Author Archive

นิทานรัสเซียเรื่อง ดอกไม้ของมาช่า (ต่อ)

Written by jintana on August 11th, 2013. Posted in บทความ

ทันใดนั้นเองขณะที่เธอร้องไห้เสียใจไร้หนทางอยู่นั้น ก็มีแสงไฟสลัว ๆออกมาจากความมืดและหนาวเย็นของป่า เธอค่อย ๆเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างล้มลุกคุลกคลานสักพัก ก็เห็นที่โล่งและเห็นกองไฟที่ชายทั้ง 12 คน นั่งล้อมมันอยู่ ยังไม่ทันจะหลบเธอก็ต้องตกใจเข้ากับเสียงของเฒ่าชายชราคนหนึ่ง “นั่นใครน่ะ! เธอมาทำอะไรที่นี้”

“หนูเข้ามาเพื่อมาเก็บดอกไม้” มาช่าตอบด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อของเด็กสาวไร้เดียงสา ชายเฒ่าผู้นั้น หัวเราะพร้อมกับถามว่า “ดอกไม้ในเดือนมกราคมนี่น่ะเหรอ”  “แม่เลี้ยงสั่งให้หนูมาเก็บค่ะ และบอกว่าถ้าหาไม่ได้ไม่ต้องกลับบ้าน” มาช่าตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ

“แล้วจะหาจากไหนล่ะ แม่หนูเดือนนี่ดอกไม่มันไม่มีหรอก จะมีอีกทีก็เดือนมีนาคมโน่นแหละ แล้วหนูจะทำอย่างไร”

“หนูคงต้องอยู่ในป่าจนถึงเดือนมีนานั่นแหละค่ะ จะทำอย่างไรได้ในเมื่อดอกไม้ไม่มี หนูก็กลับบ้านไม่ได้” น้ำตาของเด็กสาวไหลออกมาไม่หยุดพร้อมเสียงสะอื้น

“พี่ชายมกรา ขอเวลาแก่ข้าสักชั่วโมงเถิด” ชายใน 12 คนลุกขึ้นมากล่าวกับชายเฒ่าผู้นั้น

“ได้สิ แต่ความจริงกุมภาจะต้องมาก่อนมีนานะ” เฒ่ามกราว่า

“ให้เขาเถอะ เราคุ้นเคยกับเธอดี เฝ้ามองเธอตลอดเวลาที่ทำงานน่ะ” ชายอาวุโสกุมภากล่าว แล้วรับไม้กายสิทธิ์จากเฒ่ามกรา แล้วลมก็พัดแรงจนหิมะปลิวหายไป และทันทีที่ชายอาวุโสกุมภายื่นไม้ให้มีนา ป่าที่เคยถูกปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลนก็กลายเป็นป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมากมาย

มาช่าตั้งใจเก็บดอกไม้มากมายแล้วเดินทางกลับบ้านด้วยความดีใจ เมื่อมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงตกใจมากที่นางไปหาดอกไม้ได้ ส่วนโซย่าก็ยิ่งสงสัยมากกว่านางจึงเดินทางเข้าป่าเพื่อหวังว่าจะมีดอกไม้มากมายให้นางเก็บ แต่ตรงกันข้ามเมื่อนางพบกับชายทั้ง 12 คน นางแสดงกริยาก้าวร้าว ไม่น่ารัก เฒ่ามกราจึงทำให้เกิดพายุหิมะ จนนางไม่สามารถออกจากป่าได้และหนาวตายอยู่ในนั้น ส่วนแม่เลี้ยงก็ออกตามหาลูกสาวจนหนาวตายกลางป่าอยู่เช่นกัน

จากนั้นมาช่าได้แต่งงานและมีลูกหลานมากมายอยู่กันอย่างมีความสุข เล่ากันว่าบ้านของนางรายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ตลอดทั้งปี อย่างนี้กระมังที่เขาบอกต่อกันว่านางเป็นคนที่ได้เห็นเดือนทั้ง 12 เดือนพร้อม ๆกัน…

นิทานรัสเซียเรื่อง ดอกไม้ของมาช่า

Written by jintana on August 7th, 2013. Posted in บทความ

ณ หมู่บ้านเล็ก ๆแห่งหนึ่ง มีหญิงม่ายคนหนึ่ง นางอาศัยอยู่ลูกสาวและลูกเลี้ยง ลูกสาวของนางมีนามว่า โซย่า ส่วนลูกเลี้ยงนั้นมีนามว่า มาช่า มาช่าเป็นเด็กที่ขยันทำงาน วันหนึ่งวันของเธอหมดไปกับงานมากมายไม่เคยได้หยุดพัก เธอต้องสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ห่มผ้าขาด ๆ ยามฤดูหนาวก็หนาวแทบขาดใจ ยามร้อนก็ร้อนแทบตาย พอถึงช่วงใบไม้ร่วงก็ต้องทนกับลมที่เย็นจับใจ ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตรงข้ามกับโซย่า เธอเป็นเด็กสาวขี้เกียจ การงานไม่เคยแตะ วัน ๆเอาแต่กินขนมลูกกวาดมากมาย แล้วก็นอน เธอมีเสื้อผ้าสีสันสดใสใส่สวย ๆ มีผ้าห่มดีไว้อุ่นกาย

จนกระทั่งวันหนึ่งกลางเดือนมกราคม ซึ่งหิมะกำลังตกอากาศหนาวเย็น ต้นไม้ไม่ผลิดอกออกผลเพราะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ขาวโพลน แม่เลี้ยงใจร้ายเอ่ยปากกับมาช่าว่า “เจ้าจงเดินทางเข้าป่าไป เพื่อไปหาดอกไม้มาให้ลูกสาวของฉัน ในวันเกิดของเขา”

“จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อนี่มันเดือนมกราคม ดอกไม้ไม่มี แล้วจะหาดอกไม้ได้จากที่ไหน” มาช่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  “นั่นมันเรื่องของเจ้า ฉันไม่สนว่าเจ้าจะหาดอกไม้ได้จากไหน แต่ถ้าหาดอกไม้ไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก” แม่เลี้ยงตะหวาดมาช่าอย่างไม่สนใจใยดีว่านางจะเป็นอย่างไร เพราะความประสงค์ที่แท้จริงคือ หญิงม่ายนางนี้ต้องการให้มาช่าหนาวตายอยู่กลางป่านั้นเอง

มาช่าแต่งตัวและเดินทางพร้อมตะกร้าหนึ่งใบ เข้าไปในป่าที่เงียบสงบและหนาวเย็น เธอร้องไห้เพราะไม่รู้ว่าจะไปหาดอกไม้มากมายมาจากไหน เธอได้แต่นั่งร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้ ทันใดนั้นเอง…

 

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

 

มาดริดมีมากกว่าทีมฟุตบอล (ต่อ)

Written by jintana on August 2nd, 2013. Posted in บทความ

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ที่เราไม่ควรพลาดกันนะคะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่ามีอะไรบ้างนั้นเรามารู้จักสนามบินของเมืองนี้กันสักหน่อยดีกว่า สนามบินที่นี่มีชื่อว่า Madrid Barajas International Airport เป็นสนามบินนานาชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มีการให้บริการจากหลายสายการบิน ทั้งยังเคยได้รับรางวัลทางด้านสถาปัตยกรรมอีกด้วย การเดินทางจากสนามบินมีบริการ Express Bus Service, Commuter Train, Metro, Night Shuttle และ Taxi

จากสนามบินถึงที่พักเก็บของเรียบร้อยแล้วแน่นอนว่า เป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวในมาดริดที่เป็นที่นิยมมีมากมาย เช่น

–          Royal Palace พระราชวังของกษัตริย์สเปน ที่ถูกยกให้เป็นพระราชวังที่สวยงามที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ทั้งยังมีสถาปัตยกรรม และเป้นที่รวบรวมศิลปะเอาไว้มากมายตามห้องต่าง ๆ พระราชวังแห่งนี้จะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ แต่ถูกใช้ให้เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองแทนนั้นเอง

–          พิพิธภัณฑ์ Prado พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เต็มไปด้วยของสะสมด้านศิลปะในยุคคลาสสิก รวมผลงานจากศิลปินสเปน ดัชต์ อิตาลี และเยอรมัน

–          Reina Sofía National Art Museum รวบรวมศิลปะจากยุคโมเดิร์น ที่เป็นผลงานมาสเตอร์พีชของศิลปินหลายคน เช่น ผลงาน Guernica ของ Pablo Picasso เป็นต้น

–          Puerta de Alcalá Gate เป็นอนุสาวรีย์ในยุค Neo – Classical ตั้งอยู่ในแถบกลางใจเมืองมาดริด

–          Plaza Mayor square แหล่งช็อปปิ้งในเมืองนี้ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เป้นจัตุรัสที่รวบรวมเอาร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าต่าง ๆ รวมไปถึงกิจกรรมเก๋ ๆ ให้ทุกคนได้สัมผัสกับเมือง ๆนี้ได้อย่างครบรส

เสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ไม่ได้อลังการยิ่งใหญ่ของเมืองนี้อาจจะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้ไม่ครบรส ทางที่ดีควรหาเวลาไปเยี่ยมเยือนเมืองน่ารัก ๆแห่งนี้กันดีกว่าค่ะ

มาดริดมีมากกว่าทีมฟุตบอล

Written by jintana on July 30th, 2013. Posted in บทความ

มาดริด (Madrid) ถูกจัดให้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน เป็นที่รู้กันว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองหลวงของสเปนและขึ้นชื่อในเรื่องของกีฬาฟุตบอล ซึ่งมีทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ เรอัลมาดริด (Real Madrid) อัตเลตีโกมาดริด (Atlético de Madrid) ราโยบาเยกาโน (Rayo Vallecano) และเคตาเฟ (Getafe Club de Futbol) สำหรับบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักเมืองนี้ให้มากขึ้นค่ะ ว่านอกจากทีมฟุตบอลแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอะไรกันบ้าง

เมืองสีเขียวอันดับสองของโลกคงเป็นที่อื่นไปไม่ได้นอกจากกรุงมาดริด ประชากรในเมืองนี้ใช้เวลาอยู่กับสวนสาธารณะโดยเฉลี่ยวันละ 15 นาที และเมืองนี้ยังมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้นคิดเป็นร้อยละ 16 ต่อปี แน่นอนว่าเสน่ห์ชวนหลงใหลของประเทศนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่อลังการตา แต่เป็นมุมสวย ๆของเมืองแห่งนี้ต่างหาก

พื้นที่สีเขียวของเมืองนี้มีชื่อเรียกต่างกันออกไป เช่น

Parque del Retiro หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด แม้จะเป็นแค่สวนสาธารณะแต่ก็เป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลัง สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของมาดริด ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1.4 ตารางกิโลเมตร ทั้งยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ Prado อีกด้วย

Atocha Railway Station เป็นสถานีรถไฟที่มีพันธุ์พืชกว่า 500 สปีชี่ส์ คงไม่ต้องเอ่ยถึงความร่มรื่นของสถานที่แห่งนี้ ที่เป้นมากกว่าสถานีรถไฟ มีบ่อเต่า บ่อปลาให้นักท่องเที่ยวและคนในเมืองได้ดูเพลิน ๆในวันที่อากาศดี ๆ เพราะที่นี้ยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่ต่าง ๆในพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางเมตรด้วย

Casa de Compo สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ราว ๆ 1,700 เฮกเคอี ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง ใช้เป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ สวนสนุก รวมไปถึงที่จัดงานนิทรรศการต่าง ๆด้วย

นามสกุลสุดฮิตของชาวญี่ปุ่น (ต่อ)

Written by jintana on July 26th, 2013. Posted in บทความ

 

มาต่อกันที่อันดับ 5 Watanabe (渡辺) อันนี้น่าจะเป็นที่คุ้นกันดีสำหรับใครที่มีความสนใจด้านภาพยนตร์และละครของญี่ปุ่น เมื่อเอ่ยถึง Ken Watanabe ผู้กำกับละครและภาพยนตร์ชื่อดัง เขาเคยรับบท Katsumoto Moritsugu ใน The Last Samurai นอกจากนี้ ยังร่วมแสดงในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Batman Begins และ Memoirs of a Geisha ผลงานมากขนาดนี้จะไม่ให้คุ้นได้อย่างไร

อันดับที่ 4 Tanaka (田中) พบโดยทั่วไปในญี่ปุ่นแต่พบได้น้อยในโอกินาวะ การเขียนด้วยตัวคันจิสามารถใช้ได้หลายตัวที่ออกเสียงว่า Tanaka แต่สองตัวนี้ (田中) จะมีความหมายว่า นาข้าว และ ตรงกลาง คนดังที่ใช้นามสกุลนี้ เช่น Masahiro Tanaka นักเบสบอลชื่อดังของทีม Tohoku Rakuten Golden Eagles เขาเคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับโอลิมปิกในปี 2008 อีกคนหนึ่งนั้นก็คือ Masako Tanaka หรือที่รู้จักในนาม Iwasaki Mineko เกอิชาที่มีชื่อเสียงมากจนมีคนนำเรื่องราวของเธอในถ่ายทอดเป้นตัวหนังสือในเรื่อง  “Memoirs of a Geisha”

อันดับที่ 3 Takahashi (高橋) พบมากในทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู(โทโฮขุ) ตัวอย่างชื่อคนดังก็มี Minami Takahashi จากวง AKB48 และ Ai Takahashi จากวง Morning Musume

อันดันที่ 2 Suzuki (鈴木) นามสกุลนี้ ถูกจัดให้เป็นนามสกุลที่มีคนใช้มากเป็นอันดับที่สองคนดังที่เราน่าจะรู้จักก็มี อดีตนายกรัฐมนตรีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ Kantaro Suzuki และ Hiroki Suzuki ผู้รับบท Shuichiro Oishi ในซีรี่ย์ The Prince of Tennis

อันดับที่ 1 Satou (佐藤) สามารถเขียนว่า Sato หรือ Satoh ก็ได้ พบมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตัวอย่างคนดังที่มีชื่อนี้ เช่น Nobusuke Kishi (ชื่อเดิม Nobusuke Sato) อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น, Sumire Sato และ Amina Sato สมาชิกวง AKB48 และ Masaki Sato จากวง Morning Musume เป็นต้น

และทั้งหมดนี้คือ 5อันดับนามสกุลยอดฮิตของคนญี่ปุ่น ที่เป็นภาคต่อจากบทความที่แล้ว โดยทั่วไปแล้วนามสกุลของคนญี่ปุ่นสามารถบ่งบอกภูมิลำเนาของเจ้าของนามสกุลได้เป็นอย่างดีว่าเป็นคนจังหวดอะไร เช่น Yamamoto (山本) หมายถึงมาจาก “เชิงเขา” หรือ Ishikawa (石川) ก็หมายถึงว่ามาจาก “แม่น้ำที่เต็มไปด้วยหิน” เป็นต้น

 

นามสกุลสุดฮิตของชาวญี่ปุ่น

Written by jintana on July 24th, 2013. Posted in บทความ

 

ชื่อของคนญี่ปุ่นนั้นจะมีการเรียงชื่อและนามสกุลเหมือนกับคนจีนและคนเกาหลี ก็คือจะเอานามสกุลขึ้นก่อนชื่อ ส่วนเวลาเรียกก็จะเรียกชื่อแล้วตามด้วยคำว่า ซัง ที่แปลว่า คุณ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงใช้สำหรับบุคคลที่ไม่ใช่คนในครอบครัว การเรียกชื่อโดยเรียกแต่นามสกุลจะเห็นได้ในการเรียกคนในครอบครัว ชื่อของคนญี่ปุ่นอาจจะมากกว่าของคนเกาหลี แต่ก็ไม่พ้อนที่จะมีชื่อสกุลที่ซ้ำกันอยู่ดี ซึ่งก็มีการจัดอันดับไว้เล่น ๆ 10 อันดับ ได้แก่
อันดับที่ 10 Saitou (斉藤/斎藤) นามสกุลนี้เป็นหนึ่งในนามสกุลของคนมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น เช่น นักเขียนการ์ตูนชื่อดังอย่าง Saito Chiho ,นักกีฬาเบสบอลผู้มีฝีมืออย่าง Takashi Saito ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ Arizona Diamondbacks (U.S.)

อันดับที่ 9 Kobayashi (小林) พบมากในแถบคันโต และคันไซ มีความหมายว่า “ป่าเล็กๆ” คนดังที่ใช้นามสกุลนี้ก็มีนักกินแหลกผู้ทำลายสถิติโลกที่ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คอย่าง Takeru Kobayashi เป็นต้น

อันดับที่ 8 Yamamoto (山本) พบมากในภาคกลางตอนบนและตอนล่างของเกาะฮอนชู บางส่วนค่อนมาทางตะวันออก ในจังหวัดไซตามะและชิซุโอกะ มีความหมายว่า เชิงเขา ซึ่งก็สัมพันธ์กับภูมิประเทศที่อยู่อาศัยของคนที่ใช้นามสกุลนี้ คนดังที่ใช้นามสกุลนี้ เช่น Yohji Yamamoto ดีไซเนอร์ระดับโลก และ ดารานายแบบชื่อดังอย่าง Yusuke Yamamoto

อันดับที่ 7 Nakamura (中村) พบมากทางตะวันตก ในแถบคันไซ และคิวชู เป็นอีกนามสกุลที่เห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น คนดังที่ใช้นามสกุลนี้ เช่น ดีไซน์เนอร์รองเท้า ผู้ก่อตั้งและดูแลแบรนด์ชื่อดัง VisVim อย่าง Hiroki Nakamura

อันดับที่ 6 Itou (伊藤/伊東) พบมากในจังหวัด Aichi และ Mie และพบได้ทั่วไปทั้งทางเหนือและทางใต้ของเกาะฮอนชู เป็นนามสกุลของดาราสาว Ito Misaki จากภาพยนตร์เรื่อง About Love ในปี 2005, Ju-On “The Grudge” เมื่อปี 2002

พักครึ่งกันไว้เพียงเท่านี้ก่อนดีกว่าค่ะ สำหรับนามสกุลยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น เหลืออีก 5 อันดับเอาไว้ติดตามกันต่อในบทความหน้า ยังมีนามสกุลชาวญี่ปุ่นที่เราคุ้นหูกันอีกมากมาย จะเป็นอะไรบ้างนั้นต้องติดตามค่ะ 

 

 

ชื่อเสียงเรียงนามของชาวนัมฮัน (남한) (ต่อ)

Written by jintana on July 22nd, 2013. Posted in บทความ

 

 

ต่อเนื่องมาจากบทความที่แล้วเราได้นำเสนอเกี่ยวกับชื่อสกุลของชาวนัมฮัน หรือชาวเกาหลีใต้ สำหรับบทความนี้เราจะมารู้จักความหมายของคนชื่อเกาหลีกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปรู้จักชื่อของคนเรามาดูชื่อประเทศของเขาก่อนดีกว่า

대한민국 อ่านว่า แท-ฮัน-มิน-กุก เป็นอักษรฮันกึล (ตัวอักษรภาษาเกาหลี) แปลว่า สาธาณรัฐเกาหลี หรือประเทศเกาหลีใต้ที่เรารู้จักกันดีนี่แหละค่ะ นอกจากอักษรฮันกึลที่คนเกาหลีใช้แล้วนั้นยังมีอักษรฮันจา ซึ่งเป็นอักษรจีนแต่ออกเสียงเป็นภาษาเกาหลี กล่าวคือ ความหมายเหมือนกันแต่ออกเสียงต่างออกไปจากคำจีนนั่นเอง อย่างชื่อประเทศหากเป็นอักษรฮันจาก็จะเขียนแบบนี้ค่ะ 大韓民國

ชื่อของคนเกาหลีเห็นมีน้อยพยางค์ แต่ความหมายของเขาก็เพราะไม่แพ้ชื่อไทยของเรา เป็นตัวอย่างเล็ก ๆน้อย ๆค่ะ

ชื่อเสียงเรียงนามของชาวนัมฮัน (남한)

Written by jintana on July 20th, 2013. Posted in บทความ

 

 

ประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากหากเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ของประเทศ และชาวเกาหลีส่วนใหญ่นั้นจะมีชื่อนามสกุลที่ซ้ำกันเยอะมาก นามสกุลของชาวเกาหลี ที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูก็มี คิม คิดเป็น 21% ลี คิดเป็น 14% ปาร์ค คิดเป็น 8% นอกจากนั้นก็จะเป็น แช ชุง ชาง ฮัน ลิม เป็นต้น เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เหมือนญาติกันหมด เพราะมีนามสกุลเดียวกัน ส่วนชื่อของคนเกาหลีจะมีสองพยางค์ นามสกุลอีกหนึ่งพยางค์ รวมเป็นสามพยางค์ เช่น ปาร์ค แจวอน, คิม แทฮี, ลี มินโฮ, ฮัน ฮโยจู เป็นต้น
           

การเรียกชื่อของคนเกาหลีนั้นมีการลงท้ายคำที่แตกต่างกันไปดังนี้ คำลงท้ายเหล่านี้จะใช้กับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเพื่อนกันเท่านั้น

  1. แบบแรกคือลงท้ายด้วย 이 อ่านว่า อี หรือ 가 อ่านว่า กา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย이 ตัวอย่างเช่น ชื่อ재원อ่านว่า แจ-วอน เวลาเรียกก็เป็น재원이 ออกเสียงว่า แช-วอ-นี, ชื่อ태양 อ่านว่า แท-ยัง เวลาเรียกก็เป็น 태양이 ออกเสียงว่า แท-ยา-งี
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย가 ตัวอย่างเช่น ชื่อ진수อ่านว่า ชิน-ซู เวลาเรียกก็เป็น진수가 ออกเสียงว่า ชิน-ซู-กา
  2. แบบที่สองคือลงท้ายด้วย 아อ่านว่า อา หรือ야 อ่านว่า ยา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อมีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 아 ตัวอย่างเช่น ชื่อ정밀อ่านว่า ชอง-มิล เวลาเรียกก็เป็น 정밀아 ออกเสียงว่า ชอง-มี-ลา, ชื่อ은정อ่านว่า อึน-จอง เวลาเรียกก็เป็น은정아 ออกเสียงว่า อึน-จอ-งา
    – หากพยางค์สุดท้ายของชื่อไม่มีตัวสะกดจะลงท้ายด้วย 야 ตัวอยางเช่น ชื่อ비조อ่านว่า บี-โจ เวลาเรียกก็เป็น비조야 ออกเสียงว่า บี-โจ-ยา

* 남한 อ่านว่า นัมฮัน แปลว่า ชาวฮันทางใต้ ซึ่งหมายถึงคนเกาหลีใต้นั้นเอง 

“แซ่” มาจากไหนกันนะ? (ต่อ)

Written by jintana on July 17th, 2013. Posted in บทความ

ว่ากันด้วยเรื่องของแซ่ ชื่อเสียงเรียงนามของคนจีน ถ้าให้เป็นจีนแท้ก็ต้องมีชื่อแซ่ อย่างที่เราเคยกล่าวกันไว้ในบทความก่อนหน้านี้ว่า ตระกูลแซ่มีถิ่นกำเนิดหลายที่ต่างกันไป เช่นเมืองซินเจิ้ง เมืองสวีชาง และเมืองโจวโขว่ เป็นต้น ในบทความนี้เราจะพูดถึงแซ่อีกสามตระกูลที่เหลือและตารางของชื่อแซ่อื่นที่มีถิ่นกำเนิดนอกเหนือจากลุ่มแม่น้ำหวง

มาต่อกันที่แซ่ทาง แซ่ซ่งหรือแซ่ส่ง และแซ่ไต้หรือแซ่ไต่ และแซ่หวู่หรือแซ่บู๊  มีถิ่นกำเนิดที่เมืองซางซิว มณฑลเหอหนาน เป็นบ้านเกิดของนักปราชญ์ผู้เลื่องชื่ออย่าง ขงจื้อ รวมไปถึงวีรสตรีผู้กล้าอย่าง ฮวามู่หลาน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งการพยากรณ์อากาศแห่งแรกของจีนโบราณ

แซ่เหวินหรือแซ่บุ๊ง แซ่จางหรือแซ่เตีย และแซ่เมิ่ง มีถิ่นกำเนิดที่เมืองผูหยาง มณฑลเหอหนาน เมืองนี้เคยเป็นที่อยู่ของกษัตริย์ในยุคจีนโบราณทั้งห้า กล่าวคือเริ่มตั้งแต่ฉินฮั่น ในช่วงหลังนั้นเมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของลุ่มแม่น้ำหวงเหอตอนล่าง ทั้งยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย

สุดท้ายแซ่ต้วนหรือแซ่ต๋วง แซ่ก่ง และแซ่โหวหรือแซ่เฮ้า ตระกูลแซ่นี้กำเนิดมาจากเมืองฮุยเซี่ยน มณฑลเหอหนาน ในสมัยแคว้นจ้างที่นี้เป็นสถานที่ก่อสร้างกำแพงเมืองจีน เป็นถิ่นกำเนิดของวีรบุรุษสมัยราวงศ์ซ่ง คือ งักฮุย

 

“แซ่” มาจากไหนกันนะ?

Written by jintana on July 16th, 2013. Posted in บทความ

ชื่อเสียงเรียงนามของคนจีนนั้น เราคงคุ้นเคยกันดีกับ “แซ่” หรือนามสกุลของคนจีน ประวัติความเป็นมานั้นใช่ว่าจะตั้งกันเผิน ๆเล่น ๆเสียเมื่อไร ความเป็นมาของชนชาติจีนนั้นยาวนานอย่างไร แซ่ของพวกของก็เป็นอย่างนั้นเช่นกัน

แม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำเหลือง เป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญของชาวจีน เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมอันยาวนานของชาวจีน รวมไปถึงแซ่ด้วย แซ่ของชาวจีนนั้นจะเรียกตามถิ่นกำเนิดที่อยู่อาศัยของพวกเขา ถิ่นกำเนิดตระกูลแซ่ที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือ มณฑลเหอหนาน รองลงมาก็คือ มณฑลซานซี มณฑลส่านซี และ มณฑลซานตง ตามลำดับ ซึ่งเป็นสี่มณฑลใหญ่ ๆของประเทศจีน

เริ่มกันที่แซ่กาวหรือแซ่กอ  แซ่เฟิงหรือแซ่ปัง/ แซ่บ่างแซ่เจิ้ง หรือแซ่แต้และแซ่หานหรือแซ่ห่าน มีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน แคว้นเจิ้งและแคว้นหานได้ตั้งแคว้นบริเวณเมืองซินเจิ้งกว่า 500ปี อีกทั้งจักรพรรดิหวงตี้ได้ตั้งราชวงศ์แรกของจีนที่เมืองนี้เช่นกัน

แซ่เหวินหรือแซ่บุ๊ง แซ่เฉินหรือแซ่ตั้ง แซ่จงหรือแซ่เจ็ง และแซ่ฟางหรือแซ่ปึง มีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองสวีชาง มณฑลเหอหนาน ในยุคปลายของตงฮั่น โจโฉเคยให้เมืองนี้เป็นที่บัญชาการรบของตน เมืองนี้จึงนับได้ว่าเป็นเมืองสำคัญทางด้านการเมืองและทางทหารมาตั้งแต่ยุคโบราณกาล

แซ่เฉินหรือแซ่ตั้ง แซ่หูหรือแซ่โอ๊ว แซ่เซี่ยหรือแซ่เห่ แซ่หลงหรือแซ่เล้ง และแซ่ชิวหรือแซ่คู มีถิ่นกำเนิดที่เมืองโจวโขว่ อำเภอฮว่ายหยาง มณฑลเหอหนาน ที่นี้ได้ชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิดของลูกหลานจีน ห่างจากตัวอำเภอไปทางเหนือนั้นจะพบสุสานจักรพรรดิไท่โฮว่หลิง มีอายุกว่า 3,000 ปี ทั้งยังเคยเป็นที่ตั้งของกษัตริย์เหยียนตี้อีกด้วย