Author Archive

รับสมัครนักแปลเจ้าของภาษา (ฟรีแลนซ์)

Written by admin on August 24th, 2015. Posted in สมัครงาน

Modern Publishing ศูนย์แปลชั้นนำในประเทศไทย เรามุ่งเน้นที่งานแปลที่มีคุณภาพ และการแปลโดยเจ้าของภาษา ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่างานแปลจะสามารถถ่ายทอดทั้งเนื้อหาและอารมณ์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามต้นฉบับอย่างแท้จริง หากคุณเป็นชาวต่างชาติ และคุณสามารถเข้าใจภาษาไทยเป็นอย่างดี คุณคือคนพิเศษที่มีศักยภาพในการเชื่อมประเทศไทยกับประเทศบ้านเกิดของคุณ สมัครเป็นนักแปลฟรีแลนซ์กับเรา แล้วมาร่วมกันทำให้โลกนี้เข้าใจกันมากขึ้น

คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. เป็นเจ้าของภาษาใดภาษาหนึ่ง ที่ไม่ใช่ภาษาไทย
2. สามารถอ่านเข้าใจภาษาไทยได้อย่างแตกฉาน
3. มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา

การสมัคร / สอบถามเพิ่มเติม
ผู้สนใจกรุณาส่งประวัติส่วนตัว(CV) เข้ามาที่
email: [email protected]
Tel: 081 309 8288

รับสมัครงาน – เจ้าหน้าที่ธุรการ

Written by admin on February 14th, 2015. Posted in สมัครงาน

บริษัท Modern Publishing เปิดรับสมัครผู้ร่ามงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการทั้งแบบประจำ (Full time) และ ชั่วคราว (Part-time)

ลักษณะงาน

  1. ออกบิล วางบิล
  2. ติดตามประสานงานกับลูกค้า
  3. งานธุรการอื่นๆ หรืองานที่ได้รับมอบหมาย

พนักงานประจำ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. หญิง อายุ 24 – 29 ปี
  2. ละเอียด สุขุม รอบคอบ เป็นคุณสมบัติสำคัญอีกข้อหนึ่งที่จะลดความผิดพลาดในงานต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  3. มีประสบการณ์ในงานเอกสารอย่างน้อย 1 ปี ควรมีพื้นฐานความาเข้าใจในด้านงานเอกสาร การวางบิล
  4. มีความสามารถในการประสานงาน
  5. มีความกระตือรือร้น และมีความรับผิดชอบสูง ผู้ที่จะทำงานในตำแหน่งนี้จะต้องสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ด้วยตนเอง และมีความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจของบริษัท
  6. จบการศึกษา ระดับ ปวส ขึ้นไป
  7. หากสามารถใช้โปรแกรม Illustrator หรือเชี่ยวชาญการจัดหน้าด้วย Ms Word จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ

ค่าตอบแทน และสวัสดิการ

เงินเดือน: 13,000 – 16,000 บาท
สวัสดิการ:

  1. ประกันสังคม
  2. พักร้อน 7 วัน
  3. ค่าอาหารกลางวัน
  4. โบนัสรายปี
  5. โบนัสรายเดือน

พนักงาน Part-time

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. ความรับผิดชอบสูง
  2. ละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะในเรื่องของตัวเลข ต้องแม่นยำ
  3. เรียนรู้งานเร็ว
  4. สามารถเข้ามาทำงานที่บริษัทได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในช่วงจันทร์ ถึง ศุกร์ (เสาร์ อาทิตย์ บริษัทปิดทำการ)
  5. พักอาศัยอยู่ใกล้ หรือสามารถเข้ามาทำงานได้สะดวก

ค่าตอบแทน

400 – 600 บาท ต่อวัน

ที่อยู่สำนักงาน

110/31 ซ.ลาดพร้าว 18 แยก 8 ถ.ลาดพร้าว (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว)

การสมัครงาน

ผู้สนใจกรุณาเขียนอีเมล์สมัครงาน ส่งเข้ามาที่ [email protected]  พร้อมแนบประวัติส่วนตัว (Resume) และเอกสารประกอบอื่นๆที่เห็นสมควร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  081 309 8288 (คุณพัชญา)

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สามารถศึกษาได้จากส่วนต่างๆในเว็บไซต์นี้

 

 

รับสมัครงาน – เจ้าหน้าที่ประสานงานลูกค้า (Customer Service)

Written by admin on November 13th, 2014. Posted in สมัครงาน

บริษัท Modern Publishing เปิดรับสมัครผู้ร่ามงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานงานลูกค้า (Customer Service Officer)

ทั้งนี้ผู้สมัครควรมีคุณสมบัตดังต่อไปนี้

  1. หญิง อายุ 24 – 29 ปี
  2. มีใจรักงานบริการ *ข้อนี้สำคัญมาก เนื่องจากทางบริษัทให้ความสำคัญกับงานบริการลูกค้าเป็นพิเศษ
  3. มีประสบการด้านการประสานงานอย่างน้อย 1 ปี ผู้ที่จะทำงานประสานงานได้ดีจะต้องมีทักษะบางอย่างที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  4. ละเอียด สุขุม รอบคอบ เป็นคุณสมบัติสำคัญอีกข้อหนึ่งที่จะลดความผิดพลาดในงานต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  5. มีความกระตือรือร้น และมีความรับผิดชอบสูง ผู้ที่จะทำงานในตำแหน่งนี้จะต้องสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ด้วยตนเอง และมีความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจของบริษัท
  6. หากสามารถโต้ตอบ อีเมล์ภาษาอังกฤษได้ จะได้รับการพิจาณาเป็นพิเศษ คุณสมบัติข้อนี้อาจไม่จำเป็นมาก แต่ถ้ามีทักษะในส่วนนี้จะทำให้สามารถรับผิดชอบงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ เน้นทักษะ writing / reading เป็นสำคัญ

ลักษณะงาน

  1. ตอบรับโทรศัพท์ และ Email เพื่อให้ข้อมูลกับผู้ที่สนใจใช้บริการ
  2. เสนอราคา ติดตาม รับ order และประสานงานกับลูกค้า
  3. ประสานงานกับ ล่าม และ นักแปล

ค่าตอบแทน และสวัสดิการ

เงินเดือน: 14,000 – 18,000 บาท
สวัสดิการ:

  1. ประกันสังคม
  2. พักร้อน 7 วัน
  3. ค่าอาหารกลางวัน
  4. โบนัสรายปี
  5. โบนัสรายเดือน

ที่อยู่สำนักงาน

110/31 ซ.ลาดพร้าว 18 แยก 8 ถ.ลาดพร้าว (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว)

การสมัครงาน

ผู้สนใจกรุณาเขียนอีเมล์สมัครงาน ส่งเข้ามาที่ [email protected]  พร้อมแนบประวัติส่วนตัว (Resume) และเอกสารประกอบอื่นๆที่เห็นสมควร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  081 309 8288 (คุณพัชญา)

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สามารถศึกษาได้จากส่วนต่างๆในเว็บไซต์นี้

 

 

รับสมัครนักแปล

Written by admin on September 21st, 2013. Posted in ไม่มีหมวดหมู่

Modern Publishing ผู้นำด้านการแปลภาษา และล่าม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าธุรกิจชั้นนำและหน่วยงานราชการมากมาย คุณภาพของงานจึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเรา บริษัทฯ มองหานักแปลที่มีทัศนะคติในแนวทางเดียวกัน   โดยเฉพาะนักแปลเชี่ยวชาญในภาษาต่อไปนี้

โซนอาเซี่ยน

  • ภาษาพม่า<>ไทย
  • ภาษาเวียดนาม<>ไทย
  • ภาษามาเลย์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนอาเซี่ยน

โซนยุโรป

  • เยอรมัน<>ไทย
  • นอร์เวย์<>ไทย
  • สวีเดน<>ไทย
  • เดนมาร์ก<>ไทย
  • เนเธอร์แลนด์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนยุโรปทั้งหมด

นักแปลคู่ภาษาอื่นสามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้เช่นกัน

ผู้สมัครควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีประสบการณ์ด้านงานแปลอย่างน้อย 1 ปี
  2. ทักษะการใช้ภาษาที่สองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  3. ละเอียด รอบคอบ
  4. มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา

ผู้สนใจกรุณาส่งใบสมัคร และประวัติเข้ามาที่ [email protected]

 

รับสมัครนักแปลภาษา

Written by admin on September 16th, 2013. Posted in ไม่มีหมวดหมู่

Modern Publishing ผู้นำด้านการแปลภาษา และล่าม ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าธุรกิจชั้นนำและหน่วยงานราชการมากมาย คุณภาพของงานจึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเรา บริษัทฯ มองหานักแปลที่มีทัศนะคติในแนวทางเดียวกัน   โดยเฉพาะนักแปลเชี่ยวชาญในภาษาต่อไปนี้

โซนอาเซี่ยน

  • ภาษาพม่า<>ไทย
  • ภาษาเวียดนาม<>ไทย
  • ภาษามาเลย์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนอาเซี่ยน

โซนยุโรป

  • เยอรมัน<>ไทย
  • นอร์เวย์<>ไทย
  • สวีเดน<>ไทย
  • เดนมาร์ก<>ไทย
  • เนเธอร์แลนด์<>ไทย
  • ภาษาอื่นๆในโซนยุโรปทั้งหมด

นักแปลคู่ภาษาอื่นสามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้เช่นกัน

ผู้สมัครควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีประสบการณ์ด้านงานแปลอย่างน้อย 1 ปี
  2. ทักษะการใช้ภาษาที่สองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  3. ละเอียด รอบคอบ
  4. มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา

ผู้สนใจกรุณาส่งใบสมัคร และประวัติเข้ามาที่ [email protected]

 

บริการปรับปรุงงานเขียน

Written by admin on February 7th, 2013. Posted in บริการของเรา

Proofreading & Copy Edit

ในงานเขียนบางประเภท เช่น การเขียนโฆษณา เว็บไซต์บริษัท โบรชัวร์ หรืองานประชาสัมพันธ์อื่นๆ คุณภาพเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ ไวยากรณ์ที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะถูกตรวจพบอย่างง่ายดายโดยสายตาของผู้อ่านที่เป็นเจ้าของภาษาได้ และความผิดพลาดอันเล็กน้อยนี้จะนำความเสียหายอันใหญ่หลวงมาสู่ภาพลักษณ์ในธุรกิจของท่าน  ซึ่งโมเดิร์นพับลิชิ่งมีทีมงานเจ้าของภาษาที่ช่วยท่านได้

ทีมงานเจ้าของภาษาที่เป็นมืออาชีพในด้านงานเขียน และมีความเชี่ยวชาญด้านไวยากรณ์จะช่วยท่านเกลา แก้ไข และปรับปรุงถ้อยคำของเนื้อหาต้นฉบับที่เรียบเกินไป หรือขาดความสมบูรณ์ ให้เป็นงานเขียนที่มีสำนวนภาษาที่สวยงาม สละสลวย  สร้างสรรค์  กระชับ เป็นทางการ และเหมาะสมถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยที่เนื้อหา และใจความสำคัญยังคงครบถ้วนทุกประการ

หากท่านไปใช้บริการการแปลภาษาจากที่อื่นแล้วไม่พึงพอใจในผลงาน ทีมงานของโมเดิร์นพับลิชิ่งช่วยท่านได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการแปลใหม่

 

Rewriting

งาน Rewrite หรือการเรียบเรียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ 2 แบบคือ

1. เพื่อปรับปรุงคุณภาพงาน ซึ่งใช้ในกรณีที่ต้นฉบับมีปัญหาด้านคุณภาพอย่างมาก การทำ Copy Edit อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยปรับปรุงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีได้ การ Rewrite ด้วยวัตถุประสงค์นี้จึงมุ่งเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพ ดังนั้นงานบางส่วนของต้นฉบับที่ดีอยู่แล้วจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง

2. เพื่อสร้างงานเขียนชิ้นใหม่ โดยยังคงใจความของต้นฉบับเดิม ด้วยวัตถุประสงค์นี้ งานเขียนจะถูกเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่หมดโดยนักเขียนเจ้าของภาษา ด้วยสำนวนเขียน รูปประโยคที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง และมีสไตล์การเขียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และหากต้นฉบับมีปัญหาด้านคุณภาพ ประเด็นนี้จะถูกแก้ไขในงานเขียนชิ้นใหม่ด้วย

เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างไรให้ได้ดี

Written by admin on February 5th, 2013. Posted in บทความ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะเรียนหรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่  ก็คงต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะภาษาญี่ปุ่นจัดเป็นภาษาที่ยากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  มันอาจเป็นกรรมผูกพันกันมา ชาตินี้เราถึงจับพลัดจับผลูมาข้องแวะกับภาษาญี่ปุ่น  แต่อันที่จริงภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปสำหรับคนไทยใจเกินร้อยที่มีความตั้งใจจริง และรู้จักใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเรียน

เทคนิคสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ผลดี คือ “อย่าเรียนมาก เดี๋ยวเหนื่อย”  หรือจะว่าไปห้ามคิดว่าเป็นการเรียนด้วยซ้ำ แต่จงคิดว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่น คือ “การฝึกซ้อม” เหมือนนักกีฬาเก่งๆ ที่ขยันฝึกซ้อมทุกวัน

“ฝึกซ้อมทุกวัน” เป็นหัวใจของการพิชิตภาษาญี่ปุ่น เราต้องสร้างนิสัยเรียนวันละนิดจิตแจ่มใส ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเวลาให้ภาษาญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง ก็ให้ทยอยฝึกซ้อมวันละ 30 นาที  พอวันไหนอ่านหนังสือได้ครบ 30 นาทีปุ๊บก็ให้ปิดหนังสือเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเรียนมากแล้วเดี๋ยวเหนื่อย  แต่ที่สำคัญ คือ ฝึกต่อเนื่องทุกวัน

ถ้ารู้จักฝึกซ้อมต่อเนื่องทุกวันแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่หัดฝึกทักษะ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” เท่านั้นเอง

ปัจจุบันมีตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นดีๆ อยู่หลายเล่ม  เช่น มินนะ โนะ นิฮงโกะ หรือตำราของ NHK ที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ได้เลย (http://www.nhk.or.jp/lesson/thai/index.html)

แต่อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทย คือ ตัวคันจิ  เพราะมันเยอะได้ใจดีเหลือเกิน  เฉพาะแค่ “โจโยคันจิ” ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ก็มีมากถึง 1,945 ตัวแล้ว

แต่อย่าเพิ่งตกใจ  การจำตัวคันจิจะยากเฉพาะ 500 ตัวแรกเท่านั้น  ยิ่งถ้าเราฝึกจำตัวคันจิด้วยความเข้าใจและใช้จินตนาการเข้าช่วยแล้ว การจำตัวคันจิจะกลับกลายเป็นเรื่องสนุกด้วยซ้ำ เช่น ตัวคันจิที่แปลว่า “นอน” ที่คนเห็นครั้งแรกอาจกลุ้มใจจนนอนไม่หลับ เพราะคันจิตัวนี้ประกอบด้วยลายเส้นถึง 13 ขีด  แต่ถ้าเรารู้จักใช้จินตนาการค่อยๆ มองตัวคันจิเป็นรูปภาพเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ เขียนไล่ไปตามลำดับ เราจะพบว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป

 PIC1

“นอน”

  • ภายใต้หลังคาบ้าน (สีน้ำตาล)
  • ซ้าย-มีหมอนข้าง (สีน้ำเงิน)
  • ขวา-มีคนนอนตะแคงอยู่ (สีเขียว)
  • แต่ดันนอนไขว้ขาซะด้วย (สีแดง)

ส่วนการฝึกฟังและฝึกพูดนั้น  ขอแนะนำให้ดูละครทีวีกับฟังวิทยุมากๆ  เพราะละครจะเต็มไปด้วยบทสนทนาในชีวิตประจำวัน  ส่วนการฟังวิทยุ(ที่ไม่ใช่การฟังเพลง)จะเป็นการฝึกฟังที่เข้มข้นที่ใช้ประสาทหูเพียงอย่างเดียว  เราควรฝึกฟังเก็บชั่วโมงบินไปจนกระทั่งสามารถพูดฟังและแปลภาษาญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องแปลภาษาเป็นไทยอีกทอดในหัวของเรา  เพียงเท่านี้การ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” ภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่วก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 เขียนโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

หลักในการแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย

Written by admin on February 5th, 2013. Posted in บทความ

ผู้เขียนมีโอกาสผ่านงานแปลภาษาญี่ปุ่นมามากหลากหลายพอสมควร  ตั้งแต่แปลการ์ตูน จดหมายรัก เอกสารโรงงาน สัญญาทางกฎหมาย วิทยานิพนธ์ หรือแม้กระทั่งคัมภีร์ทางศาสนา ฯลฯ

ในบรรดางานแปลทั้งหมดที่ผ่านมา งานแปลที่ประทับใจมากที่สุด คือ เมื่อคราวที่ได้ไปช่วยเพื่อนนักเรียนชาวไทยแปลวิทยานิพนธ์  เพื่อนเขียนปั่นวิทยานิพนธ์เป็นภาษาไทย  ส่วนผู้เขียนก็ทำหน้าที่แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น  ช่วยกันปั่นช่วยกันแปลจนกระทั่งสามารถเย็บเล่มส่งวิทยานิพนธ์ทันในวันรุ่งขึ้น  แต่ปรากฏว่าผลงานแปลดีเกินคาดจนอาจารย์ที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นตำหนิเพื่อนว่าไปลอกข้อความตอนที่ผู้เขียแปลมาจากหนังสือภาษาญี่ปุ่นเล่มอื่น  ตอนนั้นผู้เขียนยืนอยู่ตรงหน้าอาจารย์คนนั้นด้วย  แต่ก็ได้แต่น้ำท่วมปากเถียงแทนในใจว่า “ผมเป็นคนช่วยแปลให้กับมือเองครับ..อาจารย์  ไม่ได้ลอกใครเขามาหรอก”

เอาล่ะ หัวใจในการแปลภาษาญี่ปุ่นรวมทั้งภาษาอื่นๆ ด้วย คือ ต้องสื่อความหมายให้ตรงกับต้นฉบับเดิมให้มากที่สุด   ข้อห้ามที่สำคัญในการแปล คือ อย่าแปลคำต่อคำ  แต่ให้แปลความหมายโดยรวมทั้งวลีหรือทั้งประโยค

ลักษณะพิเศษของภาษาญี่ปุ่นที่มักสร้างความลำบากใจให้กับผู้แปลอยู่เสมอๆ อาจพอสรุปได้ดังนี้

1. ลักษณะพิเศษทางไวยากรณ์ เช่น ประธานมักถูกละไว้ ประโยคยาวยืด แต่กริยาไปอยู่ท้ายสุด เป็นต้น  ข้อนี้มักเป็นปัญหากับผู้แปลมือใหม่ที่ยังไม่แม่นไวยากรณ์เท่าที่ควร  หลักสำคัญ คือ ต้องจับประธาน กิริยาและกรรมในประโยคหรือวลีนั้นๆ ให้ได้  ถ้าจำเป็นเวลาแปลก็อาจใส่ประธานเสริมเข้าไปให้คำแปลเข้าใจง่ายขึ้น  บางครั้งถ้าประโยคต้นฉบับยาวมาก เราอาจแปลแบ่งเป็นประโยคย่อยๆ ก็ได้

2. สำนวนในชีวิตประจำวันหรือคำศัพท์ที่ไม่มีในภาษาไทย รวมไปถึงศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง  ข้อนี้มักเป็นปัญหากับนักแปลทุกระดับที่มีประสบการณ์น้อยหรือไม่เชี่ยวชาญในเนื้อหาที่จะแปล  กรณีเป็นสำนวนหรือคำศัพท์ที่ไม่มีในภาษาไทย อาจแก้ปัญหาโดยพยายามใช้จินตนาการนึกว่าในภาวะเหตุการณ์เดียวกัน ถ้าเป็นคนไทยน่าจะพูดอะไรออกมา  ส่วนกรณีที่เป็นศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง ผู้แปลคงต้องใช้ความขยันมุมานะเข้าไปอ่านเอกสารภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับวงการนั้นๆ เพื่อให้รู้จักและคุ้นเคยกับศัพท์แสงในวงการ

3. การเล่นคำหรือเนื้อหาที่ต้องอาศัยพื้นเพทางวัฒนธรรมหรือต้องโตมาในสังคมญี่ปุ่นจึงจะเข้าใจ กรณีนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกรณีที่ยากเสมอตลอดกาล บางครั้งต้องคิดกันเป็นวันๆ เพื่อหาคำที่เหมาะสม  แต่หลายๆ ครั้งก็ต้องใช้เชิงอรรถใส่คำอธิบายเพิ่มเติมเข้าไป

นอกจากปัญหาเรื่องการแปลให้ตรงตามใจความของต้นฉบับเดิมแล้ว สำนวนการแปลก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ  เราอาจแบ่งสำนวนการแปลได้เป็น 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ “ค่ายอนุรักษ์นิยม” ที่พยายามรักษารูปศัพท์ตามต้นฉบับเป็นสำคัญ กับ “ค่ายหัวก้าวหน้า” ที่เน้นเอาอารมณ์ความรู้สึกของต้นฉบับเป็นสำคัญ

แม้จะถูกฝึกมาให้เป็นพวกอนุรักษ์นิยม  แต่ปัจจุบันผู้เขียนก็เริ่มเอาใจออกห่างไปนิยมชมชอบค่ายหัวก้าวหน้าบ้างเหมือนกัน!  บ่อยครั้งที่ต้องเถียงกับตัวเองว่าจะแปลประโยคนี้ด้วยสำนวนของค่ายไหนดี

อย่างไรก็ตาม เราอาจยึดเกณฑ์ตัดสินจากประเภทของเอกสารต้นฉบับก็ได้

ถ้าต้นฉบับเป็นเอกสารทางการ สัญญาทางกฎหมาย หรือคัมภีร์ทางศาสนา ผู้แปลก็ควรแปลเน้นไปทางค่ายอนุรักษ์นิยมมากกว่าปกติ  แต่ขอทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่าการแปลรักษารูปศัพท์ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ การแปลให้ได้ใจความตรงกับต้นฉบับเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  แต่ถ้าเราสามารถเลือกคำแปลที่ตรงหรือใกล้เคียงกับต้นฉบับได้ด้วย จะถือว่าเป็นคำแปลภาษาที่สมบูรณ์แบบมาก

แต่ถ้าต้นฉบับเป็นจดหมายรัก การ์ตูน นวนิยาย ก็อาจจะแปลตามแนวค่ายหัวก้าวหน้า  เน้นแปลเอาอารมณ์ความรู้สึกเป็นสำคัญ แต่ไม่ต้องถึงขั้นนักพากย์หนังจีนบ้านเราที่ชอบสอดแทรกแถมมุกฮาๆ ให้ตลอด (ถ้าเจ้าของหนังรู้เข้า เขาจะดีใจหรือเสียใจก็ไม่อาจทราบได้)   หลายครั้งที่ผู้แปลค่ายหัวก้าวหน้าเลือกใช้คำตรงกันข้ามกับต้นฉบับเสียด้วยซ้ำ ขออนุญาตยกตัวอย่างคำแปลชื่อหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งที่โดนใจมาก

The World is Flat…“ใครว่าโลกกลม”

ช่างเป็นคำแปลที่พอดิบพอดีและสื่ออารมณ์ของต้นฉบับได้อย่างเหมาะเจาะ   แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนรูปประโยคจากบอกเล่าเป็นคำถาม และแปลจากคำว่า Flat (แบน) เป็นคำว่า “กลม” ก็ตาม

หลักการแปลที่สำคัญข้อสุดท้าย คือ ควรทิ้งเวลาตรวจทานคำแปลก่อนส่งเจ้าของงานทุกครั้ง เพราะคำแปลดีๆ เด็ดๆ มักจะผุดขึ้นมาในหัวของผู้แปลสัก 1-2 วันหลังจากที่แปลเสร็จไปแล้วทุกที

 

เขียนและเรียบเรียงโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://www.catiks.com/sk/eclm_27.html

http://www.crosslanguage.co.jp/support/howto/je/knack.html

 

เทศกาลทานาบาตะ

Written by admin on February 4th, 2013. Posted in บทความ

ทานาบาตะกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพบิดรบนสรวงสวรรค์มีธิดาอยู่องค์หนึ่งชื่อ “โอริฮิเมะ”..เทพธิดาผู้คอยทำหน้าที่ทอผ้าให้กับเทพบิดร  โอริฮิเมะทอผ้าอย่างขยันขันแข็งจนเทพบิดรเป็นห่วงเกรงว่าจะทำงานหนักเกินไป  อยู่มาวันหนึ่ง เทพบิดรจึงได้แนะนำ “ฮิโกโบชิ”..เทพบุตรเลี้ยงวัวให้โอริฮิเมะรู้จัก

ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด! ทั้งสองรักกันอย่างดูดดื่มจนลืมการลืมงาน  เทพบิดรไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่จนชุดเดิมเก่าขาดวิ่น  ส่วนฝูงวัวก็พากันล้มป่วย  เทพบิดรจึงพิโรธจับโอริฮิเมะและฮิโกโบชิแยกกันไปอยู่คนละฟากฝั่งของแม่น้ำแห่งสรวงสวรรค์ที่เรียกว่าอามาโนกาวะ หรือแปลภาษาญี่ปุ่นคำนี้เรียกอีกทีให้คุ้นหู ก็คือ ทางช้างเผือก นั่นเอง

“วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก…¯” (เพลงละคร “คู่กรรม”..ละครดังแห่งยุคเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน)

ความรักของโอริฮิเมะและฮิโกโบชิจึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมความรักคล้ายดั่งละคร “คู่กรรมภาคสรวงสรรค์”   ตั้งแต่นั้นมาโอริฮิเมะเอาแต่ร้องห่มร้องไห้จนกระทั่งเทพบิดรเห็นใจ และอนุญาตให้โอริฮิเมะกับฮิโกโบชิพบกันบนทางช้างเผือกปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7

วันที่ 7 เดือน 7 เป็นวันที่ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม

ทว่าถ้าปีไหนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มีฝนตกในวันที่ 7 เดือน 7   น้ำก็จะท่วมทางช้างเผือกจนทำให้ทั้งคู่มาเจอหน้าจู๋จี๋กันไม่ได้  เรื่องราวครั้งนี้จึงเดือดร้อนลงมาถึงมวลหมู่มนุษย์ชาวญี่ปุ่นที่ต้องช่วยกันสวดอ้อนวอนขออย่าให้ฝนตกในวันนี้เลย  ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว มนุษย์ก็เลยถือโอกาสเขียนคำอธิษฐานของตัวเองแถมลงไปด้วย  คำอธิษฐานจะถูกเขียนลงบนกระดาษหลากสีสันแล้วถูกผูกติดบนไม้ไผ่  นี่แหละคือที่มาของเทศกาลทานาบาตะ..เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งของญี่ปุ่น

ด้วยเรื่องราวความเป็นมาอันแสนโรแมนติกบวกกับความคึกคักของเทศกาลนี้  จึงทำให้มีคนคิดคำจำกัดความของเทศกาลทานาบาตะขึ้นมาใหม่ให้ดูเก๋ไก๋เข้าใจง่าย เช่น “เทศกาลแห่งดวงดาว” “วาเลนไทน์สไตล์ญี่ปุ่น”  “เทศกาลคริสมาสฤดูร้อน”

แต่ถึงอย่างไรเทศกาลทานาบาตะก็คือเทศกาลทานาบาตะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยากจะหาเทศกาลอื่นใดมาเทียบเคียงได้

“คำอธิษฐานติดไม้ไผ่” “ฤดูร้อน” “หนุ่มสาว” “ชุดยูกาตะ” “พัดโบกแก้ร้อน” “งานออกร้าน” “ครอบครัวจูงมือกัน” “ผู้คนคับคั่ง” “ดอกไม้ไฟ”…

นี่แหละเทศกาลทานาบาตะที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโรแมนติกและความน่าหลงใหล  เทศกาลทานาบาตะจึงมักถูกนำไปเป็นท้องเรื่องในหนังรักและเพลงรักของญี่ปุ่น

บ่อยครั้งที่จะมีการจุดดอกไม้ไฟประจำปีผนวกเข้าไว้กับงานเทศกาลทานาบาตะด้วย  ดอกไม้ไฟที่ว่านี้จุดกันทีเป็นพันเป็นหมื่นนัด  ปีแรกๆ ที่ผู้เขียนไปเรียนที่ญี่ปุ่นก็ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลทานาบาตะกับเขาด้วย ภาพดอกไม้ไฟสีสันฉูดฉาดที่เรียงรายเต็มทั่วทั้งท้องฟ้ายังติดตาตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้

ถ้าอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้กลิ่นอายของขนบธรรมเนียมประเพณีญี่ปุ่นบวกกับความโรแมนติกสไตล์ญี่ปุ่น  ขอแนะนำให้ไปช่วงเทศกาลทานาบาตะนี้ แม้จะตรงกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่อากาศร้อนแรงแสนสาหัสไม่แพ้เมืองไทย แต่ผู้เขียนก็มั่นใจว่าทุกคนจะต้องประทับใจกลับมาอย่างแน่นอน

ทานาบาตะ2

เขียนและเรียบเรียงโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://www.fuzita.org/jpculture/tanabata/tanabataj.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Tanabata

ธรรมเนียมวันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น

Written by admin on February 4th, 2013. Posted in บทความ

japanese_valentine

14 กุมภาพันธ์  “วันวาเลนไทน์” หรือวันแห่งความรักเป็นวันที่หนุ่มสาวทั่วโลกใช้เป็นโอกาสในการบอกรักหรือมอบของขวัญแทนใจให้กันและกัน

ในเทศกาลวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคู่รักชาวไทยนิยมใช้ “ดอกกุหลาบสีแดง” เป็นสัญลักษณ์แทนความรักมอบให้แก่กัน  สนนราคาดอกกุหลาบในช่วงเทศกาลแห่งความรักจึงพุ่งขึ้นสูงหลายเท่าตัวจนเดือดร้อนกระเป๋าสตางค์ของฝ่ายชายไปตามๆ กัน เพราะโดยมากฝ่ายชายมักจะเป็นฝ่ายมอบดอกกุหลาบให้กับฝ่ายหญิง

แต่ธรรมเนียมวันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เป็นพิเศษ  วันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นวันที่ฝ่ายหญิงต้องมอบ “ช็อกโกแลต” ให้กับฝ่ายชายเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรักของตน

ธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นในการมอบช็อกโกแลตให้กับชายคนรักในวันวาเลนไทน์นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ราว 40 ปีก่อน โดยฝ่ายหญิงจะมอบช็อกโกแลตแทนใจให้กับฝ่ายชายที่เป็นหวานใจตัวจริงเสียงจริงเพียงคนเดียวเท่านั้น  แต่ต่อมาธรรมเนียมการมอบช็อกโกแลตแพร่หลายมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมว่าให้ฝ่ายหญิงหว่านช็อกโกแลตเผยแผ่ไปถึงเพื่อนในโรงเรียน เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายที่เป็นผู้ชายด้วย

ช็อกโกแลตที่มอบให้หวานใจตัวจริง เรียกว่า ฮองเมช็อกโกะ (本命チョコ)..ช็อกโกแลตตัวจริงเสียงจริง

ช็อกโกแลตที่มอบให้คนรอบข้างที่เป็นผู้ชาย เรียกว่า กิริช็อกโกะ (義理チョコ)..ช็อกโกแลตตามมารยาท

แม้กระทั่งตัวผู้เขียนที่เป็นนักเรียนต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นก็ยังเคยได้รับช็อกโกแลตจากสาวๆ ชาวญี่ปุ่นในวันวาเลนไทน์ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่บอกก็รู้ว่าเป็น “กิริช็อกโกะ” แน่นอน

ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์จึงเป็นช่วงที่ช็อกโกแลตในประเทศญี่ปุ่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  ทั้งห้างเล็กห้างใหญ่รวมทั้งร้านสะดวกซื้อจะพากันจัดมุมพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความรักเพื่อจำหน่ายช็อกโกแลตกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เคยมีตัวเลขทางสถิติระบุว่ายอดขายช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เพียงวันเดียวก็มากเท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมตลอดทั้งปี

ธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างหนึ่งที่สืบเนื่องจากวันวาเลนไทน์ คือ “วันไวท์เดย์” 14 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ฝ่ายชายที่ได้รับ “ฮองเมช็อกโกะ” จะตอบรับความรักด้วยการมอบขนม คุกกี้ ฯลฯ ให้กับฝ่ายหญิงในวันไวท์เดย์

ดังนั้นบรรยากาศแห่งความรักของหนุ่มสาวบนเกาะญี่ปุ่นจะยังคงเป็นสีชมพูต่อไปจนกระทั่ง “วันไวท์เดย์” แม้ว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ของทุกประเทศทั่วโลกจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม

 

แปลและเรียบเรียงโดยทีนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://ja.wikipedia.org/wiki/バレンタインデー

http://www.stvalentinesday.org/valentines-dayin-japan.html