Author Archive

รับสมัครนักแปล

Written by admin on September 21st, 2013. Posted in ไม่มีหมวดหมู่

Modern Publishing ผู้นำด้านการแปลภาษา และล่าม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าธุรกิจชั้นนำและหน่วยงานราชการมากมาย คุณภาพของงานจึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเรา บริษัทฯ มองหานักแปลที่มีทัศนะคติในแนวทางเดียวกัน   โดยเฉพาะนักแปลเชี่ยวชาญในภาษาต่อไปนี้

โซนอาเซี่ยน

  • ภาษาพม่า<>ไทย
  • ภาษาเวียดนาม<>ไทย
  • ภาษามาเลย์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนอาเซี่ยน

โซนยุโรป

  • เยอรมัน<>ไทย
  • นอร์เวย์<>ไทย
  • สวีเดน<>ไทย
  • เดนมาร์ก<>ไทย
  • เนเธอร์แลนด์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนยุโรปทั้งหมด

นักแปลคู่ภาษาอื่นสามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้เช่นกัน

ผู้สมัครควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีประสบการณ์ด้านงานแปลอย่างน้อย 1 ปี
  2. ทักษะการใช้ภาษาที่สองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  3. ละเอียด รอบคอบ
  4. มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา

ผู้สนใจกรุณาส่งใบสมัคร และประวัติเข้ามาที่ job.gd@modernpublishing.co.th

 

รับสมัครนักแปลภาษา

Written by admin on September 16th, 2013. Posted in ไม่มีหมวดหมู่

Modern Publishing ผู้นำด้านการแปลภาษา และล่าม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าธุรกิจชั้นนำและหน่วยงานราชการมากมาย คุณภาพของงานจึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเรา บริษัทฯ มองหานักแปลที่มีทัศนะคติในแนวทางเดียวกัน   โดยเฉพาะนักแปลเชี่ยวชาญในภาษาต่อไปนี้

โซนอาเซี่ยน

  • ภาษาพม่า<>ไทย
  • ภาษาเวียดนาม<>ไทย
  • ภาษามาเลย์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนอาเซี่ยน

โซนยุโรป

  • เยอรมัน<>ไทย
  • นอร์เวย์<>ไทย
  • สวีเดน<>ไทย
  • เดนมาร์ก<>ไทย
  • เนเธอร์แลนด์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนยุโรปทั้งหมด

นักแปลคู่ภาษาอื่นสามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้เช่นกัน

ผู้สมัครควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีประสบการณ์ด้านงานแปลอย่างน้อย 1 ปี
  2. ทักษะการใช้ภาษาที่สองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  3. ละเอียด รอบคอบ
  4. มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา

ผู้สนใจกรุณาส่งใบสมัคร และประวัติเข้ามาที่ job.fb@modernpublishing.co.th

 

บริการปรับปรุงงานเขียน

Written by admin on February 7th, 2013. Posted in บริการของเรา

Proofreading & Copy Edit

ในงานเขียนบางประเภท เช่น การเขียนโฆษณา เว็บไซต์บริษัท โบรชัวร์ หรืองานประชาสัมพันธ์อื่นๆ คุณภาพเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ ไวยากรณ์ที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะถูกตรวจพบอย่างง่ายดายโดยสายตาของผู้อ่านที่เป็นเจ้าของภาษาได้ และความผิดพลาดอันเล็กน้อยนี้จะนำความเสียหายอันใหญ่หลวงมาสู่ภาพลักษณ์ในธุรกิจของท่าน  ซึ่งโมเดิร์นพับลิชิ่งมีทีมงานเจ้าของภาษาที่ช่วยท่านได้

ทีมงานเจ้าของภาษาที่เป็นมืออาชีพในด้านงานเขียน และมีความเชี่ยวชาญด้านไวยากรณ์จะช่วยท่านเกลา แก้ไข และปรับปรุงถ้อยคำของเนื้อหาต้นฉบับที่เรียบเกินไป หรือขาดความสมบูรณ์ ให้เป็นงานเขียนที่มีสำนวนภาษาที่สวยงาม สละสลวย  สร้างสรรค์  กระชับ เป็นทางการ และเหมาะสมถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยที่เนื้อหา และใจความสำคัญยังคงครบถ้วนทุกประการ

หากท่านไปใช้บริการการแปลภาษาจากที่อื่นแล้วไม่พึงพอใจในผลงาน ทีมงานของโมเดิร์นพับลิชิ่งช่วยท่านได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการแปลใหม่

 

Rewriting

งาน Rewrite หรือการเรียบเรียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ 2 แบบคือ

1. เพื่อปรับปรุงคุณภาพงาน ซึ่งใช้ในกรณีที่ต้นฉบับมีปัญหาด้านคุณภาพอย่างมาก การทำ Copy Edit อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยปรับปรุงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีได้ การ Rewrite ด้วยวัตถุประสงค์นี้จึงมุ่งเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพ ดังนั้นงานบางส่วนของต้นฉบับที่ดีอยู่แล้วจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง

2. เพื่อสร้างงานเขียนชิ้นใหม่ โดยยังคงใจความของต้นฉบับเดิม ด้วยวัตถุประสงค์นี้ งานเขียนจะถูกเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่หมดโดยนักเขียนเจ้าของภาษา ด้วยสำนวนเขียน รูปประโยคที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง และมีสไตล์การเขียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และหากต้นฉบับมีปัญหาด้านคุณภาพ ประเด็นนี้จะถูกแก้ไขในงานเขียนชิ้นใหม่ด้วย

เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างไรให้ได้ดี

Written by admin on February 5th, 2013. Posted in บทความ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะเรียนหรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่  ก็คงต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะภาษาญี่ปุ่นจัดเป็นภาษาที่ยากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  มันอาจเป็นกรรมผูกพันกันมา ชาตินี้เราถึงจับพลัดจับผลูมาข้องแวะกับภาษาญี่ปุ่น  แต่อันที่จริงภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปสำหรับคนไทยใจเกินร้อยที่มีความตั้งใจจริง และรู้จักใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเรียน

เทคนิคสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ผลดี คือ “อย่าเรียนมาก เดี๋ยวเหนื่อย”  หรือจะว่าไปห้ามคิดว่าเป็นการเรียนด้วยซ้ำ แต่จงคิดว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่น คือ “การฝึกซ้อม” เหมือนนักกีฬาเก่งๆ ที่ขยันฝึกซ้อมทุกวัน

“ฝึกซ้อมทุกวัน” เป็นหัวใจของการพิชิตภาษาญี่ปุ่น เราต้องสร้างนิสัยเรียนวันละนิดจิตแจ่มใส ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเวลาให้ภาษาญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง ก็ให้ทยอยฝึกซ้อมวันละ 30 นาที  พอวันไหนอ่านหนังสือได้ครบ 30 นาทีปุ๊บก็ให้ปิดหนังสือเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเรียนมากแล้วเดี๋ยวเหนื่อย  แต่ที่สำคัญ คือ ฝึกต่อเนื่องทุกวัน

ถ้ารู้จักฝึกซ้อมต่อเนื่องทุกวันแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่หัดฝึกทักษะ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” เท่านั้นเอง

ปัจจุบันมีตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นดีๆ อยู่หลายเล่ม  เช่น มินนะ โนะ นิฮงโกะ หรือตำราของ NHK ที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ได้เลย (http://www.nhk.or.jp/lesson/thai/index.html)

แต่อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทย คือ ตัวคันจิ  เพราะมันเยอะได้ใจดีเหลือเกิน  เฉพาะแค่ “โจโยคันจิ” ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ก็มีมากถึง 1,945 ตัวแล้ว

แต่อย่าเพิ่งตกใจ  การจำตัวคันจิจะยากเฉพาะ 500 ตัวแรกเท่านั้น  ยิ่งถ้าเราฝึกจำตัวคันจิด้วยความเข้าใจและใช้จินตนาการเข้าช่วยแล้ว การจำตัวคันจิจะกลับกลายเป็นเรื่องสนุกด้วยซ้ำ เช่น ตัวคันจิที่แปลว่า “นอน” ที่คนเห็นครั้งแรกอาจกลุ้มใจจนนอนไม่หลับ เพราะคันจิตัวนี้ประกอบด้วยลายเส้นถึง 13 ขีด  แต่ถ้าเรารู้จักใช้จินตนาการค่อยๆ มองตัวคันจิเป็นรูปภาพเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ เขียนไล่ไปตามลำดับ เราจะพบว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป

 PIC1

“นอน”

  • ภายใต้หลังคาบ้าน (สีน้ำตาล)
  • ซ้าย-มีหมอนข้าง (สีน้ำเงิน)
  • ขวา-มีคนนอนตะแคงอยู่ (สีเขียว)
  • แต่ดันนอนไขว้ขาซะด้วย (สีแดง)

ส่วนการฝึกฟังและฝึกพูดนั้น  ขอแนะนำให้ดูละครทีวีกับฟังวิทยุมากๆ  เพราะละครจะเต็มไปด้วยบทสนทนาในชีวิตประจำวัน  ส่วนการฟังวิทยุ(ที่ไม่ใช่การฟังเพลง)จะเป็นการฝึกฟังที่เข้มข้นที่ใช้ประสาทหูเพียงอย่างเดียว  เราควรฝึกฟังเก็บชั่วโมงบินไปจนกระทั่งสามารถพูดฟังและแปลภาษาญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องแปลภาษาเป็นไทยอีกทอดในหัวของเรา  เพียงเท่านี้การ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” ภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่วก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 เขียนโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

หลักในการแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย

Written by admin on February 5th, 2013. Posted in บทความ

ผู้เขียนมีโอกาสผ่านงานแปลภาษาญี่ปุ่นมามากหลากหลายพอสมควร  ตั้งแต่แปลการ์ตูน จดหมายรัก เอกสารโรงงาน สัญญาทางกฎหมาย วิทยานิพนธ์ หรือแม้กระทั่งคัมภีร์ทางศาสนา ฯลฯ

ในบรรดางานแปลทั้งหมดที่ผ่านมา งานแปลที่ประทับใจมากที่สุด คือ เมื่อคราวที่ได้ไปช่วยเพื่อนนักเรียนชาวไทยแปลวิทยานิพนธ์  เพื่อนเขียนปั่นวิทยานิพนธ์เป็นภาษาไทย  ส่วนผู้เขียนก็ทำหน้าที่แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น  ช่วยกันปั่นช่วยกันแปลจนกระทั่งสามารถเย็บเล่มส่งวิทยานิพนธ์ทันในวันรุ่งขึ้น  แต่ปรากฏว่าผลงานแปลดีเกินคาดจนอาจารย์ที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นตำหนิเพื่อนว่าไปลอกข้อความตอนที่ผู้เขียแปลมาจากหนังสือภาษาญี่ปุ่นเล่มอื่น  ตอนนั้นผู้เขียนยืนอยู่ตรงหน้าอาจารย์คนนั้นด้วย  แต่ก็ได้แต่น้ำท่วมปากเถียงแทนในใจว่า “ผมเป็นคนช่วยแปลให้กับมือเองครับ..อาจารย์  ไม่ได้ลอกใครเขามาหรอก”

เอาล่ะ หัวใจในการแปลภาษาญี่ปุ่นรวมทั้งภาษาอื่นๆ ด้วย คือ ต้องสื่อความหมายให้ตรงกับต้นฉบับเดิมให้มากที่สุด   ข้อห้ามที่สำคัญในการแปล คือ อย่าแปลคำต่อคำ  แต่ให้แปลความหมายโดยรวมทั้งวลีหรือทั้งประโยค

ลักษณะพิเศษของภาษาญี่ปุ่นที่มักสร้างความลำบากใจให้กับผู้แปลอยู่เสมอๆ อาจพอสรุปได้ดังนี้

1. ลักษณะพิเศษทางไวยากรณ์ เช่น ประธานมักถูกละไว้ ประโยคยาวยืด แต่กริยาไปอยู่ท้ายสุด เป็นต้น  ข้อนี้มักเป็นปัญหากับผู้แปลมือใหม่ที่ยังไม่แม่นไวยากรณ์เท่าที่ควร  หลักสำคัญ คือ ต้องจับประธาน กิริยาและกรรมในประโยคหรือวลีนั้นๆ ให้ได้  ถ้าจำเป็นเวลาแปลก็อาจใส่ประธานเสริมเข้าไปให้คำแปลเข้าใจง่ายขึ้น  บางครั้งถ้าประโยคต้นฉบับยาวมาก เราอาจแปลแบ่งเป็นประโยคย่อยๆ ก็ได้

2. สำนวนในชีวิตประจำวันหรือคำศัพท์ที่ไม่มีในภาษาไทย รวมไปถึงศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง  ข้อนี้มักเป็นปัญหากับนักแปลทุกระดับที่มีประสบการณ์น้อยหรือไม่เชี่ยวชาญในเนื้อหาที่จะแปล  กรณีเป็นสำนวนหรือคำศัพท์ที่ไม่มีในภาษาไทย อาจแก้ปัญหาโดยพยายามใช้จินตนาการนึกว่าในภาวะเหตุการณ์เดียวกัน ถ้าเป็นคนไทยน่าจะพูดอะไรออกมา  ส่วนกรณีที่เป็นศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง ผู้แปลคงต้องใช้ความขยันมุมานะเข้าไปอ่านเอกสารภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับวงการนั้นๆ เพื่อให้รู้จักและคุ้นเคยกับศัพท์แสงในวงการ

3. การเล่นคำหรือเนื้อหาที่ต้องอาศัยพื้นเพทางวัฒนธรรมหรือต้องโตมาในสังคมญี่ปุ่นจึงจะเข้าใจ กรณีนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกรณีที่ยากเสมอตลอดกาล บางครั้งต้องคิดกันเป็นวันๆ เพื่อหาคำที่เหมาะสม  แต่หลายๆ ครั้งก็ต้องใช้เชิงอรรถใส่คำอธิบายเพิ่มเติมเข้าไป

นอกจากปัญหาเรื่องการแปลให้ตรงตามใจความของต้นฉบับเดิมแล้ว สำนวนการแปลก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ  เราอาจแบ่งสำนวนการแปลได้เป็น 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ “ค่ายอนุรักษ์นิยม” ที่พยายามรักษารูปศัพท์ตามต้นฉบับเป็นสำคัญ กับ “ค่ายหัวก้าวหน้า” ที่เน้นเอาอารมณ์ความรู้สึกของต้นฉบับเป็นสำคัญ

แม้จะถูกฝึกมาให้เป็นพวกอนุรักษ์นิยม  แต่ปัจจุบันผู้เขียนก็เริ่มเอาใจออกห่างไปนิยมชมชอบค่ายหัวก้าวหน้าบ้างเหมือนกัน!  บ่อยครั้งที่ต้องเถียงกับตัวเองว่าจะแปลประโยคนี้ด้วยสำนวนของค่ายไหนดี

อย่างไรก็ตาม เราอาจยึดเกณฑ์ตัดสินจากประเภทของเอกสารต้นฉบับก็ได้

ถ้าต้นฉบับเป็นเอกสารทางการ สัญญาทางกฎหมาย หรือคัมภีร์ทางศาสนา ผู้แปลก็ควรแปลเน้นไปทางค่ายอนุรักษ์นิยมมากกว่าปกติ  แต่ขอทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่าการแปลรักษารูปศัพท์ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ การแปลให้ได้ใจความตรงกับต้นฉบับเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  แต่ถ้าเราสามารถเลือกคำแปลที่ตรงหรือใกล้เคียงกับต้นฉบับได้ด้วย จะถือว่าเป็นคำแปลภาษาที่สมบูรณ์แบบมาก

แต่ถ้าต้นฉบับเป็นจดหมายรัก การ์ตูน นวนิยาย ก็อาจจะแปลตามแนวค่ายหัวก้าวหน้า  เน้นแปลเอาอารมณ์ความรู้สึกเป็นสำคัญ แต่ไม่ต้องถึงขั้นนักพากย์หนังจีนบ้านเราที่ชอบสอดแทรกแถมมุกฮาๆ ให้ตลอด (ถ้าเจ้าของหนังรู้เข้า เขาจะดีใจหรือเสียใจก็ไม่อาจทราบได้)   หลายครั้งที่ผู้แปลค่ายหัวก้าวหน้าเลือกใช้คำตรงกันข้ามกับต้นฉบับเสียด้วยซ้ำ ขออนุญาตยกตัวอย่างคำแปลชื่อหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งที่โดนใจมาก

The World is Flat…“ใครว่าโลกกลม”

ช่างเป็นคำแปลที่พอดิบพอดีและสื่ออารมณ์ของต้นฉบับได้อย่างเหมาะเจาะ   แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนรูปประโยคจากบอกเล่าเป็นคำถาม และแปลจากคำว่า Flat (แบน) เป็นคำว่า “กลม” ก็ตาม

หลักการแปลที่สำคัญข้อสุดท้าย คือ ควรทิ้งเวลาตรวจทานคำแปลก่อนส่งเจ้าของงานทุกครั้ง เพราะคำแปลดีๆ เด็ดๆ มักจะผุดขึ้นมาในหัวของผู้แปลสัก 1-2 วันหลังจากที่แปลเสร็จไปแล้วทุกที

 

เขียนและเรียบเรียงโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://www.catiks.com/sk/eclm_27.html

http://www.crosslanguage.co.jp/support/howto/je/knack.html

 

เทศกาลทานาบาตะ

Written by admin on February 4th, 2013. Posted in บทความ

ทานาบาตะกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพบิดรบนสรวงสวรรค์มีธิดาอยู่องค์หนึ่งชื่อ “โอริฮิเมะ”..เทพธิดาผู้คอยทำหน้าที่ทอผ้าให้กับเทพบิดร  โอริฮิเมะทอผ้าอย่างขยันขันแข็งจนเทพบิดรเป็นห่วงเกรงว่าจะทำงานหนักเกินไป  อยู่มาวันหนึ่ง เทพบิดรจึงได้แนะนำ “ฮิโกโบชิ”..เทพบุตรเลี้ยงวัวให้โอริฮิเมะรู้จัก

ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด! ทั้งสองรักกันอย่างดูดดื่มจนลืมการลืมงาน  เทพบิดรไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่จนชุดเดิมเก่าขาดวิ่น  ส่วนฝูงวัวก็พากันล้มป่วย  เทพบิดรจึงพิโรธจับโอริฮิเมะและฮิโกโบชิแยกกันไปอยู่คนละฟากฝั่งของแม่น้ำแห่งสรวงสวรรค์ที่เรียกว่าอามาโนกาวะ หรือแปลภาษาญี่ปุ่นคำนี้เรียกอีกทีให้คุ้นหู ก็คือ ทางช้างเผือก นั่นเอง

“วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก…¯” (เพลงละคร “คู่กรรม”..ละครดังแห่งยุคเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน)

ความรักของโอริฮิเมะและฮิโกโบชิจึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมความรักคล้ายดั่งละคร “คู่กรรมภาคสรวงสรรค์”   ตั้งแต่นั้นมาโอริฮิเมะเอาแต่ร้องห่มร้องไห้จนกระทั่งเทพบิดรเห็นใจ และอนุญาตให้โอริฮิเมะกับฮิโกโบชิพบกันบนทางช้างเผือกปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7

วันที่ 7 เดือน 7 เป็นวันที่ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม

ทว่าถ้าปีไหนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มีฝนตกในวันที่ 7 เดือน 7   น้ำก็จะท่วมทางช้างเผือกจนทำให้ทั้งคู่มาเจอหน้าจู๋จี๋กันไม่ได้  เรื่องราวครั้งนี้จึงเดือดร้อนลงมาถึงมวลหมู่มนุษย์ชาวญี่ปุ่นที่ต้องช่วยกันสวดอ้อนวอนขออย่าให้ฝนตกในวันนี้เลย  ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว มนุษย์ก็เลยถือโอกาสเขียนคำอธิษฐานของตัวเองแถมลงไปด้วย  คำอธิษฐานจะถูกเขียนลงบนกระดาษหลากสีสันแล้วถูกผูกติดบนไม้ไผ่  นี่แหละคือที่มาของเทศกาลทานาบาตะ..เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งของญี่ปุ่น

ด้วยเรื่องราวความเป็นมาอันแสนโรแมนติกบวกกับความคึกคักของเทศกาลนี้  จึงทำให้มีคนคิดคำจำกัดความของเทศกาลทานาบาตะขึ้นมาใหม่ให้ดูเก๋ไก๋เข้าใจง่าย เช่น “เทศกาลแห่งดวงดาว” “วาเลนไทน์สไตล์ญี่ปุ่น”  “เทศกาลคริสมาสฤดูร้อน”

แต่ถึงอย่างไรเทศกาลทานาบาตะก็คือเทศกาลทานาบาตะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยากจะหาเทศกาลอื่นใดมาเทียบเคียงได้

“คำอธิษฐานติดไม้ไผ่” “ฤดูร้อน” “หนุ่มสาว” “ชุดยูกาตะ” “พัดโบกแก้ร้อน” “งานออกร้าน” “ครอบครัวจูงมือกัน” “ผู้คนคับคั่ง” “ดอกไม้ไฟ”…

นี่แหละเทศกาลทานาบาตะที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโรแมนติกและความน่าหลงใหล  เทศกาลทานาบาตะจึงมักถูกนำไปเป็นท้องเรื่องในหนังรักและเพลงรักของญี่ปุ่น

บ่อยครั้งที่จะมีการจุดดอกไม้ไฟประจำปีผนวกเข้าไว้กับงานเทศกาลทานาบาตะด้วย  ดอกไม้ไฟที่ว่านี้จุดกันทีเป็นพันเป็นหมื่นนัด  ปีแรกๆ ที่ผู้เขียนไปเรียนที่ญี่ปุ่นก็ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลทานาบาตะกับเขาด้วย ภาพดอกไม้ไฟสีสันฉูดฉาดที่เรียงรายเต็มทั่วทั้งท้องฟ้ายังติดตาตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้

ถ้าอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้กลิ่นอายของขนบธรรมเนียมประเพณีญี่ปุ่นบวกกับความโรแมนติกสไตล์ญี่ปุ่น  ขอแนะนำให้ไปช่วงเทศกาลทานาบาตะนี้ แม้จะตรงกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่อากาศร้อนแรงแสนสาหัสไม่แพ้เมืองไทย แต่ผู้เขียนก็มั่นใจว่าทุกคนจะต้องประทับใจกลับมาอย่างแน่นอน

ทานาบาตะ2

เขียนและเรียบเรียงโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://www.fuzita.org/jpculture/tanabata/tanabataj.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Tanabata

ธรรมเนียมวันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น

Written by admin on February 4th, 2013. Posted in บทความ

japanese_valentine

14 กุมภาพันธ์  “วันวาเลนไทน์” หรือวันแห่งความรักเป็นวันที่หนุ่มสาวทั่วโลกใช้เป็นโอกาสในการบอกรักหรือมอบของขวัญแทนใจให้กันและกัน

ในเทศกาลวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคู่รักชาวไทยนิยมใช้ “ดอกกุหลาบสีแดง” เป็นสัญลักษณ์แทนความรักมอบให้แก่กัน  สนนราคาดอกกุหลาบในช่วงเทศกาลแห่งความรักจึงพุ่งขึ้นสูงหลายเท่าตัวจนเดือดร้อนกระเป๋าสตางค์ของฝ่ายชายไปตามๆ กัน เพราะโดยมากฝ่ายชายมักจะเป็นฝ่ายมอบดอกกุหลาบให้กับฝ่ายหญิง

แต่ธรรมเนียมวันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เป็นพิเศษ  วันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นวันที่ฝ่ายหญิงต้องมอบ “ช็อกโกแลต” ให้กับฝ่ายชายเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรักของตน

ธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นในการมอบช็อกโกแลตให้กับชายคนรักในวันวาเลนไทน์นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ราว 40 ปีก่อน โดยฝ่ายหญิงจะมอบช็อกโกแลตแทนใจให้กับฝ่ายชายที่เป็นหวานใจตัวจริงเสียงจริงเพียงคนเดียวเท่านั้น  แต่ต่อมาธรรมเนียมการมอบช็อกโกแลตแพร่หลายมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมว่าให้ฝ่ายหญิงหว่านช็อกโกแลตเผยแผ่ไปถึงเพื่อนในโรงเรียน เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายที่เป็นผู้ชายด้วย

ช็อกโกแลตที่มอบให้หวานใจตัวจริง เรียกว่า ฮองเมช็อกโกะ (本命チョコ)..ช็อกโกแลตตัวจริงเสียงจริง

ช็อกโกแลตที่มอบให้คนรอบข้างที่เป็นผู้ชาย เรียกว่า กิริช็อกโกะ (義理チョコ)..ช็อกโกแลตตามมารยาท

แม้กระทั่งตัวผู้เขียนที่เป็นนักเรียนต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นก็ยังเคยได้รับช็อกโกแลตจากสาวๆ ชาวญี่ปุ่นในวันวาเลนไทน์ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่บอกก็รู้ว่าเป็น “กิริช็อกโกะ” แน่นอน

ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์จึงเป็นช่วงที่ช็อกโกแลตในประเทศญี่ปุ่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  ทั้งห้างเล็กห้างใหญ่รวมทั้งร้านสะดวกซื้อจะพากันจัดมุมพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความรักเพื่อจำหน่ายช็อกโกแลตกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เคยมีตัวเลขทางสถิติระบุว่ายอดขายช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เพียงวันเดียวก็มากเท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมตลอดทั้งปี

ธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างหนึ่งที่สืบเนื่องจากวันวาเลนไทน์ คือ “วันไวท์เดย์” 14 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ฝ่ายชายที่ได้รับ “ฮองเมช็อกโกะ” จะตอบรับความรักด้วยการมอบขนม คุกกี้ ฯลฯ ให้กับฝ่ายหญิงในวันไวท์เดย์

ดังนั้นบรรยากาศแห่งความรักของหนุ่มสาวบนเกาะญี่ปุ่นจะยังคงเป็นสีชมพูต่อไปจนกระทั่ง “วันไวท์เดย์” แม้ว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ของทุกประเทศทั่วโลกจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม

 

แปลและเรียบเรียงโดยทีนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://ja.wikipedia.org/wiki/バレンタインデー

http://www.stvalentinesday.org/valentines-dayin-japan.html

การเลือกนักแปลภาษาญี่ปุ่นที่ดี

Written by admin on February 4th, 2013. Posted in บทความ

ในการแปลภาษาญี่ปุ่นมีสิ่งสำคัญที่ควรรู้  คือ ภาษาญี่ปุ่นสมัยใหม่มีการเขียนตัวอักษรต่างกันทั้งหมด 4 ประเภท ดังนั้น การเลือกนักแปลภาษาญี่ปุ่นจึงต้องเลือกนักแปลที่มีความชำนาญด้านภาษา และมีความรู้เกี่ยวกับคำอธิบายของตัวอักษรแต่ละประเภท

ตัวอักษรคันจิ เป็นตัวอักษรที่มีต้นกำเนิดจากอักษรจีน โดยทั่วไปใช้ในการเขียนคำนาม อธิบายที่มาของคำคุณศัพท์และคำกริยา รวมถึงชื่อภาษาญี่ปุ่น

ตัวอักษรฮิรางานะเป็นสัทอักษร  ซึ่งจะมีการเขียนผันคำลงท้ายของคำคุณศัพท์และคำกริยา  ฮิรางานะยังใช้ในภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีตัวอักษรคันจิ  หรือสำหรับผู้อ่านปลายทางที่ไม่มีความรู้ความหมายตัวอักษรคันจิ

ตัวอักษรคาตากานะเป็นสัทอักษรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้ในการเขียนคำภาษาต่างประเทศ และภาษาญี่ปุ่นที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ (นอกเหนือจากภาษาจีน) และสุดท้ายคือตัวอักษรโรมันจิคือตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ซึ่งใช้เขียนตัวย่อ เช่น NATO โรมันจิยังใช้สำหรับคำภาษาญี่ปุ่นหรือชื่อที่ตั้งใจใช้นอกญี่ปุ่น เช่น หนังสือเดินทาง หรือชื่อสินค้า

เมื่อแปลชื่อสถานที่ บริษัท หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งไม่ได้ใช้อักษรโรมันจิ จำเป็นต้องให้นักแปลภาษาญี่ปุ่นตรวจสอบเป็นพิเศษในการแปลชื่อเป็นภาษาภาพ  นักแปลจำเป็นต้องตรวจสอบตัวอักษรที่จะส่งผลต่อความหมายเหล่านี้ (แต่ละตัวอักษรมีความหมายต่างกันไป) โดยไม่ส่งผลให้คำไม่มีความหมายหรือมีความหมายในแง่ลบ และที่สำคัญ นักแปลควรทราบการออกเสียงชื่อที่กำลังแปลอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถแปลได้ถูกตามหลักสัทศาสตร์

ประเด็นนี้อาจสร้างปัญหาแก่นักแปลภาษาญี่ปุ่นที่ใช้การแปลผ่านเว็บไซต์ช่วยแปลอัตโนมัติ  เพราะเว็บไซต์หลายแห่งสามารถแปลในลักษณะคำต่อคำ แต่ไม่อาจแปลภาษาพูดหรือกลุ่มคำ รวมถึงชื่อสถานที่และชื่อบุคคล   สำหรับหน้าเว็บไซต์ของบริษัทเอง ควรติดต่อพูดคุยกับผู้พัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้แน่ใจว่า เว็บไซต์จะสามารถรองรับตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นได้ ระบบเว็บไซต์ควรออกแบบมาให้รองรับได้หลายภาษา เพื่อให้ลูกค้าจากประเทศอื่นๆ สามารถอ่านเนื้อหา ซื้อผลิตภัณฑ์ หรือใช้บริการของบริษัทได้

อีกทางเลือกหนึ่ง คือ การว่าจ้างบริษัทแปลภาษามืออาชีพในกรณีที่ต้องการนักแปลภาษาญี่ปุ่น บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายแห่งใช้นักแปลซึ่งใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาต้นทาง และผู้อ่านตรวจทานเป็นเจ้าของภาษาของเอกสารต้นฉบับ เพื่อตรวจสอบชื่อสถานที่และตรวจความผิดพลาด  หากเอกสารที่ต้องการแปลเป็นเนื้อหาเฉพาะทางเทคนิค   ในกรณีนี้จะมีนักแปลที่เชี่ยวชาญในการแปลศัพท์เทคนิค นักแปลเฉพาะทางกลุ่มนี้ต้องเข้าใจถึงมโนทัศน์ของภาษาธุรกิจดังกล่าวเป็นพิเศษ เพื่อให้แปลได้ถูกต้อง และเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น

นักแปลและบริษัทแปลภาษามืออาชีพ ซึ่งมีความเข้าใจในเนื้อหาเฉพาะทางอย่างถ่องแท้ จะสามารถทำงานได้รวดเร็วโดยมีความผิดพลาดน้อยที่สุด จึงไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าหากจะหาบริษัทแปลที่มีชื่อเสียง ซึ่งสามารถรับมือกับเอกสารที่จำเป็นต้องแปลภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

 

เรียบเรียงโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

Recall Thailand

Written by admin on July 31st, 2012. Posted in Slide

Modern Publishing has provided us professional quality and service and on time delivery.

ALPINE ELECTRONICS OF ASIA PACIFIC CO., LTD.

Written by admin on July 31st, 2012. Posted in Slide

งานแปลของ Modern Publishing มีความรวดเร็ว ในราคาที่เหมาะสมโดยเฉพาะการแปลในงานเฉพาะทาง ซึ่งมีศัพท์เฉพาะหรือศัพท์เทคนิคอยู่เป็นจำนวนมาก ในส่วนงานบริการของเจ้าหน้าที่ก็รวดเร็ว ได้รับการตอบกลับภายในเกือบทันทีที่มีการติดต่อไปครับ

บทความล่าสุด

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 4

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 4

October 22nd, 2014

ด้วยความที่มีความคล้ายคลึงกันทางประเพณี ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีพิธีกรรมการ[...]

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 3

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 3

October 20th, 2014

ล่องใต้ลงมาจากบ้านเราแวะมาเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านเราที่คุ้นเคยกันมานานอย่าง ประเทศมาเลเซีย ประชาชนช[...]

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 2

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 2

October 18th, 2014

ผ่านไปแล้วสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ใกล้ชิดกับบ้านเรามากที่สุด แน่นอนว่าขาดไม่ได้เลยอีก[...]

เหมือนงูโดนหั่น

เหมือนงูโดนหั่น

October 17th, 2014

มาเรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจทางภาษาอังกฤษกันต่อครับ ในครั้งนี้จะนำเสนอวลีที่ว่า ‘like a cut snake’ ห[...]

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

เทศกาลสำคัญของชาวอาเซียน 1

October 16th, 2014

ที่ผ่านมาเราหยิบยกเทศกาลไหว้พระจันทร์และเทศการกินเจของชาวจีนมาให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น บทความน[...]