Author Archive

กิจกรรมสุดแปลกของชาวปารีสในอดีต

Written by jintana on October 29th, 2013. Posted in บทความ


ไม่น่าเชื่อว่าเมืองที่มากไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามอย่างประเทศฝรั่งเศส ครั้งหนึ่งก็เคยมีกิจกรรมแปลก ๆ ยอดนิยมอย่างที่เราต้องตั้งคำถามว่า ทำเพื่ออะไร?
ทุกครั้งที่เราไปเยือนต่างประเทศเราอาจจะต้องสรรหาโปรแกรมทัวร์เก๋สักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่งดงาม พระราชวังอันเลื่องชื่อ หรือจะเป็นตลาดสินค้าของฝากต่าง ๆ มากมาย แต่หากย้อนเวลากลับไปในอดีตช่วงกลางสมัยศตวรรษที่ 19 มีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่จะรับมือได้ ทางการฝรั่งเศสจึงสร้างห้องเย็นเก็บศพ เป็นกระจกใสสามารถมองทะลุเข้าไปได้ ตั้งอยู่กลางเมืองใหญ่อย่างปารีส ทำให้เกิดกิจกรรมที่สุดจะพิสดารคือ การเยี่ยมชมห้องเก็บศพ  การจัดทำห้องกระจกเก็บศพไว้กลางเมืองนี้ เป็นกลอุบายอย่างหนึ่งเพื่อประกาศหาตัวตนของศพนั้น ๆ นั่นเอง และเพื่อการตามหาตัวตนของศพได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็จะมีการแขวนเสื้อผ้าของผู้ตายเอาไว้ที่ตู้ด้านหลัง การเยี่ยมชมห้องเก็บศพได้รับวามนิยมอย่างมาก จนมีการจัดให้อยู่ในโปรแกรมทัวร์ ระบุพิกัดชัดเจนลงในคู่มือท่องเที่ยว ทำให้ห้องเก็บศพสาธารณะนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมถึง 4,000 คนต่อวัน กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่งจนกระทั่งปี 1907 ห้องเก็บศพนี้ก็ถูกปิดลงอย่างเป็นทางการ

และอีกหนึ่งกิจกรรมสุดสยอง และดูโหดร้ายทารุณเกินไปสำหรับคนรักสัตว์ นั่นก็คือ สร้างกองไฟด้วยแมว เป็นพิธีรอบกองไฟใช้แมวแทนถ่านไม้ ฟังแค่นี้ก็น่าสะพรึงมากพออยู่แล้ว แต่การเผาแมวในพิธีรอบกองไฟที่สนุกสนานนี้ไม่ได้ดูสนุกสนานเท่าไรนักสำหรับคนรักแมว ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 18 ผู้คนมากมายในเมืองปารีสจะมารวมตัวกันที่ Place de Greve เพื่อร่วมพิธีรอบกองไฟที่สนุกสนาน มีการร้องรำอย่างรื่นเริง ดื่มสังสรรค์ และที่เป็นจุดเด่นของงานนี้คือ แมวที่ใส่ถุงห้อยเอาไว้ด้านบน ถูกปล่อยลงมาสู่เปลวเพลิงด้านล่างกองใหญ่และร้อนระอุ สมัยนั้นเชื่อกันว่าแมวเป็นสัตว์ไร้วิญญาณ เป็นแม่มดและปีศาจ ซึ่งอาจะตามมาด้วยเหตุผลอื่น ๆ อีกหลายประการ ทำให้พิธีกรรมสุดสยองนี้เป็นเรื่องปกติในยุคสมัยนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นผู้คนจะเก็บเศษเถ้ากระดูกของแมวที่ถูกเผาทั้งเป็นไปเป็นเครื่องรางด้วยเหตุผลต่างกันไป นอกจากนี้ใน Saint Chamond จะมีการวิ่งไล่จับแมวที่ไฟลุกตามท้องถนน หรือ ใน Burgundy และ Lorraine ก็จะเต้นรำรอบเสาไฟที่มีแมวเป็น ๆ ถูกห้อยเอาไว้

เครื่องรางมงคลตามความเชื่อของจีน (ต่อ)

Written by jintana on October 26th, 2013. Posted in บทความ

ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เราพูดกันถึงเครื่องรางต่าง ๆ ประกอบด้วย ปี่เซี่ยะ เต่ามังกร และกิเลน เหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์เทพตามตำนานที่เล่าต่อกันมา สำหรับบทความนี้เราจะพูดถึงเครื่องรางเหมือนกันแต่เราเน้นไปกันที่สิ่งของต่าง ๆ จะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อย่างแรกไม่ใกล้ไม่ไกลเห็นได้ทั่วไปก็คือ ระฆัง นั่นเอง ตามความเชื่อของทางศาสนาพุทธ ระฆังหมายถึงการตื่นตัว การรู้สัจธรรมที่แท้จริง เชื่อกันว่าระฆังจะนำแต่ข่าวดีมาให้ และยังรู้เท่าทันศัตรูอีกด้วย

น้ำเต้า (หลู หรือ หู) ชาวจีนนิยมแขวนน้ำเต้าไว้หน้าห้องคนชราหรือเด็ก เพื่อเป็นเคล็ดให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ป้องกันไม่ภูตผีมารบกวน เชื่อนกันว่ายังช่วยอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง มีลูกหลานเต็มบ้าน เนื่องจากน้ำเต้าเป็นไม้ผลที่มีเมล็ดมาก เครือยาว ออกลูกมาไม่จบไม่สิ้น เปรียบได้กับหมื่นชั่วคน

หยิน – หยาง (ไท้เก๊กโต๊ว) เป็นสัญลักษณ์มีลักษณะ วงกลมครึ่งขาวครึ่งดำ มีจุดขาวในดำ มีจุดดำในขาว เป็นตัวแทนของหญิงและชาย มักจะถูกใช้เป็นพลังมงคลเสริม และใช้ในการปรับฮวงจุ้ย
– สีดำ คือ หยิน เป็นตัวแทนของผู้หญิง ความมืดดำ โลก ดวงจันทร์ ความอ่อนแอ และความสันโดษ
– สีขาว คือ หยาง เป็นตัวแทนของผู้ชาย ความขาวสว่าง ท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ และความเข้มแข็ง

เครื่องรางอย่างสุดท้ายคือ คฑามงคล(ยู่อี่) เป็นตัวแทนของความสมปรารถนา คฑาเป็นรูปแป้น งอ ๆ ซึ่งมาจากตรงส่วนหัวของเห็ดหลินจือเป็นพืชที่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ หากทำจากหยกจะถูกเรียกว่า “เง็กยู่อี่”

เง็ก แปลว่า หยก และ ยู่อี่ แปลว่า สมปรารถนา คฑามงคลถูกจัดให้เป็นเครื่องประดับสำหรับจักรพรรดิ ขุนนางชั้นสูง รวมไปถึงพระผู้ใหญ่ซึ่งจะใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้น เทพเจ้าฮก (ฮก ลก ซิ่ว) เทพแห่งความสุขยังถือคฑานี้ด้วย ความหมายว่าเป็นตัวแทนแห่งความสุขและสมหวังในเรื่องต่าง ๆ นั่นเอง 

เครื่องรางมงคลตามความเชื่อของจีน

Written by jintana on October 25th, 2013. Posted in บทความ

ชาวเอเชียมักมีความเชื่อที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าหรือสัตว์นำโชค  จนกลายเป็นที่มาของเครื่องรางต่าง ๆ ที่นิยมพกติดตัวหรือเป็นของตกแต่งโต๊ะทำงาน บางครั้งอาจมีชิ้นใหญ่เพื่อการตกแต่งบ้านและอาคารก็ได้

บทความนี้เราจะพูดถึงเครื่องรางต่าง ๆ ของชาวจีนตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าหรือสัตว์รูปร่างหน้าตาแปลก ๆ มาเริ่มต้นกันที่ ปี่เซียะ / ผี่ชิว หรือเผ่เย่า หลายคนอาจคุ้นหูกันดีกับชื่อนี้ ชาวจีนมีความเชื่อว่าเครื่องรางชนิดนี้สามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายหรืออัปมงคลได้ ทั้งยังร่ำรวยเงินทอง เพราะปี่เซี่ยะไม่มีรูทวารจึงไม่มีเงินไหลออก รูปร่างของสัตว์ชนิดนี้คล้ายกวาง มีเขา มีเขี้ยว ตาโปน ปากกว้าง หางยาว และมีปีกหรืออาจไม่มีก็ได้ ตามตำนานกล่าวว่า ปี่เซี่ยะ เป็นราชบุตรองค์ที่ 9 ของพญามังกรสวรรค์ จัดอยู่ในสัตว์เทพมีชื่อเรียกต่างกันไปตามสถานที่ที่พบเห็น ถ้าเห็นบนสวรรค์จะถูกเรียกว่า เผ่เย่า” หากอยู่บนโลกมนุษย์ก็จะถูกเรียกว่า “ผี่ชิว” และ “พีแคน” เมื่ออยู่ในมหาสมุทร ปี่เซี่ยะนั้นมีพลังแรงมากในเรื่องของการนำโชค ยิ่งถ้าตั้งคู่กับกิเลนจะได้ผลดีมากกว่าเดิม

สัตว์เทพตัวต่อไปได้แก่ เต่ามังกร ตามตำนานกล่าวว่า เต่ามังกรเป็นลูกตัวที่ 9 ของพญามังกรมีรูปร่างเป็นเต่าหัวเป็นมังกร ชาวจีนเชื่อว่าสัตว์เทพตัวนี้เป็นตัวแทนของความมั่นคง แข็งแกร่ง อายุยืน สุขภาพแข็งแรง ความก้าวหน้าและความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมไปถึงร่ำรวยทรัพย์สินมากมาย เป็นสัตว์เทพที่มีพลังอำนาจสูง และยังเป็นที่ศรัทธาสูงสุดของรางวงศ์ถัง ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ถังได้โปรดให้สร้าง เต่ามังกร ตั้งไว้บริเวณส่วนหน้าของพระราชวังจึงเป็นความเชื่อสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ปิดท้ายด้วย กิเลน หรือฉีหลิน หรือบางครั้งชาวจีนก็เรียกว่า ม้ามังกร เป็นสัตว์เทพในตำนาน มีหัวเป็นมังกร มีตัวเป็นกวาง มีเกล็ดเหมือนปลา มีเขาเป็นยูนิคอร์น มีหางเป็นวัว เป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าหากกิเลนปรากฏตัวขึ้นที่ไหนก็จะมีแต่ความโชคดี ข่าวดี และหากตั้งกิเลนไว้ที่ใดจะช่วยกรองและขจัดสิ่งที่เป็นอัปมงคลต่าง ๆ รวมไปถึงนำแต่ข่าวดีและสิ่งดีมาให้

 

ตุ๊กตาเครื่องราง ดารุมะ

Written by jintana on October 23rd, 2013. Posted in บทความ

ดารุมะ

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของชาวตะวันออกหรือตะวันตก สิ่งที่เราปรารถนาคล้าย ๆ กันนั่นก็คือ ความโชคดี ความโชคดีหรือร้ายเป็นสิ่งที่เรานึกไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ความหวังที่มีอยู่อันน้อยนิดของเราจึงจำเป็นที่จะต้องให้สิ่งอื่นช่วย นั่นก็คือเครื่องรางของขลังนั้นเอง

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเชื่อที่เกี่ยวพันกับนิกายเซนอยู่ไม่น้อย เราจะสังเกตได้จากวัดโบราณหรือสถาปัตยกรรมต่าง ๆ หรือง่ายไปกว่านั้นก็คือตุ๊กตาเครื่องรางที่เป็นรูปสัตว์เช่น แมว นกฮูก ปลา กระต่าย เป็นต้น แต่ตุ๊กตาที่เราจะพูถึงนี้ ไม่ใช่ตุ๊กตารูปร่างสัตว์น้อยน่ารักทั่วไป แต่เป็นเจ้าตุ๊กตาล้มลุก หน้าตาดุดันที่มีชื่อเรียกว่า ดารุมะ

ดารุมะ เป็นตุ๊กตาล้มลุกไม่มีแขนหรือขา ตัวกลม ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง เป็นเครื่องรางนิกายเซน หมายความว่า ความเพียร ความอุสาหะ และความโชคดี คนญี่ปุ่นนิยมนำตุ๊กตาดารุมะให้กันในเทศกาลปีใหม่เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ย้อนกลับไปเมื่อปี 1954 เป็นต้นกำเนิดเทศกาล Daruma Kuyo ซึ่งจัดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปีที่วัดเก่าแก่ของโตเกียวอย่างวัด Nishi-Arai Daishi และวัดDairyu-Ji ที่กิฟุ ชาวญี่ปุ่นและครอบครัวจะมาที่วัดเพื่อขอพร แต่ละครอบครัวจะนำตุ๊กตาตัวเก่ามาเผาและซื้อตุ๊กตาดารุมะตัวใหม่กลับบ้าน

ทุกวันที่ 6 – 7 มกราคมของทุกปีจะมีเทศกาล Daruma Matsuri จัดที่วัด Shorinzan Daruma,Takasaki จังหวัดกุนมะ เทศกาลตุ๊กตาดารุมะซึ่งจะมีตุ๊กตาดารุมะให้เลือกซื้อมากมาย มีการออกร้านต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน ปัจจุบันตุ๊กตาเครื่องรางนี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นรูปตัวการ์ตูนหรือเจ้าหญิงน่ารัก ๆ รวมไปถึงแผ่นป้ายต่างเครื่องรางต่าง ๆ ด้วย

หลากสีหลายความหมายกับตุ๊กตาดารุมะ

Written by jintana on October 21st, 2013. Posted in บทความ

ดารุมะหลากสี

ตุ๊กตาแห่งความโชคดีของชาวญี่ปุ่น ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจตามความเชื่อของนิกายเซน ซึ่งหลายคนอาจคุ้นตากับรูปร่างอ้วนกลมล้มลุกหน้าตาดุดันบึ้งตึงตัวสีแดงราวกับโกรธเป็นไฟ แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าดารุมะ มีสีอื่นด้วย

ย้อนกลับไปสมัยเมจิตุ๊กตาดารุมะห้าสีได้ถือกำเนิดขึ้นมามีชื่อเรียกว่า 五色だるま อ่านว่า Goshiki Daruma ซึ่งแปลได้ตรงตัวว่า ดารุมะห้าสี  ในช่วงยุคแรก ๆ โกะชิคิดารุมะ หรือตุ๊กตาดารุมะห้าสีนี้เริ่มผลิตที่วัด  Darumadera ที่จังหวัด Shizuoka ซึ่งมีสีฟ้า แดง เหลือง ขาว และดำ ซึ่งเป็นสีแทนของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ สัญลักษณ์ทางศาสนาพุทธและปรัชญาโบราณ ตามความเชื่อของคนสมัยนั้น ปัจจุบันดารุมะมีหลายแบบตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เช่น ลายคิตตี้ เป็นต้น  ส่วนความหมายของแต่ละสีก็มีดังนี้
 
– ตุ๊กตาดารุมะสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความเป็นอยู่ที่ดี ความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ
– ตุ๊กตาดารุมะสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการสมัครงาน
– ตุ๊กตาดารุมะสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย มั่งคั่ง มากด้วยทรัพย์สินเงินทอง เกียรติและชื่อเสียง
– ตุ๊กตาดารุมะสีม่วง เป็นสัญลักษณ์ของความอายุยืน และสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
-ตุ๊กตาดารุมะสีขาว เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการเรียน ทางวิชาการ รวมไปถึงความสามัคคีด้วย
– ตุ๊กตาดารุมะสีดำ เป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ต่อสู้กับความยากลำบาก และเป็นตัวแทนของ การภาวนาให้พืชพรรณต่าง ๆ อุดมสมบูรณ์
– ตุ๊กตาดารุมะสีทอง เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการแข่งขัน ชัยชนะ และความร่ำรวย
– ตุ๊กตาดารุมะสีเงิน เป็นสัญลักษณ์ของความขยัน มุ่งมั่น อุตสาหะ ส่งเสริมบุคลิกภาพและพัฒนาตนเอง
– ตุ๊กตาดารุมะสีชมพู เป็นสัญลักษณ์ของความรัก การแต่งงาน และความสัมพันธ์ที่ดี
– ตุ๊กตาดารุมะสีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพ ความมีชีวิตชีวา และการหายจากอาการเจ็บป่วย
– ตุ๊กตาดารุมะสีส้ม เป็นสัญลักษณ์ของความฝันและความปรารถนา บริษัทห้างร้านที่สืบทอดกันมายาวนาน

หวาน ๆ สไตล์อิตาเลี่ยน

Written by jintana on October 19th, 2013. Posted in บทความ

ขนมหวานอิตาเลี่ยน

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าบทความนี้จะเขียนเกี่ยวกับคู่รักอิตาเลี่ยนหวานหยาดเยิ้ม แต่เรายังคงเปิดก้นครัวอิตาเลี่ยนกันต่อจากบทความคราวที่แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนจากร้านพาสต้ามาเป็นร้านเบเกอรี่ริมคลองเวนิสเท่านั้นเอง อาหารคาวสไตล์อิตาเลี่ยนน่าจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่ที่พวกเราอาจนึกไม่ถึงนั้นก็คือ ขนมหวาน ๆ ของพ่อครัวอิตาลีที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่น้อยไปกว่า พิซซ่า หรือลาซานญ่า

เริ่มกันที่ ทีรามิสุ ขนมหวานสัญชาติอิตาเลี่ยน ที่มีการดัดแปลงออกไปอย่างหลากหลาย เป็นเค้กและขนมหวานที่นำบิสกิต Ladyfinger ที่มีลักษณะยาว ๆ คล้ายนิ้ว มาจุ่มกับกาแฟ จากนั้นเรียงสลับกับวิปครีมที่ทำมาจากไข่แดงและชีส mascarpone กลิ่นเหล้าและโกโก้ที่จาง ๆ ผสานกับรสหอม ๆ ของกาแฟทำให้ทีรามิสุ เป็นขนมยอดนิยมที่ถูกพัฒนาออกไปอย่างแพร่หลาย

Cannoli แป้งขนมปังม้วนทอดกรอบสอดไส้ครีมริคอตต้า(นมแกะของอิตาลี) ให้รสสัมผัสกรอบนอกหวานนุ่มใน เป็นขนมอันเลื่องชื่อของชาวซิลิเซีย เป็นเมนูที่พบได้ตามร้านอาหารอิตาลีทั่วไป

คุ้กกี้และขนมปังกรอบ รสหวานกลมกล่อมและแข็งเล็กน้อย ผสมถั่วและผลไม้อบแห้ง สไตล์อิตาเลี่ยนที่มีให้เลือกไม่มากนัก ที่ก็เป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ

Torrone ขนมตังเมแบบฉบับอิตาเลี่ยนที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ยุคโรมัน ซึ่งสมัยนั้นจะถูกใช้มากตามงานสำคัญทางศาสนา ส่วนประกอบหลัก ๆ ได้แก่ น้ำผึ้ง ไข่ขาว ถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น วอลนัท อัลมอนด์ พิตาชิโอ้

ปิดท้ายกันที่ Zeppole  โดนัทอิตาเลี่ยน ที่เห็นได้ตามงานเทศกาลสำคัญของอิตาลี เช่น St. Joseph’s Day สูตรดั้งเดิมของ Zeppole นั้นจะโรยหน้าด้วยน้ำตาลและอบเชย แต่ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้มีการสอดไส้ครีมหรือแต่งหน้าด้วยครีมมากขึ้น

เปิดครัวอิตาเลี่ยนเวียนชิมพาสต้า

Written by jintana on October 17th, 2013. Posted in บทความ

พาสต้า

หากเอ่ยถึงอาหารอิตาเลี่ยนคงไม่มีใครไม่รู้จัก “พาสต้า” อาหารตระกูลพาสต้า นั้นมาหลายอย่าง บางทีเราอาจรู้จักกันดีแต่ไม่รู้ว่าพวกมันถูกจัดให้อยู่ในประเภท “พาสต้า”   เริ่มกันที่ประเภทของเส้นพาสต้ามีอยู่สองแบบด้วยกัน

เส้นพาสต้าแบบสด ส่วนประกอบหลักคือไข่ แป้งพาสต้าประเภทนี้จะมีกลูเตนสูงและไม่ขยายขนาดเมื่อปรุงสุก
เส้นพาสต้าแบบแห้ง ส่วนประกอบเหมือนเส้นสด เพียงแต่ถูกผ่านกรรมวิธีจากโรงงานเพื่อการเก็บรักษาที่นานขึ้น เมื่อปรุงสุกเส้นจะขยายขนาดพอดี

เส้นพาสต้าที่ถูกปรุงเป็นเมนูอาหารที่เรารู้จักกันดี เช่น สปาเก็ตตี้ มะกะโรนี เป็นต้น เราจึงขอหยิบยกตัวอย่างการทำอาหารอิตาเลี่ยนอย่างสปาเก็ตตี้คาโบนาล่าแบบง่าย ๆมาฝากกันค่ะ

วัตถุดิบ
-เส้นสปาเก็ตตี้
-เบคอนรมควัน
-ชีส Pecorino romano
-ไข่ไก่
-เกลือ และพริกไทย

วิธีทำ
-หั่นเบคอนเป็นชิ้นสีเหลี่ยมลูกเต๋า  จากนั้นตั้งไฟจนไขมันละลาย แล้วจึงนำไข่และชีสที่ตีผสมกันไว้แล้วลงไปผัดพร้อมเส้นสปาเก็ตตี้ต้มสุกที่เตรียมเอาไว้ โรยเกลือและพริกไทยตามใจชอบ จากนั้นปิดไฟจัดใส่จาน อาจจะโรยออริกาโนเพื่อเพิ่มความหอมก็ไrด้

อาหารรสเด็ดเมืองหอไอเฟล (ต่อ)

Written by jintana on September 28th, 2013. Posted in บทความ

มาต่อกันที่อาหารของประเทศฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อ อย่างที่สี่เราจะมาทำความรู้จักกับ ปาเต ( pâté) เป็นอาหารประเภทหนึ่งของประเทศในแถบยุโรป โดยมีส่วนประกอบคือ เนื้อ ตับ ผัก และเครื่องเทศ บดผสมกันแล้วแต่ความชอบ นิยมรับประทานคู่กับขนมปัง หรือเป็นไส้ขนมปัง โดยมีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามกรรมวิธีการทำ
หากปาเตนำเอามาเป็นไส้พายหรือขนมปังจะถูกเรียกว่า “ปาเตอ็องกรูต” (ฝรั่งเศส: pâté en croûte)

ปาเตที่ถูกอบด้วยแตร์รีนหรือแม่พิมพ์ต่าง ๆจะถูกเรียกว่า “ปาเตอ็องแตร์รีน” (ฝรั่งเศส: pâté en terrine)

ปาเตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ  “ปาเตเดอฟัวกราส์” (ฝรั่งเศส: pâté de foie gras) ซึ่งทำมาจากตับห่านที่ถูกขุนจนอ้วน ซึ่งต่างจาก “ฟัวกราส์อองตีเยร์” (ฝรั่งเศส: foie gras entier) ที่เป็นตับห่านธรรมดา ถูกปรุงให้สุกและนำมาหั่นเป็นชิ้น ไม่ใช่ปาเต

อาหารรสเลิศอย่างต่อไปคือ ฟัวกรา (Foie gras) หรือตับห่านที่เรารู้จักกันดี อาหารจานนี้เป็นอาหารชั้นเลิศของฝรั่งเศส ฟัวกรา แปลความหมายเทียบเคียงว่า Fat liver นั่นก็หมายถึง ตับห่านที่ถูกเลี้ยงจนมีขนาดอ้วนเกินไป จนมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับ

ในปี พ.ศ. 2548 ฟัวกราถูกผลิตขึ้นทั่วโลกราว ๆ 23,000 ตัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศฝรั่งเศสที่ผลิตประมาณร้อยละ 75 ของทั้งหมด หรือราวๆ 18,000 ตัน การบริโภคฟัวกราของประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2548 จะอยู่ราว ๆ 19,000 ตัน ประเทศที่ผลิตฟัวกรามากเป็นอันดับสองคือฮังการีและส่งออกให้ประเทศฝรั่งเศสมากที่สุด

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสน่ห์ฝรั่งเศสที่ทุกคนน่าจะรับรู้ได้ถึงความนิยม และหากใครได้ลิ้มรสก็คงสัมผัสได้ว่าเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสนั้นน่าประทับใจเพียงใด

อาหารรสเด็ดเมืองหอไอเฟล (Tour Eiffel)

Written by jintana on September 25th, 2013. Posted in บทความ

ฝรั่งเศสเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวอย่างมาก ด้วยเหตุผลนานาประการที่ทำให้ฝรั่งเศสเป็นเมืองของมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม แฟชั่นที่ทันสมัยอย่างผู้นำตัวยง รวมไปถึงศิลปะการปรุงอาหารอย่างเลิศรสที่ใคร ๆก็ไม่กล้าปฏิเสธถึงรสชาติที่เย้ายวน และหน้าตาของอาหารที่น่ารับประทาน เรียกได้ว่าทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจทุกครั้งที่ลิ้นได้ลิ้มรสสัมผัส เกริ่นกันมาเนินนานขนาดนี้ ต่อมน้ำลายของหลาย ๆ คนอาจเริ่มทำงานแล้ว งั้นเราไปทำความรู้จักกับอาหารฝรั่งเศสกันดีกว่าค่ะ

Crescent  roll แปลเป็นไทยได้ว่า โรลพระจันทร์เสี้ยว มันจากคำว่า croissant ในภาษาฝรั่งเศส อ่านออกเสียงว่า ครัวซอง ซึ่งแปลว่า จันทร์เสี้ยว ขนมอบที่มีลักษณะโค้ง รสสัมผัสกรอบ ๆ นุ่ม ๆ หอมเนยแบบนี้ เป็นอาหารฝรั่งเศสอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันดี กรรมวิธีการทำนั้นไม่ได้ซับซ้อนเท่าไรนัก ครัวซอง จะต้องใช้แป้งพายชั้น (puff pastry – พัฟ เพสทรี่) ที่ผสมยีสต์ นำมารีดเป็นแผ่น จากนั้นก็วางชั้นของเนยลงไป แล้วรีดซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นตัดเป็นสามเหลี่ยม แล้วจึงม้วนจากด้านกว้างไปด้านแหลมและนำไปอบด้วยความร้อนสูงให้แป้งฟู จากนั้นค่อยลดความร้อนเพื่อไม่ให้ไหม้

คีช (quiche) หรือเมดิเตอเรเนียนคีช รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายพาย แต่คีชถูกจัดให้เป็นอาหารคาว ด้วยเหตุเพราะคีชอาจมีส่วนประกอบต่าง ๆเช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือเนยแข็ง เป็นต้น ส่วนประกอบหลักของคีชจะมี ไข่ นม หรือครีม บางครั้งคีชอาจคล้ายพาสตา แต่ก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในประเภทเดียวกัน

บาเกต ( baguette) หรือขนมปังฝรั่งเศส ขนมปังเปลือกแข็งเป็นแท่งยาว ๆ คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เนื้อขนมปังด้านในจะเหนียวนุ่ม ชาวฝรั่งเศสนิยมนำมาทานคู่กับ ซุปหรือเนย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

อาหารเมืองหมีขาว

Written by jintana on September 22nd, 2013. Posted in บทความ


เมืองหมีขาวอันหนาวเหน็บ คำนี้น่าจะใช้ได้ดีสำหรับประเทศรัสเซีย ประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น แถมอาหารยังไม่อร่อย…เอ๊ะ! ไม่อร่อยจริงเหรอ? ชาวไทยส่วนใหญ่นั้นมองอาหารรัสเซียว่ารสชาติไม่ได้เรื่อง อาจเป็นเพราะไม่มีเวลาที่จะหาอาหารอร่อย ๆ รับประทานมากกว่า

ภาพด้านบนเป็นส่วนหนึ่งของอาหารรัสเซียที่น่ารับประทานแถมรสชาติก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เราอาจจะแบ่งประเภทของอาหารัสเซียได้สองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ อาหารประวันและอาหารที่เป็นทางการในงานต่าง ๆ

อาหารหลักของรัสเซีย ได้แก่ ขนมปังดำ ผักดอง เนย ซุปจืด เนื้อสัตว์ มันฝรั่ง นม ไส้กรอก เป็นต้น ส่วนเครื่องดื่มก็คงหนีไม่พ้น วอดก้า และน้ำควาซ มีรสชาติคล้ายเบียร์ ซึ่งมาจากการหมักขนมปังดำกับยีสต์ แต่ส่วนใหญ่มักนิยมดื่มชามากที่สุด

อาหารทั่วไปของรัสเซียมักจะประกอบไปด้วยผักดอง สลัดผัก ซุปจืด รับประทานกับอาหารจานหลักที่เป็นเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อปลา เคียงคู่มากับมันฝรั่งบดหรือมันฝรั่งผัด นอกจากนี้ก็มีไข่ปลาคาเวียร์ ปลารมควัน และของหวาน รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลด้วย