เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างไรให้ได้ดี

Written by admin on February 5th, 2013. Posted in บทความ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะเรียนหรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่  ก็คงต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะภาษาญี่ปุ่นจัดเป็นภาษาที่ยากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  มันอาจเป็นกรรมผูกพันกันมา ชาตินี้เราถึงจับพลัดจับผลูมาข้องแวะกับภาษาญี่ปุ่น  แต่อันที่จริงภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปสำหรับคนไทยใจเกินร้อยที่มีความตั้งใจจริง และรู้จักใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเรียน

เทคนิคสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ผลดี คือ “อย่าเรียนมาก เดี๋ยวเหนื่อย”  หรือจะว่าไปห้ามคิดว่าเป็นการเรียนด้วยซ้ำ แต่จงคิดว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่น คือ “การฝึกซ้อม” เหมือนนักกีฬาเก่งๆ ที่ขยันฝึกซ้อมทุกวัน

“ฝึกซ้อมทุกวัน” เป็นหัวใจของการพิชิตภาษาญี่ปุ่น เราต้องสร้างนิสัยเรียนวันละนิดจิตแจ่มใส ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเวลาให้ภาษาญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง ก็ให้ทยอยฝึกซ้อมวันละ 30 นาที  พอวันไหนอ่านหนังสือได้ครบ 30 นาทีปุ๊บก็ให้ปิดหนังสือเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเรียนมากแล้วเดี๋ยวเหนื่อย  แต่ที่สำคัญ คือ ฝึกต่อเนื่องทุกวัน

ถ้ารู้จักฝึกซ้อมต่อเนื่องทุกวันแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่หัดฝึกทักษะ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” เท่านั้นเอง

ปัจจุบันมีตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นดีๆ อยู่หลายเล่ม  เช่น มินนะ โนะ นิฮงโกะ หรือตำราของ NHK ที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ได้เลย (http://www.nhk.or.jp/lesson/thai/index.html)

แต่อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทย คือ ตัวคันจิ  เพราะมันเยอะได้ใจดีเหลือเกิน  เฉพาะแค่ “โจโยคันจิ” ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ก็มีมากถึง 1,945 ตัวแล้ว

แต่อย่าเพิ่งตกใจ  การจำตัวคันจิจะยากเฉพาะ 500 ตัวแรกเท่านั้น  ยิ่งถ้าเราฝึกจำตัวคันจิด้วยความเข้าใจและใช้จินตนาการเข้าช่วยแล้ว การจำตัวคันจิจะกลับกลายเป็นเรื่องสนุกด้วยซ้ำ เช่น ตัวคันจิที่แปลว่า “นอน” ที่คนเห็นครั้งแรกอาจกลุ้มใจจนนอนไม่หลับ เพราะคันจิตัวนี้ประกอบด้วยลายเส้นถึง 13 ขีด  แต่ถ้าเรารู้จักใช้จินตนาการค่อยๆ มองตัวคันจิเป็นรูปภาพเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ เขียนไล่ไปตามลำดับ เราจะพบว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป

 PIC1

“นอน”

  • ภายใต้หลังคาบ้าน (สีน้ำตาล)
  • ซ้าย-มีหมอนข้าง (สีน้ำเงิน)
  • ขวา-มีคนนอนตะแคงอยู่ (สีเขียว)
  • แต่ดันนอนไขว้ขาซะด้วย (สีแดง)

ส่วนการฝึกฟังและฝึกพูดนั้น  ขอแนะนำให้ดูละครทีวีกับฟังวิทยุมากๆ  เพราะละครจะเต็มไปด้วยบทสนทนาในชีวิตประจำวัน  ส่วนการฟังวิทยุ(ที่ไม่ใช่การฟังเพลง)จะเป็นการฝึกฟังที่เข้มข้นที่ใช้ประสาทหูเพียงอย่างเดียว  เราควรฝึกฟังเก็บชั่วโมงบินไปจนกระทั่งสามารถพูดฟังและแปลภาษาญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องแปลภาษาเป็นไทยอีกทอดในหัวของเรา  เพียงเท่านี้การ “ฟัง-พูด” และ “อ่าน-เขียน” ภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่วก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 เขียนโดยทีมนักแปลภาษาญี่ปุ่น Modern Publishing

 
shares