงบทสุดท้าย ต้องบอกว่าแต่ละประเทศยังมีเทศกาลอีกมากมายที่เราไม่ได้หยิบยกมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทั่วไปทั้งหนังสือและเว็บไซต์ต่าง ๆ

บทความนี้เราจะพูดถึงวันของชาวอาเซียน เป็นวันที่ทุกคนควรทราบเอาไว้เพื่อต้อนรับการก้าวสู่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Association of South East Asian Nations) หรือ อาเซียน (ASEAN)ด้วยเหตุผลของการก่อตั้งสมาคมอาเซียนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 จึงถือให้ในวันนี้ของทุกปีเป็นวันอาเซียน (ASEAN Day)  แรกเริ่มของการก่อตั้งสมาคมอาเซียนอย่างที่เรารู้จักกันในวันนี้ เดิมเกิดขึ้นจากปฏิญญากรุงเทพ หรือ The Bangkok Declaration ซึ่งมีแค่เพียง 5 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อจากนั้นก็มีประเทศบรูไนดารุสซาลาม(2527) เวียดนาม(2538) ลาว พม่า(2540) และกัมพูชา(2542) เข้าร่วมเป็นสมาชิกตามลำดับ

วันสำคัญอีกวันที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะประเทศใดก็ตามนั่นคือ วันแม่แห่งชาติ ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนก็มีวันแม่ของตนเองต่างกันออกไป ได้แก่ วันแม่ของอินโดนีเซียตรงกับวันที่ 22 ธ.ค. เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวัน HariIbu , ประเทศเวียดนามนั้นตรงกับวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันสตรีสากล และอย่างที่ทราบกันดีว่าวันแม่ของประเทศไทยนั้นตรงกับวันที่ 12 ส.ค. ของทุกปี นอกเหนือจากนั้นมีวันแม่ตรงกับวันอาทิตย์ที่สองของเดือน พ.ค. ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสหรัฐอเมริกาและยังตรงกับวันแม่ในอีกหลายประเทศของโลกอีกด้วย

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 6

Written by jintana on November 2nd, 2014. Posted in บทความ

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 6

หากพูดถึงประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำมันมากที่สุดในอาเซียนคงเป็นประเทศใดไปไม่ได้นอกจากประเทศบรูไน ด้วยความที่เป็นประเทศที่เล็กทำให้ประชากรมีเพียง 400,000 คนเท่านั้น แต่รายได้เฉลี่ยของประชากรสูงเป็นอันดับสองของกลุ่มประเทศอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ทำให้บรูไนเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานตามมา

ประชากรส่วนใหญ่ของบรูไนนับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาคือพุทธ คริสต์ ฮินดูและความเชื่อพื้นเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ ด้วยเหตุนี้เทศกาลส่วนใหญ่จึงมีความคล้ายคลึงกับประเทศที่มีชาวมุสลิมซึ่งได้แก่ มาเลเซียและอินโดนีเซีย เช่น เทศกาลรอมฎอน (Month of Ramadan) หรือการถือศีลอดที่เรารู้จักกันดีซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม เทศกาลอีดิลฟิฏริ (Hari Raya Puasa) การเป็นบริจาคทานเมื่อสิ้นสุดเดือนรอมฎอน(เดือนเก้า) และเริ่มต้นวันแรกของเดือนสิบ เรียกอกอย่างหนึ่งว่า เชาวัล  และวันอีดิลอัฏฮา (Eidu Al-Adha) ตรงกับวันที่ 10 เดือน 12 ตามปฏิทินอิสลาม พิธีกรรมที่สำคัญคือการเชือดสัตว์พลีทานอย่างวัว แพะ และแกะ เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้อื่นเป็นการทำทาน

นอกจากพิธีกรรมทางศาสนาแล้วยังมีวันสำคัญอีกสองวันที่เราควรรู้ได้แก่ วันชาติบรูไน (Brunei Nation Day) ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2527 ในอดีตวันนี้เป็นวันสำคัญของประเทศบรูไน เนื่องจากเป็นวันประกาศอิสรภาพจากการอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศอังกฤษมาเป็นเวลา 95 ปี ชาวบรูไนจึงถือเอาวันนี้เป็นวันชาติ และวันเฉลิมพระชมพรรษาสมเด็จพระราชาธิบดี (His Majesty the Sultan’s Birthday) เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านองค์ปัจจุบัน(องค์ที่ 29) คือสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญีฮัสชานัล โบเกียห์มูอิชชัดดิน วัดเดาละห์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบรูไนตรงกับวันที่ 15 ก.ค. ของทุกปี จะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเทิดพระเกียรติแด่องค์สุลต่าน

(โปรดติตามตอนต่อไป)