ปยู ชนชาติผู้สร้างรากฐานทางสถาปัตยกรรมของพม่า

Written by warittha on May 14th, 2013. Posted in บทความ

สหภาพพม่า เป็นประเทศทางฝั่งทิศตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีชนกลุ่มน้อยอันหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในต้นกำเนิดของชนชาติชาวพม่านั้นก็คือ ชนชาติ พะยู หรือ ปยู

ชาวปยู (เรียกแบบจีนว่า เปียว P-iao ปรากฏอยู่ในเอกสารจีน) เป็นชนชาติที่มีหลักฐานว่าอาศัยอยู่ในประเทศพม่ามาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 10 ก่อนที่ชาวพม่าจะอพยพลงมาจากเทือกเขาทิเบต มีนักวิชาการแสดงความเห็นว่าเป็นคนละเผ่าพันธุ์กับชาวพม่า แต่มีนักวิชาการบางกลุ่มเชื่อว่าเป็นชาติพันธุ์เดียวกัน และยังพบหลักฐานว่าประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-16 ชาวปยูบางส่วนได้อพยพไปอาศัยอยู่รวมตัวกับชาวพม่าแถบที่ราบรอบๆ เมืองพุกาม มีหลักฐานว่า ชาวปยูตั้งชุมชนเป็นบ้านเมืองและอาณาจักรที่มีกษัตริย์ปกครอง เช่นที่เมืองโบราณศรีเกษตร อาณาจักรนี้ได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวทางวัฒนธรรมอินเดีย ที่แผ่ลงมายังตอนกลางและตะวันตกของแหลมอินโดจีน โดยสันนิษฐานว่า ชื่อ เมืองศรีเกษตร อาจได้มาจากชื่อเมืองโบราณในอินเดีย คือเมืองปุรี ในแคว้นโอริสสา เมืองศรีเกษตรปัจจุบัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองแปร นอกจากนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยังพบหลักฐานการก่อตั้งชุมชนของชาวปยูในเมืองเบคถาโนซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองพุกามประมาณ 100 กิโลเมตร และเมืองฮาลิน อยู่ทางทิศเหนือของเมืองมัณฑะเลย์ ก่อนที่จะเสื่อมไปเนื่องจากถูกกลุ่มคนไตจากน่านเจ้ายกกองทัพลงมาตีและกวาดต้อนผู้คนชาวปยูไปอยู่ที่เมืองจาตุง ตอนใต้ของจีนบริเวณเมืองคุณหมิงปัจจุบัน

หลักฐานทางสถาปัตยกรรมของชาวปยูซึ่งเชื่อว่าเป็นรากฐานของงานสถาปัตยกรรมของชนชาติพม่า พบที่เมืองศรีเกษตร ได้แก่ เจดีย์ขนาดใหญ่แบบก่อตัน เป็นเจดีย์ทรงระฆังชื่อว่าเจดีย์บอบอจี (Bawbaw Gyi) และเจดีย์ปะยาจีย์ (Pya Gi) ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเค้าให้กับงานสถาปัตยกรรมของพม่าในยุคต่อๆ มา อันได้แก่ เจดีย์ชเวดากอง มิงกาลาเจดีย์ เจดีย์ธรรมยันสิกะ และเจดีย์วิหาร เป็นสิ่งก่อสร้างจากอิฐ ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างเจดีย์ก่อตันและอาคาร (วิหาร) ที่เข้าไปใช้สอยพื้นที่ภายในในการประกอบพิธีกรรมได้ เจดีย์วิหารที่สำคัญ ได้แก่ วิหารเบเบจี (Bebe Gyi)และวิหารเลเมียทนา (Limyethna) อาคารลักษณะนี้เชื่อว่าพัฒนาไปเป็นเจดีย์วิหารที่มีขนาดใหญ่ในสมัยพุกามต่อมา นอกจากนี้ยังพบหลักฐานงานประติมากรรมที่ทำจากหินสลัก ประติมากรรมดินเผาซึ่งพบว่าเป็นดินชนิดเดียวกับอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารและเจดีย์ ประติมากรรมสำริด โดยมีการพบหลักฐานชิ้นสำคัญคือ ประติมากรรมสำริดกลุ่มนักดนตรีและนักเต้นรำ โดยที่ท่ารำนั้นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับอารยธรรมอินเดียอย่างใกล้ชิด

จากหลักฐานที่พบ จึงนับได้ว่าชนชาติปยู เป็นชนชาติที่มีความสำคัญในการวางรากฐานงานสถาปัตยกรรมให้กับผู้คนยุคหลังของพม่าเป็นอย่างยิ่ง โดยได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดียนำมาปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของตนอย่างเหมาะสม

อ้างอิง

ภภพพล จันทร์วัฒนกุล. 2554. ประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะพม่า. พิมพ์ครั้งที่ 2.

กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

ยอร์ช เซเดซ์. 2525. ชนชาติต่างๆ ในแหลมอินโดจีน. แปลโดย ปัญญา บริสุทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 2.

กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

ข้อมูลภาพ

รูปที่ 1  แผนที่อาณาจักรศรีเกษตร ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณของชาวปยู

รูปที่ 2 แผนที่อาณาจักรศรีเกษตร เทียบกับแผนที่ในปัจจุบัน

รูปที่ 3 มหาธรรมเจดีย์ บอบอจี ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเมืองศรีเกษตร ซึ่งอยู่ในเขตเมืองแปรของพม่า ในปัจจุบัน ลักษณะของเจดีย์สร้างด้วยอิฐ มีฐานกลมรองรับ มีความสูงถึง 42 เมตร ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเค้าให้กับงานสถาปัตยกรรมของพม่าในยุคต่อๆ มา

รูปที่ 4 มิงกาลาเจดีย์ เจดีย์แบบก่อตันในสมัยพุกาม จะเห็นได้ว่ามีรูปแบบที่ปรับมาจากเจเดีย์ในสมัยปยู

รูปที่ 5 (ซ้าย) วิหารเบเบจี (Bebe Gyi) และ (ขวา) วิหารเลเมียทนา (Limyethna) วิหารสมัยปยู พบในอาณาจักรศรีเกษตร ต้นแบบของเจดีย์วิหารสมัยพุกามและยุคหลังๆ

รูปที่ 6 วิหาร อานันทเจดีย์

รูปที่ 7 ระฆังสัมฤทธิ์ ค้นพบใกล้เจดีย์ปยะมะ เมืองศรีเกษตร ศ.ปยุ (พม่าตอนต้น)

Tags: , , , ,

 
shares