Author Archive

อร่อย อร่อย กับรสชาติของเมืองนักสู้วัว

Written by jintana on July 10th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศสเปน หรือ ราชอาณาจักรสเปน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเนื่องจากมีหลายประเทศที่เข้ามามีอิทธิพลกับประเทศนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากอิทธิพลของชาวยิวและชาวมัวร์ ชาวมัวร์นั้นเป็นชาวอิสลามจากแอฟริกามีอำนาจปกครองสเปนอยู่นานมาก ทำให้อาหารสเปนนั้นจึงมีวัตถุดิบและรสชาติที่หลากหลายในแบบฉบับชาวมัวร์ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆอยากที่จะลิ้มลองสักครั้ง

อาร์โรซเนโกร (Arroz Negro) ข้าวผัดอาหารทะเลที่มีสีสันน่าจดจำด้วยหมึกดำจากปลาหมึก
โกซีโด (Cocido) สตูว์เนื้อที่ผสมผสานไปด้วยถั่วหลายชนิด
คามอนเซร์ราโน (Jamón serrano) แฮมหมักใช้เวลาร่วมปี เมื่อพูดถึงแฮมแล้วชาวสเปนนิยมรับประทานแฮมมาก มากถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแฮมกันเลยทีเดียว
ปาเอยา (Paella) ข้าวผัดเนื้อหรืออาหารทะเลใส่หญ้าฝรั่นและน้ำมันมะกอก มีหลากหลายแบบให้เลือกรับประทาน น้ำมันมะกอกก็เป็นอีกวัตถุดิบหนึ่งที่ชาวสเปนนิยมนำมาปรุงอาหารซึ่งแหล่งผลิตใหญ่ ๆก็มีอยู่ทางใต้ของสเปน
ฟีเดวา (Fideuà) บะหมี่จากเมืองบาเลนเซีย บาเลนเซียเป็นเมืองอุตสาหกรรมริมชายฝั่งโกสตาเดลอาซาอาร์ (Costa del Azahar) และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสเปน

ในสเปนนั้นมีการใช้เครื่องเทศในการปรุงอาหารอยู่บ้าง เช่น กระเทียม หัวหอม อาริกาโน โรสแมรี่ และโหระพา และที่แปลกอีกเรื่องหนึ่งก็คือแม้ชาวสเปนจะชอบ ทานเนื้อวัว แกะ ไก่ หมู แต่ก็จะไม่นิยมนำมาอบ แต่นิยมปิ้ง ย่างมากกว่า

มารู้จักภาษารัสเซียกันเถอะ

Written by jintana on July 8th, 2013. Posted in บทความ

ภาษารัสเซียนั้นเป็นอีกภาษาหนึ่งที่มีความเป็นมายาวนาน มีความสำคัญมาในยุคที่สหภาพโซเวียตรุ่งเรือง มีหลักฐานปรากฏในเอกสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และถูกจัดให้เป็นภาษาที่ยากติดอันดับต้น ๆด้วย ภาษารัสเซียมีภาษาเขียนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จัดอยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งสัมพันธ์กับ ภาษาสันษกฤต ภาษากรีกและ ภาษาละติน รวมทั้งกลุ่มภาษาเจอร์เมนิก โรมานซ์ และเคลติก (หรือเซลติก) ยุคใหม่ (ภาษาอังกฤษ ภาษาไอริช และภาษาฝรั่งเศส)

กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษารัสเซียนั้น นอกจากรัสเซียแล้วก็ยังมีกลุ่มประเทศที่เคยรวมอยู่ในการปกครองของสหภาพโซเวียต ได้แก่ โปแลนด์ บัลแกเรีย สาธารณรัฐเชก สโลวาเกีย ฮังการี โรมาเนีย อัลเบเนียและคิวบา หรือประเทศในกลุ่มกติกาสัญญาวอร์ซอ

อักษรที่ใช้เขียนภาษารัสเซียเรียกว่าอักษรซีริลลิก มีอยู่ทั้งหมด 33 ตัว ภาษารัสเซียนั้นจะออกเสียงยากแค่ไหน และเขียนยากเพียงใด เราเลยนำตัวเลขในภาษารัสเซียมาให้อ่านกันค่ะ

ตัวอักษรภาษารัสเซีย คำอ่าน ความหมาย ตัวอักษรภาษารัสเซีย คำอ่าน ความหมาย
один อาดีน หนึ่ง шесть เชสต์ หก
два ดวา สอง семь เซม เจ็ด
три ตรี สาม восемь โวซีม แปด
четыре เชียตึยรี สี่ девять เดเวียท เก้า
пять เปียท ห้า десять เดเสียท สิบ

เวนิสดินแดนแห่งสายน้ำ

Written by jintana on July 6th, 2013. Posted in บทความ

เวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) เป็นเมืองหนึ่งของอิตาลีที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน เนื่องจากความงดงามด้านศิลปะ และเสน่ห์ของประวัติศาสตร์อันยาวนาน เวนิสตั้งอยู่ในแคว้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศ ชื่อว่าแคว้นเวเนโต เป็น 1 ใน 20 แคว้นของอิตาลีที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมืองเวนิสถูกห้อมล้อมไปด้วยผืนน้ำ จึงทำให้การคมนาคมหลัก ๆคือทางน้ำ นับว่าเป็นจุดเด่นและเสน่ห์ของที่นี้ คลองที่คดเคี้ยวและวิวทิวทัศน์ของวิถีชีวิตคนเมืองเวนิสสลับกับร้านค้า อาคาร บ้านเรือนสไตล์คลาสสิก ยิ่งทำให้ชวนหลงใหล ความสวยงามของเมืองเวนิสนั้นโดดเด่นจนได้รับฉายามากมาย ได้แก่ ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

ที่มาของเมืองนี้คือการสร้างเมืองขึ้นเพื่อเชื่อมหมู่เกาะเล็ก ๆทั้ง 118 เกาะ ในบริเวณทะเลสาบน้ำเค็มเวนิเทีย(Venetian Lagoon)เข้าด้วยกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งปากแม่น้ำโปและแม่น้ำพลาวิ (Po and the Piave Rivers) เป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก(Adriatic Coast)ในภาคเหนือของอิตาลี จากนั้นเมื่อปี 1987 เมืองเวนิสและทะเลสาบได้ถูกยกให้เป็นมรดกโลก

เยอรมันมีมากกว่าไส้กรอกกับเบียร์

Written by jintana on July 4th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศเยอรมนี เป็นอีกประเทศที่เรารู้จักกันดี และนิยมไปเยี่ยมเยือนกันอยู่บ้าง ทำให้อาหารของเยอรมันมักจะกลายมาเป็นเมนูของร้านอาหารในบ้านเรามากอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกสารพัดรูปแบบ หรือขาหมูเยอรมันที่บางครั้งเราอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าที่เยอรมันจะมีไหม

มื้อเช้าสำหรับคนเยอรมันมีทานเพียงขนมปังกับชาหรือกาแฟรองท้องเท่านั้น หรือ ธัญพืชกับนม ธัญพืชกับโยเกิร์ต แต่จะไม่ใช่ Cornflake ชนิดต่าง ๆแบบอเมริกา เพราะชาวเยอรมันเห็นว่าไม่มีคุณค่าสารอาหารเท่าใดจึงไม่เป็นที่นิยม ในช่วงวันหยุดจะมีวัฒนธรรมการรับทานอาหารแบบควบมื้อเช้าและกลางวันที่เรียกว่ามื้อ Branch โดยจะทานขนมปังกับเครื่องต่าง ๆพร้อมไข่ลวก และชาหรือกาแฟ

มื้อเที่ยงนั้นชาวเยอรมันไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก หากเป็นเด็กนักเรียนก็จะเลิกประมาณบ่ายโมงและกลับมาทานมื้อเที่ยงได้ที่บ้านพอดี โดยการนำอาหารมื้อเย็นที่เหลือมาอุ่น หรือไม่ก็อาจจะเป็นขนมปังกับผลไม้หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนมื้อเย็นชาวเยอรมันให้ความสำคัญมากเพราะเป็นมื้อที่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตารับประทานอาหารด้วยกันทั้งครอบครัว ประเภทอาหารก็มีหลากหลายเช่น Spargel mit Hollandaise Sauce (หน่อไม้ฝรั่งกับซอสรสชาติเปรี้ยว) , Wiener Schnitzel (หมูชุบแป้งทอดที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศออสเตรเลีย) , Wurst (ไส้กรอกทอดหรือย่างทานคู่กับขนมปังหรือเฟรนช์ฟราย) , Schweinshaxe (ขาหมูทอดกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับมันฝรั่งบดและกะหล่ำปลีม่วงดองเปรี้ยว) เป็นต้น

พระราชวังมรดกโลกที่ปารีส

Written by jintana on July 2nd, 2013. Posted in บทความ

หากเอ่ยถึงประเทศฝรั่งเศสคงไม่มีใครไม่รู้จักกรุงปารีส และเมื่อเอ่ยถึงปารีสคนก็คุ้น ๆในพระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) ที่เป็นหนึ่งในมรดกโลกอันล้ำค่า พระราชวังแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยห์ที่ 13 พระองค์ทรงโปรดปรานการล่าสัตว์ป่ามาก และเมื่อเสด็จถึงเมืองแวร์ซายก็ทรงพระดำริให้สร้างพระตำหนักไว้ที่นี้เมื่อปี พ.ศ.2167 ช่วงแรกนั้นก็เป็นแค่กระท่อมเล็ก ๆเท่านั้น ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าหลุย์ที่ 14 ก็เริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิม ด้วยเหตุว่าอยากให้มีพระราชวังใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครอง เมื่อปีพ.ศ. 2204 ได้มีการการปรับปรุงพระตำหนักทั้งภายในและภายนอก ใช้เงินไปทั้งสิ้น 500,000,000 ฟรังค์ ใช้คนงาน 30,000 คน และระยะในการสร้างราว ๆ30 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2231 แต่สุดท้ายเมื่อปีพ.ศ.2332 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกยึดครองโดยประชาชน เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ใช้ภาษีของประชาชนสร้าง ซึ่งเป็นยุคที่ฝรั่งเศสกำลังประสบวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจ มีผลทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อองตัวเนต (Marie-Antoinette) ถูกจับประหารชีวิตด้วยกิโยติน (เครื่องประหารสมัยโบราณ)

ภายในพระราชวังนั้นทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว และถูกแบ่งเป็นห้อง ๆหลายห้อง เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ เป็นต้น ทั้งทุกห้องยังตกแต่งด้วยศิลปะที่วิจิตรงดงามน่าชื่นชม ในการเดินชมพระราชวังนั้น อนุญาตให้ถ่ายรูปได้เฉพาะบางห้องเท่านั้น

เที่ยวซีอานเยือนสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้

Written by jintana on June 28th, 2013. Posted in บทความ

ซีอาน มีชื่อเดิมว่า ฉางอาน หมายความว่า “ความสงบสุขชั่วนิรันดร์” เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 ของเมืองที่สุดในประเทศจีน มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 3,100 ปี เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีประชากรอยู่ค่อนข้างมาก เป็นเขตอากาศอบอุ่นและมีฝนตกมาก

สถานที่ท่องเที่ยวของซีอานที่เลื่องชื่อนั้นคงเป็นสุสานของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” หรือ สุสานจักรพรรดิฉินที่ 1 หรือ สุสานฉินสื่อหวง (秦始皇兵马俑 : ฉินสื่อปิงหมาหย่ง หมายความว่า หุ่นทหารและม้าของฉินสื่อหวง) สุสานแห่งนี้ถูกขุดพบโดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ชื่อ “หยางจื้อฟา” เมื่อวันที่  29 มีนาคม พ.ศ. 2517 ขณะที่กำลังขุดบ่อน้ำ บริเวณเขาหลีซานห่างจากตัวเมืองซีอานไปทางตะวันออกประมาณ 35 กิโลเมตร ปัจจุบันค้นพบวัตถุโบราณรวมทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ประกอบด้วย กองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้า และม้าศึก สุสานแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่า 2,180 ตร.กม. โครงสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยนผืนผ้า มีความลึกประมาณ 35 เมตร กว้าง 145 เมตร ยาว 170 เมตร ขุดค้นพบแล้ว 3 หลุมจากทั้งหมด 8 หลุม ความยิ่งใหญ่มหึมาของสุสานแห่งนี้แสดงถึงศักยภาพอันใหญ่ยิ่งของจักรพรรดิฉินที่ 1 ตามประวัติศาสตร์แล้ว จักรพรรดิจีนทุกพระองค์ล้วนต้องการ 2 สิ่ง คือ ยาอายุวัฒนะ และการสร้างสุสานมโหฬารเพื่อเป็นที่ประทับไปชั่วกาล สุสานฉินสื่อหวง หรือสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อพ.ศ. 2530อีกด้วย

มารยาทเบื้องต้นของชาวอาหรับ

Written by jintana on June 15th, 2013. Posted in บทความ

ดินแดนที่สำคัญสำหรับตะวันออกกลางที่อุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอย่างกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งประกอบไปด้วย คูเวต เยเมน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอาหรับในภูมิภาคเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ระหว่างทวีปเอเซียและทวีปแอฟริกา ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย และนับถือศาสนาอิสลาม เรื่องมารยาทของชาวอาหรับนั้นจึงเคร่งครัดตามธรรมเนียมแบบแผนของชาวมุสลิม

มารยาทเบื้องต้นเมื่อยามเจอกัน จะทักทายด้วยการพูดคุยตามปกติ ฝ่ายชายจะไม่จับมือผู้หญิงก่อน เว้นแต่ผู้หญิงจะยื่นมือให้จับก่อน การประชุมหรือพูดคุยกันนั้น ในช่วงแรกจะมีการทักทายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากรีบรุกพูดเรื่องธุรกิจมากเกินไปอาจจะถูกต่อต้านได้เพราะจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามอึดอัด เมื่อรับประทานอาหาร ชาวอาหรับไม่นิยมใช้มือซ้ายหยิบจับหรือยื่นอาหาร ถ้วยชา-กาแฟ แก้วน้ำให้ผู้อื่น และห้ามรับประทานอาหารโดยใช้มือซ้าย  มารยาทที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้ถูกเชิญไปเป็นแขก ไม่ควรนำ อาหาร เครื่องดื่ม หรือของขวัญไปในงานของเจ้าภาพ รวมทั้งเมื่อขณะอยู่ในงานก็ไม่ควรจะปฏิเสธ ชา-กาแฟที่เจ้าภาพให้เพราะเป็นการเสียมารยาทมาก และไม่ควรดื่มเกิน 3 ถ้วย ทั้งนี้การอยู่ในงานที่เราเป็นฝ่ายถูกเชิญไปนั้น เราควรอยู่ให้ถึงช่วงเวลาดื่มชา-กาแฟมื้อสุดท้าย หากกลับก่อนถือเป็นการเสียมารยาทมาก  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหมูเป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนา เว้นเสียแต่บางกลุ่มประเทศจะอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ หากดื่มแล้วขับรถขณะมึนเมาก็จะมีโทษหนักมาก

การร่วมโต๊ะกับคนเกาหลี

Written by jintana on June 13th, 2013. Posted in บทความ

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเซียที่ยังเคร่งเรื่องมารยาทและประเพณีเดิมอยู่มาก มารยาทสำหรับคนเกาหลีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นการปฏิบัติตนกับผู้อาวุโสกว่ายิ่งสำคัญ และไม่ควรทำผิดพลาด การรับประทานก็เป็นมารยาททางสังคมที่ควรศึกษาไว้เพื่อการเข้าสังคม

อุปกรณ์ที่คนเกาหลีใช้ในการรับประทานอาหารจะมีช้อนไว้ตักข้าว และตะเกียบไว้คีบกับข้าว สิ่งสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาดก็คือการปักช้อนหรือตะเกียบลงไปกลางถ้วยข้าว เพราะคนเกาหลีถือว่าเป็นการเรียกวิญญาณมากินข้าว ในระหว่างที่ทานข้าวห้ามยกถ้วยข้าวขึ้นมาเด็ดขาดเพราะเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติผู้ร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งต่างจากคนที่ญี่ปุ่นที่ต้องยกถ้วยข้าวเวลาทานข้าวเพราะจะแสดงถึงความขยันในการทำงาน เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารควรรอให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าหยิบช้อนและตะเกียบขึ้นมารับประทานอาหารก่อน และเมื่อรับประทานเสร็จก็ควรวางช้อนและตะเกียบทีหลังผู้อาวุโสกว่าเช่นกัน ขณะที่รับประทานอาหารอย่าถือช้อนและตะเกียบในมือเดียวกัน ให้หยิบใช้ทีละอย่างและห้ามวางช้อนและตะเกียบในชามหรือจานใด ๆ และเมื่อรับประทานเสร็จก็ให้วางช้อนและตะเกียบไว้ในที่เดิม

คนเกาหลีจะชอบดื่มโชจู(เหล้า)ระหว่างการรับประทานอาหาร การรินเหล้านั้น เมื่อรับเหล้าจากผู้ใหญ่ต้องรับด้วยสองมือและต้องรินเหล้าให้ผู้ที่ให้เหล้าเราด้วย ขณะที่ดื่มผู้อายุน้อยกว่าต้องหันหน้าออกจากผู้อาวุโสตอนที่ตนเองดื่มเหล้า ห้ามดื่มต่อหน้าเด็ดขาด

แวะกรุงโรมชมศิลปะที่มิลาน

Written by jintana on June 9th, 2013. Posted in บทความ

        ประเทศอิตาลีเป็นประเทศหนึ่งที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด เสน่ห์ของอิตาลีคือความไม่เร่งรีบของคนในประเทศ บวกกับบรรยากาศที่ชวนฝันสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ภาพเขียนในยุคโบราณแสนคลาสสิก ความแตกต่างอย่างชัดเจนทำให้ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนประเทศอิตาลีล้วนอยากกลับมาอีกครั้งเพื่อดื่มด่ำกับความงามเหล่านี้
        มิลาน หรือ มิลาโน(Milano) เป็นเมืองหนึ่งในอิตาลีที่นักท่องเที่ยวชอบจะมาเยือนไม่แพ้โรมหรือเวนิส มิลานมีชื่อเสียงด้านแฟชั่นและศิลปะที่ได้รับการยกย่องเทียบเท่ากับ ปารีส ลอนดอน นิวยอร์กและโรม เยี่ยมชมจิตรกรรมฝาผนัง “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย” ที่เขียนโดย ลีโอนาโด ดาวินชี ในหอฉันของคอนแวนต์ ที่โบสถ์ซานตามาเรีย เดอ กราซี (Santa Maria delle Grazie) แวะชมศิลปะแบบโกธิคที่วิหารดูโอโม่(Duomo Cathedral) สถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 500 ปี สามารถจุคนได้ 40,000 คน เป็นสิ่งก่อสร้างในยุคโรมันรุ่งเรือง
        กรุงโรม(Rome) เป็นเมืองหลวงของอิตาลีที่ในอดีตเคยเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและมีบทบาทมากที่สุดในอารยธรรมตะวันตก กรุงโรมมีสิ่งก่อสร้างที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตอย่าง โคลอสเซียม(Colloseum) สนามกีฬากลางแจ้งใจกลางกรุงโรม และพระราชวังวาติกัน (Vatican Palace) เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาประมุขฝ่ายศาสนาคริสต์ นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของศาสนาคริสต์

 

เยือนมิวนิกเยี่ยมเมืองไส้กรอก

Written by jintana on June 8th, 2013. Posted in บทความ

 
        มิวนิก (Mumich) นับว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเยอรมัน เสน่ห์ของเมืองนี้เขาว่ากันว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกที่แขวนเรียงรายยั่วน้ำลายไส้กรอกเลิฟเวอร์ หรือการจิบเบียร์กับบรรยากาศที่ชิล ๆ ในเมืองที่หลายล้อมไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมที่งดงาม

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงมิวนิก อย่างแรกก็คือ เฟราอินเคียเชอ (The Frauenkirche) โบสถ์พระแม่มารีรูปทรงหัวหอมคู่ที่สามารถขึ้นข้างบนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามรอบโบสถ์ได้นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของมิวนิกอีกอย่างหนึ่ง ต่อไปก็คือลานกว้างที่เป็นหัวใจของมิวนิกนั้นก็คือ จัตุรัสมาเรียน (Marienplatz) จุดเด่นของที่นี้ก็คือ หอระฆังที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำทุก ๆ 11 โมงเช้าในฤดูหนาว และ 5 โมงเย็นในฤดูร้อน ถัดไปอีกนิดมีตลาดสดโบราณที่ถูกค้นพบเมื่อปี1807 ชื่อว่า ตลาดวิคทัวเลียน (Viktualienmarkt) แน่นอนว่าเมื่อมาถึงมิวนิกแล้วก็ควรจะแวะเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่าง เรสซิเดนซ์ (Residentz) พระราชวังที่มีห้องมากถึง 130 ห้อง เป็นที่จัดแสดง ภาพเขียน เครื่องเคลือบ เครื่องเงิน และเฟอร์นิเจอร์ จุดเด่นของที่นี้คือห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์อันสวยงามควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง อีกสองสถานที่ที่จะทำให้เราดื่มด่ำไปกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมในมิวนิกก็คือ พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace) ชม Gallery Beauties ที่แสดงจัดแสดงภาพวาดสาวงาม 36นางในสังคมมิวนิกของพระเจ้าลุดวิกที่ 1และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรีย (Bavarian National Museum) ที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของยุโรปในยุคต่าง ๆ สุดท้ายชมโรงเบียร์เก่าแก่ชื่อดังในมิวนิกอย่างฮอฟบราวเฮ้าส์ (Hofbrauhauss) ที่คนรักเบียร์ไม่ควรพลาด