วิถีชลประทานดั้งเดิม หลักฐานความเจริญทางวัฒนธรรมแห่งอินโดนีเซีย

Written by warittha on July 3rd, 2013. Posted in บทความ

อุทกอารามปุระ อูลัน ดานู บาตูร์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบาตูร์ บนปากปล่องภูเขาไฟบาตูร์ วัดนี้มีฐานะเป็นศูนย์กลางการจัดการน้ำจากทะเลสาบบาตูร์ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำและตาน้ำทั้งหมดในบาหลีตอนกลาง ส่งไปยังนาข้าวทั้งหมดในระบบสุบักที่รายรอบ

น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญของทุกชนชาติในโลก แหล่งอารยธรรมใดที่มีความเจริญรุ่งเรือง ก็มักจะพบหลักฐานการจัดการกับระบบการใช้น้ำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียก็พบหลักฐาน
อารยธรรมเก่าแก่ด้านการชลประทานหล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อการเกษตรและการดำรงชีวิต ซึ่งระบบชลประทานนี้เรียกว่า “ระบบสุบัก” เกิดขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 มีลักษณะเป็นสถาบันทางสังคมและศาสนา เปรียบได้กับ “สหกรณ์ชาวบ้าน” ที่ผนวกศาสนา ความเชื่อ เทคโนโลยีการเกษตร วัฒนธรรม และการเมืองท้องถิ่นเอาไว้ด้วยกัน โดยกำหนดให้มีพื้นที่ซึ่งมีขอบเขตคล้ายหมู่บ้าน ปกครองโดยคนในพื้นที่ มี “อุทกอาราม” หรือ วัดน้ำ เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการน้ำ

ระบบสุบัก มีส่วนประกอบสำคัญคือ เครือข่ายทางขนส่งน้ำที่ซับซ้อนและอุโมงค์ที่สร้างโดยการเจาะหินและต่อไม้ไผ่เพื่อส่งน้ำ ซึ่งบางสายมีความยาวกว่ากิโลเมตร ต้องสร้างโดยใช้ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในการนำน้ำขึ้นไปสู่นาขั้นบันไดชั้นบนสุดของเนินเขา ก่อนปล่อยให้ไหลลงสู่นาข้างเบื้องล่าง

 

 

 

รูปแบบนาขั้นบันไดในระบบสุบักบนเกาะบาหลี

หลักการสำคัญที่สุดในระบบสุบักคือ ปรัชญาไตรหิตครณะหรือหลักความสมดุลกลมกลืน 3 ประการ อันเป็นหลักการสร้างความสงบสุขแก่ชีวิตที่รับมาจากศาสนาฮินดูในอินเดีย ประกอบด้วยความสมดุลและความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า มนุษย์กับมนุษย์และมนุษย์กับธรรมชาติ นอกจากระบบสุบักยังให้ผลยั่งยืนมานานนับพันปีโดยที่เกษตรกรไม่ต้องพึ่งสารเคมีในการเพิ่มผลผลิตแล้ว ระบบนี้ยังมีความยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตยอย่างมาก เห็นได้จากการให้สิทธิ์ออกเสียงสูงสุดแก่เจ้าของนาที่อยู่ต่ำสุด เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากการตัดสินใจของสมาชิก

Tags: , ,

 
shares