Author Archive

British English และ American English (2)

Written by akiautumn on May 21st, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

จากบทความเมื่อครั้งก่อนที่กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างภาษาอังกฤษทั้ง 2 รูปแบบในด้านของคำศัพท์นั้น ในครั้งนี้ยังคงเกี่ยวเนื่องกับคำศัพท์อยู่เช่นเดิมแต่จะเป็นความแตกต่างกันในด้านของการสะกดคำ

ความแตกต่างทางด้านการสะกดคำ (spelling)

British English

American English

คำแปล

Cheque

Check

เช็คเงินสด

Colour

Color

สี

Metre

Meter

เมตร

Per cent

Percent

เปอร์เซ็นต์

Programme

Program

รายการ (โทรทัศน์ หรือ วิทยุ)

 

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าคำทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันอยู่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นแต่ในบ้างครั้งก็อาจจะทำให้สับสนอยู่ไม่น้อยว่าเป็นคำๆ เดียวกันหรือไม่ อาทิ

Look at the colour / color of the sky. It’s very beautiful.

-ดูที่สีของท้องฟ้าสิ มันช่างสวยงามเหลือเกิน

The room is tensquaremetres / meters.

-ห้องนี้มีขนาดกว้าง 10 ตารางเมตร

I love to watch this TV programme / program.

-ฉันชอบดูรายการทีวีนี้มาก

 

ซึ่งไม่ว่าผู้อ่านจะถนัดใช้แบบไหนก็ถูกต้องทั้งสิ้น ทว่าในปัจจุบันนี้การใช้แบบ American English นั้นเป็นที่แพร่หลายและนิยมกว่ามาก รวมถึงโปรแกรมต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ก็ล้วนใช้แบบ American English ให้ดีที่สุดผู้อ่านควรรู้ทั้ง 2 รูปแบบจะดีที่สุด^^

Reference: Longdo.com

British English และ American English (1)

Written by akiautumn on May 19th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

อย่างที่ผู้อ่านทราบดีในปัจจุบันนี้ภาษาอังกฤษมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกซึ่งล้วนแล้วมีต้นแบบมากอังกฤษนั้นเอง อย่างไรก็ดีภาษาอังกฤษเองก็มีการแตกสาขาออกมาเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือBritish English (ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ) ของ United Kingdom และAmerican English (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน) ของ United states ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งประเทศจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ทว่าก็ยังคงมีการใช้ที่แตกต่างกันบางส่วนซึ่งแม้แต่ตัวเจ้าของภาษาเองก็ยังสับสนได้ ดังนี้

ความแตกต่างด้าน vocabulary (คำศัพท์)

ในด้านของคำศัพท์มีหลายคำทีเดียวที่ทั้ง British English และ American English นั้นใช้ต่างกันซึ่งก็สร้างความสบสนในการเข้าใจความหมายอยู่ไม่ใช่น้อย เช่น

British English

American English

คำแปล

Flat

Apartment

ห้องเช่า

Luggage

Baggage

หีบห่อ สัมภาระ

Bank note

Bill

ธนบัตร

Taxi

Cab

รถยนต์รับจ้าง

Sweets

Candy

ขนมหวาน ลูกกวาด

Petrol

Gasoline

น้ำมันรถยนต์

Jug

Pitcher

เหยือก คนโท

Condom

Rubber

ถุงยางอนามัย

Ill

Sick

ป่วย ไม่สบาย

Underground railway

Subway

รถไฟฟ้าใต้ดิน

Roundabout

Traffic circle

วงเวียนกลับรถ

Lorry

Truck

รถบรรทุก

Hoover

Vacuum cleaner

เครื่องดูดฝุ่น

Garden

Yard

สนามหญ้า สวน

Zip

Zipper

ซิป

 

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่ามีคำมากมายที่ใช้แตกต่างใน 2 รูปแบบซึ่งทางที่ดีที่สุดคือเราควรจะจำคำศัพท์ทั้ง 2 แบบ และเลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งตามความถนัดของเรา หรือตามความเหมาะสมของผู้ที่เราจะสื่อสารด้วย โดยไม่ใช้ปะปนกันจะการดีที่สุด

Reference: esl.about.com

สมน้ำหน้าาา

Written by akiautumn on April 9th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

 

สำหรับบทความรั้งนี้จะเสนอสำนวนที่ว่าเวลาเรา “สมน้ำหน้า” ใครๆ ก็ตามเพราะคนไทยส่วนมากมักจะติดปากว่า สมน้ำหน้าแก หรือ แกสมควรแล้ว แต่ในภาษาอังกฤษนั้นเวลาที่อยากจะพูดว่าสมน้ำหน้ามันบ้างนั้น มีอะไรบ้างไปดูกัน

 

It serves + คนที่โดนสมน้ำหน้า + right

หรือ

It serves + คนที่โดนสมน้ำหน้า + well

 

ดังนี้

 

A: I’ve broken up with my girlfriend already

ฉันเลิกกับแฟนแล้วล่ะ

B: It serves her right/ It serves her well because she cheated on you

เธอสมควรแล้ว ก็เธอไปนอกใจนายนี้นะ

*ในบทสนทนาคนที่โดนสมน้ำหน้าคือ girlfriend นะครับ

 

มีอีกคำหนึ่งนะครับแต่ไม่ได้มีความหมายว่า‘สาสมแล้วที่ได้รับ’ นั้นคือ ‘you deserve it’ ซึ่งประโยคนี้ส่วนมากจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการสมน้ำหน้าแต่ผิดถนัดเลยนะครับ โดยทั่วไปประโยคนี้จะถูกใช้ไปในทางที่ดีเสียมากกว่าครับ

 

A: I fail the exam again.

ฉันสอบตกอีกแล้วล่ะ

B: You deserve it. I’ve never seen you reading a book or reviewing a lesson just only hanging out with your friends.

ก็สมควรแล้ว ฉันไม่เคยเห็นนายอ่านหนังสือซักเล่มแม้แต่ทบทวนบทเรียนก็ไม่มี เอาแต่ไปเที่ยวเฮฮากับเพื่อนๆ ของนายเท่านั้นเอง

 

จบแล้วล่ะครับสำหรับการสมน้ำหน้า ผู้อ่านก็ลองทบทวนดูนะครับเวลาเอาไปใช้จะได้ใช้ถูกต้องและอย่าสับสนนะครับเพราะ you deserve it ไม่ได้มีความหมายว่าสมน้ำหน้านะครับ

Reference: KruSomsri’s English school

ดึงขาตัวเอง!?

Written by akiautumn on April 6th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

 

บทความครั้งนี้ขอนำเสนอวลีที่ว่า ‘Pull your leg’ ถ้าแปลตรงๆ ตามตัวก็คือ ‘ดึงขาตัวเองนั้นเอง’ แล้วการดึงขาตัวเองคืออะไร ทำไมต้องดึง จริงๆ แล้ววลีนี้มีความหมายเป็นนัยว่า ‘Telling a lie’ หรือ ‘การโกหก’ นั้นเอง แต่เป็นการโกหกในเชิงล้อเล่นกัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ‘การอำ’ หรือ ‘Playing a trick on’ นั้นเองครับ

 

A: Have you heard about Tina’s wedding?

เธอได้ยินข่าวเรื่องงานแต่งงงของทีน่าบ้างรึเปล่า

B: Tina’s wedding? Are you kidding me? I’ve never heard she has a boyfriend.

อะไรนะ งานแต่งของทีน่า นี้เธอล้อฉันเล่นใช่มั้ย ฉันไม่เคยจะได้ยินเลยว่าทีน่ามีแฟน

A: Seriously, she wants to keep it secret because she got pre-marital conception with a guy she met at the bar.

ฉันพูดจริงนะ ทีน่าต้องการจะปิดไว้เป็นความลับน่ะ เพราะเธอท้องก่อนแต่งกับผู้ชายที่เจอกันที่บาร์น่ะ

B: What!? Poor Tina! Is that guy alright, good guy or bad guy?

อะไรนะ ทีน่าเอ้ย แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ เป็นคนดีหรือไม่ดี

A: Calm down! Calm down! And listen to me carefully. I’m just pulling your leg.

ใจเย็นนะ ใจเย็น แล้วฟังฉันให้ดีๆ ฉันล้อเธอเล่นนะ

B: What! Damn you!

อะไรนะ เธอนี้นะ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีข้อสังเกตทางไวยากรณ์นิดหนึ่งครับคือ วลี ‘Pull your leg’ มักอยู่ในรูป continuous tense เสมอ คืออยู่ใน รูป be pulling your leg นอกจากนั้น อย่าได้เผลอเติม –s หลัง leg นะครับ เพราะวลีนี้เป็นเอกพจน์ไม่ว่าจะล้อซักกี่สิบหมื่นคนก็ใช้แค่ ‘leg’ นะครับ

Reference: I Get English Magazine

เรื่อง อ้วน อ้วน

Written by akiautumn on April 3rd, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้จะนำเสนอในเรื่องของปัญหาที่หลายๆ คนประสบปัญหากันมากในปัจจุบัน นั้นก็คือ “ความอ้วน” นั้นเอง ทั้งนี้คำว่าอ้วนในภาษาอังกฤษหลายๆ คนคงจะนึกเจ้าว่า ‘Fat’ กันซะส่วนมาก ซึ่งฟังดูไม่ค่อยเสนาะหูเท่าที่ควรนัก แต่หารู้ไม่ว่าความอ้วนในภาษาอังกฤษนั้นมีการแบ่งลำดับไว้ในแต่ละช่วง ดังนี้

Overweight

น้ำหนักเกินมาตรฐานนิดๆ แลดูท้วมๆ

Fat

เริ่มมีห่วงยางรอบสะดือ หรือเผละออกข้างนิดๆ

Obese

อ้วนกลมเลยทีเดียว

*ทุกตัวมีหน้าที่ของคำเป็น adjective ทั้งสิ้น เช่น you are overweight

 

อย่างไรก็ดีในภาษาอังกฤษยังมีคำแสลงใช้เรียก ‘ความอ้วน’ ที่แลดูน่ารัก ซึ่งส่วนใหญ่จะพยายามเลี่ยงๆ คำว่า ‘Fat’ ได้แก่ Chubby Fluffy และ Tubby ซึ่งเจ้าคำแสลงเหล่านี้ก็ยังแบ่งระดับความอ้วนอีกเช่นกัน

Chubby

อ้วนตุ้ยนุ้ย จ้ำม่ำ

Fluffy

อ้วนเผละออกเริ่มดูไม่ดี

Tubby

อ้วนมาก อ้วนกลม ล้มทีมีกลิ้ง

*ทุกตัวมีหน้าที่ของคำเป็น adjective ทั้งสิ้น เช่น you are chubby

 

อย่างที่กล่าวมาความอ้วนในภาษาอังกฤษนั้นมีการแบ่งระดับความอ้วนไว้สำหรับเรียกใช้ซึ่งบางทีฟังดูก็ไม่น่าอภิรมย์เท่าไรนักเพราะหลายๆ คนอาจจะรู้สึกขาดความมั่นใจเอาง่ายหากมีคนมาทักเราว่าอ้วน ดังนั้นจึงมีอีกคำหนึ่งที่มีความในด้านที่ดีมากถึงมากที่สุดนั้นก็คือ ‘Healthy’ หรือ สมบูรณ์ นั้นเอง ซึ่งฟังดูสุขภาพดีรื่นหู ดังนั้นเวลามีใครมาพูดกับเราว่า “You look overweight” ให้เราตอบกลับไปทันควันเลยว่า “Nope, I’m healthy instead” เอาให้คนทักหน้าหงายไปเลย

 

Have Your Cake and Eat It Too

Written by akiautumn on March 31st, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้เป็นสำนวนครับ คือ Have your cake and eat it too หมายถึง จะเก็บไว้เองแล้วก็จะกินมันอีกด้วย ฟังดูเหมือนจะเอาแต่ได้ไว้คนเดียว ซึ่งถ้าตีความหมายเป็นสำนวนไทยก็จะราวๆ ‘รักพี่เสียดายน้อง’ หรือ ‘จับปลาสองมือ’ ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ จะหมายถึง จะเอาทุกอย่างไม่แบ่งให้ใครทั้งสิ้นหรือ Have it all นั้นเอง

เช่น

How selfish you are, you have your cake and eat it too!

-คุณช่างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก ที่จะเอาแต่ได้อย่างเดียวไม่แบ่งให้ใครเลย

 

อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปสำนวนนี้มักจะถูกใช้ในรูปปฏิเสธเสียมากกว่า ดังนี้ ‘You cannot have your cake and eat it too’ ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “เราไม่ควรจะเอาทั้งเค้กแถมยังกินเค้กนั้นเองอีกต่างหาก” ซึ่งจะมีความหมายเป็นนัยว่าเราควรจะเลือกเอา ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งคือถ้าเรามีเค้กเป็นของตนเองก็ควรที่จะแบ่งคนอื่นกินบ้าง หรือถ้าอยากจะกินเค้กก็ควรขอเจ้าของเค้กนั้นเอง ถ้าตีเป็นความหมายที่ให้เข้าใจได้ง่ายคือ คนเราก็ต้องมีได้บ้างเสียบ้าง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแต่เรื่องดีๆ ไปเสียทุกอย่าง หรือ You can’t have it all เพื่อให้มีความหมายที่ดีและเป็นคติสอนใจเด็กๆ ให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันซึ่งกันและกันครับ

 

Reference: trueplookpanya.com

เหงื่อตกทั้งที่หนาว!?

Written by akiautumn on February 13th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

สำครับบทความครั้งนี้เราจะมารู้จักกับสำนวนที่ว่า “Be in a cold sweat” ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะมารู้ความหมายกัน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่ามีที่มาอย่างไร

 

Sweat หมายถึง เหงื่อ เหงื่อออก หรือ เสียเหงื่อ เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ ที่นิยมใช้ในหลายๆ โอกาส แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ซึ่งส่วนมากแล้ว เจ้าของภาษามักจะอาคำนี้มาอธิบายถึงการพยายามทำบางสิ่งบางอย่างอย่างสุดกำลัง อาทิ

 

He’s soaked with sweat from working hard all day

-ตัวเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานหนักตลอดทั้งวัน

 

หรือ อาจจะใช้คำว่า be sweated throughแทนก็ได้ เช่น

 

He’s sweated through from working hard all day.

-ตัวเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานหนักตลอดทั้งวัน

 

ซึ่งในบางครั้งอาจจะใช้ในทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน อาทิ The patient sweats (คนไข้เหงื่อออก)

 

และสำหรับสำนวนที่ว่า Be in a cold sweat นั้นอาจจะทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า อากาศหนาวๆ จะมีเหงื่อได้อย่างไร ซึ่งความหมายของวลีนี้หมายถึง ตกใจ หรือ ประหม่าจนเหงื่อแตก นั้นเอง

 

The students are all in a cold sweat when they were caught cheating in the examination.

-กลุ่มนักเรียนต่างวิตกกันจนเหงื่อซกไปทั้งตัวหลังจากที่พวกเขาถูกจับได้ว่าร่วมกันทุจริตในการสอบ

 

หรือ

 

She is in a cold sweat when she was arrested by the police

-เธอตกใจจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวเมื่อตำรวจเข้าจับกุมเธอ

 

Reference: thairath.co.th

ความต่างที่คล้ายคลึง

Written by akiautumn on February 10th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความนี้จะนำเสนอคำที่หลายๆ คนมักใช้กันผิดๆ คือกลุ่มคำที่มีคำว่า In- และ –vent, –vest, –vite, –volveซึ่งหลายๆ คนมักจะสับสนกับวิธีใช้ซึ่งหากใช้ผิดแล้วก็จะทำให้ความหมายผิดไปด้วย อาทิ night กับ knight หรือ peace กับ peach หรือ public กับ publish เป็นต้น และคำที่มักใช้ผิดกัน ได้แก่

 

Invest

V. ลงทุน

Invent

V. ประดิษฐ์

Invite

V. เชิญชวน

Investigate

V.สอบสวน

Involve

V. เกี่ยวข้อง

Investment

N. การลงทุน

Invention

N. การประดิษฐ์

Invitation

N. การเชิญ

Investigation

N. การสอบสวน

Involvement

N. ความเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์

Inventor

N. นักลงทุน

Inventor

N. นักลงทุน

Investigator

N. ผู้สอบสวน

 

ประโยคตัวอย่าง

This new investment will multiply our profit.

-การลงทุนครั้งใหม่นี้จะทวีกำไรของเราให้มากขึ้น

All inventions grow out of necessity.

-การประดิษฐ์ทั้งหมดล้นมาจากความจำเป็นพื้นฐาน

I invited them to the party.

-ฉันได้เชื้อเชิญพวกเขาให้มาร่วมงานฉลองกัน

The crime investigators are looking into the murder case.

-ผู้สอบสวนคดีฆาตกรรมกำลังหาข้อมูลในคดีฆาตกรรม

Don’t get involved with those people.

-อย่าได้ไปข้องเกี่ยวกับคนพวกนั้นนะ

*คำที่มักจะจำผิดและสับสนกันบ่อยก็คือ investment และ invention ซึ่งส่วนมากมักจะใช้สลับกันเป็น investionหรือไม่ก็ inventmentซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ และ ทุกคำจะลงท้ายด้วย –or เมื่อเป็นคนซึ่งหลายๆ คนจะสับสนเป็น –erซึ่งไม่ถูกต้องเช่นกันครับ

 

Reference: Longdo.com

Sleep…Sleep…Sleep

Written by akiautumn on February 7th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

สำหรับบทความในครั้งนี้ เราก็ยังอยู่กับคำว่า ‘sleep’ เช่นเดิมครับ สำหรับคำว่า ‘sleep’ นั้นเป็น กริยา หรือเรียกว่าภาคแสดงครับ ซึ่งก็ยังมีชนิดของคำที่แตกต่างกันออกไป เช่น ‘sleepy’ ‘sleepily’ ‘sleepiness’ ‘sleepless’ ‘sleeplessly’ และ ‘sleeplessness’

 

Sleepy Adj. ง่วงนอน I always feel sleepy.-ฉันรู้สึกง่วงนอน
Sleepily Adv. อย่างง่วงนอน She’s sleepily reading a book.-หล่อนอ่านหนังสืออย่างงัวเงีย
Sleepiness N. ความขี้เซา,ความง่วง I want to know how to get rid of sleepiness.-ฉันอยากรู้วิธีที่จะขจัดความง่วง
Sleepless Adj. นอนไม่หลับ He was pale with fatigue after his sleepless night.-เขาหน้าซีดจากอาการเหนื่อยล้าหลังจากคืนที่เขานอนไม่หลับ
Sleeplessly Adv. อย่างนอนไม่หลับ Although he is really tired, he just rest sleeplessly.-แม้ว่าเขาจะเหนื่อยมากแต่เขาก็ไม่อาจนอนหลับได้
Sleeplessness N. ความนอนไม่หลับ Tell me how to beat sleeplessness.-บอกฉันทีวิธีที่จะแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

 

*ทั้งนี้คำว่า‘sleeplessness’ หรือ ความนอนไม่หลับนั้นสามารถใช้คำว่า ‘insomnia’

เช่น

As a result, he was diagnosed with insomnia and anxiety neurosis.

-จากผลที่ได้ เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคนอนไม่หลับและโรคตื่นตระหนก

และสำหรับคนขี้เซานั้นจะไม่นิยมใช้คำว่า ‘sleepy man’ แต่จะใช้คำว่า ‘sleepyhead’ แทนครับ

เช่น

Wake up, sleepyhead!

-ตื่นได้แล้ว เจ้าขี้เซา

Reference: Longdo.com

มานอนกันเถอะ

Written by akiautumn on February 4th, 2014. Posted in บทความ

Good Morning Teacher

บทความครั้งนี้จะนำเสนอในเรื่องที่เกี่ยวการนอนครับ หลายๆ คนคงจะรู้จักกับคำว่า ‘sleep’ กันเป็นอย่างดีครับ

Sleep (v.) หมายถึง นอน ซึ่งส่วนมากแล้วจะการนอนที่กินเวลาค่อนข้างยาวนาน ถ้าหากนอนเพียงแค่ช่วงสั้นๆ หรืองีบหลับสักประเดี๋ยวส่วนมากจะใช้คำว่า ‘nap’ แทน ทั้งนี้ยังมีคำอื่นๆ อีกเช่น‘catnap’ ‘slumber’ ‘doze’ และ ‘snooze’ ทีนี้เรามาดู ‘sleep’ ในแบบอื่นกันบ้างดีกว่า

 

Sleep on หรือ Sleep upon การนอนบน (บางสิ่งบางอย่าง) My cat is sleeping on the bookshelf.-แมวของฉันนอนอยู่บนชั้นหนังสือ
Sleep away หลับยาว หลับเป็นตาย หลับไม่ยอมตื่น He just slept away after finishing his project last night.-เขาหลับเป็นตายหลังจากที่ทำโครงการจนเสร็จ
Sleep round นอนทั้งวัน นอนตลอด ซึ่งจะกินเวลานานกว่า ‘sleep away’ มาก She does nothing just sleeping round every weekend.-ทุกๆ สุดสัปดาห์หล่อนมักจะเอาแต่นอนโดยที่ไม่ทำอะไรเลย
Sleep around การนอนในเชิงมีเพศสัมพันธ์กับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว He is a lady killer. He just sleeps around with the girls.-นายคนนั้นนะเป็นเสือผู้หญิง เขามักจะนอนกับผู้หญิงไปทั่ว
Sleep off นอนจนสร่างเมา ซึ่งจะคล้ายๆ กับ ‘sleep away’ I wake up very late today because I sleep off a hangover.-วันนี้ฉันตื่นสายมากเพราะฉันนอนจนกว่าจะสร่างเมาได้
Sleep over นอนค้างกับใครซักคน  I’ll sleep over with my friend tonight.-ฉันจะไปนอนค้างกับเพื่อนคืนนี้
Sleep through นอนได้ทั้งที่มี (บางสิ่ง) He can sleep through the class.-เขาสามารถนอนได้ทั้งที่อยู่ในชั่วโมงเรียน

 

Reference: Longdo.com