Author Archive

อากาศวันนี้ (2)

Written by akiautumn on February 1st, 2014. Posted in บทความ

 Good Morning Teacher

มาพบกันอีกครั้งกับสภาพอากาศต่อจากบทความที่แล้วนะครับในบทความนี้เราจะพูดถึงพายุในแต่ละประเภทกันว่ามีอะไรบ้าง

พายุ หรือ Storm คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากแรงดันอากาศต่ำอาจเกิดจากจุดเล็กๆ ที่พื้นที่ใดๆ อันเกิดจากอากาศร้อนลอยล่องขึ้นจากพื้นดิน ส่งผลให้เกิดการปั่นป่วนน้อยๆ เช่น การเกิดพายุฝุ่น (dust devils) หรือลมหมุน (whirlwinds)

พายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ

 

พายุฝนฟ้าคะนอง หรือ Thunderstorm มีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน

It seems like thunderstorm is coming, we should get inside and stay for a while.

-ดูเหมือนว่าพายุฝนฟ้าคะนองกำลังจะมา เราควรจะหลบเข้าข้างในแล้วรอซักพักนะ

 

พายุหมุนเขตร้อนต่างๆ แบ่งได้อีก 5 ประเภท คือ

พายุเฮอร์ริเคน หรือ Hurricane Due to the recent hurricane, a lot of people lost their homes.

-เนื่องจากเฮอร์ริเคนที่เพิ่งผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเสียบ้านและที่อยู่อาศัย

พายุไต้ฝุ่น หรือ Typhoon No sooner has one typhoon passed than the next one approaches.

-เมื่อไม่นานมานี้มีไต้ฝุ่นลูกหนึ่งพาดผ่านไปและดูเหมือนว่ากำลังจะมีอีกลูกหนึ่งเข้ามา

พายุไซโคลน หรือ Cyclone There’s a cyclone originated above the ocean.

-ไซโคลนกำลังก่อตัวขึ้นเหนือมหาสมุทร

พายุโซนร้อน หรือ Tropical storm This is a tropical storm. It’ll be over soon.

-นี้คือพายุโซนร้อน อีกไม่นานมันก็สลายไป

พายุดีเปรสชัน หรือ Depression The report states that there will be a depression.

-มีการรายงานข่าวระบุว่าดีเปรสชันกำลังจะก่อตัวขึ้น

 

พายุทอร์นาโด หรือ Tornado เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดในทวีปอเมริกา ก่อความเสียหายได้รุนแรงในบริเวณที่พัดผ่าน เกิดได้ทั้งบนบก และในทะเล หากเกิดในทะเล จะเรียกว่า นาคเล่นน้ำ (water spout)

The tornado destroyed the whole village.

-ทอร์นาโดได้ทำลายหมู่บ้านทั้งหมดราบเป็นหน้ากลอง

 

ผู้อ่านก็คงได้รู้จักกับพายุแต่ล่ะประเภทกันแล้วนะครับ อีกทั้งความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไปอีก ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่ประเทศไทยของเรามีพายุเกิดขึ้นไม่มากนัก อีกทั้งความรุนแรงก็ยังไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

Reference: Wikipedia

อากาศวันนี้ (1)

Written by akiautumn on January 30th, 2014. Posted in บทความ

 Good Morning Teacher

ช่วงนี้สภาพอากาศบ้านเรารู้สึกจะเริ่มแปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเล่นเอาเป็นหวัดกันได้ง่ายๆ นะครับ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสภาพอากาศกันว่ามีการเรียกอย่าไร

สภาพอากาศ หรือWeather เป็นคำที่ใช้แสดงภาวะของอากาศภาคตามช่วงเวลาของบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ส่วน Climate หมายถึง ภูมิอากาศ กล่าวคือสภาวะเฉลี่ยของสภาพอากาศของบริเวณกว้างๆ ในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งจะอธิบายถึงสภาวะของอุณหภูมิ เมฆ ฝน และหิมะ เป็นต้น

 

Fine weather หมายถึง บริเวณที่มีสภาพอากาศดี What fine weather! I’m going to go outside.

-อากาศช่างดีอะไรอย่างนี้ ฉันจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย

Cloudy หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีเมฆมาก It was cloudy that night.

-เมื่อคืนนี้มีเมฆหนามาก

Sunny หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีแดดจัด If it is sunny tomorrow, we will go on a picnic.

-ถ้าพรุ่งนี้อากาศดี เราจะไปปิกนิกกัน

Windy หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีลมแรง It was cold, and in addition, it was windy.

-อากาศหนาวมากและอีกอย่างลมก็แรงมาก

Foggy หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีหมอกลง It was foggy, so it was hard to drive along.

-วันนี้มีหมอกลง มันยากมากที่จะขับรถไปตามทาง

Stormy หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีพายุเข้า It was stormy the day before yesterday.

-มีพายุเข้าเมื่อวานซืนนี้

Raining หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีฝนตก It’s raining all day and all night.

-ฝนตกทั้งวันทั้งคืนเลย

Hailing หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีลูกเห็บตก In the northern part, it’s normally hailing in winter.

-ทางตอนเหนือมักจะมีลูกเห็บตกในช่วงฤดูหนาว

Snowing หมายถึง บริเวณที่สภาพอากาศมีหิมะตก It has been snowing for a week.

-หิมะตกมาตลอดหนึ่งสัปดาห์แล้ว

 

 

ผู้อ่านก็ได้รู้จักสภาพอากาศกันพอสังเขปแล้วในบทความหน้าเราจะไปทำความรู้จักกับพายุในแต่ละประเภทกันนะครับว่ามีแบบไหนบ้าง สุดท้ายนี้ผู้อ่านก็หมั่นดูแลสุขภาพตัวเองกันด้วยนะครับอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเดี๋ยวจะไม่สบายกันนะครับ

อยู่คอย กับ คอยอยู่ (2)

Written by akiautumn on January 28th, 2014. Posted in บทความ

 Good Morning Teacher

กลับมาพบกันอีกครั้งซึ่งเรายังคงมาทำความรู้จักกับการรอคอยกันเหมือนเดิมครับ ก่อนหน้านั้นเรามาทบทวนกันก่อน “wait” หมายถึง “การรอคอย” นะครับ และทีนี้เราจะมาทำความรู้จักกับรูปแบบที่เหลือกันนะครับ

 

Wait up หรือ Wait upon คือ การรอคอย คอยรับใช้ หรือ ให้บริการต่างๆ เช่น

She has no one to wait upon her.

-ไม่มีใครมาคอยบริการเธอเลย

Why did they wait upon him so servilely?

-ทำไมพวกเขาถึงคอยบริการเขาอย่างดีล่ะ

 

Wait onคือ การรอคอย คอยรับใช้ การรอให้บริการ เช่นเดียวกับ wait up/upon เช่น

There was no one in the shop to wait on me.

-ไม่มีใครซักคนในร้านมาคอยบริการฉันเลย

I couldn’t find a clerk to wait on me.

-ฉันหาพนักงานมาคอยบริการฉันไม่ได้ซักคน

*สำหรับ wait on ก็มีวลีที่ว่า wait on tableที่หมายถึง คอยให้บริการตามร้านอาหาร เช่นเดียวกับ wait at table

 

Wait inคือ การคอยอยูกับที่ (โดยเฉพาะที่บ้าน) เช่น

Would you like to wait in the bar?

-คุณจะไปรอฉันที่บาร์ได้ไหม

Would you like to wait in the room?

-คุณจะรอฉันอยู่ในห้องมั้ย

 

Wait out คือ การรอคอยจัดการให้เสร็จ นั้นก็คือรอเพื่อจะทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เช่น

I will wait the summer out, and if nothing happens, I’ll write a book again.

-ฉันจะรอจนกว่าจะหมดฤดูร้อนถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉันจะกลับมาเขียนหนังสืออีกครั้ง

I willwait out the storm inside.

-ฉันจะรอจนกว่าพายุจะสลายข้างในนี้

 

เอาล่ะครับทีนี้เราก็ทำความรู้จักกับการรอคอยกันจนครบหมดแล้วนะครับ อย่าลืมทบทวนและเรียนรู้วิธีใช้เพื่อเอาไปใช้ให้ถูกต้องด้วยนะครับ

Reference: dict. longdo

อยู่คอย กับ คอยอยู่ (1)

Written by akiautumn on January 26th, 2014. Posted in บทความ

 Good Morning Teacher

สำหรับบทความนี้จะเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กและเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ คนก็คุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี “wait” หมายถึง “การรอคอย” ซึ่งการรอคอยนี้ก็แบ่งได้อีกหลายแบบเช่นกัน เราไปดูกันทีล่ะตัวกันเลยดีกว่า

 

Wait คือ การรอคอยแบบต้นเลย คือรอคอยไปเฉยๆ ไม่ได้ทีอะไรพิเศษซึ่งอาจะจะรอรถ รอคน รอเวลา หรือ ยืนรอเฉยก็ได้ เช่น

Two hours is too long to wait.

-ให้ยืนรอ2 ชั่วโมงนี้นานเกินไปนะ

Please wait in front of Room 213.

-กรุณายืนรออยู่หน้าห้อง 213 ด้วย

 

Wait for คือ การรอคอย รอบางสิ่งบางอย่าง รอบางคน หรือ รออะไรก็ตามที่กำลังจะมาเกิดขึ้น เช่น

You have only to wait for her return.

-คุณเพียงแค่รอให้เธอกลับมาก็เท่านั้น

Stay here and wait for him.

-คุณอยู่ที่นี้และรอเขา

 

Wait at คือ การคอยอยูกับที่ใดที่หนึ่ง เช่น

The long wait at the airport was tedious.

-การรอคอยอันยาวนานที่สนามบินช่างหน้าเบื่อเสียจริง

He was made to wait at the station for two hours.

-เขาจำเป็นจะต้องรอที่สถานีถึง 2 ชั่วโมง

* wait at tableเป็นวลี หมายถึง การบริการถึงโต๊ะอาหาร (ในภัตตาคาร)

 

ในครั้งนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะครับเดี๋ยวครั้งหน้าเรามาต่อกันใหม่กับการรอคอยที่เหลืออยู่ครับ

 

Reference: dict. longdo

ว่าง ว่าง ว่าง

Written by akiautumn on January 24th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

พบกันอีกครั้งแล้วนะครับสำหรับครั้งนี้เราจะมารู้จักกับคำว่า “Vacant” หมายถึง “ว่าง” มั่นใจเลยว่าผู้อ่านหลายๆ คนต้องเจอคำนี้มาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่มักจะใช้ในโรงแรม ห้องเช่า หรือ ตำแหน่งงานต่างๆอาทิ

Are you there any vacant rooms available?

-มีห้องว่างบ้างไหมครับ?

We have a vacant post in our office.

-ที่บริษัทเรามีตำแหน่งว่างอยู่

There being no vacant seat in the bus, I kept on standing.

-ไม่มีที่นั่งว่างเลยบนรถประจำทาง ฉันจึงต้องยืน

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากจะหมายถึง ว่าง หรือ ไม่มีใครจับจองแล้ว Vacant ยังมีอีกความหนึ่ง นั้นก็คือ ปราศจากความคิด ไม่เข้าใจ เหม่อเลย หรือ ไร้สาระ ซึ่งก็มีความหมายเดียวกับคำว่า Vacuous ครับ เช่น

It was vacant of him to do such a thing.

-เค้าเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่ทำแบบนั้น

That girl is still in shock because of losing her beloved baby sister in an accident last week. She does nothing but a vacant stare.

-สาวน้อยคนนั้นยังรับไม่ได้จากการต้องมสูญเสียน้องสาวอันเป็นที่รักไปจากอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเธอก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลยได้แต่เหม่อมองอยู่ตลอด

และในบางครั้งเจ้าของภาษาก็มักจะสื่อ “ความสนุกสนานอันไร้สาระ” โดยใช้คำว่า “vacant frivolity” คำว่า frivolity หมายถึง เล่นๆ ไม่เอาจริงเอาจัง เช่น

It’s such a vacant frivolity to mock him that way.

-ไม่ต้องคิดมากไปก็แค่หยอกเขาไปเล่นๆ ไม่ได้มีอะไรเลยจริงๆ

 

ครับ สุดท้ายผู้อ่านก็ได้รู้คำศัพท์กันเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะครับ ยังไงก็อย่าลืมทบทวนกันด้วยนะครับ

เมื่อไหร่หม้อจะเดือดกันนะ!?

Written by akiautumn on January 22nd, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

ในบทความครั้งนี้จะเสนอสำนวนที่ว่า A watched pot never boils นะครับถ้าแปลตรงตามแล้วจะหมายถึง หม้อที่ถูกจับตาดูตลอดนั้นจะไม่เดือด ครับ ซึ่งความจริงแล้วสำนวนนี้มีความหมายว่า ยิ่งคอยก็ยิ่งช้า ซึ่งจากที่สังเกตกันมาก็มักจะเป็นเช่นนั้นเสมอนั้นก็คือเวลาเราจับจ้อง หรือ ใจจดใจจ่อ กับสิ่งใดก็ตามจะรู้สึกว่านานเหลือเกินใช่มั้ยล่ะครับ เช่น

Son: I can’t wait until I turn 18 and can start driving!
-ฉันรอไปเรื่อยจนกว่าจะอายุ 18 ไม่ได้แล้วนะ อยากจะมีรถขับแล้วนะ

Dad: Come on, my kid. A watched pot never boils.

-ไม่เอาน่าลูก ยิ่งรอคอยก็ยิ่งช้านะ

และหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าแล้วสำนวนนี้เกี่ยวอะไรกับหม้อล่ะนี้ ซึ่งที่มาก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนนักอย่างที่กล่าวไว้ข้าวต้นแล้ว ไม่งั้นผู้อ่านก็ลองตั้งหม้อดูสิครับ ซึ่งกว่าหม้อจะเดือดนั้นมันก็มีระยะเวลาที่ตายตัวอยู่แล้วเมื่อแปรผันกับความร้อนที่ใช้ แต่ถ้าผู้อ่านใจจดใจจ่อรอให้น้ำเดือดล่ะ แค่ 2 นาที ก็ยาวนานเหมือน 2 ชั่วโมงนะครับ

 

สุดท้ายนี้เมื่อผู้อ่านอ่านบทความนี้แล้วล่ะก็อย่าทำตัวเป็น A watched pot never boils นะครับ เพราะทุกอย่างล้วนค่อยเป็นค่อยปามกาลเวลา เหมือนภาษาอังกฤษถ้าหมั่นเพียรศึกษาซักวันหม้อก็จะเดือดเองครับ

Reference: wikianswer

ถ่ายหนักนั้นเป็นไฉน?

Written by akiautumn on January 20th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

สำหรับบทความในครั้งนี้อาจจะดูคลื่นไส้ไปนิดแต่ก็เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจทีเดียว ในครั้งนี้เราจะพูดถึง “อุจจาระ” ใช่แล้วครับได้ยินกันไม่ผิดหรอกครับ หลายๆ คนก็คงจะพอรู้จักกันอยู่บ้าง นั้นก็คือคำว่า “Poo” นั้นเอง แต่ถ้าจะให้ใช้คำอย่างเป็นทางการก็ใช้คำว่า “Faeces” หรือ “Feces” ก็ได้ ซึ่งมักจะเห็นเวลาไปหาหมอ หรือเมื่อลงข่าวภาษาอังกฤษ เช่น

The police found a bag full of faeces and fermented fish while investigating the crime.

-ตำรวจพบถุงเต็มไปด้วยอุจจาระผสมปลาร้าในขณะที่กำลังสืบสวนคดีอาชญากรรม

และยังมีอีกคำหนึ่งที่ใช้บ่อยคือ fecal matter เช่น The police found a bag full of fecal matter and fermented fish.

ทั้งนี้ยังมีคำอื่นๆ อีกที่เกี่ยวข้องกับการอุจจาระ อาทิto excrete (v.) หมายถึง ขับถ่ายโดยเฉพาะอุจจาระ หรือexcrement (n.) ก็ได้รวมถึง stool คำเดียวกันที่ใช้ในความหมายว่า ม้านั่ง นั้นเอง แต่ที่นี้หมายถึง อุจาระ แบบทางการ เช่น

The doctor asked if my stools were regular.

-คุณหมอถามว่าการอุจจาระของฉันปกติเป็นประจำหรือเปล่า

และยังมีอีกคำหนึ่งที่ดูอาจจะงงนิดๆ นั้นคือ Bowel movement

Bowel หมายถึง ลำไส้ใหญ่ และ Movement คือการเคลื่อนไหว เป็นอีกคำหนึ่งที่คุณหมออาจจะใช่กัน

 

*นอกจากนี้ยังมี ภาษาปาก หรือ ภาษาสแลง อยู่อีก คือ คำว่า shit ซึ่งแปลใกล้กับคำว่า ขี้ ในภาษาไทย นอกจาก shit ก็ยังมี crud หรือ turd ซึ่งใช้อธิบาย ขี้ แต่ออกเชิงที่หยาบออกไปหน่อย

 

ครับถึงบทความนี้จะฟังดูไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากกนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องทำในชีวิตประจำวัน ผู้อ่านก็อย่าลืมทบทวนกันด้วยนะครับ

Reference: tlc.com

เดินหน้า ก้าวหน้า ล้ำหน้า

Written by akiautumn on January 18th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

ในบทความครั้งนี้จะนำเสนอคำศัพท์ที่เห็นกันบ่อยๆ ในหลายๆ แขนงวิชาความรู้และตามสื่อต่างๆ โดยทั่วไป นั้นก็คือ “Progress” และ “Advance”

เริ่มจาก Progress มีความหมายว่า “ความก้าวหน้า” ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่ครอบคลุมในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็น การเรียน การงาน สุขภาพ เป็นต้น ทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง คำนาม (noun) และ กริยา (verb)อีกด้วย เช่น

If you keep trying, you will make progress.

-ถ้าคุณยังคงพยายามทำต่อไปเรื่อย สักวันคุณก็จะก้าวล้ำเกินกว่าใคร

Computers have made rapid progress.

-คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยให้เกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาช้านานแล้ว

 

อีกคำหนึ่ง Advance ก็มีความหมายในทำนองเดียวกันหมายถึง “การเดินหน้า” หรือ “ล่วงหน้า” สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเช่นกัน ทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง คำนาม (noun) กริยา (verb)และ คำคุณศัพท์ (adjective) เช่น

You had better ask him advance how much it will cost.

-จะดีกว่านะถ้าคุณถามเขามาก่อนว่าของชิ้นนั้นมันราคาเท่าไหร่กัน

The price in January advanced 20% on the year.

-ราคาสินค้าในเดือนมกราคมในปีนี้พุ่งสูงขึ้นอีก 20%

นอกจากนี้ยังมี วลี (phrase) ที่เกี่ยงกับตำนี้และนิยมใช้กันบ่อยๆ คือ “in advance” หมายถึง “ล่วงหน้า” เช่น

You may as well say it to him in advance.

-คุณน่าจะบอกเรื่องนี้กับเขาล่วงหน้าด้วยนะ

You should have telephoned in advance.

-คุณควรจะโทรบอกเขาล่วงหน้านะ

 

ทีนี้ผู้อ่านทุกท่านก็อย่าลืมทบทวนการใช้กันด้วยนะครับจะได้นำไปใช้ได้อย่างถูกวิธี ถ้าใช้ผิดแล้วเบี่ยงประเด็นไปจะทำให้ไม่เข้ใจกันดื้อเลยนะครับ

จะพลิกหินให้หมดทุกก้อน!?

Written by akiautumn on January 16th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

ในครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนกันนะครับ ซึ่งสำนวนที่จะมานำเสนอก็คือ Leave no stone unturned ดูจากประโยคแล้ว อืม….จะแปลได้ว่า “จะไม่ปล่อยให้หินไม่ให้พลิกขึ้นมา” อืม….ถามว่างงมั้ยครับ งงครับ งงมาก งั้นเรามาทำความเข้ใจกันเลยดีกว่า ประโยคนี้เป็นประโยคปฏิเสธที่ซ้อนปฏิเสธอีกทีครับ ซึ่งความหมายที่แท้จริงก็คือ “พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พอจะทำได้” ครับ เช่น

 

The police left no stone unturned in search for the missing child.

ตำรวจพยายามทุกอย่างที่จะค้นหาเด็กที่หายไป

 

แล้วทำไมต้องเกี่ยวกับหินล่ะครับ ทำไมต้องพลิกหินด้วยล่ะครับ มันมีที่มาอย่างไรกันแน่ ?

ครับ สำหรับที่มาของสำนวน Leave no stone unturned นั้นต้องย้อนกลับไปในช่วงที่ตำนานโบราณของชาวกรีกในบทกวีของ ยูรีพีดีสที่กล่าวถึง

“แม่ทัพคนหนึ่งได้ฝังสมบัติจำนวนมหาศาลไว้ที่ใดทีหนึ่งในค่ายของเขา ต่อมาไม่นานแม่ทัพผู้นี้ก็ถูกโค่นล้มมีผู้คนจำนวนมากที่เสาะหาสมบัติของแม่ทัพผู้นี้แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ พวกเขาเหล่านั้นจึงไปปรึกษากับ นักพยากรณ์แห่งวิหารเดลไฟ (Oracle of Delphi)นั้นบอกกับพวกเขาเหล่านั้นให้เคลื่อนย้ายก้อนทุกก้อนแล้วจะเจอเอง”

นี้ล่ะครับที่มาของการพลิกก้อนหินทุกก้อน ซึ่งหากจะให้เข้าใจในภาษาง่ายก็อาจจะใช้คำว่า “Try every possible way” ก็ได้ครับ อย่างไรก็ตามเพื่อนๆ จะต้องไม่ลืมหมั่นค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอดนะครับ อย่างที่ทราบกันภาษาไม่เคยหยุดวิวัฒนาการถ้าพลาดไปอาจตามไม่ทันนะเออ…..

Reference: Euripides wikiquotes

ความหลังอันน่าจดจำ (1)

Written by akiautumn on January 12th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งจะรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวกับความทรงจำมาให้ ผู้อ่านกันนะครับ ซึ่งคำศัพท์ที่เกี่ยวกับความทรงจำนี้ก็มีมากมายหลายแขนงเสียเหลือเกิน เราไปดูกันทีละตัวกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

Memory (n.) ความทรงจำ เป็นคำที่เห็นกันบ่อยมากในหลายๆ สื่อเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะแปลว่าความทรงจำแล้ว อาจจะหมายถึง ความจุในเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อีกด้วย อาทิ memory stickหรือที่เรียกกันภาษาบ้านว่า flash drive หรือ USB นั้นเอง

 

All of you in my memory is still shining in my heart.

-พวกคุณทุกคนในความทรงจำของฉันยังคงส่องประกายภายในหัวใจของฉัน

This experience will always remain in my memory.

-ฉันจะเก็บประสบการณ์นี้ไว้ในความทรงจำของฉันตลอดไป

*สำหรับ memory ยังมีอีก 2 รูปคือ memorable (adj.) และ memorability (n.) ซึ่งหมายถึง มีค่าน่าจดจำ เช่น

Dreams may be vivid and memorable.

-ความฝันนั้นช่างดูมีชีวิตชีวาและน่าจดจำเสมอมา

 

Memorize (v.) ท่องจำ บันทึกไว้ ตัวนี้ทำน่านี้เป็นคำกริยา มีหน้าทีตามความหมายคือการจดจำ หรือ บันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับไว้ในความทรงจำ เช่น

I have memorized 2000 English words.

-ฉันจดจำศัพท์ภาษาอังกฤษได้กว่า 2000 คำแล้ว

I just can’t memorize students’ names.

-ฉันจำชื่อนักเรียนไม่ได้เลยซักคน

 

Memorization (n.) การระลึกถึง ตัวนี้เป็นภาคคำนามของ memorize ดังนั้นจึงมีความหมายที่ไม่ต่างกันมากนักคือการนึกถึงสิ่งที่จดจำหรือบันทึกไว้ได้ เช่น

 

These theories typically focus on familiarization instead of memorization.

-ทฤษฎีเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปทางความคุ้นเคยแทนที่จะใช้การจดจำ

The methods were outdated and centered around rote memorization and translation.

-วิธีการพวกนั้นมันล้าสมัยไปแล้วและก็ยังคงเน้นแนวทางในการเรียนรู้แบบท่องจำและแปลสื่อต่างๆ ออกมาอยู่

 

ในบทความนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะครับและในครั้งหน้าเราจะมารู้จักความทรงจำในรูปแบบอื่นๆ กันครับ